<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ่างลำเชียงไกร&#039;ชำรุดเลินเล่อร้ายแรง! ยุชาวบ้านฟ้องกรมชลฯชดใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่สื่อโซเชียลส่งข้อความประกาศเตือนว่าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรแตก ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท้ายอ่างเร่งขนชองขึ้นที่สูง และต่อมากรมชลประทานได้ออกมาแก้ข่าวว่าอ่างลำเชียงไกรไม่ได้แตก เพียงแต่จุดที่เกิดปัญหานั้น เป็นจุดที่มีการก่อสร้างอาคาร และทางระบายน้ำ ซึ่งยังเป็นส่วนที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จ ทำให้น้ำกัดเซาะทำนบดินจนน้ำล้นออกมาเท่านั้น โดยผู้รับจ้างได้ดำเนินการก่อสร้างไปได้แล้วร้อยละ 70 นั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ น้ำจากอ่างลำเชียงไกร(ตอนล่าง) ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้ทะลักท่วมพื้นที่ท้ายอ่างไปแล้วหลายพื้นที่ทำให้พื้นที่ท้ายอ่างหลายอำเภอของโคราช อาทิ พระทองคำ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง พิมาย ต้องเผชิญกับน้ำท่วมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้ทรัพย์สิน บ้านเรือน พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นอย่างมาก แต่กลับไม่มีเสียงจากผู้บริหารของกรมชลประทาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของจังหวัดนครราชสีมา หรือของรัฐบาล ออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรณีที่เกิดขึ้นไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยได้ เพราะหน่วยงานราชการย่อมรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วว่า วันที่ 25-26 ก.ย.จะมีพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่พาดผ่านพื้นที่หลายจังหวัดในพื้นที่อีสานและภาคเหนือ ดังนั้น กิจกรรมการก่อสร้างอาคารและทางระบายน้ำของอ่างดังกล่าว ซึ่งมีปริมาณน้ำเหนืออ่างมากกว่า 41.69 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือกว่า 150% ต้องรีบเตรียมการเสริมทำนบดินบริเวณไซด์ก่อสร้างมารองรับเสียก่อน ก่อนที่พายุจะมา แต่ทว่ากลับไม่ปรากฎว่ากรมชลประทานจะได้สั่งให้ผู้รับเหมาเตรียมการดังกล่าวไว้ไม่ ดังนั้น เมื่อเกิดน้ำล้นจนทำให้ทำนบดินที่ทำไว้รอบสปริลเวย์ (Spillway) ถูกกักเซาะจนพังทลายแทบทั้งหมด จึงถือเป็นความประมาทอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
&amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าว ประชาชนที่อยู่ท้ายอ่างลำเชียงไกร(ตอนล่าง) ที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากน้ำท่วมอันมีผลมาจากน้ำทะลักมาจากอ่างลำเชียงไกร(ตอนล่าง) สามารถเรียกร้องขอค่าชดเชยหรือค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เป็นจริงทั้งหมดได้จากกรมชลประทานได้ โดยหลังจากที่น้ำหายท่วมแล้ว สามารถทำหนังสือหรือแจ้งความจำนงค์ไปที่กรมชลประทานโดยตรงหรือแจ้งผ่านตัวแทนหน่วยงานราชการในท้องที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ภายใน 90 วันนับแต่รู้ว่าทรัพย์สินเสียหาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมชลประทานหรือรัฐบาลจะนำเงินภาษีของประชาชนคนทั้งประเทศมาจ่ายชดเชยให้กับชาวบ้านดังกล่าวไม่ได้ หากแต่ต้องไปไล่เบี้ยเอากับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทั้งหมดตั้งแต่อธิบดียันเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตามพรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จึงจะชอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, นครราชสีมา, ศรีสุวรรณ, อ่างลำเชียงไกร, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5726fafded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พศ.พี่ศรี&#039;ซัด&#039;พศ.สำนักพุทธฯ&#039;ให้ท้าย&#039;พส.อลัชชี&#039;ทำผิดพระธรรมวินัยเต็มบ้านเต็มเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.64- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;น่าแปลกใจสำนักพุทธฯที่ให้ท้ายเหล่าอลัชชี ทั้งๆที่ทำผิด พระธรรมวินัย จะผิดมากผิด น้อยก็คือผิด มิน่า! พวกอลัชชี จึงมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115987</URL_LINK>
