<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์เรื่องวุ่นๆ ในพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกตั้ง 24 มี.ค. ผ่านพ้นกันไป หลายพรรคการเมืองยังวุ่นๆ กับระบบคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตกลงใช้สูตรและวิธีไหนคำนวณจำนวน ส.ส.กันแน่ เลยทำให้ตัวเลขที่พรรคการเมืองกับที่ กกต.คิด ไม่ตรงกันเสียที กลายเป็นเรื่องวุ่นๆ ที่ยังไม่ได้คำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ต่างทวงถามเร่งเร้า กกต. เปิดผลนับคะแนนรายหน่วย ไปจนถึงวิธีคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนอีกพรรคที่เป็นพันธมิตรการเมืองอย่างพรรคเพื่อชาติ ก็วุ่นวายเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรื่องระบบคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เป็นปัญหาภายใน ระหว่างผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง กับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อชาติหลายสิบคนพร้อมใจกัน ลุกฮือมาทวงถามงบสนับสนุนการเลือกตั้ง ที่ทางบิ๊กเพื่อชาติเคยรับปากจะช่วยเหลือตอนช่วงเลือกตั้ง แต่จนแล้วจนรอด หลังเลือกตั้งก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนเสียที กลายเป็นเรื่องราวจากภายใน ลามออกมาสู่ภายนอก ร้อนถึงแกนนำพรรคหลายคนต้องออกมาชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศักดา นพสิทธิ์&amp;quot; รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรค นั่งไม่ติด เลยขอออกมาพูดชี้แจง ย้ำชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พรรคสนับสนุนผู้สมัครไปแล้ว ทั้งในเรื่องค่าสมัคร ส.ส. และงบดำเนินการสำหรับการหาเสียง เช่น ค่าป้าย ค่าแบนเนอร์ แต่ในส่วนที่ผู้สมัครควักออกไปเอง ตรงนี้จะมาเรียกร้องกับทางพรรคคงไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เท่านั้น ศักดายังฝากบอกไปถึง กกต. เร่งให้ เปิดเผยวิธีคำนวณ ส.ส. เพราะตรงนี้มีผลต่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หลายพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องวุ่นๆ เพื่อชาติจะลงเอยยังไง ยังไม่รู้ ศักดาก็เป็นหนึ่งในผู้รับเรื่องร้อน เคลียร์เรื่องร้อนๆ แม้ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ก็สู้ให้พรรคอย่างเต็มที่ รอบหน้าคงต้องขยับจากรองเลขาธิการ ขึ้นชั้นเป็นเลขาธิการพรรคได้เลย (อิอิ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม้าไม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32948</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ม้าไม้, ศักดา นพสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาถา!พรรคจตุพรแตก ผู้สมัครส.ส.โวยสู้แล้วจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งจบแต่พรรคเพื่อชาติไม่จบ! &amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.ด่ากราดแกนนำบางคน ไร้สัจจะ หลอกลวง รับไม่ได้ ตอนจีบลง ส.ส.บอกพร้อมหนุนเงินเต็มที่ สุดท้ายทวงถามไปกลับบอกให้รอไปก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดคลิปถล่มซ้ำ รับไม่ได้ พรรคทำสูญเงินหาเสียงนับล้าน ไม่เคยเหลียวแล ตัดพ้อสู้แล้วเขารวย แต่พวกเราสู้แล้วจนลงๆ นัดรวมตัวบุกที่ทำการพรรคพุธนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อชาติแจ้งว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตพรรคเพื่อชาติหลายสิบคน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องขอความชัดเจนเกี่ยวกับงบสนับสนุนในการดูแลช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และมีการบันทึกคลิปเอาไว้ด้วย โดยผู้สมัครรายหนึ่งบอกกับตัวแทนกรรมการบริหารพรรคที่มารอรับหนังสือช่วงหนึ่งว่า มาจนบัดนี้เลือกตั้งแล้ว ไม่มีใครประสานงานกับพวกเรา ก่อนหน้านั้นเรื่องเอกสารบ้าง อะไรบ้าง ประสานงานกันจัง มาถ่ายรูปกัน แต่พวกเราเดือดร้อนกันจริงๆ พรรคเราได้ที่นั่งน้อยนิดนึง นั่นคือเป็นปัญหา เพราะไม่เคยได้เยียวยา เอาทุนให้เขาไปหาเสียงตรงนี้มากกว่า ตรงนี้เราโดนตำหนิติเตียน เงินไม่จ่ายค่าคนเดินบ้าง เขาก็ไปพูดกันอะไรกัน จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้รับการดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;&amp;hellip;.ตอนผมโดนแจ้งความ พอตำรวจโทร.มา ก็ปรึกษา.. ในฐานะผู้ประสานงาน บอกว่าผมโดนข้อหา โดนคดีแล้วนะ ข้อหาเกี่ยวกับไม่จ่ายตังค์ ผมเรียนให้ท่าน&amp;hellip;ทราบ โทร.หาท่าน&amp;hellip;.โดยตรง โทร.หาใครไม่ติดสักคน คุยไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัคร ส.ส.อีกคนพูดเสริมขึ้นมาว่า &amp;quot;&amp;hellip;.เป็นนายกฯ บริหารส่วนตำบล&amp;hellip; เป็นมา 3 สมัย พรรคมาขอร้องให้ผมลาออก เดี๋ยวจะดูแลเต็มที่ จะให้พิเศษอย่างโน้นอย่างนี้ ไอ้ผมก็เออ มันก็ใกล้เลือกตั้ง พรรคมาคะยั้นคะยอ บอกเอาเลยพี่ เดี๋ยวผมให้พิเศษ ในที่สุด หมดค่าใช้จ่ายไปประมาณล้านต้นๆ เป็นหนี้ป้าย ค่าอะไรต่ออะไร ยังไม่ได้ให้เขา ถามว่าเรามีกะตังค์ไหม เรามีอยู่ 3-4 แสน เราก็หมดที 4-5 แสน ก็หมดไปด้วยกัน ก็ขอชี้แจงให้ทางผู้บริหารได้ทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ผู้สมัคร ส.ส.ผู้หญิงกล่าวขึ้นมาว่า ในฐานะตัวแทนว่าที่ผู้สมัครทุกเขตทั่วประเทศไทย ทั้งที่มาได้และมาไม่ได้ เรามาขอยื่นหนังสือผ่านกรรมการบริหารพรรคว่า พรรคจะมีนโยบายเยียวยาผู้สมัครอย่างไร และขอความอนุเคราะห์จากประธาน กรรมการ หัวหน้าพรรค ออกมาสอดส่องดูแลเรา มาถามสารทุกข์สุกดิบเราบ้าง ให้เหมือนวันเริ่มต้น เป็นเหมือนญาติพี่น้องกัน แต่ในวันนี้ เหมือนเราไม่ใช่ญาติพี่น้อง เหมือนกับเป็นคนอื่น เลยขอส่งหนังสือผ่านไปถึงหัวหน้าพรรค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในกลุ่มไลน์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ แต่ละกลุ่มที่มีการแยกไปตามภูมิภาค ต่างตัดพ้อการทำงานของพรรค และแกนนำพรรคบางคนอย่างดุเดือดเช่นกัน และมีการส่งข้อความปรับทุกข์ในกลุ่มผู้สมัครไปมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หนึ่งในผู้สมัคร ส.ส.ระบุว่า &amp;quot;&amp;hellip;.ความจริงผมไม่มีทุนมากพอที่จะใช้จ่ายในการสมัคร ส.ส. แต่พี่&amp;hellip;.บอกว่าทางพรรคจะช่วยค่าใช้จ่ายให้เพียงพอ ผมจึงได้ตัดสินใจลงสมัคร และเมื่อมาถึงบัดนี้ก็ไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด ผมพยายามติดต่อท่าน&amp;hellip; ก็ได้รับคำตอบให้รอ จนผมไม่สามารถที่จะรอได้ เหตุเพราะเกิดความเสียหายจากลงสมัคร ส.ส.ของผมในครั้งนี้อย่างประมาณค่าไม่ได้ เพราะบุคคลมวลชนที่เชื่อถือศรัทธาผม กำลังเข้าใจผมผิดว่าผมเป็นรับจ้างลงสมัคร ส.ส. ผมคิดว่าจำเป็นต้องยุติหน้าที่ของผู้สมัคร ส.ส.เขต&amp;hellip; .ในนามพรรคเพื่อชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้สมัครอีกคนในแถบภูมิภาคอีสาน ตัดพ้อผ่านกลุ่มไลน์ว่า สู้แล้วเขารวย แต่ผมสู้แล้วจนลงๆ สังคมไทยเรามันช่างน่าเบื่อจริงๆ นะ ทำเพื่อคนส่วนมาก แต่คนที่ไม่ทำหรือทำพอได้หน้านิดหน่อย ก็เสนอหน้าว่ากูคือนักสู้เพื่อประชาชน มีเยอะมากครับ &amp;hellip;(เขตและจังหวัด) ไม่เอาพรรคเพื่อชาติแล้วนะครับ บัก&amp;hellip; ไร้สัจจะ มันคือพรรคของคน.. แต่หลอกคน&amp;hellip;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครอีกหลายรายที่ได้พิมพ์เข้ามาไลน์กลุ่มเชิงตัดพ้อต่อว่าผู้สนับสนุนพรรคบางคนอย่างรุนแรง และสุดท้ายได้ดีดตัวเองออกจากกลุ่มไลน์ไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในวันพุธที่ 3 เม.ย. เวลา 10.00 น. กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ ทั้งในโซนภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาค กทม. ภาคอีสาน อีกหลายสิบคน ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องดังกล่าว นัดรวมตัวที่ทำการพรรคเพื่อชาติ เพื่อสอบถามความชัดเจนกับคณะผู้บริหารพรรคอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อชาติ ออกมาทวงถามงบสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งจากผู้ใหญ่ในพรรคว่า โดยข้อเท็จจริงพรรคสนับสนุนงบประมาณช่วยผู้สมัครไปตามกรอบกฎหมายตามที่กกต.กำหนด และผู้สมัครหน้าใหม่ก็ต้องช่วยตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงกัน แต่เมื่อผู้สมัคร ส.ส.สูญเสียเงินส่วนเกินจากตรงนี้ไป จะมาขอให้พรรครับผิดชอบด้วยจะเป็นไปได้อย่างไร การมาพูดว่าพรรคทำผิดสัญญา ไม่รับผิดชอบ ถือเป็นการพูดที่ด่วนสรุปเกินไป เพราะเท่าที่ติดตามข้อเท็จจริง ผู้สมัครก็ยอมรับพรรคได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายไปให้ส่วนหนึ่ง การจะมาเรียกในส่วนที่ตนเองได้ออกไปนั้น คงไม่ใช่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดากล่าวว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้น มีคนในพรรคโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก เรื่องนี้จะทำให้พรรคเสียหายหรือไม่ จะเป็นประเด็นร้องเรียนจนทำให้ กกต.มาสอบ จะเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เมื่อดูตามประเด็นข้อกฎหมายคงไม่ถึงขนาดนั้น อย่างไรก็ดี ผู้สมัครก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง เคยไปพูดกับใคร และใครที่เคยไปรับปาก ต้องดูคนคนนั้นมีสถานะอะไรในพรรค มีผลผูกพันกับพรรคเพื่อชาติจริงหรือไม่ ค่าใช้จ่ายช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคได้วางกฎเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณ 1.ค่าสมัคร ส.ส.ที่พรรคออกให้ 2.งบสนับสนุนค่าจัดทำป้ายหาเสียง ค่าแบนเนอร์ ค่ารถช่วยหาเสียง ในงบประมาณเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามที่ กกต.และกฎหมายกำหนดมา ค่าใช้จ่ายผู้สมัครไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติกล่าวอีกว่า หลังจากวันปิดประกาศรับสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อ พรรคได้แบ่งงานความรับผิดชอบให้แกนนำพรรครับผิดชอบดูแลผู้สมัครแต่ละโซน เช่น โซนภาคกลางและ กทม. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นผู้รับผิดชอบ, โซนภาคเหนือ นายเพชรวรรต วรรณศิริกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่สาม เป็นผู้รับผิดชอบ, &amp;nbsp;โซนภาคอีสาน ภาคใต้ นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคคนที่สอง เป็นผู้รับผิดชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หลังจากวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. เมื่อผลคะแนนเสียงออกมา ซึ่งมีคนแบ่งออกเป็น ฝ่ายที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจกับฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อดูคะแนนเสียงแต่ละฝ่าย หากรวมคะแนนเสียงกันเป็นไปในลักษณะคะแนนเสียงก้ำกึ่งกัน รวมทั้งยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานจัดการงานของ กกต. เกิดข้อครหาว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมา ขอเรียกร้องให้ กกต.ชี้แจงทั้งในส่วนงบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งกว่า 5.8 พันล้านบาท ที่ต้องไม่ทำให้สูญเปล่า รวมทั้งเร่งสรุปวิธีคำนวณจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้ชัดเจน เพราะมีผลต่อคะแนนเสียงของหลายพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดา นพสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca380696775c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติหน้า!พปชร.ชนะ &#039;เหลิม&#039;หยันแพ้พท.100%/ดับฝันเบอร์เดียวทั่วปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เฉลิม&amp;quot; ตั้งโต๊ะแถลงที่บ้านริมคลอง รับแก่แล้ว จะขยันหาเสียงแบบทิ้งทวน ฟันธง พปชร.ไม่มีทางชนะเลือกตั้งแต่กลัวโดนโกง ปัดขัดขา &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; แค่ข่าวเสี้ยม โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ กำชับ 4รมต.ระมัดระวังทำกิจกรรม แต่ไม่ได้บังคับให้ลาออก &amp;nbsp;อ้างเป็นสิทธิ์แต่ละคน &amp;quot;ป้อม&amp;quot; หายป่วย ยันไม่ใช้ ม.44แก้บัตรเลือกตั้ง เวที กกต.รับฟังพรรคการเมืองยังไร้ข้อสรุป ดับฝันเสนอใช้เบอร์เดียวทั่วประเทศ ตัวแทนพรรคข้องใจ กกต.รอความเห็นจากใครกันแน่ &amp;nbsp;&amp;quot;พปชร.&amp;quot; จัดระดมทุนคึกคัก ยอดบริจาคเกิน 650 ล้านแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ ที่บ้านริมคลอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า ตนไม่ต้องการทะเลาะกับใคร หรือกับพรรคการเมืองใด แต่เนื่องจากอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน มองการเมืองได้ทะลุปรุโปร่ง การกำเนิดของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 4 รัฐมนตรียังอยู่ในตำแหน่ง จดแจ้งเป็นพรรคการเมืองมีตำแหน่งในพรรค &amp;nbsp;ถามหน่อยเถอะว่าแบบนี้ในประเทศไทยเคยมีหรือไม่ พอตนเรียกร้องให้ลาออกก็โกรธ จะมาโกรธทำไม คุณต้องมีสำนึก พอจะลงเลือกตั้ง แจกโน่นแจกนี่แจกนั่น &amp;nbsp;ไม่อิจฉาประชาชน แต่ทางการเมืองเขาถือว่าเอาเปรียบ ถ้าทำมาแต่ต้นมันก็ไม่น่ารังเกียจ แล้วยังการไปเอาสมาชิกพรรคการเมืองพรรคอื่น เรียกว่าไปดึงตัว อย่าเรียกว่าไปดูด ข่าวสารออกมาทุกระยะว่ามีเรื่องผลประโยชน์แลกกับคดีความ แล้วพรรคอย่างนี้จะมาชนะการเลือกตั้งได้อย่างไร พอฟันธงว่าแพ้ก็ฟูมฟายโกรธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันวันนี้ พปชร.