<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้องกกต.สอบเลือกตั้งอบจ.นนทบุรี หลังพบมีการซื้อเสียง-สัญญาว่าจะให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย เพราะมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน (อบจ.)​ จังหวัดนนทบุรี มีผู้สมัครรับเลือกตั้งทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจาก กกต. ได้จัดให้มีการเลือกตั้ง สมาชิก อบจ. และนายก อบจ.ทั่วประเทศเมื่อ 20 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จ.นนทบุรี มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา65(1) อย่างโจ๋งครึ่ม อาทิ มีการซื้อสิทธิ-ขายเสียง โดยมีการแจกเงินกันหัวละ 300 บาท โดยมีพยานหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ซึ่งมีการนำมาโพสต์แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย กระทั่งมีความพยายามวิ่งเต้นเพื่อเบี่ยงเบนหลักฐานดังกล่าวที่แพร่หลาย โดยอ้างว่าเป็นการชำระหนี้กันแทน แต่ทว่าหลักฐานของการโทรศัพท์มาเคลียร์ของฝ่ายซื้อเสียงเป็นประจักษ์พยานที่ปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า​ นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานการโฆษณาในโซเชียลฯต่าง ๆ ที่สามารถชี้ชัดถึงผู้สมัครนายก อบจ.บางรายเกี่ยวกับการให้หรือสัญญาว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สิน โดยเฉพาะการให้เงินเดือนของตนกับเด็กประพฤติดีแต่ยากจนตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งถ้าบวกค่าตอบแทนประจำตำแหน่งและค่าตอบแทนพิเศษเข้าไปอีกจะตกประมาณ 75,530 บาทต่อเดือน หรือ 906,360 บาทต่อปี หรือกว่า 18 ล้านบาทตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งกว่า 16 ปีที่ผ่านมา ซึ่งขัดต่อประกาศผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจ.นนทบุรี เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของนายก อบจ. ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 ล้านบาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีหลักฐานที่ชี้ว่าการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีการฝ่าฝืนระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2563 มากมาย ทั้งการนำเด็กๆมาใช้ในการทำแผ่นป้ายหาเสียง ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา27 ประกอบ มาตรา79 แห่ง พ.ร.บ.การคุ้มครองเด็ก 2546 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า แม้ กกต.จะได้ประกาศผลการเลือกตั้ง สมาชิก อบจ.และนายก อบจ.นนทบุรีไปแล้วก็ตาม แต่ทว่าตาม มาตรา17 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 บัญญัติไว้ว่า การประกาศผลการเลือกตั้ง ไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ จึงนำพยานหลักฐานที่ชี้ชัดเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี มาร้อง กกต. เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดและหรือร้องต่อศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเสียงเลือกตั้ง, นายกฯอบจ.นนทบุรี, ศรีสุววรณ จรรยา, เลือกตั้งอบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a73fab8fc7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นกกต.ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่นายกฯนาหนองไผ่ เหตุเคยถูกให้ออกจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 - ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง(กกต.)​นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อกกต. หลังมีข้อพิรุธเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; บางรายว่าอาจเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 และเหตุใดบุคคลดังกล่าวมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่กฎหมายต้องห้ามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวว่า&amp;nbsp; มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาหนองไผ่รายหนึ่งที่เป็น อดีตกำนัน และอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ได้กระทำความผิดวินัย และจังหวัดสุรินทร์ ได้มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งมานานแล้ว อันเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) ในสมัยนั้น ได้พิจารณาและมีมติว่า บุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบกับกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองไผ่ โดย ป.