<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณร้องปปช.ฟัน&#039;สมคิด&#039;ฝ่ามาตรา127 ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี เมื่อเวลา 10.00 น.&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนสอบสวนกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งไปแล้วและความเป็นรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2563 ที่ผ่านมา ตามความในมาตรา170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 แล้ว แต่ทำไมจึงไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในบริษัทเอกชนได้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่พ้นระยะ 2 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ปช. ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2563 เรื่องกำหนดตำแหน่งซึ่งต้องห้ามมิให้ดำเนินการตามมาตรา 127 พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดว่า ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการที่ปรึกษาตัวแทนพนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกํากับดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวมหรือประโยชน์ทางราชการหรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้น ภายในสองปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตแม่ทัพ ครม.เศรษฐกิจ หลังจากขอลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2563&amp;nbsp; แต่กลับปรากฎไปดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ซึ่งยังไม่พ้นจากระยะเวลา 2 ปีนับแต่ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงอาจไม่เป็นไปตามมาตรา127 ประกอบ มาตรา 126 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 อันอาจถือได้ว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนและวินิจฉัยว่าการกระทําดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรา127 ข้างต้นหรือไม่ หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ตามมาตรา 170 แห่ง พรบ.ป.ป.ช.2561 ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118723</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ม.127, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615aa3eae6016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ณัฐวุฒิโดนอีก! ศรีสุวรรณแจ้งสน.ทองหล่อจับจัดคาร์ม็อบ19กันยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) และพวก ที่จัดคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่แยกอโศก ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ณ สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เขตวัฒนา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายข้อหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117238</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ศรีสุวรรณ จรรยา, สน.ทองหล่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6147dd7261108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; ชม &#039;พระสมปอง&#039; พร้อมปรับปรุงตัว แต่สงสัย &#039;ไพรวัลย์&#039; ยังเคลิ้มยอดไลค์อยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า จากอลัชชี ก็อาจจะกลายเป็นเทวทัตได้ ถ้าไม่ปรับปรุงแก้ไข ได้ยินพระมหาสมปองพูดถูกเตือนก็ปรับปรุงไม่ต้องฟ้อง อาตมาไม่ดื้อ! ถ้าทำได้ก็น่านับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มหาไพรวัลย์ล่ะ? หรือยังหลงใหลได้ปลื้มกับยอดไลค์อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116113</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหวการเมือง, พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5726fafded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องมหาเถรสมาคม-สำนักพุทธฯสอบเอาผิด&#039;2พส.&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคมผ่านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโซเชียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมากๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พฤติกรรมดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พส. ดังกล่าวมิใช่วัตรปฎิบัติของภิกษุ ที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มุ่งแสวงหาปรมัติอันเป็นทางหลุดพ้นจากกิเลสสงสาร เพื่อถึงการดับทุกข์ โดยมีพระวินัยบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ภิกษุทุกๆ รูปที่บวชมาในพระศาสนาต้องปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยบัญญัติทุกรูป ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพียงคนโกนหัวแล้วเอาผ้ามาห่มตนให้ดูเหลืองคล้ายดั่งพระภิกษุ ที่ไม่สังวรณ์ว่าตนต้องบิณฑบาตเลี้ยงชีพเป็นอาจิณ หาใช่มาแสวงหาเงินทองความร่ำรวยจากการบวชเป็นพระ ที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อเหมือนประชาชนทั่วไปเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ข้ออ้างของการไลฟ์สดเพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมะให้เท่าทันยุคสมัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงธรรมะได้นั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักของเหล่า พส.