<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คาร์นิวัลดอกไม้&#039; ปาร์คนายเลิศ    ประติมากรรมกลางแจ้งที่แสนงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พรมกลีบดอกไม้สุดอลังการและประติมากรรมสัตว์ 3 มิติ จะเกิดขึ้นที่ปาร์คนายเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; งานดอกไม้กลางกรุงประจำปีของประเทศไทยที่ครองใจใครหลายคนจนเป็นตำนานของปาร์คนายเลิศ ปีนี้จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้งในชื่องาน Nai Lert Flower &amp;amp; Garden Art Fair 2019 ภายใต้แนวคิด &amp;quot;คาร์นิวัลดอกไม้&amp;quot; เพื่อสืบสานงานดอกไม้ควบคู่กับการรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ในปีนี้เดินหน้าจัดแสดงประติมากรรมดอกไม้กลางแจ้งผ่านพรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ 575 ตารางเมตร ซึ่งต้องใช้คนนับพันระดมกันสร้างสรรค์พรมดอกไม้นี้ให้วิจิตรอลังการกว่าเดิม โดยเทศกาลดอกไม้จะจัดขึ้นวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์นี้ ณ ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 3 และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สมบัติเลิศ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้งาน Nai Lert Flower &amp;amp; Garden&amp;nbsp; Art Fair 2019 จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;quot;คาร์นิวัลดอกไม้&amp;quot; (Flora Carnival) โชว์ความอลังการ ยิ่งใหญ่ และสนุกสนานกว่าทุกปี ศิลปะทุกอย่างที่สร้างสรรค์เล่าเรื่องผ่านดอกไม้ ประกอบด้วยพรมกลีบดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจัดวางประติมากรรม 3 มิติรูปสัตว์ต่างๆ เช่น สุนัข หมี ยูนิคอร์น รังสรรค์จากดอกไม้ ถ่ายภาพได้สวยงามยิ่งขึ้น งานไม่ได้เสนอความยิ่งใหญ่อย่างเดียว แต่แสดงถึงฝีมืออันประณีตของคนไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกไฮไลต์ในงาน Nai Lert Flower &amp;amp; Garden Art Fair 2019 คือนิทรรศการพวงมาลัย 100 พวง เล็ก-ณพาภรณ์ เผยว่า จะมีการรวมตัวกันของศิลปินมืออาชีพ ศิลปินมือสมัครเล่น นักออกแบบ ดีไซเนอร์ 100 คน เพื่อสร้างพวงมาลัยในรูปแบบของตัวเอง เพื่อระลึกในโอกาสครบ 100 ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ โดยจะจัดแสดงอยู่บนบ้านปาร์คนายเลิศ เรือนไม้สักอายุกว่า 100 ปี เคยเป็นบ้านของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ ผลงานพวงมาลัยสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องทำจากดอกไม้ ใช้วัสดุอื่นที่แปลกใหม่ได้ ผลงานมากมายไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศกาลดอกไม้ครั้งใหญ่กลางกรุง ยังเปิดเวทีพัฒนาทักษะศิลปินนักออกแบบรุ่นใหม่ ณพาภรณ์กล่าวว่า ในงานมีกิจกรรม FLOWERS X COMPETITION จัดแข่งขันสร้างประติมากรรมดอกไม้ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การประกวดโคมระย้าดอกไม้ ภายใต้แนวคิด &amp;quot;Elegant Floral Chandelier&amp;quot; และการแข่งขันจัดสวนดอกไม้ภายใต้คอนเซ็ปต์สวนแห่งความสุข &amp;quot;Happy Garden&amp;quot; ผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ เงินรางวัล พร้อมร่วมชมงาน Chelsea Flower Show ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กิจกรรมทั้งหมดนี้จะสร้างความสุขให้กับครอบครัว ตลอดจนนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; เมื่อ 32 ปีที่แล้ว งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้ก่อตั้งโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ เป็นผู้ริเริ่มจัดแสดงดอกไม้ในโรงแรม โดยได้แรงบันดาลใจจากการไปเที่ยวชมงาน Chelsea Flower Show ที่อังกฤษ ต่อมาทายาทได้สืบสานจัดขึ้นต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 33 โดยย้ายมาจัดบนพื้นที่กลางแจ้งของบ้านปาร์คนายเลิศ เป็นงานแสดงดอกไม้สุดตระการตา และเปิดบ้านเก่าให้ชม เป็นการผสมผสานเก่ากับใหม่กลมกลืน ทำให้ภาพลักษณ์ปาร์คนายเลิศมีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้ไม่ยาก ปีที่แล้ว 3 วัน มีคนเข้าชมงานกว่า 12,000 คน เป็นชาวต่างชาติร้อยละ 30 ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น อยากให้เทศกาลดอกไม้นี้อยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยว เป็นความท้าทาย ต้องแข่งขันกับตัวเอง ตั้งใจทำให้เต็มที่ที่สุด ปีนี้จัด light &amp;amp; Sound บนพรมกลีบดอกไม้ ขยายเวลาเข้าชมถึง 21.00 น.