ป.ป. ได้ลงมติในเรื่องดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ในฐานะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการทางวินัย ตาม ม.19 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ 2518 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2530 ในสมัยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ดังนั้นเมื่อบุคคลดังกล่าว เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม ม.50(8) แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ที่บัญญัติไว้ความว่าบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คือ เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือ ถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวอีกว่า การที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลตำบลนาหนองไผ่ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี และได้ออกหลักฐานการสมัครให้ด้วยนั้น ย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายข้างต้นและหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายโดยชัดแจ้ง เพราะหลักฐานชี้ชัดว่าบุคคลดังกล่าวรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีคุณสมบัติจะลงสมัคร สมาคมฯ จึงมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้มีคำสั่งหรือมีมติให้การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทต.นาหนองไผ่ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.64 ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และต้องดำเนินคดีเอาผิดบุคคลดังกล่าว ตาม ม.120 ของ พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตต่อหน้าที่, นายกเทศมนตรีนาหนองไผ่, พ.ร.บ.เลือกตั้ง, ศรีสุววรณ จรรยา, เทศบาลนาหนองไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b8545976a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำให้ดูก่อน!&#039;พี่ศรี&#039;ไม่เชื่อรัฐบาลจะใช้กฎหมายทุกมาตรากับผู้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 พ.ย.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ผมไม่เชื่อต่อคำแถลงการณ์ของรัฐบาล
&amp;nbsp;ที่จะใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตรา
ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด
แน่จริงทำให้ดูก่อนซิครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84457</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา112, ศรีสุววรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b68d639584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;แฉมีการเจรจาซื้อขายไม้เก่าชั้นดีบางส่วนที่รื้อจากอาคารบอมเบย์เบอร์มาออกขายไปแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มิ.ย.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ 131 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอาคารประวัติศาสตร์ทางด้านการทำไม้ในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในสวนรุกขชาติเชตวัน สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โดยอ้างว่าเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมให้ดีขึ้น ภายใต้งบพัฒนาจังหวัดแพร่โดยใช้งบประมาณ 4,560,000 บาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การรื้อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าวเป็นที่แปลกใจของชาวแพร่ และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากว่า เหตุใดจึงไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ ที่จะต้องมีการทำทะเบียนไม้หรือทำโค๊ตไม้แต่ละชิ้นที่ถอดออกมา เพื่อนำมาฟื้นฟูปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อนำกลับไปสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม โดยใช้ไม้เดิมๆ จึงจะถือว่าเป็นการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอาคารดังกล่าวให้ยั่งยืนต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการดังกล่าวตรงกันข้ามกับคำให้สัมภาษณ์ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่อ้างว่าได้รับรายงานจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ชี้แจงว่าเป็นการซ่อมแซมอาคารแต่ของบประมาณจังหวัด ส่วนการรื้ออาคารซึ่งเป็นไม้ทั้งหลัง ไม่ได้เอาไม้ไปไหน ไม้ทุกแผ่นยังกองอยู่ที่เดิม ส่วนสาเหตุที่ต้องรื้อไม้ลงมา เพราะฐานรากคอนกรีตของอาคารเสื่อมสภาพ การจะซ่อมแซมได้ต้องทุบทิ้งแล้วทำฐานใหม่&amp;nbsp; เมื่อทำฐานเสร็จก็จะนำไม้ที่รื้อออกมาประกอบเป็นตัวอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด สมาคมฯได้รับข้อมูลที่ผิดปกติเกี่ยวกับการรื้อทุบทำลายอาคารดังกล่าวจากสายข่าว กอ.