พวกนี้เท่านั้น เพราะคนจะซาบซึ้งในธรรมะต้องมาจากระบบการสั่งสอนอบรมมาตั้งแต่ครอบครัว วัด โรงเรียนร่วมกัน มิใช่มาจากภิกษุที่ทำตนเป็นคณะตลกที่เปลี่ยนหน้าจากหม่ำ เท่ง โหน่ง มาเป็น 2 พส.กลุ่มนี้แต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีใครซาบซึ้งจากข้อธรรมะ ที่นำมาพูดให้ขบขันได้ แต่กลับเป็นการทำให้ศาสนามัวหมองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากเหล่า พส.ดังกล่าว โดยสังเกตดูได้จากการโพสต์ทวงเพจต่างๆ ที่มาโปรโมทแบรนด์ของตนในขณะที่ พส.ไลฟ์โดยให้เบอร์พร้อมเพย์ อย่างไม่ละอายต่อพระธรรมวินัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตามพระวินัยปิฎก ได้ระบุเอาไว้ในพระมหาวิภังค์ ว่า &amp;ldquo;อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์&amp;rdquo; อันถือเป็นอาบัติ เป็นโลกวัชชะ หรือการกระทำที่ทำให้ขาวโลกติเตียนได้ และการเผยแพร่ธรรมะด้วยวิธีตลกขบขัน ไม่ปรากฎในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ก่อนหน้านี้เหล่า พส.พวกนี้ก็เคยมีปัญหาจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตัวที่ไปเป็นวิทยากรในเวทีต่างๆ มาแล้ว หรือบางรูปก็ไปช่วยไลฟ์โฆษณาสินค้าต่างๆ ด้วย ซึ่งก็เข้าข่ายต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักพระธรรมวินัยนั้นหากต้องอาบัติลักษณะนี้บ่อยครั้งต้องหลุดจากความเป็นพระดั่งโทษปาราชิกเลยทีเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป จึงส่งคำร้องไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯเ พื่อให้มีบัญชาวางกฎเหล็กห้ามภิกษุใดๆกระทำเยี่ยงนี้อีกและให้สอบสวนเอาผิด พส.ที่ต้องอาบัติซ้ำดังกล่าวเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาดต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115749</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, มหาเถรสมาคม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f5726fafded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; ลุยแจ้งความ ม.112 กลุ่มแกนนำม็อบ 3-4 ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 เวลา 09.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เขตปทุมวัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 17 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้า และกลุม RE-DEM ซึ่งจัดชุมนุมกันที่บริเวณแยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ เมื่อวันที่ 3-4 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย หมิ่นเบื้องสูง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อการจราจร ความมั่นคง การแพร่กระจายของโควิด-19 และขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ อันมิอาจปล่อยให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคมต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามข้อกำหนดใน ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2546 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 31 ส.ค.64 ความผิดตาม ม.34(6) แห่ง พรบ.โรคติดต่อ 2558 ความผิดฐานกีดขวางการจราจร ตาม ม.43 &amp;nbsp;พรบ.จราจรทางบก 2522 ความผิด ตาม ม.4 พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่อง ขยายเสียงเครื่องขยายเสียงฯ 2493 พรบ.รักษาความสะอาดฯ 2535 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ม.215 ม.216 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป &amp;nbsp;หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
ทั้งนี้ 17 แกนนำการชุมนุมฯที่ถูกแจ้งความเอาผิดประกอบด้วย 1)น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง 2)เบนจา อะปัญ 3)นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท 4)นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ 5)นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า 6)นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูน 7)นางสาววรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา 8)นางศรีไพร นนทรีย์ 9)นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือ บอล 10)นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก 11)นายทรงพล สนธิรักษ์ หรือ ยาใจ 12)นายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรืออาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ 13)นายพชร ธรรมมล หรือ &amp;lsquo;ฟลุค เดอะ สตาร์&amp;rsquo; 14)นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ &amp;nbsp;มารดานายพริษฐ์ ชิวารักษ์ 15)นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของไผ่ ดาวดิน 16)นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท และ 17)นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าวมีผู้ปราศรัยบางคนกล่าวล่วงหมิ่นเบื้องสูงอันมีความผิดตาม ปอ.