<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจัดโครงสร้างศอฉ.โควิด 19 ทำงานเชิงรุกรับการระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามแต่งตั้งหน่วยงานภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 และขณะนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยจุดประสงค์เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ในแต่ละด้านภายในโครงสร้างกลุ่มต่างๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน แก้ปัญหา รวมทั้งสะกัดกั้น หรือหยุดการแพร่ระบาดขอโควิด 19 เป็นไปด้วยความราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วย 1.สำนักเลขาธิการ​2.สำนักประสานงานกลาง​ 3.ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านก่รแพทย์และสาธารณสุข &amp;nbsp;4.ศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน​5.ศูนย์ปฏิบัติการกระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน​ 6.ศูนย์ปฏิบัติการด้านการควบคุมสินค้า​ 7.ศูนย์ปฎิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ​ 8.ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม​ 9.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง​ 10.ศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการปฏิบัติงานของศูนย์ดังกล่าวจะรายงานตรงสู่นายกรัฐมนตรีเพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการทันทีหากมีข้อติดขัด และให้ประชาชนมั่นใจและอุ่นใจว่ารัฐบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและแก้ปัญหาทุกปัญหา จะไม่ปล่อยให้ส่งผลกระทบกับประชาชน เพราะขณะนี้เรากำลังเผชิญวิกฤตที่ส่งผลกับชีวิตของประชาชน นายกรัฐมนตรีจะดูแลแก้ปัญหาอย่างรอบด้านอย่าง​เต็มที่ด้วยกลไกทุกอย่างที่มีอยู่ แต่ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลตนเอง และสังคม ตามมาตรการที่รัฐกำหนดและแนะนำ ซึ่งสำคัญยิ่งในการสะกัดการแพร่ระบาดโควิด 19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61305</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, ปรับโครงสร้าง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศอฉ.โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72271599e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ธปท.&quot; แนะเปิดบัญชีออนไลน์สำหรับลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 63 - ตามที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ขอให้ประชาชนงดเว้นกิจกรรมที่ต้องมีการรวมตัวกัน หรือ งดเว้นการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ นอกเหนือจากประกาศการปิดสถานที่แล้ว นั้น
&amp;nbsp;
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เห็นควรสนับสนุนการงดเดินทาง การเคลื่อนย้ายประชาชนที่จะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงขอปิดทำการธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ &amp;nbsp; ทุกสาขาทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2563 และจะเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 30 มีนาคม 2563
&amp;nbsp;
ระหว่างนี้ ลูกค้ายังคงสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น เครื่องบริการถอนเงิน-ฝากเงินอัตโนมัติ (ATM/ADM) โมบายแบงก์กิ้ง (Mobile Banking) อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (Internet Banking)
&amp;nbsp;
สำหรับลูกค้าที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิตาม &amp;lsquo;มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)&amp;rsquo; ของทางรัฐบาลนั้น ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาติดต่อที่ธนาคาร สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และสามารถใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารใดก็ได้ที่มีอยู่แล้วมาใช้เป็นบัญชีสำหรับรับเงิน โดยมีเงื่อนไขเพียงชื่อ-นามสกุลเจ้าของบัญชี ต้องตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกให้โอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขประจำตัวประชาชนได้เช่นกัน
&amp;nbsp;
ส่วนลูกค้าที่ต้องการลงทะเบียนแต่ยังไม่เคยมีบัญชีเงินฝาก สามารถใช้บริการเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นจึงค่อยลงทะเบียนขอรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาดังกล่าว เนื่องจากระบบเปิดรับลงทะเบียนได้ต่อเนื่อง โดยยังมิได้มีกำหนดปิดให้บริการ และขอความร่วมมือสำหรับผู้ติดต่อใช้บริการ ณ สาขาธนาคาร ในการปฏิบัติตนตามมาตรฐานดูแลความปลอดภัยที่ธนาคารแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก ทั้งเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของลูกค้าและคนไทยทั้งประเทศ &amp;nbsp;จะสามารถก้าวข้ามสถานการณ์แห่งความยากลำบากในครั้งนี้ด้วยกันได้ในที่สุด กรณีต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ Call Center สถาบันการเงินทุกแห่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61228</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., ศอฉ.