<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!เหวงเตรียมนำคำพิพากษาศาลฎีกาชายชุดดำไล่ล่ารัฐบาล’อภิสิทธิ์-ศอฉ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คำตัดสินศาลฎีกา 16 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นพยานหลักฐานใหม่ ที่สามารถนำไปยื่น ป.ป.ช.เพื่อขอให้ดำเนินคดีรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและ ศอฉ.ในเรื่องฆ่าประชาชนสองมือเปล่าร่วมร้อยศพเมื่อเมษา-พฤษภา 53 ได้แล้วครับ &amp;nbsp;หรืออย่างน้อยก็ประมาณ 19 ศพที่มีคำสั่งการตายของศาลชัดเจนว่าตายจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ศอฉ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและคณะจะปรึกษาหารือกับทีมทนายความเพื่อดำเนินเรื่องต่อไป เพราะเราจะปล่อยให้ ศอฉ.และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ใช้กองทัพไทยทั้งสามเหล่ามาฆ่าคนไทยสองมือเปล่าด้วยกันเองกลางเมืองอย่างนั้นได้อย่างไร &amp;nbsp;กองทัพไทยต้องมีหน้าที่ต่อสู้ข้าศึกศัตรูต่างชาติ มีหน้าที่ฆ่าทำลายล้างข้าศึกศัตรูต่างชาติเท่านั้น จะนำมาฆ่าประชาชนไทยที่เห็นต่างสองมือเปล่ากลางเมืองได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93297</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, ศอฉ., อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เฟซบุ๊ก, แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e449e0ec9f26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เผยมาตรการโควิด-19จะเบาไปหาหนักถ้าประชาชนร่วมมือ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการออกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า ขอให้รอการพิจารณาให้เรียบร้อยก่อน เบื้องต้นนายกฯ จะนั่งเป็นประธานศูนย์ ศอฉ.โควิด-19 ด้วยตนเอง ส่วนข้อกำหนดต่างๆ ให้รอก่อน มาตรการจะเป็นแบบจากเบาไปหาหนัก ถ้ามาตรการเบาๆแล้วประชาชนให้ความร่วมมือก็ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประชาชนเริ่มกักตุนอาหาร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีหรอก อาหารพอเพียง ไม่ต้องกักตุน เมื่อถามว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ประเมินสถานการณ์โรคจะแพร่ระบาดประมาณกี่เดือน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรากำหนดไว้ 1 เดือนก่อน ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไรค่อยมาว่ากัน ความจริงควรจะ 3 เดือน แต่เราใช้ 1 เดือนก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60846</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, ศอฉ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aedbd12b6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;สั่งขยายพื้นที่รองรับกองทัพสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติได้แจ้งให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ให้มาดูแลความเรียบร้อยในส่วนของการทำงานสื่อมวลชน ว่ามีความแออัดหรือต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมในการอำนวยความสะดวกหรือไม่ เนื่องจากนายกฯ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 ในขณะนี้จึงได้มีคำสั่งให้จัดหาสถานที่เพื่อเป็นที่ทำงานให้กับสื่อมวลชนเพิ่มเติมในทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางทำเนียบฯ กำลังเตรียมการขยายพื้นที่เพื่อรองรับผู้สื่อข่าวที่จะมีเป็นจำนวนมากในการเดินทางมาทำข่าวที่ ศอฉ. โควิด-19 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้พื้นที่บริเวณห้องที่อยู่หน้าตึกบัญชาการ 2 ใกล้กับสำนักโฆษกสำนักนายกฯ แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมีการนำเต็นท์ติดแอร์มาติดตั้งเพิ่มเติมให้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับกลุ่มผู้สื่อข่าวชั่วคราว แต่หากมีความจำเป็นเพิ่มเติมก็จะได้รายงานให้นายกฯ ได้พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป เพราะนายกฯ มีความเป็นห่วงสุขภาพของผู้สื่อข่าวทุกคน ไม่อยากให้อยู่รวมกันแออัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60831</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ศอฉ., สื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e6a1609f36c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ภรรยา&#039;พัน คำกอง&#039;ผู้เสียชีวิตเหตุสลายม็อบนปช.ปี53ยื่นฟ้องทหาร2นายฐานฆ่าผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางหนูชิต คำกอง ภรรยาของนายพัน คำกอง (ผู้เสียชีวิต) อาชีพขับรถแท็กซี่ ชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 เดินทางมาพร้อมนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.อ.วรการ ฮุ่นตระกูล และ พ.ท.เสริมศักดิ์ คำละมูล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ภายใต้บังคับบัญชาและขั้นตอนคำสั่งปฏิบัติของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83, 84&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2553 เวลาประมาณเที่ยงคืนห้านาที (0.05 น.) จำเลยทั้งสอง ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคมบริเวณ ถ.