&amp;quot; ทายาทอาณาจักรปาร์คนายเลิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทอาณาจักรปาร์คนายเลิศสานตำนานงานดอกไม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเนรมิตพรมกลีบดอกไม้เป็นลวดลายศิลป์สุดงดงามที่กำลังจะเกิดขึ้น ศักดิ์ชัย กาย นักออกแบบและนักจัดดอกไม้ชื่อดัง ผู้ร่วมสร้างสรรค์ กล่าวว่า พรมกลีบดอกไม้เกิดขึ้นครั้งแรกในไทยที่ปาร์คนายเลิศ พรมกลีบดอกไม้จะใช้ดอกไม้ไทยกว่า 20 สายพันธุ์ เดิมจัดแสดงในโรงแรม แต่ทายาทรุ่นปัจจุบันเปลี่ยนมาแสดงกลางแจ้งของบ้านปาร์คนายเลิศ ซึ่งถือเป็นโอเอซิสกลางกรุง ปีที่แล้วจัดในคอนเซ็ปต์ Tree of Life เป็นทัศนศิลป์ ปีนี้ก็พัฒนาและคิดต่อเป็นคาร์นิวัล ดอกไม้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; เบื้องหลังการประดิษฐ์พรมกลีบดอกไม้ ใช้คนกว่า 1 คน ร่วมสร้างอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่เตรียมดอกไม้สดมากกว่า 5 แสนดอก เด็ดกลีบเล็กๆ ทีละใบ แช่ โรยให้มองเห็นแล้วดูฟู นุ่มนวล สวยงาม มีความสุนทรีย์ นอกจากนี้ จะมีขั้นตอนซ่อมแซมเพื่อให้พรมกลีบดอกไม้งดงามทุกวัน กระตุ้นให้คนรุ่นใหม่สนใจงานศิลป์ และรักธรรมชาติมากขึ้น&amp;quot; ศักดิ์ชัย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ศักดิ์ชัย กาย เนรมิตพรมกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นงานที่คนรักดอกไม้และรักศิลปะต้องมา ภายในงานมีอาร์ต มาร์เก็ต รวบรวมงานแฮนด์เมดจากศิลปินผู้ประกอบการรุ่นใหม่กว่า 20 ร้าน จัดเอ็กซิบิชั่น แกลเลอรี ร้านค้ากว่า 45 ร้าน จำหน่ายเสื้อผ้า สิ่งทอ สินค้าตกแต่งบ้าน แล้วเป็นครั้งแรกที่เปิดตลาดน้ำภายในปาร์คนายเลิศรวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากหลายท้องถิ่นให้ลิ้มลอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ร้านมา เมซอง อาหารไทยต้นตำรับของปาร์คนายเลิศ รังสรรค์เมนูพิเศษจากดอกไม้และผักโครงการหลวงนานาชนิดเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เช่น ขนมจีนน้ำพริก ดอกไม้ทอด ยำตะไคร้ดอกไม้ ขนมเบื้องดอกไม้ไส้กุ้ง เนื้อเทนเดอร์ลอย ซอสไวน์แดง ผักและดอกไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวงมาลัยสร้างสรรค์ 100 พวงที่บ้านเรือนไทยรำลึก 100 ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีเวิร์กช็อปทุกวัน ทั้งการผสมเครื่องดื่มจากดอกไม้ งานทอผ้าพันคอลายดอกไม้ ทำน้ำหอมกลิ่นดอกไม้สำหรับเครื่องประดับ รวมทุกความคิดสร้างสรรค์ไว้ที่เทศกาลสุดอลังการนี้ ระหว่างวันที่ 21-24 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00-21.00 น. ณ ปาร์คนายเลิศ ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท เด็กและนักเรียน ราคา 80 บาท รายได้จากการจัดงานจะนำไปมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเพื่อเป็นการกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27278</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 ปีชาตกาล ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ, งาน Nai Lert Flower &amp; Garden Art Fair 2019, งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ, พรมกลีบดอกไม้สุดอลังการ, ศักดิ์ชัย กาย, เล็ก-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c4748c8e4699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 06:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่รับฎีกา &#039;ศักดิ์ชัย กาย&#039; อ้างพินัยกรรมเป็นผู้รับมรดกขอให้ 4 ทายาทตระกูล ณ ป้อมเพชร โอนที่ดินให้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค. 16 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลนัดฟังคำสั่งขออนุญาตฎีกา คดีที่นายศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการนิตยสารชื่อดัง &amp;ldquo;ลิปส์&amp;rdquo; และนักจัดดอกไม้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธีรวัต ณ ป้อมเพชร อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นางชวนพิศ วัชรสินธุ์, ม.