<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออก6ตำรวจ &#039;บิ๊กหยม&#039;ชี้มีมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.สั่งให้ออก 6 ตร.ถูกกล่าวหาเรียกรับสินบนพ่อค้าส้มตำ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เผยมีมูล แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ รอ 2 เดือนรู้ผลก่อนส่งให้ ป.ป.ท.ดำเนินการต่อ ดำเนินคดีผู้กล่าวหาด้วยหลังยอมรับเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 กันยายนนี้ กรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าขายส้มตำ แจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับ ด.ต.วรพล สันติพิริยาภรณ์ ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กับพวกรวม 6 นาย ร่วมกับพลเรือน กรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เรียกรับเงินสินบนเป็นเงิน 50,000 บาท ในคดียาเสพติด เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ตำรวจ 6 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.บัญชา เจือจาน, ร.ต.อ.สันติ คำพันธุ์, ร.ต.อ.ไพรัช ภู่ระหงษ์, ด.ต.วรพล สันติพิริยาภรณ์, ด.ต.เกษม โอชาพงศ์ และ ด.ต.สงกรานต์ ราชไชยา ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยมี พล.ต.ต.รีนิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจทั้ง 6 นายยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ขู่กรรโชกทรัพย์ แต่ก็ถือว่ามีมูลความผิดจากการที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน ซึ่งต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงออกมาก่อน และหากสอบสวนแล้วพบว่ามีผู้บังคับบัญชาเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบื้องต้นผลการสอบสวนข้อเท็จจริงใช้เวลาประมาณ 60 วัน จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ความจริงเป็นอย่างไรอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่มีมูลแล้ว จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งทางผู้เสียหายยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงต้องถูกดำเนินคดีเรื่องยา ในส่วนของตำรวจถือเป็นการกระทำความผิดด้วยการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์ ก็ต้องถูกดำเนินคดีในส่วนนี้ไป นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเก่า ว่าเคยมีการกระทำความผิดในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ หากประชาชนท่านใดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว หรือไม่ว่าชุดไหนก่อเหตุ สามารถเข้ามาร้องเรียนได้ที่ บช.น.&amp;quot;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.วรพล สันติพิริยาภรณ์, ด.ต.สงกรานต์ ราชไชยา, ด.ต.เกษม โอชาพงศ์, พ.ต.ต.บัญชา เจือจาน, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, ร.ต.อ.สันติ คำพันธุ์, ร.ต.อ.ไพรัช ภู่ระหงษ์, ศักดิ์ชัย แน่นอุดร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3994b1f83e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าส้มตำผวา จม.ขู่ฆ่าไม่ตายดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าส้มตำกับลูกสาวเข้าให้ปากคำ ผบช.น.หลังแจ้งความเอาผิด 7 ตำรวจสายสืบ บก.น.1 ยัดยารีด 5 หมื่นปิดคดี เผยกินไม่ได้นอนไม่หลับมา 2 วันแล้ว เพราะได้รับจดหมายขู่ &amp;quot;ชีวิตมึงจะไม่ตายดี ต้องตายข้างถนน&amp;quot; ด้าน &amp;quot;ชาญเทพ&amp;quot; ยันให้ความเป็นธรรม เผยสำนวนคืบหน้า 80% ขณะที่ผลสอบวินัยเสร็จภายใน 24 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 กันยายนนี้ นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าขายส้มตำปากซอยพระราม 6 พร้อม น.ส.สโรชา แน่นอุดร อายุ 30 ปี ลูกสาว เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ปากคำต่อ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.1 กรณีนายศักดิ์ชัยและลูกสาวแจ้งความถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการยัดยาเสพติด และเรียกรับเงิน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ได้เรียกนายศักดิ์ชัยมาทำความเข้าใจ เพราะหลังจากเห็นข่าวก็มีความกังวลใจว่าผู้เสียหายจะหวาดกลัวในความปลอดภัย ซึ่งได้ยืนยันว่าจะช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด และหลังจากนี้ก็จะเร่งรัดการทำสำนวนการสอบสวน ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วถึง 80% ขณะที่การสอบประเด็นทางวินัยน่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 ก.ย. และจะมีการเรียกนายศักดิ์ชัยมาพูดคุยอีกครั้งในวันที่ 25 ก.ย. เพื่อให้คลายความกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ในส่วนของการสอบสวนผู้กระทำผิด ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ก็ได้รับปากกับทางผู้เสียหายไว้แล้วว่าจะให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด ซึ่งถ้าตรวจสอบพบว่ากลุ่มตำรวจดังกล่าวทำความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีอาญาและลงโทษทางวินัยร้ายแรงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ภายหลังให้ปากคำแล้วและได้รับคำชี้แจง ก็รู้สึกพอใจ มีการสอบถามความเป็นมา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และก็เล่าไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าผลสอบสวนจะออกมาอย่างไร นอกจากนี้อยากให้ตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านและให้ความคุ้มครอง เพราะไม่กี่วันก่อนมีจดหมายจ่าหน้าซองชื่อตนและลูกสาว มีเนื้อหาเชิงข่มขู่ และมีข้อความระบุว่า &amp;quot;ชีวิตมึงจะไม่ตายดี ต้องตายข้างถนน&amp;quot; จึงได้ให้ลูกสาวถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐาน และนำมาแจ้งต่อ ผบช.น.ในวันนี้ เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว จนทำให้ตนก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมา 2 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์ชัยได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ประกอบด้วย นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 3 นาย และชั้นประทวนอีก 4 นาย ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งทาง บก.น.1 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 7 นายที่ถูกกล่าวหามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.1 พร้อมกำชับให้รู้ผลการสอบสวนภายใน 15 วัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17714</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, ศักดิ์ชัย แน่นอุดร, สโรชา แน่นอุดร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e5cdf775f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบ7ตร. ถูกหายัดยารีดเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้งตำรวจ กก.สส.บก.น.1 รวม 7 นายเข้ากรุ หลังพ่อค้าส้มตำแจ้งความถูกยัดยาบ้า รีดเงิน 5 หมื่น พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผบช.น.ขีดเส้น 15 วันรู้ผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กันยายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าส้มตำ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ระบุว่ายัดยาบ้า แล้วเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ว่า ได้รับแจ้งจาก สน.พญาไท ว่าด้วยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น. นายศักดิ์ชัยได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไท ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) ซึ่งอ้างว่าได้เรียกรับเงินสินบนจากตนเป็นจำนวน 50,000 บาท โดยประกอบด้วยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 3 นาย ชั้นประทวน จำนวน 4 นาย รวม 7 นาย ในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้ทาง สน.พญาไทได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินคดี และได้รายงานเรื่องให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ทราบ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง กับมีคำสั่งให้กลุ่มข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากหน้าที่เดิมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าว การกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีการปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีตไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.อ.อภิฌาณ สวัสดิบุตร ผกก. (สอบสวน) กก.อก.บก.น.1 เป็นหัวหน้าชุดสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้เวลาสืบสวนข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17336</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ศักดิ์ชัย แน่นอุดร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97bea5c52e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