ไม่มีวันชนะ แพ้พรรคเพื่อไทย 100% ขอย้ำอีกครั้ง อย่าไปก่อให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้าเลย ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เกือบ 300 แล้วพรรคคุณจะรัฐบาลอย่างไร คุณมี ส.ส. 25 คน เป็นนายกฯแล้วหาอีก 100 เป็น 126 รวม ส.ว.อีก 150 ถ้าคุณชนะด้วยเสียง ส.ว. แต่พอตั้งนายกฯ เสร็จแล้ว ส.ว.ต้องกลับ รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะบริหารประเทศชาติอย่างไร เลือกแล้วจะคิดยุบสภาเลยหรือ เผลอพูดไปว่าจะได้ 300 เสียง ผมบอกเลยว่าชาติหน้าเถอะ พปชร.ไม่ใช่คู่แข่งเพื่อไทย สบายมาก กทม.ขอฟันธงพปชร.ถ้าจะได้ก็แค่คนเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า วันนี้ 4 รัฐมนตรียิ่งอยู่คะแนนยิ่งหด ไม่สง่างาม สังคมเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน พี่น้องประชาชนก็เปลี่ยน การเมืองเขาเห็นกันหมด เอาเด็กมาด่าผมว่าเป็นนักต่อรอง ชีวิตผมไม่มีคดีทุจริต ไม่เหมือนพวกจันทร์อับ มีคดีใน ป.ป.ช.เต็มไปหมด แต่ผมมีแค่คดีเดียว แต่ไอ้พวกจันทร์อับไม่กล้าพูดในสภา การพูดวันนี้เป็นการพูดในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่พรรคก็รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า พรรคการเมืองบางพรรคพูดว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วต้องเผชิญหน้า ขอถามว่าเผชิญหน้ากับใคร ตรงนี้เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยาก แต่เพื่อไทยมีธงต้องแก้ ตนเห็นด้วยที่สุด เพราะในกลุ่มอาเซียนบ้านเราย้อนยุคมากที่สุด จึงจะเสนอพรรคให้มีการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ทั้งหมด 11 ประเด็น อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ว่าต้องนุ่มนวล เวลาให้สัมภาษณ์คุณดุดันเหลือเกิน ไม่ยอมเด็ดขาด ไม่ให้ต่างชาติมาสังเกตการณ์บ้านเมือง มันจะเป็นอะไรหนักหนา ถ้าสะอาดหมดจดต้องให้เขามาสังเกตการณ์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจของทางรัฐบาลและ กกต. โดยเฉพาะ กกต.ต้องเข้มแข็ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าว ร.ต.อ.เฉลิมไม่ลงรอยกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่า ไม่จริง ตนไม่เคยมีความไม่ลงรอย เป็นการปล่อยข่าวให้เกิดความแตกแยกในพรรค ตนไม่เคยคิดเป็นนายกฯ ถ้าพรรคเพื่อไทยเลือกก็สนับสนุน จะจัดให้ตนขึ้นปราศรัยพร้อมกับคุณหญิงสุดารัตน์ตนก็พร้อม เพราะตนมีตารางชัดเจนอยู่แล้ว การเมืองจะมามัวน้อยใจไม่ได้ เลือกตั้งรอบนี้ตนจะขยันแบบทิ้งทวน เพราะแก่แล้ว แต่จะอยู่ให้ครบเทอม อย่างน้อยก็อีก 4 ปี แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สิ่งที่ตนกลัวที่สุดคือกลัวโกง วันนี้ตนกำชับแล้ว ในพื้นที่ให้เข้มงวดตั้งแต่เปิดหีบบัตรลงคะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวว่า พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนต่อไป ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า &amp;ldquo;ถือเป็นสิทธิ ไม่ขอแสดงความเห็น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ทีมปราศรัยหาเสียงพรรค พท. กล่าวว่า ตำแหน่งหัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงของ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ใช่การปูนบำเหน็จทางการเมืองที่จะมาปลดกันได้ คนที่มาเป็นทีมปราศรัยมาจากความเสียสละ ทุ่มเท มีความรู้ ความสามารถเป็นที่ยอมรับ การออกมาพูดความเท็จว่ามีขัดแย้ง หรือการเสนอให้ปลดนั้น เป็นการเต้าข่าวที่ปราศจากข้อเท็จจริง ลองไปนับขุนพลปราศรัยทางการเมืองของเมืองไทยในระดับแถวหน้ามีกี่คน แล้วไปอยู่ที่ไหนมา ถึงไม่รู้จักขุนศึกฝั่งธนฯ ดาวสภา ฉายาไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม ซึ่งจะแตกต่างจากพวกอยู่ในสภาหลายปี แต่นั่งประชุมไม่กล้ากระดิกไหวตัว เพราะกลัวประธานชี้ให้พูด
นายกฯ ไม่บังคับ 4 รมต.ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อนานาชาติ ว่าจะจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส เพราะสัญญาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาล เห็นได้ชัดจากท่าทีของนายดอน ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้องค์กรต่างประเทศส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ต้องใส่ใจต่อเสียงสะท้อนจากองค์กรต่างๆ ที่มีเข้ามา หากอยากเป็นนักการเมืองที่ดีและมีความเป็นประชาธิปไตย ต้องเริ่มต้นจากการทำให้โลกยอมรับตั้งแต่ก้าวแรก หากปิดกั้น ระวังทั่วโลกจะไม่ให้การยอมรับแม้จะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายๆ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้ง 4 รัฐมนตรีที่ร่วมทำงานการเมืองกับ พปชร.ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าให้ระมัดระวังการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว โดยต้องมีความรอบคอบในการดำเนินการเรื่องต่างๆ อย่าใช้เวลาราชการไปทำงานการเมือง และแยกแยะระหว่างนโยบายรัฐบาลกับนโยบายของพรรคการเมืองให้ชัดเจน อย่าให้ประชาชนเกิดความสับสน เพื่อป้องกันปัญหาการร้องเรียนและตรวจสอบในอนาคต ส่วนการลาออกของ 4 รัฐมนตรี เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน โดยกฎหมายเปิดกว้าง ไม่ได้บังคับ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำว่าไม่ควรเอานโยบายของรัฐบาลไปทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับนโยบายของพรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายนโยบายของรัฐบาลนี้พรรคพปชร.จะเอาไปหาเสียงด้วย นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า หากเห็นว่าเกิดประโยชน์ ทุกพรรคการเมืองสามารถเอานโยบายของรัฐบาลไปใช้ได้ตามกรอบกฎหมาย แต่หากพรรคการเมืองใดเอาไปอ้าง หรือเหมารวมว่าเป็นนโยบายของพรรคตัวเองก็ไม่ควร แต่ถ้าบอกว่าจะสนับสนุนนโยบายนั้นๆ ก็ทำได้ โดยไม่ควรให้ประชาชนสับสนคิดว่าเป็นนโยบายที่พรรคคิดขึ้นเอง ซึ่งอาจมีปัญหาต่อข้อกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเสียงวิจารณ์ที่รัฐบาลแจกของขวัญปีใหม่หวังผลการเลือกตั้งนั้น นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทุกกระทรวงก็จะมีมาตรการเพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน เพียงแต่ปีนี้อยู่ในช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 รัฐบาลจึงถูกวิจารณ์ว่าคิดนโยบายขึ้นมาหาเสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการไม่เข้าประชุม ครม.และ คสช. เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นไข้หวัด อากาศเปลี่ยน ตอนนี้ไม่มีไข้แล้ว หายดีแล้ว พร้อมทำงาน ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนตั้งข้อสังเกตว่า แอบไปช่วยพรรค พปชร.ระดมทุน พล.อ.ประวิตร กล่าวติดตลกว่า &amp;quot;ระดมทุนอะไร นอนซมอยู่ที่บ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตอบโต้ของฝ่ายการเมืองจะส่งผลต่อบรรยากาศในการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็พูดกันไป ให้ไปคิดกันเอาเอง ส่วนที่ พปชร.และ ร.ต.อ.เฉลิมตอบโต้กันค่อนข้างจะรุนแรงนั้น ตนไม่ทราบ อยากตอบโต้ก็พูดกันไป สำหรับการลงพื้นที่ของนักการเมืองนั้น ก็อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องยึดตามกฎหมาย ทั้งนี้ เราไม่จำเป็นต้องไปกำชับ กกต. ซึ่งเขาก็รู้หน้าที่ของเขาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อเสนอแนะของพรรคการเมืองที่จะให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า ประเทศไทยไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ถึงจะต้องให้ต่างชาติเข้ามาดูแล เราก็มี กกต. ในขณะที่การเลือกตั้งในประเทศอื่นๆ ก็ไม่ได้ให้องกรค์ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองเริ่มปลุกกระแสว่าการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 จะไม่เป็นธรรม ก็ไปคิดกันเอาเอง จะพูดอะไรก็พูดได้หมด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่รัฐและ กกต.ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะไปปลุกกระแสอะไรกัน
ถก กกต.ยังไร้ข้อสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในอนาคตอาจเกิดการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และอาจจะเกิดความวุ่นวาย รองนายกฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า ไม่มี คิดกันไปเอง ซึ่งตนดูแลได้ ในส่วนของการหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปจับตาอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเราเปิดโอกาสให้ลงพื้นที่หาเสียงได้อิสระแล้ว ส่วนที่ทางฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้หาเสียงได้ในทุกพื้นที่ หรือ Free Zone นั้น ทำไม่ได้ เนื่องจากว่าเป็นระเบียบซึ่ง กกต.ได้กำหนดไว้แล้ว และจะไม่มีการใช้อำนาจตาม ม.44 แก้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.ให้เป็นแบบพรรคเดียวเบอร์เดียวตามฝ่ายการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมหารือระหว่าง กกต. พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยมีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมหารือจำนวน 77 พรรค โดย กกต.ได้กำหนดประเด็นหารือไว้ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การกำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง 2.การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำ การกำหนดสถานที่ หรือที่ปิดประกาศแผ่นป้ายโฆษณาการเลือกตั้ง และ 3.การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. แถลงว่า พรรคการเมืองมีข้อเสนอเรื่องค่าใช้ในการหาเสียง ส.ส.แบบแบ่งเขตที่มีข้อเสนอตั้งแต่ขั้นต่ำ 2 แสนบาท ถึง 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขปรับขึ้นจาก 1.5 ล้านบาทจากปีที่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองมีข้อเสนอที่หลากหลาย แต่เบื้องต้น กกต.คำนึงถึงจำนวนผู้สมัครที่แต่ละพรรคจะส่งสมัครในแต่ละเขต ส่วนเรื่องสถานที่ ขนาดของประกาศ ป้ายหาเสียงและจำนวน โดยจำนวนป้ายมีทั้งเสนอว่าเพียงพอ น้อยเกินไป และควรมีมากกว่าที่กำหนด แต่ที่เห็นร่วมกันคืออยากให้เร่งประกาศสถานที่ติดป้ายโดยเร็ว ส่วนเนื้อหาในป้าย นอกจากที่ กกต.กำหนดเป็นตุ๊กตาว่าให้รูปผู้สมัคร หัวหน้าพรรค และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรค จะสามารถมีรูปคู่กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อได้หรือไม่ ทั้งนี้ ตามกฎหมายต้องคำนึงว่าจะนำมาติดป้ายได้หรือไม่ คือบุคคลนั้นเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวว่า ในส่วนของการรับฟังหลักเกณฑ์การหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย มีการหารือใน 8 ประเด็น ตั้งแต่การนิยามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ การนำหุ่นยนต์และป้ายแอลอีดีมาใช้หาเสียงได้หรือไม่ ซึ่ง กกต.ตีความว่าเป็นการหาเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการหาเสียงอาจจะเป็นสีสันการเลือกตั้งที่หุ่นยนต์จะเดินมาคุยกับท่าน เรื่องการกำหนดให้พรรคแจ้งรายละเอียดช่องทางหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรการควบคุมตรวจสอบมีมาตรการอย่างไร เพื่อให้มีคำสั่งแก้ไข ลบ ได้ทันเวลา ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้สมัครก่อนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งมีการเสนอให้ กกต.ตั้งคณะทำงาน วอร์รูม เพื่อให้พรรคการเมืองแจ้งเข้ามาโดยตรง และให้ กกต.แก้ข่าวเมื่อมีการหาเสียงที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการตั้งวอร์รูมจะแล้วเสร็จในอีกไม่นาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น จึงยังไม่มีข้อสรุป จะมีข้อสรุปต่อเมื่อผ่านการหารือของ กกต.ทั้ง 7 คน แต่ยืนยันว่าจะทำร่างระเบียบต่างๆ ให้เสร็จก่อนปีใหม่ ซึ่งขณะนี้เหลือ 8 ฉบับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวอีกว่า ในที่ประชุมไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอให้ใช้เบอร์เดียวทั่วประเทศ ส่วนที่มีการเสนอให้แก้ไขกฎหมาย หรือให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อให้การเลือกตั้งสะดวกขึ้น คงไม่ใช่หน้าที่ กกต. การที่ กกต.มีมติให้บัตรเลือกตั้งมีชื่อ โลโก้พรรค ก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และเห็นช่วงนี้เราต้องใช้ระยะเวลาให้เร็วที่สุดในเรื่องการจัดเลือกตั้ง อะไรที่ไม่เกี่ยวเราจะไม่พิจารณา