ร.ว.นิวัตการ ณ ป้อมเพชร และนายพัชรพงศ์ ณ ป้อมเพชร เป็นจำเลยที่ 1-4 ในคดีมรดก พินัยกรรม&amp;nbsp;กรณีที่ดินโฉนดเลขที่ 1003 เลขที่ 15 ถนนจันทร์ ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา กรุงเทพฯ รวมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง&amp;nbsp;ซึ่งจำเลยที่ 1, 3 และ 4 เป็นทายาทของนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร อดีตเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำการในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้นายศักดิ์ชัย โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2549 นายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร บิดาของจำเลยที่ 1, 3 และ 4 ถึงแก่ความตาย มีโจทก์เป็นทายาทผู้รับพินัยกรรม จำเลยที่ 1, 3 และ 4 เป็นทายาทโดยธรรม และจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของนายวิวรรธน์ ก่อนถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2548 นายวิวรรธน์ได้ทำพินัยกรรมฉบับก่อนยกที่ดินโฉนดเลขที่ 1003 ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย. 2559 ศาลฎีกาพิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับหลังเป็นโมฆะ ทำให้พินัยกรรมฉบับก่อนยังคงมีผลบังคับอยู่ โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้ง 4 คนดังกล่าว โอนทรัพย์มรดกแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้ง 4 เพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยร่วมกันโอนที่ดินที่พิพาทดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยทั้ง 4 เบิกความต่อศาลว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พินัยกรรมตามฟ้องไม่สมบูรณ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2550 จำเลยที่ 1 เคยฟ้องโจทก์คดีนี้ เป็นจำเลยให้เพิกถอนพินัยกรรม ฉบับลงวันที่ 21 ธ.ค.2548 เนื่องจากเป็นพินัยกรรมที่โจทก์กับพวกร่วมกันทำปลอมขึ้นตามคดีหมายเลขดำที่ 2942/2560 ของศาลชั้นต้น ต่อมาศาลฎีกาในคดีเดิม พิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 21 ธ.ค. 2548 เป็นโมฆะ พินัยกรรมที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ มีวันที่และข้อความเดียวกับพินัยกรรมในคดีเดิม เมื่อคดีเดิมถึงที่สุด ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ และดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากระบุว่าพินัยกรรมที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์ยอมรับตามคำฟ้องว่ามีอยู่ก่อนพิพาทกันในคดีหมายเลขดำที่ 2942/2560&amp;nbsp;ซึ่งโจทก์ก็เป็นจำเลยในคดี แต่ก็ไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ เมื่อแพ้คดีแล้วจะกลับมาอ้างเหตุว่า เพิ่งทราบว่ามีพินัยกรรมฉบับที่นำมาฟ้องเพิ่งจะมีผลนั้นไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา พร้อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 1442/2550&amp;nbsp; ของศาลชั้นต้นหรือไม่ และคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสี่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง (1) (3) และ (5) จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ยกคำร้องขออนุญาตฎีกาและไม่รับฎีกาของโจทก์&amp;nbsp;และคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24268</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณ ป้อมเพชร, มรดกตระกูล ณ ป้อมเพชร, ศักดิ์ชัย กาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c143e6f5c914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศักดิ์ชัย กาย’โล่ง‘ฎีกา’ยืนยกฟ้อง ปลอมเช็ค158ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ศักดิ์ชัย กาย&amp;rdquo; โล่ง ฎีกายกฟ้องคดีทายาทปลอมเอกสารถอนเงินกว่า 158 ล้านบาท เจ้าตัวลั่นถูกโลกโซเชียลรุมด่ากว่า 15 ปี เผยอาจจ่อถอนคดีฟ้องกลับทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ อ.1201/2557 ที่ พล.