ม.112 ด้วย และการชุมนุมก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก การอ้างว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองนั้นไม่สามารถอ้างได้ เพราะเป็นข้อยกเว้นเว้น ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.34 ที่กำหนดให้เอาผิดได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของ ประชาชน การที่บุคคลทั้ง 17 คนมาเป็นแกนนำและร่วมการชุมนุมในครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำที่รัฐธรรมนูญไม่ให้การคุ้มครอง โดยชัดแจ้ง นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.112, ศรีสุวรรณ จรรยา, สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี, แกนนำม็อบ, แจ้งความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134428fcf403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เตรียมแจ้งความ &#039;ส.ส.อมรัตน์&#039; ร่วมชุมนุมคาร์ม็อบ 29 สิงหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ ตรงข้ามศูนย์ราชการนนทบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับพวก ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมในกิจกรรม Car Mob-Call Out เมื่อวันที่ 29 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้าสถานีควบคุมดาวเทียมไทยคม ก่อนเข้าร่วมขบวนของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มุ่งหน้าสู่ถนนราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ติวานนท์ สะพานปทุมธานี และปลายทางสวนเทพปทุม ข้างศาลากลางจังหวัดปทุมธานีหลังเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมดังกล่าวเป็นความผิดหลายข้อหา อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อการจราจร ความมั่นคง การแพร่กระจายของโควิด-19 และขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมทั้งการสนับสนุนให้มีการนำเด็กหรือเยาวชนมาร่วมในม็อบดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืน พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115369</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, พรรคก้าวไกล, ศรีสุวรรณ จรรยา, สภ.รัตนาธิเบศร์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125a713357dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เปิดศึก &#039;พระ&#039; ให้กำลังใจ &#039;ผู้กำกับโจ้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้สั่งการไปยังเจ้าคณะปกครองสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์ให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดพระอานนท์ ธัมโชโต พระวัดภัทรสิทธาราม ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่พระธรรมวินัยและพระจริยาสงฆ์อย่างร้ายแรง กรณีที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้กำกับโจ้ ผู้ซึ่งกระทำการร่วมกับตำรวจคนอื่นๆรวม 7 นายใช้พลาสติกคุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนถึงแก่ความตาย อันเป็นอาญาแผ่นดินที่เป็นกรรมหนักนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่การฆ่าผู้อื่นจะโดยเจตนาหรือไม่นั้นในพระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้าระบุไว้ชัดว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งบัญญัติไว้ในศีล 5 ข้อที่ 1 ที่ว่า &amp;ldquo;ปาณาติปาตาเวรมณี หมายถึง การละเว้นจากการฆ่าชีวิตทุกชนิด&amp;rdquo; การที่พระภิกษุสงค์ผู้ต้องถือศีล 227 ข้อ และต้องขอบิณฑบาตอาหารจากฆารวาสเป็นอาจิณ มาแสดงออกถึงการสนับสนุนผู้ที่กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่รักษากฎหมายเสียเองเยี่ยงนี้ ย่อมทำให้ชาวโลกติเตียน หรือเป็น &amp;ldquo;โลกวัชชะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระอานนท์ ย่อมต้องรู้ดีว่าการถือเพศบรรพชิตในประเทศไทยนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุสงค์ ซึ่งหากคิดจะยังถือครองเพศบรรพชิตต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สังวร และปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด อันถือเป็นจริยาของสงฆ์ หากภิกษุผู้ใดประพฤติละเมิดจริยา ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยา ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตำหนิโทษ ปลดออกจากหน้าที่ หรือถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่ กระทั่งให้สึกออกจากการเป็นพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีคำสั่งจากพระเถระและเจ้าคณะปกครองหลายระดับส่งถึงวัดต่างๆในพื้นที่ ให้ดูแลภิกษุสามเณรให้อยู่ในธรรมวินัย งดการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา เช่น ห้ามวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างๆอย่างไม่เหมาะสม ส่อยั่วยุ ปลุกปั่น ก้าวร้าว กระทบกระเทือนความมั่นคงต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้ามเรื่องโลกวัชชะ ห้ามเดินทางไปในสถานที่ไม่ควรแก่บรรพชิต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของพระอานนท์จึงเป็นการละเมิดต่อพระจริยาสงฆ์ ขัดต่อคำสั่งมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะปกครองสงฆ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงส่งหนังสือร้องเรียนไปยัง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อสั่งการไปยังคณะผู้ปกครองสงฆ์ในจังหวัดนครสวรรค์เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดพระอานนท์ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในบวรพระพุทธศาสนาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้กำกับโจ้, พระอานนท์, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129c7db43b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