โควิด-19, เปิดบัญชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a40122f100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาแรงต้านโควิด บิ๊กตู่งัดพรก.ฉุกเฉินเริ่มบังคับ26มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ได้เวลาใช้ยาแรง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; งัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้ไวรัสโควิด-19 เริ่ม 26 มี.ค.นี้ ระยะเวลา 1 เดือน ยกระดับเป็น &amp;ldquo;ศอฉ.โควิด-19&amp;quot; จัดคณะทำงานประสานกัน แย้มมาตรการมีทั้งขอความร่วมมือ-บังคับขู่ถ้ายังไม่ได้ผล &amp;quot;ปิดล็อก&amp;quot; หมด เตือนปล่อยเฟกนิวส์โดนแน่ โฆษก สธ.ชี้ถึงแม้จะใช้ยาแรง ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกและความร่วมมือของ ปชช. &amp;quot;เทพไท-สมชาย&amp;quot; หนุนทำให้มีเอกภาพ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; โลกสวยอย่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ปชช. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ข้องใจออก พ.ร.ก.แต่ยังขอความร่วมมือ ชง กมธ.ป.ป.ช.หาไอ้โม่งกักตุนหน้ากากอนามัย เปิดปมแอลกอฮอล์ราคาพุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทางไกลผ่านจอภาพ หรือระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณจากห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบฯ ไปยังรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง รวมถึงรัฐมนตรีที่ยังหยุดในช่วงกักตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า จากสถานการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 ราย มาตรการที่ออกไปแล้วในระยะที่ 2 มาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ วันนี้จะนำ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาประกาศ โดยจะประกาศใช้ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ซึ่งวันนี้ได้หารือมาตรการที่จำเป็นแล้ว ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการจัดระเบียบเรื่องการทำงาน ยกระดับเป็นศูนย์ฉุกเฉินในเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 หรือเรียกง่ายๆ ว่าศอฉ.โควิด-19 ซึ่งข้างล่างจะมีคณะทำงานสอดประสานกัน โดยมีปลัดกระทรวงของแต่ละภารกิจเป็นหัวหน้า ส่วนงานรับผิดชอบ เพื่อติดตามมาตรการที่ประกาศไว้เดิม อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะมีการเสนอมาตรการเพิ่มเติมมาที่ ศอฉ.โควิด-19 โดยผมเป็นผู้อนุมัติ เพราะอำนาจทางกฎหมาย 38 ฉบับของทุกกระทรวงมาอยู่ที่นายกฯ หมด เป็นการบูรณาการอย่างแท้จริงในการบริหารงานตรงนี้ ฉะนั้นการทำงานตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. เวลา 09.30 น. จะมีการประชุม โดยนำหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดมาเสนอ รายงานสถานการณ์ให้ทราบ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะประกาศออกไปเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนข้อกำหนดตนกราบเรียนว่าเมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญคือจัดตั้งคณะทำงาน ผู้รับผิดชอบภายในศูนย์ฯ ว่าจะทำงานกันอย่างไร ประเด็นสำคัญคือข้อกำหนดนั้นสามารถออกได้ตลอดเวลา ทุกวัน ดังนั้นระยะที่ 1 ที่จะประกาศนั้น คือการทำอย่างไรที่จะลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ อาจจะเป็นการขอความร่วมมือหรือบังคับบ้างอะไรบ้าง แต่ในส่วนที่ว่าจะปิดจะเปิดอะไรต่างๆ จะเป็นมาตรการในระยะต่อไป อาจจะเข้มข้นขึ้น อยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่สถานการณ์มีความจำเป็นเพื่อสุขภาพประชาชนโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะดูแลสุขภาพประชาชนให้ได้มากที่สุด ขอความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ที่ออกไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หากจะต้องกลับจะต้องเจอมาตรการต่างๆ การคัดกรอง การตรวจสอบระหว่างทางมากมาย เช่นเดียวกับการที่เราทำมาตลอดกับคนที่เดินทางจากต่างประเทศ จะต้องมีการกักตัวที่บ้าน หรือในพื้นที่ หากมีความจำเป็นจะต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐเพิ่มเติม หากมีการพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องหามาตรการอื่นรองรับ ไม่ว่าโรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่เป็นร้อยเป็นพัน ในเรื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ ก็ต้องจัดหาให้เพียงพอ วันนี้แม้จะมีการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามา แต่ยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ จึงต้องจัดซื้อจัดหาเพิ่มเติม ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก วันนี้ถ้าตื่นตระหนกมันก็คือปัญหา ขอให้ฟังรัฐบาลในการให้ข่าวข้อมูล ซึ่งจะมีการให้ข้อมูลทั้งวันในสื่อโซเชียลต่างๆ ตั้งแต่เช้าถึงเย็น จะมีศูนย์บัญชาการต่างๆ ขอให้รีบฟังช่องทางรัฐบาลเป็นหลัก&amp;quot;&amp;nbsp;