ต.ต.เพ็ชร์ ณ ป้อมเพ็ชร์ โดย น.ส.นพมาศ ณ ป้อมเพ็ชร์ ฐานะผู้อนุบาล เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศักดิ์ชัย กาย อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร และนักจัดดอกไม้ชื่อดัง เป็นจำเลย ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266 และ 268 กรณีเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2543 ที่จำเลยได้ปลอมใบถอนเงินธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีลายมือชื่อของโจทก์แล้วนำไปถอนเงินจำนวน 158,330,000 บาท ในรูปของแคชเชียร์เช็คก่อนนำไปเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลย เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2559 พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมายังไม่อาจฟังได้ว่าเช็คและใบถอนเงินเป็นเอกสารปลอม ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดจะนำไปใช้แสดงต่อธนาคารก็ไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอม และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสาร โดยกรอกข้อความลงใบถอนเงินที่มีชื่อโจทก์ แต่ก็ไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่ได้ระบุว่าจำเลยนำไปใช้เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือผู้ใดนั้น คำฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามมาตรา 264 วรรคสองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2560 ว่าที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พล.ต.ต.เพ็ชร์ไม่มีสติสัมปชัญญะพอลงลายมือชื่อได้เนื่องจากป่วยเลือดออกในสมองนั้น จากการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์พบว่า ช่วงเวลาเซ็นเอกสารและเช็คสั่งจ่ายเงินกว่า 158 ล้านบาทให้จำเลยนั้น เกิดขึ้นก่อน พล.ต.ต.เพ็ชร์จะมีอาการเลือดออกในสมองจนต้องเข้าโรงพยาบาล พล.ต.ต.เพ็ชร์มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน อีกทั้งอาการป่วยก็ไม่มีอาการจะถึงขั้นไร้สติสัมปชัญญะ จนถึงขนาดไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ นอกจากนี้ยังมีพยานเป็นพนักงานธนาคารที่สั่งจ่ายเช็คดังกล่าวยืนยันว่า มีการตรวจดูลายมือภายในเช็คกับลายมือต้นฉบับก็ตรงกัน อีกทั้งยังมีการส่งรายงานความเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากให้โจทก์ดูรายละเอียดทุกเดือน ซึ่งโจทก์เป็นผู้ที่มีความรู้และศึกษาจากต่างประเทศ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน จึงสามารถดูความเคลื่อนไหวและสังเกตเห็นความผิดปกติของเงินที่ออกจากบัญชี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการร้องเรียนถึงความผิดปกติในบัญชีดังกล่าว อีกทั้งจำเลยยังมีการถ่ายรูปขณะเซ็นเอกสารเป็นหลักฐาน ส่วนประเด็นที่โจทก์ยื่นว่ามีการปลอมลายเซ็นนั้น ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าลายเซ็นในเอกสารต่างๆ เป็นของปลอม ประเด็นนี้จึงไม่มีน้ำหนัก ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า แม้ขณะโจทก์สั่งจ่ายเช็คมีอายุมากแล้ว และต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาประกอบกับพยานโจทก์ที่เบิกความแล้ว ปรากฏว่าโจทก์เข้ารักษาอาการป่วยตามปกติซึ่งไม่รุนแรง ไม่ถึงกับขาดสติสัมปชัญญะ จนถึงขั้นไม่สามารถทำนิติกรรมได้ อีกทั้งตามที่พยานเจ้าหน้าที่ธนาคารเบิกความนั้น โจทก์ไม่เคยโต้แย้งการเคลื่อนไหวทางบัญชี ทั้งที่มีความรู้ความสามารถต้องเข้าใจการทำนิติกรรมเป็นอย่างดี ขณะที่การปลอมลายมือชื่อก็มีเพียงพยานโจทก์เบิกความลอยๆ จึงเชื่อได้ว่าเป็นลายมือชื่อของโจทก์จริง พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่นั้น โจทก์บรรยายฟ้องในฐานปลอมเอกสารทำให้โจทก์เสียหาย ไม่ได้บรรยายว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงอย่างไร ศาลมิอาจพิพากษาได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชัยให้สัมภาษณ์ภายหลังฎีกายกฟ้องว่า