รมน.แจ้งว่า มีการเจรจาซื้อขายไม้เก่าชั้นดีบางส่วนที่รื้อออกมาจากอาคารบอมเบย์เบอร์มาออกขายไปแล้ว โดยพ่อค้าไม้เฮือนเก่าจากบ้านปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยมีความพยายามที่จะขนย้ายไม้เก่าออกจากพื้นที่ในเวลากลางคืนเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ในจังหวัดแพร่ต้องประสานเพื่อดักจับกุม หากมีการลักลอบขนย้ายกันจริง แต่พอเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวดังขึ้นมามีการเจรจาขอไม้บางส่วนคืน แต่ถูกปฏิเสธเพราะ &amp;ldquo;คืนไม้ไม่คืนเงิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณ๊ดังกล่าวถ้าเป็นไปตามการแจ้งของสายข่าว กอ.รมน.ย่อมชี้ให้เห็นว่าการรื้อทำลายอาคารบอมเบย์มีเจตนาที่จะไม้เอาไม้เก่ามาประกอบเป็นอาคารเหมือนเดิม หากแต่จะเอาไม้ไม่ทั้งหมดมาดำเนินการ ซึ่งผิดหลักการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารอนุรักษ์โดยสิ้นเชิง และสิ่งที่รัฐมนตรีพูดจะถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดๆในตําแหน่งหรือหน้าที่ หรือกระทําการอันเป็นความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่นต่อ ป.ป.ช. ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างที่ไม่สมควรของการปฏิบัติหน้าที่ราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69115</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญา เนติธรรมกุล, วราวุธ  ศิลปอาชา, ศรีสุววรณ จรรยา, อาคารบอมเบย์ เบอร์มา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec19a3dd503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทุเลาลงแล้ว&#039;ศรีสุวรรณ&#039;โต้ข้ออ้างต่อพรก.ฉุกเฉินไม่มีน้ำหนักไร้เหตุผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.63-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาแถลงผลการประชุมเพื่อพิจารณาการต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พ.ค.63 ว่า ที่ประชุมมติเห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน โดยอ้างว่าสถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วงอยู่ ประเทศไทยแม้จะประสบความสำเร็จแต่การผ่อนคลายแต่ละระยะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการระบาดรอบที่ 2 และจะมีการผ่อนคลายระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ในเดือนมิถุนายน จึงต้องมีเครื่องมือในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อโคโรน่า 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.ในวันนี้และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคาร ที่ 26 พ.ค.63 นั้น
ข้ออ้างในการต่ออายุ พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดต่อโคโรน่า 2019 ได้ทุเลาลงไปมากแล้ว จนกลายเป็นการติดเชื้อโดยปกติเหมือนโรคติดเชื้ออื่นๆทั่วไปแล้ว เพราะหากจะให้ตัวเลขการติดเชื้อเท่ากับ &amp;ldquo;ศูนย์&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง สังคมไทยก็คงต้องรอไปจนถึงชาติหน้าเท่านั้น เพราะโรคดังกล่าวไม่มีทางหมดไปจากประเทศไทยและโลกนี้ตามที่แพทย์ผู้รู้ได้ให้ความเห็นไว้
ทั้งนี้การต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปจะกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการผ่อนคลายให้กิจการบางประเภทสามารถดำเนินการได้แล้วภายใต้กฎ New Normal ก็ตาม แต่ทว่าธุรกิจต่างๆส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นธุรกิจของกลุ่มนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลใช่หรือไม่ อีกทั้งคนที่เสนอและออกคำสั่ง มิได้มีผลกระทบใด ๆ เลย ยังคงได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน และเบี้ยประชุมกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ยิ่งมีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยิ่งมีการจัดประชุมรับเบี้ยประชุม มีการตั้งด่านตรวจเคอร์ฟิวส์รับเบี้ยเลี้ยงกันทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างไม่ละอาย แต่กลับอ้างว่าเสียสละ&amp;nbsp; กลายเป็นแหล่งบ่อเงินบ่อทองให้กับหน่วยงานบางหน่วยไปโดยปริยาย ซึ่งรัฐบาลไม่เคยประกาศให้ประชาชนรับรู้ได้ว่านับแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นต้นมา มีการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนคนทั้งประเทศเพื่อการดังกล่าวไปแล้วเท่าไร