                <HASHTAG>พส, ศรีสุวรรณ, สำนักพุทธ, อลัชชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61380f0c55164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระมหาไพรวัลย์&#039;ตอบกลับ&#039;ศรีสุวรรณ&#039;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - จากกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคมผ่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมากๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า &amp;ldquo;ร้องเก่งขนาดนี้ เดอะวอยซ์ต้องเข้าแล้วแหล่ะ สภาพพพ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อ๊าวววว แล้วศรีเป็นนักร้องหรอ ทำไมร้องเก่งงงง&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังได้คอมเมนต์กับแฟนคลับด้วยว่า &amp;quot;คุยธรรมนะฮะ ไม่ใช่รอเผาศพคนตาย จะให้ต้องทำเป็นเศร้า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115768</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักร้อง, พระมหาไพรวัลย์, ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_61359d446ffb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เต้&#039;โดนแล้ว! 2นักร้องรุมยื่นปปช.ท้าชก&#039;บิ๊กตู่&#039;ส่อขัดจริยธรรมร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์ และพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้น รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ท้าต่อยมวยไทยคาดเชือกกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสนธิญา กล่าวว่า การกระทำของนายมงคลกิตติ์ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา ทำให้สภาเสื่อมเสียชื่อเสียง ขัดต่อจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่าด้วยบัญชีแนบท้าย ข้อบังคับจริยธรรม ส.ส. ปี 2563 จึงได้มายื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ ซึ่งในโซเชียลมีเดียอาจมองว่าการกระทำของนายมงคลกิตติ์ เป็นเรื่องตลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ส.ส. ต้องมีวุฒิภาวะ ส่วนตัวมองว่าทั้งฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ ต้องทำงานควบคู่กันไป ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่ไปท้าต่อย ท้าชกกับฝ่ายนู้นฝ่ายนี่ แล้วเอาตำแหน่งมาเดิมพันกัน และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็มาจากกระบวนการสรรหา และเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากในสภาทั้งหมด เช่นเดียวกับตำแหน่งของนายมงคลกิตติ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอถามว่า หากต่อยกันแล้วคนใดคนหนึ่งแพ้ ถามประชาชนว่า ยอมให้ลาออกหรือไม่ อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อย จปร. นายกฯเป็นคนที่ออกกำลังกายตลอด อย่าประมาทคนที่เคยเป็นทหาร และจบโรงเรียนทหารมา เพราะมีศิลปะการต่อสู้ แต่ที่ตนมาร้อง คือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อจริยธรรมของ ส.ส. มาตรา 219 ว่าด้วยจริยธรรมของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่ง ส.ส. ต้องปฏิบัติตาม&amp;quot;นายสนธิญา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มาติดตามความคืบหน้า กรณีที่ได้ยื่นสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ พร้อมกับ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรักธรรม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ที่ไปร่วมชุมนุมทางการเมือง และชู 3 นิ้ว ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ซึ่งได้รับแจ้งว่าขณะนี้ ป.ป.ช. รับเรื่องดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างเรียกทั้ง 3 คน มาสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กเพื่อขอท้าชกกับนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองในสภาฯคนอื่นๆด้วย เช่นเดียวกัน โดยระบุว่าส่อผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ เพราะพฤติการณ์และการแสดงออกดังกล่าวมิใช่ &amp;quot;วิสัยของ ส.ส.&amp;quot; ที่มีหน้าที่ทางฝ่าย &amp;quot;นิติบัญญัติ&amp;quot;ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หากแต่เป็นการพาลหาเรื่องเกะกะระรานประหนึ่งนักเลงโต อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมของการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชน&amp;nbsp; จนถูกสาธารณชนวิพากษ์วิจารณ์การแสดงออกดังกล่าวอย่างมากมาย สร้างความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้นกับสถาบันนิติบัญญัติของชาติโดยชัดแจ้ง ซ้ำร้ายยังโพสต์ท้าทายนักการเมืองในสภาฯคนอื่นๆอีกว่าสามารถชกได้โดยต่อให้ 2 รุม 1 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หน้าที่หลักของฝ่ายนิติบัญญัติคือการผดุงไว้ซึ่งกฎหมายที่ดี ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยหรือบกพร่อง และตรากฎหมายใหม่ๆ เพื่อคุ้มครองประชาชน ส่งเสริมความยุติธรรม โอกาสทางการแข่งขันที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ปกป้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง สร้างโอกาสที่ดีในชีวิต และรวมถึงตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร แต่การมาท้าชกผู้นำประเทศผ่านสื่อสาธารณะเยี่ยงนี้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนผิดไปหรือไม่ ขนาดเป็น ส.ส.ยังมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ ถ้ามีตำแหน่งใหญ่โตกว่านี้ มิยิ่งซ้ำร้ายกว่านี้หรืออย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;การกระทำและการแสดงออกดังกล่าว น่าจะขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันถือได้ว่าเป็นการไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง ส.