ข้องใจ กกต.รอใครสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.กล่าวถึงการมีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากต่างประเทศว่า เป็นประเด็นที่ กกต.ชุดก่อนดำเนินการมาตั้งแต่มี 2546 เท่าที่หารือกับ กกต.ทั้ง 7 คน ทุกคนเห็นด้วยในหลักการที่จะให้เข้ามาสังเกตการณ์ได้ เราจะประชุมเพื่อกำหนดท่าทีที่ชัดเจนเร็วๆ ส่วนท่าทีของนายดอน ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของ กกต. ถ้าอ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายดอน คิดว่าเป็นส่วนเสริมข้อมูลกันมากกว่าที่จะเป็นความเห็นที่ขัดกัน ส่วนภาวะการเมืองไม่อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. เราจะดูเขามาแล้วพร้อมจะปฏิบัติตามกฎระเบียบของเราหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนหารือว่า จะนำเรื่องเบอร์ของผู้สมัครเข้าหารือกับ กกต.ด้วย เพราะเห็นว่าถ้าผู้สมัครในพรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศจะเกิดประโยชน์มากกว่า และประชาชนจะได้ไม่สับสน ส่วนจะทำอย่างไร ต้องแก้ไขกฎหมายหรือไม่ กกต.ต้องเป็นผู้พิจารณาว่าสามารถทำได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเสนอให้ใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ ที่น่าเป็นห่วงคือ ต้องมีการแก้ไขกฎหมายหรือไม่ หากในที่สุดบอกว่าจะให้เป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ แล้วการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ก็จะเป็นการกระชากอารมณ์ประชาชน ซึ่งไม่คิดจะเป็นประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้พรรคการเมืองใช้หมายเลขเดียวในทุกเขตทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ จะต้องแก้ไขกฎหมายที่ต้องใช้เวลา จะเป็นปัจจัยที่ทำให้วันเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ นอกจากนี้ยังทำให้บัตรเลือกตั้งมีช่องว่างหากพรรคการเมืองไม่ส่งผู้สมัครในเขตนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กกต.ควรอำนวยความสะดวกแก่พรรคการเมืองในช่วงของการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการติดป้ายหาเสียง ทุกพรรคทุกฝ่ายควรมีเสรีภาพในการดำเนินการ กกต.ควรทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ส่วนตัวเห็นว่าหากใช้วิธีการพรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ก็จะเกิดประโยชน์มากกว่า แต่ครั้งนี้ขึ้นอยู่กับกกต.ที่จะเป็นผู้พิจารณา เพราะมีการแก้ไขกฎหมาย &amp;nbsp;หาก กกต.เห็นว่าการดำเนินการในปัจจุบันมีเสรีภาพ และสามารถทำได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ยังมีเรื่องกฎหมายที่มีคำสั่ง คสช.กำกับยังไม่เป็นการปลดล็อกที่แท้จริง เพราะสื่อต้องทำหน้าที่ตรวจสอบให้ประชาชน และยังเป็นพื้นที่ให้แต่ละพรรคได้วิพากษ์วิจารณ์เต็มที่ ซึ่งได้แก่ประกาศ คสช.ฉบับที่ 97/2557, ประกาศ คสช.ฉบับที่ 103/2557 แก้ไขเพิ่มเติมจากประกาศฉบับที่ 97/2557 คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเท่าที่ควร ส่วนบางคำถามที่หลายๆ พรรคการเมืองเตรียมมาเสนอในวันนี้ ก็มิสามารถนำเสนอได้ อาทิ เรื่องหนึ่งพรรค หนึ่งเบอร์เลือกตั้งทั่วประเทศ การทำเช่นนี้ของ กกต. ส่งผลให้เกิดข้อกังขาถึงการทำงานของ กกต.ว่าเป็นอิสระจริงหรือ หรืออยู่ภายใต้การกำกับของใคร กกต.มีอำนาจในการตัดสินใจจริงหรือไม่ หรือต้องรอปรึกษาขอความเห็นจากใครก่อนกันแน่&amp;nbsp;
พปชร.ระดมทุน 650 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางพรรคพอใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย การหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส. ในวงเงินคนละ 2 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ส่วนเรื่องรายละเอียดในป้ายหาเสียง ในกฎหมายใหม่ มีการกำหนดรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน อาทิ คนที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรค จะเข้ามาครอบงำหรือชี้นำพรรคไม่ได้ ดังนั้นการจะขึ้นรูปคู่กับผู้สมัคร ต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องในขอบข่ายของกฎหมาย พรรคพปชร.มีผู้นำที่จะขึ้นรูปคู่กับผู้สมัครในขอบเขตที่สามารถทำได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากจะขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส. อาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ เพราะเป็นนายกฯ นายวิเชียรกล่าวว่า ในหลักการคนที่จะขึ้นรูปต้องเป็นคนที่เป็นผู้สมัครของพรรคหรือเป็นคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรค ไม่ใช่บุคคลอื่น ดังนั้นนายกฯ ไม่ได้อยู่ในฐานะของผู้สมัครบัญชีรายชื่อ แต่อาจจะอยู่ในฐานะของพรรคการเมืองที่จะเสนอบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน หากเป็นบัญชีรายชื่อนายกฯ และทาง กกต.อนุญาตให้ขึ้นรูปได้ ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไข โดยคนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นสมาชิกหรือเป็นคนในบัญชีรายชื่อ ถือว่าอยู่นอกเงื่อนไขที่กำหนด ไม่เช่นนั้นหากอยากจะเสนอใครแล้วเอาบุคคลนั้นไปขึ้นป้าย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง คาดว่าอาจจะเสนอชื่อนายกฯ ได้เป็นช่วงหลังปีใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม 9 บรรยากาศก่อนเริ่มงานเลี้ยงระดมทุนของ &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ ประเทศไทยหนึ่งเดียว&amp;rdquo; แบบโต๊ะจีน จำนวน 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคทยอยเดินทางมาร่วมงาน ได้แก่ นายอุตตม กสาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายสุพล ฟองงาม คณะกรรมสรรหาผู้สมัคร ส.ส., ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคเหนือ นอกจากนั้นมีนักการเมืองจากพรรคต่างๆ อาทิ นายสุวัจน์ ลิปพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.), นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรค และนายวราเทพ รัตนากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานได้ใช้วิธีการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมงาน และยังจัดเตรียมซุ้มถ่ายภาพโลโก้พรรค เป็นที่ระลึกสำหรับผู้มาร่วมงาน นอกจากนั้นยังเป็นช่องทางสำรวจความเห็น 5 ปัญหาของประเทศที่ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด โดยมีการแสดงจากศิลปินนักร้องดัง อาทิ โก้ มิสเตอร์แซกแมน, &amp;nbsp;รัดเกล้า อามระดิษ, ทาทา ยัง และวงนูโว สร้างสีสันภายในงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า ตนไม่เล่นการเมืองแล้ว แต่ที่มาเพราะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยดี ประเทศเดินไปได้ ทั้งนี้ ตนซื้อไว้ 2 โต๊ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. เปิดเผยว่า วันนี้ในงานระดมทุน มีการจัดโต๊ะทั้งหมด 200 โต๊ะ โต๊ะละ 3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มียอดเงินที่บริจาคเกิน 650 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้บริจาคเงินเกินโต๊ะละ 3 ล้านบาท แม้ยอดบริจาคทุกยอดจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกินเพดานตามที่กฎหมายกำหนด โดยเงินที่ได้ในวันนี้จะนำไปเก็บไว้ในอีกบัญชีหนึ่งก่อน เพื่อทำการตรวจสอบ ก่อนที่จะนำเงินเข้าบัญชีพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวเปิดงานเลี้ยงระดมทุนว่า &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้ง ความเห็นต่างในความคิด ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาไปได้ตามศักยภาพของประเทศ โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ประเทศไทยจมอยู่กับความขัดแย้ง เต็มไปด้วยปัญหาความเห็นต่างทางด้านความคิด ไม่สามารถขับเคลื่อนไปตามแนวทางที่ควรจะเป็น ถึงเวลาต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง เข้าสู่การพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้ง ส.ส.เข้าสภา แต่เป็นการกำหนดอนาคตประเทศและคนไทยทุกคน พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงสมาชิกพรรค ไม่ต้องการให้ประเทศย้อนหลังเข้าสู่ความขัดแย้ง แต่ต้องการพัฒนาไทยให้ยั่งยืน มอบประเทศไทยที่สมบูรณ์ให้กับลูกหลานของเรา เราสัญญาจะนำนโยบายที่ดี ที่เหมาะสมสำหรับพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ทุกคนในประเทศไทยต้องไม่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง คำสัญญาของพรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากกำหนดการเดิมที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน ประกอบด้วยนายอุตตม, นายสนธิรัตน์, นายสุวิทย์ และนายกอบศักดิ์ มีคิวต้องขึ้นเวทีกล่าวในงานระดมทุนของ พปชร. แต่เนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ &amp;nbsp;ได้ท้วงติงห้ามขึ้นเวทีโดยเด็ดขาด หลังทั้ง 4 รัฐมนตรีหารือข้อกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวกับการระดมทุนห้ามรัฐมนตรีขึ้นเวทีพูดหรือแสดงแอคชั่นไว้ แม้เป็นเวลานอกราชการก็ตาม หากฝ่าฝืนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี โดยให้มาในฐานะแขกร่วมงานเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24633</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นิกร จำนง, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิเชียร ชวลิต, ศักดา นพสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a533801f80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วรุมถล่มป้อม ปัดพัลวัน&#039;นายใหญ่&#039;ครอบงำ/&#039;กกต.&#039;ขยับสอบถึงขั้นยุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ กกต.&amp;quot; รับลูก &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สอบ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ครอบงำ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ลั่นพบผิดถึงขั้นยุบพรรค &amp;quot;วิโรจน์&amp;quot; เสียงแข็ง &amp;quot;แม้ว&amp;quot; ไม่เคยยุ่งเกี่ยว &amp;quot;พท.&amp;quot; อ้างการแสดงความคิดเห็นแค่คนไทยรักชาติ ยันสมาชิกบินไปพบ ตปท.เรื่องส่วนตัว &amp;quot;ลิ่วล้อนายใหญ่&amp;quot; แห่อัด &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; จ้องเตะตัดขาหวังทำลายคู่แข่งกลัวแพ้เลือกตั้ง ดักทาง &amp;quot;กกต.&amp;quot; เชื่อเป็นอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติใคร &amp;nbsp;&amp;quot;สุทิน&amp;quot; ยอมรับมีแนวคิดดัน &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; เข้าเซฟตี้โซนป้องกันพรรคโดนยุบ &amp;quot;ม.ร.ว.ดำรงดิศ&amp;quot; นั่งหัวหน้าพรรคภราดรภาพ แทงกั๊กหนุนได้ทั้งฝ่ายเอา-ไม่เอาทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะขอให้ กกต.ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า &amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่าพรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิด จะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนการเปิดรับสมัครองค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ ซึ่งในวันที่ 24 ต.ค. จะเป็นวันสุดท้าย ล่าสุดมีองค์กรที่เข้ามาสมัครแล้ว 152 องค์กร โดยในส่วนของกรุงเทพมหานคร จะมีองค์กรมาสมัครมากที่สุด คาดว่าในวันที่ 24 ต.ค. จะมีองค์กรต่างๆ เข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า นายทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งหรือเกี่ยวข้องกับทางพรรค การแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและห่วงใยบ้านเมือง เป็นสิทธิของคนไทยทุกคน นายทักษิณไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ที่มีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบที่ต่างประเทศ อาจจะเป็นเพราะสมาชิกของพรรคบางคนที่ยังเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว ซึ่งในการพบปะเยี่ยมเยือนนั้น เป็นการส่วนตัว ทางพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย และคณะกรรมการบริหารพรรคก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อ กกต. โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะถึงยุบพรรคหรือเปล่า ผมมองว่าจะยุบพรรคได้อย่างไร ในเมื่อนายทักษิณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือก้าวก่ายกับทางพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พรรคเพื่อไทยอยากเรียกร้องอะไรในเรื่องของความเท่าเทียมหรือไม่ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคจะทำอะไรก็ต้องทำไปด้วยความระมัดระวัง เพราะขนาดนี้โดนจับจ้องจากหลายฝ่าย การพบปะพี่น้องประชาชนก็ต้องระมัดระวังตัว &amp;nbsp;ไม่เหมือนกับบางพรรคที่สามารถจะทำอะไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในความหมายของ พล.อ.ประวิตร คำว่าพรรคเรา คงหมายถึงพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่พร้อมสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ผมคิดว่าการเมืองใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งคงเป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องธรรมดา&amp;quot; รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ได้ประเมินสถานการณ์อย่างไรกับการแตกพรรคย่อยของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ไม่มีพรรคย่อยและพรรคสำรอง มีเพียงแต่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียวที่ดำเนินการทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคไหนที่มีเจตนารมณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยแล้วจะร่วมกันเป็นรัฐบาล ก็ต้องไว้คิดกันในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต. รับลูก พล.อ.ประวิตรตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า เลขาฯ กกต.คงตอบคำถามไปตามหลักการทั่วไป คงไม่ได้มีธงหรือรับใบสั่งใครในการมายุบพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด ความปรารถนาของคนในประเทศต้องการให้ กกต.ควบคุมและบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศ&amp;nbsp;