นอกจากนั้น การบังคับตามข้อกำหนดของ พ.ร.ก.มีการเลือกปฏิบัติหรือบังคับกันแต่เฉพาะกับประชาชน คนธรรมดาทั่วไป หากแต่คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีตำแหน่งใหญ่โตกลับเพิกเฉยเสีย ดังกรณีที่ พล.อ.ประวิทย์ เดินทางไปปลูกป่าที่เชียงใหม่ มีข้าราชการ นักการเมืองแห่แหนกันไปร่วมเสนอหน้าเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่จังหวัดเชียงใหม่มีข้อกำหนดว่าถ้าคนต่างจังหวัดโดยเฉพาะจาก กทม.เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่จะต้องถูกกักตัว 14 วัน แต่ทว่าคณะของ พล.อ.ประวิทย์ ถูกกักตัวหรือไม่ สมช.ตอบได้หรือไม่
ดังนั้น การเสนอต่ออายุ พ.ร.ก.จึงไร้เหตุผลใดๆ ที่จะต่ออายุต่อไป ควรกลับไปใช้กฎหมายเดิม คือ พรบ.โรคติดต่อ 2558 ตามปกติต่อไป หากยังคิดว่ามีความสามารถหรือศักยภาพที่จะจัดการได้จริงตามที่คุยโวไว้ โดยไม่ต้องพึงเครื่องมือคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป เว้นแต่จะใช้โรคระบาดเป็นข้ออ้างในการใช้และรักษาฐานอำนาจของพวกตนไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.โรคติดต่อ, ศรีสุววรณ จรรยา, สมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec73c60e8d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องกกต.ฟันพ่อฟ้าปล่อยกู้อนค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาก &amp;ldquo;พ่อฟ้า&amp;rdquo; พาลงเหวอีกดอกแล้ว ปูดเองให้พรรคยืมเงิน 110 ล้านช่วงเลือกตั้ง ส่วน &amp;ldquo;ช่อ ส้มหวาน&amp;rdquo; บอกทำสัญญากู้ยืมมีดอกเบี้ยที่ 250 ล้านบาท &amp;nbsp;ก่อนแจงใช้ไม่ถึง ให้ตรวจได้ที่เว็บไซต์พรรค แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; เตรียมยื่น กกต.จัดหนัก อดีตกรรมการร่าง รธน. ระบุหากเป็นเรื่องจริงผู้เกี่ยวข้องเจอคุกไม่เกิน 5 ปี และตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีความต่อเนื่องในกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้กล่าวบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ในหัวข้อ อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่ ตอนหนึ่งถึงเงินที่ใช้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ขอเปิดเผยถึงวิธีบริหารการเงินของพรรคสักหน่อย พรรคเป็นหนี้ตนเองอยู่ โดยให้เงินพรรคยืมอยู่ 110 ล้านบาทระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งรอบนี้ เนื่องจากพรรคไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลาสำหรับการหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน ในรายการฟังหูไว้หู เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 ทางช่อง อสมท น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. ได้ตอบคำถามกรณีการใช้เงินในการเลือกตั้งที่ยืนยันมาตลอดว่าพรรค อนค.จน ว่า พรรคได้ประเมินว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้เงินทั้งหมด 350 ล้านบาท ซึ่งมีการคิดไว้หมดแล้วว่าจะนำเงินมาจากส่วนใด ทั้งผู้บริจาครายใหญ่ ผู้บริจาครายเล็ก การระดมทุน และค่าสมาชิก แต่เมื่อถึงเวลาจริงปรากฏว่าเงินทั้งจากรายใหญ่ รายย่อย และระดมทุนมีปัญหากับกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวนมาก จึงทำให้ได้เงินไม่ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องทำสัญญากู้ยืมเงินกับหัวหน้าพรรค 250 ล้านบาท ซึ่งหัวหน้าพรรคก็คิดดอกเบี้ย เพราะเป็นคนหน้าเลือดพอสมควรในเรื่องนี้ แต่ในเรื่องการชำระคืนไม่มีการกำหนดเวลา ไม่เคร่งครัดมาก เพราะชดเชยให้กับการเสียดอกเบี้ย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าวในรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เมื่อวันอาทิตย์ว่า ที่เคยบอกว่าพรรคยืมเงินนายธนาธรเพื่อทำกิจกรรมการเมืองช่วงเลือกตั้ง 250 ล้านบาท พร้อมเก็บดอกเบี้ยนั้น เป็นเพียงการคาดการณ์จำนวนเงินเท่านั้น แต่เมื่อถึงช่วงเลือกตั้งจริงปรากฏว่าเงินที่ใช้ไม่ถึงจำนวนดังกล่าว และเรื่องการใช้งบประมาณต่างๆ นั้น ผู้ที่มีข้อสงสัยก็สามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ w ww.futureforwardparty.org อยู่แล้ว เราจึงไม่ได้กังวลต่อประเด็นนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ดังกล่าว ไม่ได้มีการอธิบายเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งในหัวข้อเกี่ยวกับพรรคก็มีเพียงวิสัยทัศน์, นโยบาย, คณะทำงาน และเครือข่าย และเมื่อเข้าไปตรวจสอบในหมวดข่าวสาร ก็มีเพียง Breaking News, แถลงการณ์จากพรรค, บทความ, คลังภาพ และดาวน์โหลดเอกสาร รวมทั้งในส่วนของระดมทุนก็มีเพียงขั้นตอนการสนับสนุนทุนพรรคเท่านั้น ไม่ได้มีการชี้แจงเรื่องตามที่ น.