ประกาศใช้พรก.ฉุนเฉิน1เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ขอให้ทุกคนระวังการใช้สื่อโซเชียล การให้ข่าวสารบิดเบือน เดิมใช้กฎหมายปกติอยู่ แต่จากนี้จะแต่งตั้งเจ้าพนักงาน พลเรือน ตำรวจ ทหาร จัดตั้งด้านตรวจ จุดสกัด เตรียมพร้อมช่วยเหลือส่วนต่างๆ ในการทำงาน จะมีการปรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ก็จำเป็นต้องปิดล็อกต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ ไม่ว่าจะกักตุนสินค้าหรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ รวมถึงการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งเหล่านี้จะมีความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ จึงขอเตือนไว้ ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีระยะประกาศใช้ 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.นั้น ก็เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบได้มีเวลาเตรียมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. ซึ่งประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงแรกว่า วันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่ใจถึงใจ เพราะ ครม.ทำงานร่วมกันมานาน จากนั้นเมื่อถึงช่วงท้ายการประชุม นายกฯ ได้กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;วันนี้ตนก็ขออำนาจ ครม.เพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะขณะนี้สถานการณ์มีความจำเป็น จากนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อประกาศใช้ฉุกเฉินแล้วนายกฯ จะมีอำนาจมากขึ้นในการประกาศหรือทำอะไร หรือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ทหารตำรวจ อำนาจอยู่ที่นายกฯ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อขอมติ และไม่ใช่เป็นการปิดเมือง ปิดจังหวัด ปิดประเทศ เพราะคนไทยยังต้องเดินทางกลับมา โดยที่ประชุมทุกคนเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ สอบถามที่ประชุมว่าใครมีอะไรจะพูดหรือไม่ โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า อยากให้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพียง 1 เดือนก่อน แม้อำนาจการประกาศจะมีถึง 3 เดือนก็ตาม โดยมาตรการเบื้องต้นในการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพยายามหยุดการเคลื่อนย้ายของผู้คนให้อยู่กับบ้านให้มากที่สุด ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ควบคู่มาตรการทำงานเหลื่อมเวลา ส่วนมาตรการเปิด-ปิดสถานที่เสี่ยงยังคงเป็นไปตามประกาศของผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด และยังคงผ่อนผันให้เปิดตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต &amp;nbsp;ร้านอาหาร และสถาบันการเงิน เป็นต้น ขณะที่การเดินทางของประชาชนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ โดยเฉพาะรอยต่อของแต่ละจังหวัดอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเพียงพอต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ว่าการยกระดับมาตรการจะเพียงพอหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญประเทศที่มีการปกครองแบบจีน มาตรการมีความเข้มข้นตั้งแต่แรกได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ได้รับรายงานตัวเลขที่ลดน้อยลง ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน และระยะของโรคด้วย กฎทุกอย่างอยู่ที่ทุกท่านเองจะปฏิบัติหรือไม่ แม้โทษปรับจะแรงขึ้นเพิ่มเป็นล้าน ถ้าทุกคนไม่มีปฏิบัติ ทุกคนยังอยู่ที่บ้าน ไม่มีใครไปตามจับท่านได้ อยู่ที่จิตสำนึกและความร่วมมือร่วมใจกัน ถ้าเราไม่อยากให้ภาครัฐประกาศมาตรการที่เข้มข้นต้องกลับมาที่ตัวเราเองร่วมมือตั้งแต่วันนี้ ถ้า กทม.ประกาศแล้วได้ผล จะเป็นตัวอย่างของทุกจังหวัดได้ทั้งหมด แล้วไม่ต้องประกาศอะไรเพิ่มเติมอีกเลย เราอยากเห็นภาพนี้มากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว.และประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเร็วก่อนที่จะสายเกินไป เพราะอำนาจพิเศษนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะสามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน มีบัญญัติในมาตรา 9 และ 11 รวมๆ ประมาณ 16 มาตรการ จะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ เพราะตอนนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังรุนแรง ลุกลามขยายตัวมาก จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาในลักษณะรวมศูนย์ โดยใช้ ศอฉ.เป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหาทั้งหมด แม้อาจจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนบ้าง แต่ก็ขอให้ทุกคนเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ในการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