แห่ปัดอยู่ใต้เงาแม้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันด้วยความมั่นใจอีกครั้งว่า ดร.ทักษิณ ไม่ได้ครอบงำพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่ กกต.จะถูกพล.อ.ประวิตรครอบงำหรือไม่ ต้องให้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ และไม่แน่ใจว่าถ้าจะร้องเรื่องนี้ต้องไปร้องที่ไหน หน่วยงานใด แต่คำว่าครอบงำในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังมีองค์ประกอบและแง่มุมที่ต้องพิจารณาอีกมาก นอกเหนือจากการตีความว่าเข้าข่ายเป็นการครอบงำหรือไม่แล้ว ยังต้องพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคยอมให้มีการครอบงำหรือไม่ ซึ่งก็ชัดเจนว่ากรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยสามารถบริหารจัดการและนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้อย่างสง่างาม ไม่ยอมให้มีการครอบงำแน่นอน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว. และนายสุริยะใส กตะศิลา ออกมาตั้งข้อสังเกตพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่นายทักษิณระบุจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่งคือฝ่ายไหน รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ไม่คิดว่าประเทศไทยและคนไทยต้องมาฟังนิยามของคำว่าประชาธิปไตยจากคนกลุ่มที่ยึดสนามบิน ชัตดาวน์ประเทศ ชัตดาวน์ระบบราชการ เสมือนการไปฟังเรื่องการรักษาศีล 5 จากกลุ่มคนที่ติดสุราเรื้อรัง หรือขึ้นธรรมาสน์ไม่ล้างเท้าหรือไม่ ประชาชนเขาดูออกทั้งหมดว่าพรรคไหนคือพรรคฝ่ายประชาธิปไตย พรรคไหนไม่ใช่ หรือพรรคไหนสนับสนุนเผด็จการ พรรคไหนสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นอย่ามาตั้งข้อสังเกตให้เกิดความสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะเชียร์บางพรรคอยู่ จึงไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองพรรคนี้ยังอยู่ในหัวใจประชาชน คนยังยึดมั่น ศรัทธานโยบาย ชนะการเลือกตั้ง จึงมีความพยายามทำลาย เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยถูกยุบจริง เขาก็จะได้ประโยชน์ เลยมีการหาเหตุต่างๆ เช่น นายทักษิณเข้ามาบงการ สั่งการ ชี้นำพรรคเพื่อไทย การที่สมาชิกพรรคเดินทางไปพบนายทักษิณ เป็นความผูกพันกันส่วนตัว ท่านเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักห่วงใยประเทศชาติ ยังมีความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตรควรอยู่เฉยๆ เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แล้วปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามกลไก กติกา กกต.ก็ต้องรู้ควรทำหน้าที่อะไร ทำงานอย่างเป็นอิสระ อย่าไปอยู่ใต้อาณัติสัญญาณใคร ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเสื่อมศรัทธา พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับนายทักษิณ การตัดสินใจดำเนินการเรื่องใด มาจากคณะกรรมการบริหารพรรค&amp;rdquo; นพ.เชิดชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กังวลต่อกระแสข่าวการยุบพรรคหรือไม่ นพ.เชิดชัยกล่าวว่า เราเคยชินแล้ว มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทย หากมีการยุบในเวลาที่สมาชิกพรรคย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ไม่ทันใน 90 วัน ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง กฎกติกาการยุบพรรคควรเลิกไปได้แล้ว พรรคเพื่อไทยเล่นตามกติกามาโดยตลอด ไม่ได้ทำผิดอะไร หากดูแนวโน้มแล้วอาจจะถูกยุบพรรค อาจจะทำตามข้อเสนอ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่จะชักชวนสมาชิกพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก็เป็นไปได้ ในวันนี้เราไม่ได้กลัวการยุบพรรค แต่กลัวความไม่เป็นธรรมที่จะได้รับมากกว่า และควรปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตรขอให้ กกต.ตรวจสอบพรรคเพื่อไทยมีการครอบงำพรรค เป็นการใส่ร้ายให้มีความเข้าใจผิดและมุ่งทำลายพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคถือกำเนิดเป็นสถาบันการเมืองแล้ว มีนายกรัฐมนตรี มีรองนายกและรัฐมนตรีจำนวนมาก ทั้งยังมี ส.ส.มากกว่าทุกพรรคการเมือง ในหลายทศวรรษนี้ ไม่มีใครที่จะครอบงำพรรคได้ ที่สำคัญบุคลากรในพรรคล้วนแต่มีวุฒิภาวะ ที่รู้ดีว่าสิ่งใดควรหรือไม่&amp;nbsp;
ฟุ้งตัดขากลัว พท.ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จึงให้สัมภาษณ์เพื่อทำลายความนิยม วันนี้รัฐบาลไม่ควรคำนึงถึงการกลับมาเป็นรัฐบาลของคสช.อีก ควรบริหารประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้น และสร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูปรอบด้าน ควรกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจนเพื่อความความมั่นใจของประชาชน ว่าสามารถกำหนดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐบาลที่ยึดอำนาจ และทำให้ประชาชนลำบาก&amp;quot; นายศักดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดมาตลอดต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย เป็นสิ่งที่ไม่ตรงความจริง หากแต่เป็นความพยายามเข้ามามีอำนาจและปกครองประเทศนี้ให้ยาวนานที่สุด เห็นได้จากการจัดทำรัฐธรรมนูญ ให้ตนเองมีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.ให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี การคิดคำนวณระบบแบ่งสันปันส่วน ส.ส. ส่งผลทำให้ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากต้องเป็นรัฐบาลผสม รวมถึงการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการบริหารงานของรัฐบาลอีกชั้นหนึ่ง โดยมีอำนาจเสนอให้รัฐบาลหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงและเป็นสิ่งที่ คสช.ดำเนินการเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยใช้เงินของประเทศให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและใช้ทรัพยากรของหลวงจัดทำโครงการประชารัฐ แล้วก็ส่งรัฐมนตรีของตนเองมาตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคดำเนินเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งความเป็นจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ พรรคพลังประชารัฐทำกิจกรรมการเมืองหลายสิ่งหลายอย่างได้ ทำกิจกรรมการเมืองได้ ลงพื้นที่พบปะหาเสียงกับประชาชนได้ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยดำเนินการไม่ได้ และถูกดำเนินคดี เช่น กรณีการแถลงผลงาน 4 ปี ของ 9 แกนนำพรรค เป็นต้น หรือที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่ายึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง สิ่งเหล่านี้หรือที่พูดสัมภาษณ์สื่อเสมอว่ารักษาความสงบและสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้น&amp;quot; สมาชิกพรรคเพื่อไทยรายนี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดากล่าวว่า วันนี้มีข้อสงสัยจากประชาชนรัฐบาลพยายามเสนอข่าวเฉพาะของรัฐบาลและพรรคของทหาร และพยายามปิดข่าวสารของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่ หากมีการกระทำดังกล่าวขอให้ยกเลิกเสีย และส่งเสริมการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องกับทุกภาคส่วน เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมเป็นธรรมกัน และขอร้องให้รัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ไม่มีทุจริตในแต่ละกระทรวง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ว่า มีรายได้และความเป็นอยู่ดีขึ้น สิ่งสำคัญขอไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่า รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศแล้วมีแต่ความล้าหลัง เศรษฐกิจตกต่ำ การหากินมีแต่ความยากลำบาก ความเป็นในสังคมก็ไม่มี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ ในวันที่ 28 ต.ค.ว่า ทุกวันนี้คนยังเข้าใจว่าในการเลือกหัวหน้าพรรคจะมีใบสั่งมาให้เลือกคนนั้นคนนี้ นักการเมืองบางคนก็พูดทำนอง ทำไมไม่ทำแบบพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะเป็นไปอย่างอิสระ เสรี เท่าที่พูดคุยกับอดีต ส.ส.หลายคนต่างมีแนวคิดหลากหลายต่อตำแหน่งผู้ที่เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะมีการเสนอชื่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค ซึ่งแนวคิดสมาชิกกลุ่มนี้ ไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อม เห็นว่าที่ผ่านมา พล.ต.ท.วิโรจน์ทำหน้าที่ดีแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่อง ควรให้ท่านทำหน้าที่ต่อไป 2.สมาชิกเตรียมเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เนื่องจากอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นว่าที่ผ่านมาคุณหญิงได้ช่วยงานพรรคมามาก มีความแอคทีฟต่อพรรคเป็นอย่างมาก 3.สมาชิกที่เตรียมเสนอชื่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง เนื่องจากเห็นว่า ในยุคนี้ควรจะมีหัวหน้าที่มีแนวคิด อุดมการณ์ชัดเจนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 รายชื่อเป็นชื่อที่ได้ยินมาจากเพื่อนสมาชิกที่เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ให้มีการโหวต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูอีกครั้งว่า ใน 3 รายชื่อนี้ เมื่อได้รับการเสนอจากสมาชิกแล้ว จะมีใครขอถอนตัวหรือไม่ ถ้ามีก็จะโหวตเลือกกันเท่าที่เหลืออยู่ เมื่อเลือกเสร็จก็จะได้หัวหน้าพรรคตามเสียงที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีหวยล็อกแน่นอน โดยส่วนตัวไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ รายชื่อที่พูดมาล้วนมีความเหมาะสมกันคนละแบบ ดังนั้นจะเป็นใครมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ได้&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จำเป็นหรือไม่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็น 1 ใน 3 บัญชีรายชื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย นายสุทินกล่าวว่า ไม่จำเป็น จารีตพรรค ย้อนไปก่อนการเลือกตั้ง 2554 ตอนนั้นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรค แต่คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสมาชิกก็ยอมรับกัน อีกทั้งพรรคการเมืองในต่างประเทศ ประธานาธิบดีก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แนวคิดในวันนี้เป็นไปได้ทั้ง 2 แบบคือ หัวหน้าพรรคจะเป็นหนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกฯด้วย หรือคนเป็นหัวหน้าพรรคแต่ไม่ได้อยู่ใน 3 รายชื่อที่เสนอเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งนั้น