ที่ผ่านมาไม่เคยให้สัมภาษณ์ เพราะเห็นว่าเป็นคดีครอบครัว ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงขอเงียบมาตลอด ในส่วนคดีแพ่งที่ถูกฟ้องด้วยนั้น ศาลมีคำสั่งให้พักเพื่อรอคำพิพากษาในส่วนของคดีอาญาคดีนี้ ส่วนคดีที่ฟ้องกลับในส่วนคดีแพ่งนั้น อาจเกิดความสับสน เพราะคดีมันมากมายเหลือเกิน คิดว่าจะถอนฟ้องคดีทั้งหมดเช่นกัน ที่ผ่านมาถูกโลกโซเชียลโหดร้ายกับตนมาตลอดระยะเวลา 15 ปี แต่ด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงขอต่อสู้คดีเงียบๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายศักดิ์ชัยยังมีคดีที่ถูกนายธีรวัต ณ ป้อมเพ็ชร์ ทายาทของนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพ็ชร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ฟ้องฐานปลอมเอกสารเช่นกัน เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3830/2559 กรณีฟ้องว่าปลอมพินัยกรรมนายวิวรรธน์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2561 แต่ในส่วนคดีแพ่งที่ถูกนายธีรวัตยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ 2942/2550 ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2559 ยืนตามชั้นอุทธรณ์ว่าพินัยกรรมมีพิรุธ ให้เป็นโมฆะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20307</URL_LINK>
                <HASHTAG>158ล้านบาท, ฎีกายกฟ้องคดีทายาทปลอมเอกสารถอนเงิน, ฟ้องฐานปลอมเอกสาร, ศักดิ์ชัย กาย, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9ea9c45ade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกายืนยกฟ้อง &#039;ศักดิ์ชัย กาย&#039; คดีปลอมเอกสารถอนเงินกว่า 158 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;ต.ค.61 ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;909&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ อ.1201/2557&amp;nbsp;ที่ พล.ต.ต.เพ็ชร์ ณ ป้อมเพ็ชร์ โดย น.ส.นพมาศ ณ ป้อมเพ็ชร์ ฐานะผู้อนุบาล เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศักดิ์ชัย กาย อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารชื่อดังและนักจัดดอกไม้ชื่อดัง เป็นจำเลย ในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;264, 266, 268&amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่3&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2543&amp;nbsp;จำเลยได้ปลอมใบถอนเงิน ธ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีลายมือชื่อของโจทก์แล้ว นำไปถอนเงินจำนวน&amp;nbsp;158,330,000&amp;nbsp;บาทในรูปของแคชเชียร์เช็คแล้วนำไปเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลย เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมายังไม่อาจฟังได้ว่าเช็คและใบถอนเงินเป็นเอกสารปลอม เมื่อโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าเช็คและใบถอนเงินเป็นเอกสารปลอม ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดจะนำไปใช้แสดงต่อธนาคารก็ไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;268&amp;nbsp;จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอม และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสารโดยการกรอกข้อความลงใบถอนเงินที่มีชื่อโจทก์ แต่ก็ไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่ได้ระบุว่าจำเลยนำไปใช้เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือผู้ใดนั้น คำฟ้องโจทก์ จึงขาดองค์ประกอบความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามมาตรา&amp;nbsp;264&amp;nbsp;วรรคสองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เห็นว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พล.ต.ต.เพ็ชร์ ไม่มีสติสัมปชัญญะพอที่จะลงลายมือชื่อได้ เนื่องจากป่วยเลือดออกในสมองนั้น แต่จากการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์พบว่า ช่วงเวลาที่มีการเซ็นเอกสาร และเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน&amp;nbsp;158&amp;nbsp;ล้านกว่าบาทให้จำเลยนั้น เกิดขึ้นก่อนที่ พล.ต.ต.