พท.ข้องใจทำไมขอความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สรุปเป็นการแถลง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยังไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันนี้ นอกเหนือจากการที่ประชาชนต้องเสียสมาธิกับการแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ เดี๋ยวหน้ากากอนามัยหลุด เดี๋ยวแว่นตาหล่น แถลงเสร็จก็ลุกลี้ลุกลนเดินออกไป ไม่ได้อยู่ตอบคำถามเพิ่มเติมใดๆ จากนักข่าว ส่วนของเนื้อหาที่แถลงก็ดูว่ามีความย้อนแย้งอยู่ในตัวเอง คือจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.2563 เป็นต้นไป แต่เบื้องต้นจะขอความร่วมมือจากประชาชน จึงเกิดคำถามว่า ถ้าจะใช้วิธีการขอความร่วมมือแล้วทำไมต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และไม่ควรมีเป้าหมายเพื่อการควบคุมสื่อหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงไม่ควรมีการขยายขอบเขตของการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปเพื่อการอื่นหากประชาชนจะร้องเรียนเรื่องหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ ขาดตลาดหรือราคาแพง จะสามารถร้องทุกข์กับรัฐบาลได้หรือไม่ จะตกเป็นกลุ่มที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรการที่รัฐออกมาก่อนหน้านี้เป็นมาตรการสนับสนุนการแพร่เชื้อโควิด-19 ให้มีการกระจายไปในหลายพื้นที่ เมื่อมีมาตรการปิดร้านอาหาร แรงงานในภาคบริการไม่มีเงินใช้ก็กลับบ้านต่างจังหวัด หากเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็จะเป็นพาหะอย่างดี ภายหลังมาตรการล็อกดาวน์ พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนถึงวันนี้จะถึง 1,000 คนแล้ว เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในเวลานี้ช้าไปมาก แต่ก็ยังดีหากออกมาแล้วคุมอยู่ รัฐจะออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ออกได้ แต่ต้องมีมาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย ออกมาตรการอะไรต้องมีมาตรการรองรับและไม่ควรเปิดโอกาสให้เจ้าสัวหาประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ว่า วิกฤติที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้กฎหมายปกติอ่อนแอหรือคณะรัฐมนตรีมีอำนาจน้อยเกินไป แต่หัวใจของปัญหาที่นำมาสู่วิกฤติเกิดจากการที่รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การวางแผนอย่างไม่รอบคอบ ขาดการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเพียงพอ รวมถึงความล้มเหลวในการเปิดเผยข้อเท็จจริงและการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างจำกัดและระมัดระวัง ต้องไม่ใช้เพื่อลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตาม พ.ร.ก.นี้ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง และพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.นี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่ฉวยโอกาสใช้อำนาจตามอำเภอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัยจนทำให้ราคาแพงและหายากว่า ในฐานะกรรมาธิการ ป.ป.ช. คงร่วมกับกรรมาธิการในคณะทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องน่ารังเกียจ จะไม่ยอมให้ใครก็ตามที่หากินกับวิกฤติของชาติลอยนวลไปได้อย่างแน่นอน เรามอบให้คณะอนุกรรมาธิการไปทำการบ้านและนำรายละเอียดเข้าพิจารณาในคณะใหญ่วันพุธที่ 25 มี.ค. เชื่อว่าคงมีความคืบหน้าไปไม่น้อย และยังได้รับการร้องเรียนเรื่องแอลกอฮอล์ด้วยว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลของการบริหารจัดการที่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และเสกให้ต้นทุนแอลกอฮอล์ที่ราคาถูกมากๆ กลายเป็นสินค้าราคาแพงได้อย่างมหัศจรรย์ ดังนั้นจะเสนอให้กรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ควบคู่ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช. วันพุธที่ 25 มี.ค. จะมีการเชิญอธิบดีกรมการค้าภายใน กรมสรรพากร หน่วยงานที่ดูแลผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยขาดแคลน แต่ ส.ส.ต่างจังหวัดที่เป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้แจ้งลาประชุมหลายคน เนื่องจากหากเดินทางเข้ามา กทม. เมื่อกลับไปต่างจังหวัดจะต้องถูกกักตัว จึงยังไม่แน่ใจว่าจะประชุมได้หรือไม่ และวันนี้พบปัญหาวัสดุที่จะมาทำหน้ากากผ้า มีการขึ้นราคา หนังยางที่ใช้เย็บขาดตลาด หรือมีการขึ้นราคาไปมาก เดิมหนังยางม้วนละ 75 บาท ตอนนี้ราคาสูงถึง 300 บาท เรื่องนี้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูให้ครบวงจร ไม่อยากให้มีการใช้สถานการณ์แบบนี้มาแสวงหาผลประโยชน์ เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส แล้วมาสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60794</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิดีโอคอนเฟอเรนซ์, ศอฉ.โควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7a18d30b12e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