ส. ที่สามารถชี้ให้เห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรง ในข้อ 6 ข้อ 12 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกําหนดมาตรฐานทางจริยธรรมไว้ เพื่อใช้กำกับ ดูแล และลงโทษสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี มิให้ผู้ใดกระทำการหรือแสดงออกจนชาวบ้านตำหนิติเตียนได้ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอให้ป.ป.ช.ไต่สวน และมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว เพื่อชี้มูลความผิด แล้วส่งเรื่องให้อัยการฟ้องต่อศาล เพื่อพิพากษาลงโทษให้หลาบจำและมิให้บุคคลที่มีพฤติการณ์เหล่านี้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นนักการเมืองได้อีกในอนาคต ตามครรลองของกฎหมายที่บัญญัติไว้&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114223</URL_LINK>
                <HASHTAG>จริยธรรม, ท้าชกบิ๊กตู่, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ, สนธิญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612332c9a1934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีจ่อร้องป.ป.ช.สอบประมูลรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้-สายสีส้มของรฟม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2564 ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้ โดยทั้ง 2 สายนี้มีเส้นทางลอดใต้เกาะรัตนโกสินทร์และใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่ก่อสร้างไปด้วยดีและได้เปิดใช้งานแล้ว แต่เมื่อ รฟม.มาเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ กลับเปลี่ยนการใช้เกณฑ์ประมูลที่แตกต่างจากเดิม จนนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องเป็นคดีความกันอยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ รฟม.ได้เปิดการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งต้องก่อสร้างอุโมงค์ใต้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่ทว่า รฟม.ยังคงมีการกำหนดเงื่อนไขหรือเกณฑ์ของการประมูลใหม่ที่แตกต่างจากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เคยประสบผลสำเร็จในการก่อสร้างไปด้วยดีและเปิดใช้งาน จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอื่นใดมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลที่เคยสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว มีการจับเป็นข้อพิรุธได้หลายประการ ที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ ดังเช่นการเปลี่ยนเกณฑ์อย่างกระทันหันในการเปิดประมูลสายสีส้มตะวันตก ซึ่งสมาคมฯได้เคยนำพยานหลักฐานไปร้องเรียน DSI เพื่อไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว และต่อมา DSI ได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยัง ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และสายสีส้มตะวันตก ที่ย้อนแย้งกับการกำหนดเกณฑ์ของการประมูลสายสีน้ำเงินส่วนขยายอีก สมาคมฯจึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนและวินิจฉัยการย้อนแย้งของ รฟม.ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบจักได้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 18 ส.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมูลรถไฟฟ้า, รฟม., ศรีสุวรรณ, สายสีม่วงใต้, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd1ca0814ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องป.ป.ช.สอบ &#039;กรมแพทย์ทอ.&#039;ประเคนวัคซีน VVIP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.64-นายศรีสุวรรณ​ จรรยา​ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย​ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่มีพยาบาลด่านหน้ารายหนึ่งได้โพสต์ระบายว่าชื่อตกหล่น ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็ม 3 ได้ พร้อมกับปรากฎบัญชีรายชื่อบุคคลต่างๆที่มีรายชื่อซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าโฆษกกองทัพอากาศออกมาแถลงว่าเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ ยืนยันว่าไม่มีการสวมสิทธิ์หรือ แย่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช แต่อย่างใด เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ ระบุว่า กรณีดังกล่าวมีข่าวแพร่งพรายออกมาว่า มีการเร่งสอบสวนคนปล่อยรายชื่อหลุด และมีการเรียกผู้ที่โพสต์ระบายดังกล่าวไปพบเจ้ากรมการแพทย์ฯ ซึ่งอาจจะถูกเตือน/ภาคทัณฑ์ หรือใด ๆ ทั้งๆที่ควรตรวจสอบว่าใครทำให้มีชื่อซ้ำซ้อน ด่านหน้าคนไหนชื่อตกหล่นและยังไม่ได้วัคซีน อันควรต้องเร่งจัดหามาให้เป็นการเร่งด่วน ซึ่ง ผบ.ทอ.ควรจะตั้งกรรมการสอบเจ้ากรมการแพทย์ฯมากกว่า
&amp;nbsp;