เพ็ชร์ จะมีอาการเลือดออกในสมองจนต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้น พล.ต.ต.เพ็ชร์ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน อีกทั้งอาการป่วยก็ไม่มีมูลว่าอาการจะถึงขั้นไร้สติสัมปชัญญะ จนถึงขนาดไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ นอกจากนี้ยังมีพยานเป็นพนักงานธนาคารที่สั่งจ่ายเช็คดังกล่าวยืนยันว่า มีการตรวจดูลายมือภายในเช็คกับลายมือต้นฉบับก็ตรงกัน อีกทั้งยังมีการส่งรายงานความเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากให้กับโจทก์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูรายละเอียดทุกเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งโจทก์เป็นผู้ที่มีความรู้ และมีการศึกษาจากต่างประเทศ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน จึงสามารถดูความเคลื่อนไหวและสังเกตเห็นความผิดปกติของเงินที่ออกจากบัญชี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่มีการร้องเรียนถึงความผิดปกติในบัญชีดังกล่าว อีกทั้งจำเลยยังมีการถ่ายรูปขณะเซ็นเอกสาร เป็นหลักฐาน ส่วนประเด็นที่โจทก์ยื่นว่ามีการปลอมลายเซ็นนั้นก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าลายเซ็นในเอกสารต่างๆ เป็นลายเซ็นของปลอม ประเด็นนี้จึงไม่มีน้ำหนัก ศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า แม้ขณะที่โจทก์สั่งจ่ายเช็คมีอายุมากแล้ว และจะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาประกอบกับพยานโจทก์ที่เบิกความแล้ว ปรากฏว่าโจทก์เข้ารักษาอาการป่วยตามปกติซึ่งไม่รุนแรง ไม่ถึงกับขาดสติสัมปชัญญะ จนถึงขั้นไม่สามารถทำนิติกรรมได้ อีกทั้งตามที่พยานเจ้าหน้าที่ธนาคารเบิกความนั้น โจทก์ไม่เคยโต้แย้งการเคลื่อนไหวทางบัญชี ทั้งที่มีความรู้ความสามารถต้องเข้าใจการทำนิติกรรมเป็นอย่างดี ขณะที่การปลอมลายมือชื่อก็มีเพียงพยานโจทก์เบิกความลอยๆ จึงเชื่อได้ว่าเป็นลายมือชื่อของโจทก์จริง พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่นั้น โจทก์บรรยายฟ้องในฐานปลอมเอกสารทำให้โจทก์เสียหาย ไม่ได้บรรยายว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงอย่างไร ศาลมิอาจพิพากษาได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง นายศักดิ์ชัย ให้สัมภาษณ์หลังศาลฎีกายกฟ้องว่า ความจริงปรากฏแล้วว่าตนไม่มีความผิดตามฟ้อง เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่เคยให้สัมภาษณ์ เพราะเห็นว่าเป็นคดีครอบครัว ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงขอเงียบมาตลอด ในส่วนคดีแพ่งที่ตนถูกฟ้องด้วยนั้น ศาลมีคำสั่งให้พักเพื่อรอคำพิพากษาในส่วนของคดีอาญาคดีนี้ ส่วนคดีที่ตนฟ้องกลับในส่วนคดีแพ่งนั้น อาจจะเกิดความสับสนเพราะคดีมันมากมายเหลือเกิน คิดว่าจะถอนฟ้องคดีทั้งหมดเช่นกัน ที่ผ่านมาถูกโลกโซเชียลโหดร้ายกับตนมากตลอดระยะเวลา 15 ปี แต่ด้วยความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงขอต่อสู้คดีเงียบๆเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์ชัยยังมีคดีที่ถูกนายธีรวัต ณ ป้อมเพชร ทายาทของนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร อดีตเอกอัครราชทูตไทย ฟ้องฐานปลอมเอกสารเช่นกันเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3830/2559&amp;nbsp;กรณีฟ้องว่าปลอมพินัยกรรมนายวิวรรธน์&amp;nbsp;ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;แต่ในส่วนคดีแพ่งที่ถูกนายธีรวัตยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;2942/2550&amp;nbsp;ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ยืนตามชั้นอุทธรณ์ว่าพินัยกรรมมีพิรุธ ให้เป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20272</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.นพมาศ ณ ป้อมเพ็ชร์, พล.ต.ต.เพ็ชร์ ณ ป้อมเพ็ชร์, ศักดิ์ชัย กาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9705357ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง &#039;ศักดิ์ชัย กาย&#039; คดีทายาทตระกูล ณ ป้อมเพชร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ส.