ราชปรารถ ตั้งแต่สี่แยกประตูน้ำ ถึงสี่แยกมักกะสัน จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา ต้องยึดแนวทางและขั้นตอนตามคำสั่งปฏิบัติการที่ 1/53 - ศอฉ. อย่างเคร่งครัด ซึ่งการใช้อาวุธให้กระทำต่อเป้าหมายที่มุ่งประทุษร้ายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น และการยิงต้องทำเท่าที่จำเป็นสมควรแก่เหตุและไม่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ได้ควบคุม สั่งการหรือปล่อยให้ทหารซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาใช้อาวุธปืนเล็กกล ที่ใช้ในราชการสงครามระดมยิงใส่รถยนต์ (รถตู้) หมายเลขทะเบียน ฮค 8651 กทม. ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับมาตาม ถ.ราชปรารภ มุ่งหน้าแยกมักกะสัน ด้วยเจตนาฆ่าโดยประสงค์ต่อผล หรือย่อม เล็งเห็นผลถึงการกระทำว่าจะกระทำให้นายสมรหรือผู้อื่นซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวถูกลูกกระสุนปืนเล็กกล ซึ่งใช้ในราชการสงครามที่เป็นอาวุธร้ายแรงนั้นถึงแก่ความตายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรถตู้ที่นายสมรขับมาถูกกระสุนปืนระดมยิงใส่ และนายสมรได้รับบาดเจ็บสาหัสกระสุนปืนถูกเข้าที่บริเวณลำตัว และทำให้นายพัน คำกอง อายุ 43 ปี สามีของโจทก์ ซึ่งขณะยืนอยู่หน้าสำนักงานขายคอนโดมิเนียม บริเวณราชปรารภ ถูกกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 หรือ 5.56 มม. จากการระดมยิงใส่รถยนต์ตู้คันดังกล่าว ซึ่งกระสุนเข้าบริเวณที่หน้าอกซ้ายใต้ราวนมของนายพัน และไปถูกต้นแขนซ้ายและเส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังยื่นฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2429/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อที่จะพิจารณาต่อไปว่าคดีที่ฟ้องนั้นมีมูลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความของนางหนูชิต โจทก์ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องคดีนี้ก็สืบเนื่องมาจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการไต่สวนชันสูตรศพ ที่มีผลชัดเจนแล้วว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกนายพันจนเสียชีวิตนั้นมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ โดยการฟ้องคดีนี้ ตนได้เตรียมพยานบุคคลไว้หลายปากที่จะนำเข้าไต่สวนมูลฟ้องซึ่งหนึ่งในนั้น ก็คือนางหนูชิต ภรรยาในฐานะโจทก์ที่จะต้องเบิกความเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางหนูชิต คำกอง ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้เพราะว่าการดำเนินคดีของสามีไม่คืบหน้า แม้จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลมาแล้ว แต่ยังต้องการความเป็นธรรมมากกว่านี้ เนื่องจากรายได้ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เพราะที่เคยยื่นฟ้องร้องเรียนไปไม่มีการดำเนินการ จึงอยากให้การฟ้องครั้งนี้ได้รับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเดินทางมายื่นฟ้องวันนี้ก็มีญาติของกลุ่มผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ในเหตุการณ์ ก็ได้เดินทางมาร่วมติดตามการฟ้องคดีอาญาเองกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยยังไม่ปรากฏว่าญาติรายอื่นที่เสียชีวิตได้มีการยื่นฟ้องเป็นคดีเพิ่มเติมด้วยในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45668</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.เสริมศักดิ์ คำละมูล, พ.อ.วรการ ฮุ่นตระกูล, พัน คำกอง, ม็อบนปช.ปี53, ศอฉ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b178d68b11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่น้องเกด&#039;สงสัยตีหัวจ่านิวเบนประเด็นทำร้ายกันเองเหมือน6ศพวัดปทุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62 -นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือ น้องเกด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมบริเวณวัดปทุมวนารามวรวิหาร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phayaw Akkahad&amp;nbsp; ภายหลัง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์&amp;nbsp; หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดักทำร้ายนิวและมีการเบนประเด็นโดยลิ่วล้อคสช.ว่าพวกเดียวกันทำร้ายกันเองเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม ก็เหมือนเมื่อ9ปีที่แล้วหลังจาก6ศพวัดปทุมเสียชีวิตได้วันเดียวก็แบบนี้แหละค่ะ ก็มีการเบนประเด็นว่ายิงกันเองเหมือนกัน โดยศอฉ.ในสมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายศาลมีคำสั่งว่า6ศพวัดปทุมเสียชีวิตจากฝีมือของทหาร ทุกวันนี้ยังไม่เห็นคนที่พูดออกมารับผิดชอบกับน้ำลายตัวเองซักคน ว่าแต่วิธีที่ใช้นี่คล้ายๆกันนะทั้งศอฉ.และคสช.เนี่ย หรือจะเป็นพวกเดียวกัน #แค่สงสัยนะคะหึๆๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40210</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี6ศพวัดปทุม, ตีหัวจ่านิว, นางพะเยาว์ อัคฮาด, ศอฉ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e0a7048039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