&amp;#39;หน่อย&amp;#39; เข้าเซฟตี้โซน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงสูตรที่มีการพูดถึงคือให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่จะเปิดตำแหน่งใหม่ ที่มีอำนาจและความสำคัญไม่น้อยกว่าหัวหน้าพรรคให้คุณหญิงสุดารัตน์ นายสุทินกล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ อาจจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค เพื่อป้องกันเหตุจากการยุบพรรค เพื่อให้คุณหญิงสุดารัตน์เข้าไปอยู่ในเซฟตี้โซน ที่ไม่ต้องมาเป็นกรรมการบริหารพรรค และดูแล้วท่านก็มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะไปอยู่ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรค หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม หรือจะมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า ในส่วนของประธานภาคอีสาน ตอนนี้ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.อาวุโส มหาสารคาม ทำหน้าที่ไปก่อน ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี แต่ตำแหน่งดังกล่าวยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งสรรหา คงรอให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้แล้วเสร็จค่อยมาจัดสรร วางโครงสร้างกันใหม่อีกครั้ง ส่วนกระแสข่าวการดูด ส.ส.เพื่อไทย ในภาคอีสาน ขณะนี้เงียบลงไปมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ยังมีบางพรรคการเมืองไปเก็บบัตรประชาชนพร้อมจ่ายเงิน แลกกับการนำไปสมัครเป็นสมาชิกในพรรคนั้นๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการยุบพรรคไม่มีความกังวล เพราะเชื่อว่ากกต.ชุดนี้มีหลักการ ท่านทั้งหลายคงมีภูมิคุ้มกันพอสมควร ใครไปสั่งเขายาก และโดยเนื้อหาสาระที่มีการพูดถึง โทษก็ไม่รุนแรงที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค ขณะที่พรรคอื่นทำผิดมากกว่าเพื่อไทย เดินสายรณรงค์หาเสียงยังทำได้ ถ้าจะโดน พรรคอื่นคงโดนไปหลายข้อหา มั่นใจว่า กกต.ชุดนี้จะไม่อ่อนไหวไปตามกระแสต่างๆ&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม กกต.รับรองการขอจัดตั้งพรรคเพื่อนไทยเป็นที่เรียบร้อย รอการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จะถือเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ หลังจากนี้คงจะมีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค มีการจัดตั้งสาขาพรรคในภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน ตั้งสำนักงานทุกจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งแนวทางของพรรคนั้นยังชัดเจน ยึดมั่นในการสร้างความสามัคคีคนในชาติ สร้างความปรองดอง ไม่ไปทะเลาะกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอวิงวอนให้นักการเมืองทั้งหลายสงบปากสงบคำ อย่าไปสร้างเงื่อนไข อย่าเอาอคติส่วนตัวไปกำหนดแทนคนอื่น หันมามอง วันนี้ประชาชนแย่แล้ว เศรษฐกิจไม่ดี หยุดที่จะมาทะเลาะหรือสร้างเงื่อนไข วันไหนเศรษฐกิจดี ประชาชนร่ำรวยมีเงิน ค่อยไปทะเลาะกันก็ยังไม่สาย หากทหารออกมาจริงแล้วจะยุ่ง ตนไม่อยากให้นักการเมืองทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก รอวันเลือกตั้ง แล้วค่อยมาต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจจะดีกว่า&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อชาติเดินสายหาสมาชิกในหลายจังหวัดภาคอีสานว่า คงออกไปหาได้ แต่สมาชิกกลุ่มของเขาที่มีแนวคิดตรงกัน หลังจากตนมาทำพรรคการเมือง พี่น้องที่สนใจเห็นด้วยกับแนวทางสนใจจะมาร่วมงานด้วย ล่าสุด นายจักรภพ แก้วมณี แกนนำเสื้อแดงหนองคาย ในอดีตคือผู้ที่จัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงสำเร็จเป็นคนแรก นายชนะพล ดลโชคไพศาล แกนนำเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ก็ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคเพื่อนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พี่น้องเหนือ อีสาน ที่เคยไปร่วมต่อสู้ ลองคิดดีๆ ได้อะไรจากการต่อสู้บ้าง คงได้เห็นแล้วว่าแกนนำคนเสื้อแดงชุดเก่าที่เป็นคนใต้ เข้ามาชี้นำ รวบอำนาจ ยึดอำนาจเสื้อแดงทั่วไป ทำให้หลายคนไม่มีปากมีเสียง ความจริงแกนนำเสื้อแดงภาคใต้ที่ทำพรรคควรไปสร้างความคิดแบบนี้ทางภาคใต้ เผื่อจะได้มี ส.ส.เสื้อแดงทางภาคใต้บ้าง ส่วนเรื่องของทางอีสาน ปล่อยให้ แดงอีสานเขาจัดการกันเอง&amp;rdquo; ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภราดรภาพจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่การประชุมต้องล่าช้าจากกำหนดการเดินไปชั่วโมงเศษ เนื่องจากต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม 1 คน ที่เดินทางมาล่าช้า จึงครบองค์ประชุมและเริ่มประชุมได้ โดยการประชุมครั้งนี้มีการแปลงเครื่องหมายของพรรค แก้ไขข้อบังคับพรรค ส่วนการประชุมเลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ที่ประชุมมีมติเลือก ม.ร.ว.ดำรงดิศ ดิศกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคไทยรักไทย เป็นหัวหน้าพรรคภราดรภาพคนใหม่, นายอนุมัติ ศาสนูปถัมภ์ พลท.สราวุธ กาพย์เดโช นายรัตนพัฒน์ ปีวิเศษกุลเดช นายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ และนายสมศักดิ์ มีชัย รองหัวหน้าพรรค, นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค, น.ส.ศรีกาญจน์ สรรพช่าง เหรัญญิกพรรค, นายวีรพัฒน์ พร้อมพลากร นายทะเบียนพรรค และนายสุรภาส วิเชียร โฆษกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้บริหารพรรคภราดรภาพที่น่าสนใจ พล.ท.สราวุธ กาพย์เดโช อดีตผู้อำนวยการฝ่ายโทรทัศน์ดาวเทียม ททบ.5 และยังได้รับการแต่งตั้ง จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ หรือบอร์ดกองสลากด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.ร.ว.ดำรงดิศกล่าวว่า ที่ผ่านมามีความเห็นที่แตกต่างกันในส่วนของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ส่วนหนึ่งแยกออกไปร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาชาติไทย แต่อีกส่วนหนึ่งยังอยู่และไม่คิดที่จะยุบพรรค มีหลักคิดยึดเรื่องความสามัคคี พร้อมร่วมงานการเมืองได้กับทุกฝ่ายทั้งฝ่ายที่เอาทหารและไม่เอาทหาร แต่ไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างตนสั่งยาก ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสนอใครในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องการให้พรรคเป็นทางเลือกที่จะหลอมรวมคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ โดยจับมือร่วมกับคนรุ่นเดิมที่มีประสบการณ์และความศรัทธาในระบบการเมืองแบบประชาธิปไตย เพื่อสร้างการให้สังคมไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ที่มีลักษณะผสมผสาน และมีความสมัครสมานสามัคคีร่วมมือกันแก้ปัญหาภายในชาติบ้านเมือง โดยมุ่งหมายที่จะนำพาประเทศและประชาชนให้พ้นจากความยากจน มีสวัสดิการที่ดี ด้วยการขยายโอกาสในการพัฒนา คุณภาพชีวิตสนับสนุนการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ มีการวางแผนเศรษฐกิจที่ดี จะต้องทำให้ประชาชนทุกชนชั้นได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ไม่ใช่ได้ประโยชน์เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริหารพรรคโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;quot; หัวหน้าพรรคภราดรภาพกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าได้ ส.ส. 10 คน จาก การเลือกตั้งครั้งหน้า โดยนโยบายพรรคเน้นเรื่องการคิดค้นนโยบายที่สามารถทำได้จริง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย โดยจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่คือนโยบาย 5G สร้างประชาธิปไตยนิยมสมัยใหม่ เน้นความสมัครสมานสามัคคีและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจที่ดีพัฒนาการศึกษาให้เข้าถึงและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมได้มีการฉายวิดีโอไล่เรียงเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยทั้งเนื้อหาและภาพประกอบให้น้ำหนักไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้ามาแก้วิกฤติการเมืองด้วย ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้บริหารพรรคภราดรภาพจำนวนหนึ่งไปร่วมแถลงรวมพรรคภราดรภาพกับพรรคประชาชาติไทยของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา โดยให้เหตุผลว่ามีแนวทางตรงกันในเรื่องที่จะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, ประสาร มฤคพิทักษ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศักดา นพสิทธิ์, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf30b5ecec3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พร้อมคุยมาร์ค-เทือก จตุพรอ้าแขนลั่นพช.อิสระ กกต.โวไม่ใช่เสือกระดาษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาฯ กกต.ลั่นหมดยุคเสือกระดาษ โวกฎหมายให้อำนาจฟันโกงเลือกตั้งเต็มที่ รางวัลชี้เบาะแส 1 แสนบาทคือหัวใจสำคัญ เตือนครอบงำพรรคถึงขั้นถูกยุบ &amp;quot;FFFE&amp;quot; เรียกร้องเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; ประชุมพรรค นปช.-พท. นายทุนตบเท้าให้กำลังใจ &amp;quot;ตู่&amp;quot; ยันพร้อมคุยกับทุกฝ่ายหาทางออกบ้านเมือง พท.จ่อเลือก &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ถือธงนำ จี้ กกต.จับตา รมต.สวมหมวก พปชร.ลงพื้นที่คลองลัดมะยมขัดคำสั่ง คสช. ด้าน ปชป.ตอก พท.หยุดสร้างวาทกรรมฝ่าย ปชต.ทั้งที่เคยหนุน &amp;quot;บิ๊กบัง&amp;quot; ดันนิรโทษกรรมสุดซอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน มีการจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนา ในหัวข้อ &amp;ldquo;เตรียมความพร้อมทำข่าวเลือกตั้ง 62&amp;rdquo; โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ขณะนี้พรรคการเมืองหลายพรรคประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง และเลือกตั้งครั้งนี้ต้องไม่มีเลือด ต้องเป็นการเลือกตั้งที่สงบ ระบบเลือกตั้งตอนนี้มีปัญหาแตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย &amp;nbsp;ซึ่งเป็นธรรมชาติพรรคการเมือง เพราะทุกพรรคอยากเป็นตัวแทนประชาชนเข้าไปทำงานในสภา อยากได้ส.ส.มากที่สุด จึงมีเทคนิคและวิธีการต่างๆ แต่ทุกอย่างต้องไม่ซื้อเสียงและทำผิดกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ส่วนเงินบริจาคพรรคและการระดมทุนพรรคนั้น หากเราบริจาคเงินให้พรรค 10 ล้านบาท แล้วจะไประดมทุนให้พรรคเกิน 10 ล้านบาทนั้นทำไม่ได้ เพราะต้องเป็นไปตามกฎหมาย แนวคิดและเจตนาของ กกต.ไม่อยากให้พรรคการเมืองเป็นของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งเท่านั้น สำหรับการจัดกิจกรรมระดมทุนพรรคการเมืองในตอนนี้ จะต้องขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อน การหาเสียงครั้งนี้จะหนักไปทางโซเชียลมีเดีย โดยทุกวิธีการหาเสียง กกต.ต้องเป็นผู้กำหนด คำนึงถึงความเป็นธรรมและความเท่าเทียมให้กับทุกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อก่อน กกต.เหมือนเสือกระดาษ แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าเรื่องซื้อเสียง กฎหมายให้อำนาจหน้าที่กกต.ดำเนินการอย่างเต็มที่ มีอำนาจออกหมายเรียก และออกหมายจับได้ในคดีเลือกตั้งตามกฎหมาย ป.วิอาญา อีกทั้งมีการให้รางวัลแก่ผู้ที่ชี้เบาะแสในคดีเลือกตั้งระดับชาติคดีละ 1 แสนบาท โดยต้องมีหลักฐานให้ศาลสามารถลงโทษให้ใบแดงการเลือกตั้งได้จะเป็นหัวใจสำคัญแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ และไม่ทำให้สังคมแตกแยก เราสามารถกันผู้ที่ให้ข้อมูลไว้เป็นพยานได้ ถือเป็นมีดดาบของ กกต. ซึ่งนักการเมืองที่แพ้คดีต้องชดใช้เงินการจัดการเลือกตั้งด้วย เชื่อว่าหากแจกเงินไป 100 บ้าน ต้องมีสัก 3-4 บ้านที่มาให้หลักฐานกับ กกต. เชื่อว่าจากนี้พรรคการเมืองจะไม่กล้าทำแน่นอน เราต้องปฏิรูประบบการเลือกตั้ง และต้องไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข้อกังวลเรื่องการครอบงำชี้นำพรรคจากบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ทำให้พรรคดำเนินงานได้ไม่อิสระ กฎหมายกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมของพรรคต่างๆ ต้องเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น ถ้าเป็นบุคคลภายนอกอาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ และเป็นห่วงว่าเมื่อใกล้การเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องไปหาสมาชิกพรรคได้ตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีการให้สินบนหรือสัญญาว่าจะให้ เช่น การออกค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกพรรคให้ ซึ่งความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้เช่นกัน ตอนนี้มีหลายที่ที่มีคนไปเก็บบัตรประชาชนและแจกข้าวสาร หากมีพยานหลักฐานเราต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม และพรรคเพื่อชาติ อาจจะเป็นพรรคนอมินีกันหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน และต้องเปิดกฎหมายว่าเข้าข่ายการครอบงำหรือไม่ เพราะพรรคต้องมีอิสระ ไม่ถูกครอบงำ หลักการพิจารณาจะต้องดูข้อเท็จจริงว่าพรรคหนึ่งพรรคใดมีการครอบงำกันหรือไม่ เพราะพรรคถือเป็นนิติบุคคล หากเป็นนอมินีกันก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (FFFE) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ อ่านแถลงการณ์ว่า การเลือกตั้งจะสามารถเป็นประตูไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้จะต้องประกอบด้วยปัจจัยดังนี้ 1.มีเสรี คือ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นต่อกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างเสรี ไม่ถูกจำกัดโดยกฎหมาย 2.มีความเป็นธรรม คือประชาชนสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้อย่างเท่าเทียมกัน และต้องไม่มีการใช้อำนาจหรือกลไกรัฐเอื้อประโยชน์หรือขัดขวาง และ 3.มีผลในทางปฏิบัติ คือประชาชนสามารถติดตามกำกับผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของตน&amp;nbsp;