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้​ ยังมีข้อพิรุธของการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลแห่งนี้หลายอย่าง ทั้งที่ได้รับการจัดสรรมากว่า 1,860 โดส ซึ่งมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ 700-800 คน แต่ก็ยังมีบุคลากรที่เป็นแพทย์ และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรงประมาณ 100-200 คน ไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้ แต่กลับมีการแถลงข่าวว่าจะขอรับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้าอีก 400 โดส จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ที่มิอาจปล่อยผ่านไปได้​ ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค.64 เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี เพื่อขอให้ไต่สวนและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกระชากหน้ากาก VVIP หน้าด้านทั้งหลายออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113360</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมแพทย์ทอ., ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118c7c00ca3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้เอาผิดนายจ้างซุกผูติ้ดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จี้ ศบค.ออกมาตรการเด็ดขาดเอาผิดเจ้าของโรงงาน-แคมป์ก่อสร้างต้นตอคลัสเตอร์โควิด สอบเชิงลึกนายจ้างซุกผู้ติดเชื้อ-ปกปิดข้อมูล ใครแพร่งพรายขู่ไล่ออก แถมแรงงานป่วยไม่กักบริเวณ ไม่ส่งตัวไปรักษา ห่วงแต่ธุรกิจเสียหาย ลั่นสั่งปิดไม่ใช่ทางออกปัญหา
วันที่ 29 ก.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเอาผิดเจ้าของหรือผู้ประกอบการหรือเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้าง ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เนื่องจากการพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่มาจากแคมป์ก่อสร้างและโรงงานต่างๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น แคมป์ก่อสร้างหัวหิน จ.ประจวบฯ แคมป์คนงานนิคมฯ โคราช แคมป์ก่อสร้างเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี แคมป์ก่อสร้างบ้านฉาง จ.ระยอง และคลัสเตอร์จากโรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จ.ฉะเชิงเทรา โรงงานน้ำตาลศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โรงงานแปรรูปไก่บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โรงงานใน จ.สมุทรสาคร ปทุมธานี รวมทั้งใน กทม.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความหละหลวมของผู้ประกอบการหรือนายจ้างกิจการนั้นๆ โดยชัดแจ้ง จากการตรวจสอบในเชิงลึกพบว่า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการเหล่านั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากมีความพยายามที่จะปกปิดการติดเชื้อของพนักงาน ห้ามพนักงานแพร่งพรายการติดเชื้อไปให้บุคคลภายนอกทราบ หากใครฝ่าฝืนมีโทษถึงไล่ออกจากงาน และเมื่อพนักงานคนใดติดเชื้อกลับไม่มีมาตรการการจำกัดบริเวณหรือแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อส่งตัวไปรักษาแต่อย่างใด เพราะกลัวบุคคลภายนอกจะล่วงรู้ จะทำให้แคมป์หรือโรงงานถูกสั่งปิด ทำให้ธุรกิจเสียหาย&amp;quot; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าวว่า นายจ้างส่วนใหญ่หละหลวมต่อมาตรการที่เข้มงวดในแคมป์คนงานก่อสร้างและโรงงานส่วนใหญ่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวและคนไทย เมื่อมีการติดเชื้อโควิดแล้วมักไม่กล้าบอกนายจ้างหรือหัวหน้างาน เพราะเกรงว่าจะถูกสั่งพักงาน ถูกกักตัว 14 วัน ทำให้ขาดรายได้ ไม่มีค่าแรง ที่จะนำมาจุนเจือตนเองและครอบครัว ทำให้แคมป์คนงานและโรงงานต่างๆ เป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรค และเป็นพาหะที่สำคัญในการนำไปแพร่กระจายยังบุคคลในครอบครัวและเพื่อนพ้อง หรือบุคคลทั่วไปในชุมชนย่านตลาดร้านค้า เพราะปิดบังตนเองว่าเป็นผู้ติดเชื้อ หรือเมื่อบุคคลอื่นจะรู้ว่าติดเชื้อก็มักแสดงอาการที่หนัก จนยากที่จะรักษาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็น ผอ.ศบค. เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดในการเอาผิดเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้างและเจ้าของหรือผู้ประกอบการโรงงานที่ปล่อยให้คนงานติดเชื้อโควิด โดยไม่มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อใดๆ ภายในแคมป์หรือโรงงานเลย รวมทั้งต้องลงโทษการปกปิดข้อมูลการติดเชื้อโควิดของคนงานหรือพนักงาน และเอาผิดพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นเป็นใจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการดังกล่าวตามกฎหมายที่เคร่งครัดด้วย เพราะการสั่งปิดแคมป์หรือโรงงานเพียง 5-10 วันไม่ใช่ทางออกของปัญหา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111551</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้เอาผิดนายจ้างซุกผูติ้ดเชื้อ, ปกปิดข้อมูล, ศบค., ศรีสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด, โรงงาน-แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102951397107.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