ค.61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.3830/2559&amp;nbsp;ที่นายธีรวัต ณ ป้อมเพชร ทายาทของนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร อดีตเอกอัครราชทูตไทยที่เคยประจำการในหลายประเทศ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการนิตยสารชื่อดัง &amp;ldquo;ลิปส์&amp;rdquo; และนักจัดดอกไม้ กับพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน เป็นจำเลย&amp;nbsp;ในความผิดฐานเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล และนำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;177, 180, 264&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;268&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างต้นเดือน ม.ค.2548 &amp;ndash;&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;ต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์พินัยกรรมว่านายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร มีคำสั่งให้ยกเลิกพินัยกรรมที่เคยทำไว้ และนายวิวรรธน์ยกที่ดินเนื้อที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่ ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา กทม.พร้อมสิ่งปลูกสร้างห้องชุดคอนโดมิเนียมที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปลอมลายมือชื่อของนายวิวรรธน์ในช่องผู้ทำพินัยกรรม ทั้งที่ความจริงนายวิวรรธน์ไม่ได้ทำพินัยกรรม ไม่มีเจตนาที่จะยกที่ดินดังกล่าว ทำให้โจทก์และทายาทนายวิวรรธน์ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นำสืบและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี โดยจำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้ใช้และอ้างพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความว่า จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นผู้จัดทำพินัยกรรมให้กับนายวิวรรธน์ โดยข้อความส่วนใหญ่มาจากข้อความที่นายวิวรรธน์เขียนมาในร่างพินัยกรรม จำเลยที่2&amp;nbsp;ได้จัดพิมพ์และให้นายวิวรรธน์ลงลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรม จำเลยที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลงลายมือชื่อในช่องพยาน จำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลงลายมือชื่อเป็นพยานและผู้พิมพ์ในพินัยกรรม ซึ่งการอ้างพินัยกรรมดังกล่าวมีเจตนาให้ศาลหลงเชื่อว่าเป็นพินัยกรรมที่แท้จริง ทำให้โจทก์และทายาทของนายวิวรรธน์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร และที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.เกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีความผิดที่โจทก์ฟ้องมีอัตราโทษไม่เกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าขาดอายุความ จึงไม่มีมูล ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์โต้ว่าคดีมีมูลนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับวินิจฉัย สำหรับประเด็นที่โจทก์ฟ้องว่าเป็นการเบิกความเท็จหรือไม่นั้น เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงศาลแพ่งพิพากษาว่ายังฟังไม่ได้ว่าลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมเป็นของนายวิวรรธน์ ผู้ตาย แต่ก็เป็นดุลพินิจของศาลแพ่ง ไม่มีผลผูกพันคำพิพากษาในคดีอาญา ทั้งนี้ จากการไต่สวนทราบว่าจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สนิทสนมกับนายวิวรรธน์ซึ่งมีลักษณะคล้ายเพศหญิง มีความสัมพันธ์กันเป็นพิเศษ การที่นายวิวรรธน์ยกมรดกให้จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มากกว่าใคร จึงไม่เป็นข้อพิรุธ นอกจากนี้ จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก็เบิกความไปตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กับพวกทำการปลอมเอกสาร เบิกความเท็จ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณ ป้อมเพชร, ธีรวัต ณ ป้อมเพชร, นิตยสารลิปส์, ศักดิ์ชัย กาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b73b0a0dd661.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