นปช.-พท.มาเชียร์เพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนฯ และพรรคการเมืองที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ครั้งนี้ ที่ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคสามัญชน ขอเรียกร้องให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมเพื่อรับฟังและเสนอนโยบายกับประชาชนได้อย่างอิสระและเท่าเทียม รวมถึงขอให้เคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเสวนาเรื่อง &amp;quot;การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมไทยและการเมือง : มุมมองจากภาคประชาชน&amp;quot; นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธี ม.มหิดล กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงควรต้องทำให้สังคมปราศจากความกลัว และมีข้อเสนอถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองร่วมสัตยาบัน หรือประกาศข้อตกลงร่วมกันว่าต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้กลไกหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์หรือให้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงสร้างความเกลียดชังของประชาชน รวมถึงหลังการเลือกตั้งต้องประกาศชัดเจนว่าจะไม่เลือกบุคคลที่ไม่อยู่ในบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ห้างอิมพีเรียล สำโรง &amp;nbsp;พรรคเพื่อชาติจัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2/2561 เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับพรรค รวมถึงสัญลักษณ์ของพรรค โดยมีนายเถลิงยศ บุตุคำ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พร้อมสมาชิกกว่า 500 คน ส่วนที่บริเวณภายนอกห้องประชุม บรรดาแกนนำผู้ร่วมสนับสนุนพรรค อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา, นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช., นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ เช่นเดียวกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย เช่น นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเจ้าของห้างอิมพีเรียลสำโรง, นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ เป็นต้น โดยหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมมีบุตรชายนายสงครามเข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า มาในฐานะกองเชียร์ ให้กำลังใจ พรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเกาะกลาง เพราะหากถ้าไปยืนซีกซ้ายหรือขวา คนอาจจะยังไม่เชื่อ สิ่งที่เป็นเป้าหมายของเราคือ เราจะยื่นมือไป ส่วนใครจะจับมือกับเราหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องพรรคนี้เป็นพรรคนอมินีของพรรคเพื่อไทยหรือของพรรคอื่นๆ นั้น ขอให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ส่วนข้อวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อชาติจะไปแย่งคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย เป็นแนวคิดแบบการเมืองเก่า แต่ความคิด การเมืองใหม่เราต้องมีพื้นที่ตรงกลางให้มายืนร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวเช่นกันว่า มาให้กำลังใจพรรคเพื่อชาติ โดยจะร่วมทำในส่วนที่กฎหมายจะอำนวย พรรคเพื่อชาติพร้อมเปิดกว้างกับทุกฝ่าย ภายใต้กรอบกติกาประชาธิปไตย เพื่อมาร่วมหารือทางออกให้บ้านเมืองอย่างที่เคยพูดไป ถ้าเราไม่คุยกัน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ ก็จะเกิดปัญหาตามมา คนชนะปกครองไม่ได้ คนแพ้ไม่มีที่ยืน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขอยื่นไมตรีให้กับทุกฝ่าย พร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พร้อมที่จะพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคแนวร่วมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.หรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ลำพังเพียง 2 พรรคก็ไม่ได้ ต้องมีผู้มีอำนาจร่วมพูดคุยด้วย เพื่อตกลงเป็นสัญญาประชาคม บรรยากาศแบบเดิมๆ ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก คนไทยเดือดร้อนมาก เราต้องการความสงบภายในชาติ และพรรคนี้ก็คิดเพื่อชาติ ตนถูกห้ามไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้ง เปรียบเหมือนทีมฟุตบอล ตนกับนายยงยุทธเป็นกองเชียร์ที่นั่งบนอัฒจันทร์แล้วส่งเสียงเชียร์ เพราะเห็นว่าทีมนี้มีความตั้งใจดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวที่นายทนง พิทยะ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ว่าใครจะมารับตำแหน่ง เชื่อว่าทางพรรคน่าจะพร้อมสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรค ต้องรอให้มีการประชุมใหญ่ รอให้สมาชิกพรรคเป็นคนเลือก
พท.ยันเกี๊ยะเซียะไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวการจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อธรรม เพื่อเป็นเครือข่ายให้กับพรรคเพื่อไทยในการเก็บคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคมีสถานะทางกฎหมายของตัวเอง ต้องทำหน้าที่และแสดงจุดยืนเป็นของตนเองเพื่อให้สมาชิกพรรคมั่นใจ และต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ซึ่งไม่มีพรรคไหนจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นเพียงพรรคเดียวได้ง่ายนัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดพรรคการเมืองต่างๆ มากมาย การรวมพรรคหรือการเกี๊ยะเซียะกันของพรรคการเมืองในทางกฎหมายทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่สมาชิกพรรคของพรรคเพื่อไทยสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ในจุดยืนใด และไม่ว่าทุกคนจะตัดสินใจอย่างไร สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้เลือก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งพรรคเพื่อชาติและเพื่อธรรมขึ้นมาเพื่อแก้เกมเผื่อพรรคเพื่อไทยถูกยุบนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีประเด็นใดเข้าข่ายที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ เพราะที่ผ่านมาพยายามทำตามกติกาที่ผู้มีอำนาจวางไว้ แม้จะไม่เห็นด้วยกับกติกาบางอย่าง แต่เมื่อเข้าสู่ตำแหน่ง จะมีการแก้กติกาที่ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งคาดว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้ไว้วางใจให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;เป็นหัวหน้าพรรค ล่าสุด นายวัฒนา เมืองสุข คนสนิทนายทักษิณได้ออกมาสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ให้เป็นผู้ถือธงนำพรรค เพราะเห็นด้วยกับจุดยืนต่อต้านการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลคณะรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่างอ้างว่า เริ่มมีความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หลายคนได้เข้าหาคุณหญิงสุดารัตน์เพื่อเสนอตัวลงสมัครในแต่ละเขตพื้นที่จังหวัด หนึ่งในนั้นคือ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ ได้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตวังทองหลาง กทม. หลังพื้นที่เดิมคือเขตภาษีเจริญ เขตบางแค เขตหนองแขมนั้น นายวัฒนา เมืองสุข เสนอตัวลงสมัครไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) จะลงพื้นที่พบปะประชาชน และสมาชิกพรรคในวันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดคลองลัดมะยม ว่าการดำเนินกิจกรรมของนายสนธิรัตน์เป็นการชุมนุมเกิน 5 คน และเป็นการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ย่อมมีการแอบแฝงใช้ตำแหน่งในรัฐบาลให้ความช่วยเหลือทั้งทางตรงและทางอ้อม การลงไปทำกิจกรรมในพื้นที่ที่ได้รับงบประมาณจากโครงการประชารัฐ ซึ่งเป็นเงินจากภาษีประชาชน เป็นการเอาเปรียบกันอย่างยิ่ง แล้วก็นำชื่อโครงการประชารัฐที่ใช้เงินหลวง ไม่ใช่ใช้เงินส่วนตัว มาตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง ถือว่าน่าละอาย กกต.ต้อง ติดตามอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่13/2561 เนื่องจากให้ทำกิจกรรมได้ภายใต้กรอบที่ระบุในคำสั่งเท่านั้น ซึ่งกิจกรรมที่จัดทำนั้นอยู่นอกเหนือคำสั่ง หากคสช.เพิกเฉยไม่ห้ามปราบ ก็จะเกิดข้อสงสัยอีกว่าคสช.สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น กกต.มีหน้าที่ดูแลพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;
ลูกกำนันเซี้ยซบ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ พรรคจะเปิดตัวสถาบัน ที่มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพปชร. รับผิดชอบดูแล โดยการดำเนินงานของสถาบันนี้ อาจมีหลักสูตรเตรียมสร้างผู้นำรุ่นใหม่ และจะระดมความคิดเห็นจากคนหลายกลุ่ม โดยจะเชิญให้ผู้นำในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมงานต่อไป สถาบันดังกล่าวจะมีไปตลอด และในอนาคตอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของพรรคต่อไป ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ขณะนี้ก็มีคนรุ่นใหม่ที่มีเจตนาชัดเจนที่จะมาทำงานร่วมกับพรรค พปชร.ประมาณ 100 คน และจะทยอยเข้ามาอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรค พปชร.เปิดเผยว่า ได้มีการประสานกับนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป. และนายปารเมศ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.ปชป. ซึ่งเป็นลูกชายนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ย ส.ส.กาญจนบุรี ปชป.ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองกาญจน์ มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค พปชร. โดยนายธรรมวิชญ์และนายปารเมศได้ลาผู้ใหญ่ใน ปชป.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแกนนำ ปชป.ก็เข้าใจสาเหตุที่ต้องไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เรียกร้องให้แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ระบุว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจและจะไม่จับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี โดยสร้างภาพว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเคยกอดคอกับพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. ที่ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ หลังจากที่เข้ามาทำงานการเมืองเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ โดยส่งชื่อ พล.อ.สนธิ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ในนามของพรรคเพื่อไทย และผลักดันให้เป็นที่ปรึกษา กมธ.ชุดนี้ เพื่อให้ทำเรื่องนิรโทษกรรม ก่อนที่จะมีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยออกมา จนเป็นชนวนที่ทำให้ประชาชนต่อต้าน สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยคำนึงถึงเรื่องประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ตราบใดที่ผลประโยชน์ลงตัว ก็พร้อมจับมือกับคนที่ทำรัฐประหารตัวเองได้ จึงควรหยุดสร้างวาทกรรมหลอกลวงว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวถึงกรณีที่เคยระบุว่าจะร่วมงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารต่างไปจาก 4 ปีที่ผ่านมาว่า ปชป.คือทางเลือกหลักให้กับประเทศไทยและคนไทย ส่วนการจะไปร่วมงานกับใครก็แล้วแต่เงื่อนไขของตน คือต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ แต่ 4 ปีที่ผ่านมา การบริหารงานของรัฐบาลเป็นการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ การบริหารงานด้านเศรษฐกิจไม่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเทศ และการบริหารงานจำกัดเสรีภาพของประชาชนเราไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กรุงเทพ ปชป. กล่าวว่า การเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ครั้งนี้ มีผลจริงๆ ไม่ใช่มีผลแค่ในพรรค แต่มีผลต่อประเทศและทั้งอาเซียน ส่วนที่มองว่าหากเลือกนายวรงค์ เดชกิจวิกรม ก็จะจับมือกับ คสช. แต่หากเลือกนายอภิสิทธิ์ จะต้องต่อสู้กับ คสชนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการจับมือกับพรรคการเมืองใด ต้องอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าพรรคไหนได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แล้วมีนโยบายเหมือนกันกับ ปชป.ก็สามารถรวมกันได้ แต่ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับนายกฯคนนอก
จุดยืนจ้อนไม่ล้มเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ตนขอแถลงแสดงจุดยืนและท่าทีทางการเมืองใน 3 เรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเมืองไทยและอนาคตของประเทศ 1.จุดยืนต่อการเลือกตั้ง ปชป. โดยการนำของตนจะร่วมแข่งขันในการเลือกตั้งตามกฎหมายและกติกาอย่างสุภาพบุรุษ โดยจะไม่มีการขัดขวางหรือบอยคอตการเลือกตั้งในยุคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค เราพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน 2.การจัดตั้งรัฐบาล จะเคารพสิทธิพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งให้มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อแสดงว่า ปชป.เคารพเสียงของประชาชน และต้องพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลบนความชอบธรรมเท่านั้น 3.ไม่รับนายกฯ คนนอก เพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ จะไม่ยอมให้ประเทศต้องจมปลักอยู่กับความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไป จะไม่ยอมให้ประชาชนของเราไม่ว่าจะคิดต่างกันอย่างไรต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้ออีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ร่วมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน, นายคริส โปตระนันท์ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกพรรค ร่วมปั่นจักรยานในแคมเปญ &amp;ldquo;Bike for the Future&amp;rdquo; หาเพื่อนร่วมทาง สร้างอนาคตใหม่ ทั่วไทย โดยมีจุดเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังภาคตะวันออก และจะมีโครงการปั่นจักรยานไปยังทุกภาคของประเทศไทย รวมระยะทางกว่า 7,300 กิโลเมตร เพื่อรับสมัครสมาชิก โดยเตรียมใบสมัครไปกับคาราวานจักรยาน 6,000 ใบ และพร้อมเติมตลอดเวลาหากมีเสียงตอบรับดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย รองโฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เปิดเผยถึงการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ชพน.ว่า ขณะนี้ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ (แม่หลวงกุ้ง) อดีตผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศไทย ได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค ชพน.แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความคิดและแนวทางการทำงานสอดคล้องการอุดมการณ์ของพรรค ที่ทำงานไม่ขัดแย้ง และต้องการทำงานเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุพัตรวี เปิดเผยถึงการตัดสินใจสมัครเข้าร่วมสมาชิก ชพน.ว่า เป็นการสานฝันตนเองที่ต้องการทำงานเพื่อประชาชน เพราะตนชอบทำงานด้านจิตอาสาเพื่อสังคม แต่เนื่องจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงยังไม่สามารถทำงานด้านอาสาได้อย่างเต็มที่ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ จึงขอเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ชพน. เพราะชอบที่มีความเป็นกลาง ไม่มีความขัดแย้ง เน้นการทำงานสร้างสรรค์ประเทศชาติ ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรม Regent ซอยรามคำแหง 22 พรรคภราดรภาพ จัดแถลงข่าวเรื่องการรวมกับพรรคประชาชาติ โดยมีอดีตสมาชิกพรรคภราดรภาพที่รวมแถลง อาทิ นายสมบูรณ์ จิตรสมบูรณ์ อดีตรองเลขาธิการพรรค, ดร.บุญญา หลีเหลด อดีตที่ปรึกษาพรรค, นายชัยวุฒิ แอเดช อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, นายนุรดดีน ดะแซสาเมาะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ, นายอับดุลรอชัก หมีนยะลา อดีตสมาชิกพรรค ส่วนผู้แทนพรรคประชาชาติที่ร่วมแถลง ประกอบด้วย ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่รองหัวหน้าพรรค และนายมุข สุไลมาน เหรัญญิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์แถลงว่า เนื่องจากเล็งเห็นว่าแนวทางการเมืองกับกรรมการในพรรคภราดรภาพไม่ตรงกัน เราจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นควรเข้าร่วมกับพรรคประชาชาติ ซึ่งมีแนวคิดวิธีการดำเนินทางการเมืองสอดคล้องใกล้เคียงกับวิธีของพรรคภราดรภาพเดิม ดังนั้นจึงมีมติเข้าร่วมกับพรรคการเมืองพรรคประชาชาติ ซึ่งการนี้ สมาชิกในพรรคก็ได้มีความนับถือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสนิทคุ้นเคยกับ ร.ต.อ.นิติภูมิธณัฐอยู่แล้วอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์กล่าวว่า เดิมจุดยืนของพรรคภราดรภาพไม่สนับสนุนรัฐบาลทหารอยู่แล้ว การย้ายมาสังกัดกับพรรคประชาชาติก็ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนแล้วว่าเราจะยังคงหลักการเดิมที่ไม่สนับสนุนอำนาจที่มาจากรัฐบาลทหารเด็ดขาด ส่วนพรรคภราดรภาพที่เราย้ายออกมานั้น ก็ยังคงยืนอยู่จุดเดิมที่จะไม่ร่วมกับรัฐบาลทหารเช่นกัน ซึ่งแม้เราย้ายมาอยู่พรรคประชาชาติ แต่กับพรรคภราดรภาพเราก็ยังเป็นมิตรสหายกันอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19911</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บุญยอด สุขถิ่นไทย, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคสามัญชน, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ภูมิธรรม เวชยชัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ศักดา นพสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อลงกรณ์ พลบุตร, อารี ไกรนรา, เถลิงยศ บุตุคำ, เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc34b1987804.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.โวย พลังประชารัฐ ลงพื้นที่ 15ต.ค. เอาเปรียบพรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พท.โวย พลังประชารัฐ ลงพื้นที่ 15ต.ค. ทั้งที่ คสช.ยังมีคำสั่งห้ามทำกิจกรรมการเมือง อัด เอาเปรียบพรรคอื่น บี้ กกต.เอาผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดา นพสิทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ขณะนี้ พรป.เลือกตั้งส.ส.จะยังไม่มีผลบังคับใช้ก็ตาม แต่การออกคำสั่งที่ 13/2561 ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมบางอย่าง ถือเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ และทำลายระบบพรรคการเมือง กล่าวคือ 1. พรป.พรรคการเมือง ตราโดยสภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นองค์กรหลักตามระบอบประชาธิปไตย แต่ คสช.เป็นเพียงคณะบุคคล ออกคำสั่งยกเลิกและเปลี่ยนกฎหมายในพรป.นั้น ซึ่งเป็นความไม่ถูกต้อง 2.พรรคการเมือง มีหน้าที่ต้องทำตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด โดยต้องทำภายในกรอบเวลา ซึ่งหากไม่ทำเป็นความผิด แต่คสช.กลับออกคำสั่งห้ามมิให้ทำ จนทำให้พรรคการเมือง เกิดความสับสน และมีความได้เปรียบ เสียเปรียบกัน จึงชี้ให้เห็นว่า คสช.มีเจตนา ให้พรรคพลังประชารัฐ ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดากล่าวว่า กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ จะจัดกิจกรรมพบเครือข่ายประชาชน ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมวันที่15ต.ค. น่าจะกระทำไม่ได้ เพราะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่13/2561 เนื่องจากให้ทำกิจกรรมได้ภายไต้กรอบที่ระบุในคำสั่งเท่านั้น ซึ่งกิจกรรมที่จัดทำนั้น อยู่นอกเหนือคำสั่ง หากคสช.เพิกเฉยไม่ห้ามปราบ ก็จะเกิดข้อสงสัยอีกว่า คสช.สนันสนุนพรรคพลังประชารัฐ เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยไม่ต้องสนใจกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้กกต.มีหน้าที่ดูแลพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฏหมาย แต่ คสช.ยังคงใช้อำนาจและพยายามใช้อำนาจเหนือ กกต.และเลือกปฏิบัติเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช.ทำหลายสิ่งเพื่อความได้เปรียบ แล้วเช่นนี้ การแข่งขันการเมืองเพื่อสู่ในการเลือกตั้ง จะเกิดความเป็นธรรม ได้อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19879</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กกต.เอาผิด, ศักดา นพสิทธิ์, เอาเปรียบพรรคอื่น, โวยพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc300dbc08fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวกห้ามโซเชียล ซัดคสช.ไม่เอื้อประชาธิปไตย4.0/จตุพรบี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เลือกสถานะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่เห็นด้วยคลายล็อก แนะเตรียมพร้อมเลือกตั้งแบบค่อยเป็นค่อยไป ชี้เป็นการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมือง หวั่นขัดแย้งบานปลายช่วงเลือกตั้ง ด้านพรรคการเมืองรุมโต้ คสช.ห้ามใช้โซเชียลมีเดียหาเสียงไม่เอื้อต่อการพัฒนา ปชต.ยุค 4.0 &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; ข้องใจ &amp;quot;หาเสียง&amp;quot; แปลว่าอะไร โวย คสช.ยังมัดมือมัดเท้าปิดปากนักการเมือง-ปิดหูปิดตา ปชช. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; กระตุก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อยากเป็นนักกีฬาต้องลาออกจากกรรมการ &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; ย้ำบอกแล้วว่าคลายล็อกมีมาตรการผ่อนคลายเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลโพลเรื่อง คลายล็อกพรรคการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,014 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.1 เห็นด้วยต่อการคลายล็อกพรรคการเมือง เตรียมพร้อมเลือกตั้ง ในขณะที่ร้อยละ 14.9 ไม่เห็นด้วย เมื่อจำแนกออกเป็นกลุ่มที่จะเลือกตั้งครั้งแรก กับกลุ่มที่เคยเลือกตั้งมาแล้ว พบความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ กลุ่มเลือกตั้งครั้งแรกส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.9 และกลุ่มที่เคยเลือกตั้งแล้วส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.3 เห็นด้วยต่อการคลายล็อกพรรคการเมือง เตรียมพร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.2 ระบุความเห็นต่อการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง แบบค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ร้อยละ 23.8 ระบุควรเร่งรีบจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.3 รับรู้ต่อการเคลื่อนไหวการเมืองวันนี้ เพื่อแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของนักการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 30.7 รับรู้ต่อการเคลื่อนไหวการเมืองวันนี้เพื่อช่วยกันแก้ไขความขัดแย้งและความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.4 ยังคงกังวลต่อความขัดแย้งรุนแรงบานปลายช่วงเลือกตั้ง ในขณะที่ร้อยละ 32.6 ไม่กังวล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;คสช.กลัวอะไรนักหนา จึงไม่ยอมปลดล็อก&amp;rdquo; ระบุว่า คำสั่งคลายล็อกกลายเป็นล็อกแน่นเข้าไปอีก โดยเฉพาะเรื่องห้ามหาเสียง แล้วก็รู้สึกเป็นตลกร้าย &amp;nbsp;เพราะคำสั่งนี้กำลังทำลายการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นให้เป็นการเลือกตั้งที่ผู้มีอำนาจต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลน้อยที่สุด มีส่วนร่วมน้อยที่สุด คือที่พิลึกกึกกือที่สุดคือห้ามพรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง ซึ่งก็ไม่รู้คำว่า &amp;quot;หาเสียง&amp;quot; แปลว่าอะไร เวลานี้ยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง จึงยังไม่มีการหาเสียงเลือกตั้งที่ กกต.จะต้องออกระเบียบอะไร ใครจะไปให้ทานแจกเงินใคร จัดมหรสพให้ใครดูก็ไม่ผิดกฎหมาย ส่วนการพูดถึงนโยบายหรือพูดหาเสียง ยิ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่คำสั่งคลายล็อกนี้กลับทำให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงนโยบายของพรรคการเมืองเป็นเรื่องต้องห้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ระบุว่า ประมาณ 17-18 ปี ที่พฤติกรรมการตัดสินใจลงคะแนนในการเลือกตั้งเปลี่ยนไปมาก ประชาชนให้ความสนใจต่อนโยบายของพรรคการเมืองมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือพัฒนาการทางการเมืองที่สำคัญของประเทศไทยเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจในขณะนี้ไม่เพียงไม่เชื่อถือ รังเกียจ ดูถูกดูแคลน เกลียดกลัวการเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนกลายมาเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง ทำให้ คสช.กับพวกจ้องหาทางทำลายการเลือกตั้งไม่ให้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น การเลือกตั้งครั้งต่อไปจึงกำลังถูกทำให้พิกลพิการไปเสียหมด&amp;nbsp;
ยังมัดมือมัดเท้านักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การห้ามโน่นห้ามนี่ อาศัยข้ออ้างตลอดกาลของคสช.คือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งไม่เป็นเหตุเป็นผลอะไรเลย แท้จริงแล้วต้องการทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่ให้มีส่วนร่วมในการกำหนดการทำหน้าที่ของพรรคการเมือง ไม่ให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารว่าพรรคใดมีนโยบายอย่างไร และ คสช.กับรัฐบาลทำความเสียหายแก่ประเทศชาติไว้อย่างไรบ้าง และจะยิ่งเสียหายมากขึ้นอย่างไร หากปล่อยให้ คสช.สืบทอดอำนาจต่อไปอีก ที่น่าเกลียดก็คือคำสั่งนี้นอกจากมัดมือมัดเท้า ปิดปากพรรคการเมืองและปิดหูปิดตาประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่ คสช.จากการวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองและประชาชน ทั้งๆ ที่ผู้นำ คสช.เองก็กำลังจะเสนอตัวเข้าแข่งขันเป็นนายกฯ ด้วย ที่น่าเศร้าก็คือการเลือกตั้งเป็นเพียงสิ่งที่ คสช.จำยอมต้องให้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้อับอายขายหน้าชาวโลกนานเกินไป สิ่งที่ คสช.กับพวกอาจจะมองผิดไปอย่างหนึ่งก็คือ ประชาชนไม่ได้โง่อย่างที่พวกเขาคิด ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/61 ที่ยังไม่ปลดล็อกอย่างเต็มที่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น การไปประชุมรับฟังความเห็นประชาชนในการจัดทำนโยบาย การสื่อสารผ่านสื่อโซเชียล ที่เป็นการหาเสียง ยังถูกห้ามไม่ให้ทำ ซึ่งพรรคการเมืองไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันเพราะขาดโอกาสที่จะหาเสียงอย่างเท่าเทียม แต่ถ้าคิดกลับกันและทำให้การเมืองไทยก้าวหน้า การปลดล็อกและการให้ใช้สื่อโซเชียลสื่อสารทางนโยบายจะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ เนื่องจาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;1.จะมีเวลาไปพบปะประชาชนและฟังความเห็นมากลั่นกรองจัดทำนโยบาย การทำนโยบายที่ดีใช้เวลา อุปมาเหมือนการแกะสลักไม้ ไม่ใช่แค่ตัดไม้ทำท่อนซุง &amp;nbsp;2.ทุกพรรคจะแข่งกันทำนโยบายที่ดี เพื่อให้ประชาชนเลือก 3.ในหน้าสื่อและในสังคมจะมีวาระนโยบายมาถกเถียงกันมากขึ้น 4.ประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ว่ากึ๋นของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร 5.การสื่อสารทางสื่อออนไลน์มีค่าใช้จ่ายน้อย สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง จึงเอื้อให้แต่ละพรรคไม่ว่าใหญ่หรือเล็กแข่งขันอย่างเป็นธรรม ดังนั้นถ้าเอาประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง การปลดล็อกและการให้ใช้สื่อออนไลน์หาเสียงจะไม่ยากเลย&amp;quot; นายนพดล กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลยังไม่ปลดล็อก ยังไม่ยกเลิก ม.44 เท่ากับชี้ให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังไม่ปกติ ทั้งที่ 4 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองสงบเรียบร้อย จึงเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมือง รัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องเท่านั้น แต่ผลร้ายกลับตกอยู่แก่ประเทศชาติและประชาชนที่ถูกต่างชาติมองว่าประเทศไทยยังไม่ปกติ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนความคิด ควบคุมประเทศด้วยอำนาจพิเศษตาม ม.44 เวลาที่เหลือควรดำเนินการใน 2 เรื่องใหญ่คือ 1.สนับสนุน กกต.จัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม 2. สร้างความปรองดองประชาชนในชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ อดีดโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังมีการประกาศ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และพ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ส่งผลให้การประกาศขยายตัวทางธุรกิจภาคเอกชนเริ่มมีความตื่นตัวสูงขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นและตลาดการลงทุน แสดงการตอบรับการเลือกตั้ง เป็นสัญญาณแจ้งเตือนให้รัฐบาล ควรรับฟังว่า การเลือกตั้งเป็นรูปแบบและแนวทางการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและเติบโตตามหลักสากล การคงมีคำสั่งห้ามพรรคการเมืองและห้ามประชาชนชุมนุม ถือเป็นการจำกัด สิทธิ และเสรีภาพ ซึ่งขัดต่อหลักการสากล อยากให้นายกฯ ทบทวนกรณีนี้ และไม่อยากให้แสดงความรักประเทศชาติ ด้วยการผูกขาดอำนาจไว้ผู้เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เฟซบุ๊กไลฟ์ &amp;ldquo;วิกฤติรออยู่ข้างหน้า ตอน 2&amp;quot; ว่า กลไกรัฐธรรมนูญถูกออกแบบให้เกิดวิกฤติ หรือสามารถทำให้มีเรื่องได้ตลอดเวลา เมื่อการเลือกตั้งยึดตามเกมรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ผลลัพธ์ย่อมไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหมือนเดิมอีก ถ้าซีกการเมืองใดรวมตัวกันเป็นหนึ่งจะแพ้ ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งกันได้เลย จึงไม่แปลกใจว่าบางซีกนั้น กลุ่มร่วมขบวนการเดียวกัน แยกกันไปเกินกว่า 5 พรรคที่ปรากฏ เพราะเขาต้องการแต่งตัวให้เข้ากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีทางเดียวที่จะนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤติอันนี้ได้ คือการคุยกัน ถ้าคุยกันทุกฝ่าย ผู้มีอำนาจมานั่งหัวโต๊ะ แล้วพรรคการเมืองต่างๆ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกันทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดคือว่าผ่านยกที่หนึ่ง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราสามารถแก้ไขปัญหากันได้ทั้งหมด เพราะวิกฤติเรื่องราวอื่นๆ ในรัฐธรรมนูญรอกันอยู่
เป็นนักกีฬาต้องออกจาก กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเป็นผู้เล่น ต้องไม่เป็นกรรมการ เพราะถ้าเป็นกรรมการแล้วยังสามารถยิงประตูฝ่ายตรงกันข้ามได้ เขาไม่เรียกว่าเป็นกีฬา ฟุตบอลชุนมุนอยู่หน้าประตู ปรากฏว่ากรรมการยิงประตูฝ่ายตรงกันข้ามได้ กีฬานี้จะไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ว่าเป็นประเทศไทยหรือสังคมโลกก็ตาม ถ้าอยากเป็นนักกีฬา ต้องลาออกจากกรรมการ หากอยากจะเป็นกรรมการ ต้องไม่เป็นนักกีฬา ไม่ได้หมายถึงใครคนใดคนหนึ่ง และไม่เจตนาจะให้ขุ่นเคือง แต่ต้องการจะบอกว่า อะไรก็ตามที่จะไปทำให้สังคมเคลือบแคลงใจ ทุกฝ่ายช่วยกันเลิกเถอะ เชื่อว่าท่านรักชาติบ้านเมือง เราร่วมหาทางออกด้วยกัน&amp;quot; นายจตุพร กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ คสช.หารือร่วมกับ กกต.ในการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารของพรรคการเมือง สมาชิก และผู้สมัคร เพราะการกำหนดกว้างๆ นั้น เป็นการไม่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ไม่เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นประเทศไทย 4.0 เพราะขณะนี้สังคมก้าวหน้าไปมาก มีการใช้เทคโนโลยีสื่อสารกว้างขวาง แต่เรากลับมาห้าม ทั้งที่เรื่องการใช้โซเชียลมีเดียในเรื่องนี้ไม่เป็นการกระทบความมั่นคงประเทศแต่อย่างใด และหากพบว่ามีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดกระทำผิด ก็สามารถดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายได้ หลังจากนี้การดำเนินการทางการเมืองใดๆ ควรเป็นไปอย่างโปร่งใส เท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเราจะเดินไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการคลายล็อกว่า &amp;nbsp;สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่คือ การติดต่อสมาชิกพรรคโดยผ่านวิธีสารสนเทศหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนี้คงต้องขอความชัดเจนจาก คสช. หรือ กกต.ให้เร่งพิจารณา แล้วมีแนวทางที่ชัดเจนให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติ เพราะในโลกออนไลน์นั้นมีรายละเอียดซับซ้อน มีข้อจำกัดอย่างมาก เช่น เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมืองจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เปิดเป็นสาธารณะเพื่อให้สื่อสารกับสมาชิกได้อย่างเดียว หรือแม้แต่เว็บไซต์ของพรรค จะต้องทำอย่างไรก็ยังนึกไม่ออก การพูดคุยหรือสิ่งที่ดำเนินไปบนโซเชียลให้เป็นไปในทางปิดหรือไม่ใช่สาธารณะนั้น เป็นอะไรที่ยากมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้ไปทุกพรรคการเมืองจะต้องเดินหน้าหาสมาชิก เมื่อถึงเวลาทุกพรรคย่อมถามไปที่ กกต. แล้วฐานสมาชิกฐานข้อมูลหรือระบบการปฏิบัติการของ กกต. มีความพร้อมในการรองรับหรือไม่ ส่วนเรื่องพรรคการเมืองจะไปหาเสียงก็ได้กำหนดไว้อีกว่านโยบายที่จะนำเสนอต่อสาธารณะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะต้องส่งให้ กกต. เป็นผู้พิจารณาว่าจะต้องใช้งบประมาณจากไหน มีความคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อทุกพรรคการเมืองเสนอเข้าไปแล้ว กกต.จะสามารถพิจารณาความเป็นไปได้ของนโยบายได้หรือไม่ กกต.มีบุคลากร ที่มีความพร้อมในการนั่งวิเคราะห์ข้อมูลของแต่ละพรรคที่มี 30-40 พรรคหรือไม่ จึงเป็นห่วงมากว่า กกต.จะทำงานทันหรือไม่&amp;quot; นายวราวุธ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้พรรคพลังชลคงต้องเตรียมหารือกับกรรมการบริหารพรรคแล้วกำหนดวันประชุมใหญ่ที่เหมาะสม ยืนยันว่าพรรคพลังชลไม่ยุบรวมกับใครอย่างที่มีกระแสแน่นอน ส่วนกระแสเรียกร้องของพรรคการเมืองให้ คสช.ปลดล็อก ไม่เพียงแค่คลายล็อกนั้น พรรคพลังชลถือว่าการทำงานทางการเมืองมีเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว หาก คสช.คลายล็อกมากแค่ไหนเราก็ทำงานการเมืองได้ เพราะที่ผ่านมา 4 ปี เราทำงานทางการเมืองภายใต้ข้อจำกัดมาตลอด และเราทำได้ เพราะถือว่าไม่ใช่ภาวะปกติ ดังนั้นเราต้องยอมรับในสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เปิดเผยว่า มั่นใจว่าการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแมปอย่างแน่นอน หลังจาก คสช.คลายล็อกแล้ว ทุกพรรคการเมืองก็สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ แต่ยังห้ามหาเสียง เข้าใจว่าทาง คสช.เกรงจะเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อทุกพรรคยังมั่นใจในฐานคะแนนเสียง ก็อย่าไปจิตตกเกินเหตุ ในเมื่อทุกพรรคต้องการให้มีการเลือกตั้ง ก็เอาเวลาไปเตรียมการต่างๆ เพื่อไปสู่การเลือกตั้งจะดีกว่า ส่วนการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย หากเป็นการดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ขนาดยังไม่เลือกตั้งแต่ละกลุ่ม ก็เริ่มสาดโคลนใส่กันแล้ว ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากเห็นการเมืองแบบสร้างสรรค์เพื่อนำพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ไม่จมปลักอยู่กับความขัดแย้ง&amp;nbsp;
ย้ำคลายล็อกเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ &amp;nbsp;กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ คสช.เพียงแค่คลายล็อกแต่ไม่ยอมปลดล็อก เพราะไม่มีประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติและประชาชน ควรจะปลดล็อกให้ทุกพรรคดำเนินการทางการเมืองได้ปกติเหมือนในระบอบประชาธิปไตยทั่วไป ถ้าพรรคใดใช้สิทธิ์ก่อให้เกิดความวุ่นวายความขัดแย้งอย่างรุนแรงต่อบ้านเมือง คสช.ก็สามารถใช้ ม.44 ดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ คสช.ควรจะคงไพรมารีโหวตไว้ แล้วใช้ ม.44 เลื่อนกำหนดวันประกาศรับสมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ระบบของ กกต.ไปอีกสัก 2 เดือน ทุกพรรคที่มีความพร้อมก็จะสามารถทำไพรมารีโหวตทัน แม้ว่า คสช.จะยกเลิกไพรมารีโหวต ไปแล้ว แต่พรรคพลังธรรมใหม่ยังคงยืนยันที่จะใช้หลักการไพรมารีโหวตในการคัดเลือก ส.ส.ของพรรคพลังธรรมใหม่ทั้ง 2 ระบบ เพราะสิ่งนี้คือหลักการสำคัญของพรรคพลังธรรมใหม่ ที่จะทำให้พรรคเป็นของสมาชิกพรรคทุกๆ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 กล่าวว่า คสช.ควรจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไป รวมทั้งสื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกกันอย่างเสรี เพื่อที่จะทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพื่อให้ได้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อนการเลือกตั้ง โดยไม่ถูกกำจัดสิทธิ์ เนื่องจากทั้งประชาชนและสื่อมวลชนมิได้อยู่ในข่ายที่รัฐบาลเผด็จการ คสช.กำหนดเฉกเช่นนักการเมือง และ คสช.ไม่ต้องกังวลว่าปลดล็อกให้ประชาชนแล้วจะเกิดการชุมนุมก่อความวุ่นวาย เพราะสังคมไทยต้องการความรู้รักสามัคคีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รอคอยความปีติที่กำลังจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งส่งผลบวกต่อภาคการลงทุนและเศรษฐกิจ หากมีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.62 ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งและกิจกรรมทางการเมืองจะทำให้เงินสะพัดตั้งแต่ไตรมาส 4 ไม่ต่ำกว่า 50,000-65,000 ล้านบาท แต่การไม่เปิดเสรีภาพ (ไม่ปลดล็อก ทำเพียงแค่คลายล็อก) ให้พรรคการเมืองและประชาชนจะลดทอนผลบวก และทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ การเลือกตั้งที่เป็นเพียงพิธีกรรมย่อมไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว การทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของประชาชน ย่อมทำให้กระแสการลงทุนไหลออกของกลุ่มทุนไทยชะลอตัวลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองวิจารณ์ว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.คลายล็อกไม่ปลดล็อก ว่า ก็บอกแล้วว่าคลายล็อก ก็ต้องเป็นระยะๆ ไป ซึ่งก็คิดว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่เคยมีการแจ้งไว้แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาคิดวันนี้ว่าจะค่อยๆ คลายล็อก และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ชี้แจงแล้วว่ายังมีเวลาพอที่จะดำเนินการ ซึ่งเข้าใจว่าคงทำอะไรได้ไม่เต็มที่นัก แต่ก็เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เดินไปถึงวันเลือกตั้งได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คสช.ใช้ความไม่สงบเป็นข้ออ้างในการไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมือง พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า แล้วไม่กลัวความไม่สงบหรือ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็เคยชี้แจงไปแล้วว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าจะมีการคลายล็อกเป็นระยะ ขอให้อดทนหน่อยแล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่าการไม่ปลดล็อกและไม่ยกเลิกใช้มาตรา 44 ทำให้ต่างชาติเห็นว่าไทยยังไม่ปกติหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ท่านสรรหาเหตุผลมาเพื่อที่ท่านอยากจะทำการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์เต็มในเวลานี้ ก็พยายามหยิบยกหลายเรื่องมา แต่ขอให้เข้าใจว่า คสช.พยายามคลายล็อก มีมาตรการผ่อนออกมาเป็นระยะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.ระวี มาศฉมาดล, นพดล กรรณิกา, นพดล ปัทมะ, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วราวุธ ศิลปอาชา, ศักดา นพสิทธิ์, สนธยา คุณปลื้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, อนุสรณ์ ธรรมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e58b132c3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