ส.พรรณิการ์ชี้แจงแต่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน วรรณบวร อดีตนักข่าวการเมืองอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้หัวข้อ ปากพาจน (มุม) ว่าพรรคยืมเงินเจ้าของพรรคซึ่งเป็นหัวพรรค ถ้าพรรคถูกยุบจะทวงหนี้กู้ยืมกับใคร ถ้าหัวหน้ามีอันเป็นไปใครเป็นคนทวงหนี้ ถามอีกใครเป็นหนี้ใคร
ขณะที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เช่นกันว่า การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองทำได้ไม่เกินปีละ 10 ล้านบาท และต้องรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกเดือน และผู้ให้เงินอุดหนุนเกิน 1 แสนบาทต้องระบุชื่อ
&amp;quot;ธนาธรบอกให้พรรคยืม 110 ล้าน ตอบให้ได้นะอยู่ในหมวดอุดหนุน ระดมทุน หรือบริจาค กกต.ต้องตรวจสอบ&amp;quot; นายบุญยอดระบุ
นายศรีสุววรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า นายธนาธรบอกว่าได้ใช้เงินส่วนตัวให้พรรคอนาคตใหม่ยืมในช่วงก่อนการเลือกตั้งเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองจำนวน 110 ล้านบาท ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ระบุว่ามีการยืมเงินนายธนาธรมา 250 ล้านบาท โดยมีการคิดดอกเบี้ยนั้นเป็นที่น่าสงสัยว่าสรุปแล้วมีการยืมเงินเป็นจำนวนเท่าไรกันแน่ นอกจากนี้น่าสงสัยว่าการให้พรรคการเมืองยืมเงินเพื่อไปประกอบกิจกรรมทางการเมืองนั้นไม่มีข้อใดเขียนว่าสามารถใช้เงินยืมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสงสัยว่าการกระทำดังกล่าวนั้นขัดต่อมาตรา 66 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ระบุว่า บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินสิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละห้าล้านบาท ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไป หลังจากบริจาคแล้วพรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมจะไปยื่นเรื่องดังกล่าวให้ กกต.ตรวจสอบในวันอังคารที่ 23 พ.ค.นี้ เพื่อวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวนั้นเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีความแค้นหรือจ้องจับผิดพรรคอนาคตใหม่เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด แต่ในเมื่อผมเป็นนักกฎหมาย และนายธนาธรเองก็เป็นนักการเมือง ก็ต้องมีการตรวจสอบ หากมีความสงสัยเกิดขึ้นว่าสิ่งที่ทำนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ อย่างไร &amp;nbsp;เพราะจะผิดหรือถูกผมก็ไม่ใช่คนตัดสินอยู่ดี แต่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบตัดสิน นอกจากนี้พรรคอนาคตใหม่เองมีกิจกรรมต่างๆ บ่อย ทำให้เป็นที่จับตาของคนในสังคม ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ความเคลือบแคลงสงสัยจึงเป็นเรื่องปกติ และที่นายธนาธรพูดแบบนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นความจริง อาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่นำเงินนอกระบบที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้มาใช้หาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่นำเงินมาใช้ในการหาเสียงที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ใช้เงินตามระบบ เช่น การบริจาค หรือการระดมทุนที่อยู่ในบัญชีรายรับรายจ่ายของพรรคการเมืองอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีการร้องเรียนไปที่ กกต. และสุดท้ายตรวจสอบพบว่ามีเจตนากระทำผิด ผู้เกี่ยวข้องอาจถูกจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกตัดสิทธิ์การการเมือง 5 ปี&amp;rdquo; นายชาติชายกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36244</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณิการ์ วานิช, ศรีสุววรณ จรรยา, สุทิน วรรณบวร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce1655144895.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
