<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ดขาด!ประหารชีวิต &#039;แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย&#039; ฆาตกรต่อเนื่อง ไม่สำนึกในการกระทำความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลจังหวัดขอนแก่น ได้เผยแพร่เอกสารข่าวคดี&amp;nbsp;นายสมคิด พุ่มพวง หรือ &amp;quot;แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย&amp;quot; ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมรัดคอหญิงหม้ายอายุ 51 ปี ชาว อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอกสารดังกล่าว ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 87/2564 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายสมคิด พุ่มพวง จำเลย โดยคดีนี้ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) (5) มาตรา 199 และ มาตรา 334 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ วรรคสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยการกระทำทารุณโหดร้าย ลงโทษประหารชีวิต ฐานลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพหรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือสาเหตุแห่งการตาย และฐานเป็นการกระทำใดๆ ต่อศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ทวิ วรรคสอง อันเป็นบทกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 เดือน ฐานลักทรัพย์เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 3 ปี ฐานเป็นการกระทำใดๆ ต่อศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 16 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย เนื่องจากศาลลงโทษประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุดแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนในครั้งแรกเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คำรับสารภาพดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเพียงกลวิธีในการต่อสู้คดีของจำเลยเพื่อให้ศาลพิจารณาลดโทษให้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประกอบกับพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลยได้กระทำต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันรวมคดีนี้ด้วยถึง 6 คดี หลังจากจำเลยพ้นโทษจากคดีทั้งห้าคดีก่อนนั้นเป็นเวลาเพียง 6 เดือนเศษ ทั้งไม่สำนึกในการกระทำความผิด ขาดความเมตตาปราณี สร้างความสูญเสียแก่สุจริตชนและเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นของจำเลยมารวมได้อีก คงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และ ริบของกลาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ธ.ค.2562 &amp;nbsp;โดยมีผู้พบศพนางรัศมี มุลิจันทร์ &amp;nbsp;หรือฝ้าย อายุ 51 ปี เจ้าของบ้านตายในสภาพถูกห่อด้วยผ้าห่ม ท่อนล่างเปลือย ส่วนท่อนบนสวมเพียงเสื้อยืด บริเวณลำคอถูกพันด้วยเทปใสและสายไฟ ที่ข้อเท้าถูกมัดด้วยสายชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ &amp;nbsp;เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง ร่างกายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่มีร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของในบ้าน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายสมคิด ได้ขณะนั่งรถไฟหลบหนีที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และคุมตัวมาดำเนินคดีที่ขอนแก่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลจังหวัดขอนแก่น, สมคิด พุ่มพวง, แจ็ค เดอะริปเปอร์ เมืองไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066ac36d24f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้องเครือข่าย &#039;เสี่ยสมชาย&#039; นายทุนเงินกู้ &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; บุกจับ ผู้เสียหายยื่นอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31&amp;nbsp;มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลชั้นต้นของศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีดำเลขที่ อ.3054/61&amp;nbsp;ระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่นฝ่ายโจทก์ กับ นายเด่นชัย&amp;nbsp;ศิริศรีมังกร จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พร้อมพวกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายพนักงานอัยการ พร้อมผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวนมากได้มารายงานตัวต่อศาล ขณะที่จำเลยได้เดินทางมาพร้อมทนายความ ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ฝ่ายโจทก์ และจำเลยเข้าไปในห้องพิจารณาคดีที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตุการณ์หรือรับฟังการอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแต่อย่างใดและกำหนดจุดให้พักรอที่ศาลาพักญาติด้านหน้าศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลชั้นต้นของศาล จ.ขอนแก่น ได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษานานกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชม. จึงมีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดและมีคำสั่งให้ชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายบางคน ทำให้ผู้เสียหายที่มารับฟังคำพิพากษาของศาล ซึ่งเมื่อได้ฟังคำสั่งศาลจึงต่างพากันเดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีและมาพูดคุยกันกับทนายความที่ศาลาพักญาติเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้คดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชิดพงษ์&amp;nbsp;แพ่งสองพร ทนายความ กล่าวว่า คดีความดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ พล.ต.ท.สุรชัย&amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4&amp;nbsp;ขณะนั้น กับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ในขณะนั้นได้ขอหมายค้นจากศาลจ.ขอนแก่น ตรวจค้นนายทุนเงินกู้นอกระบบในจังหวัดขอนแก่น โดยนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด ซึ่งเป็นเครือข่ายนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยเกินจากที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นเครือข่ายของนายสมชาย ศิริศรีมังกร หรือเสี่ยสมชาย พร้อมอายัดทรัพย์ทั้งหมดมูลค่ากว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านบาท โดยในคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายรวม&amp;nbsp;77&amp;nbsp;คน ซึ่งการดำเนินงานของตำรวจนั้นได้มีการสั่งฟ้องตามขั้นตอนจนกระทั่งถึงวันนี้เป็นวันที่ศาลชั้นต้นของ ศาล จ.ขอนแก่น ได้นัดอ่านคำพิพากษาในดคีดังกล่าว โดยมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งหมด และมีคำสั่งให้ชดเชยให้กับผู้เสียหายเป็นบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจับกุมดังกล่าวของทางเจ้าหน้าที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อกล่าวหา ประกอบด้วยฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกง,พรบ.อัตราดอกเบี้ยและพรบ.กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเปิดทำการให้กู้ยืมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลมีคำสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งหมด และมีคำสั่งให้มีการชดเชยให้กับผู้เสียหายบางคนตามที่ศาลกำหนด ซึ่งทุกคนน้อมรับคำสั่งศาล และได้มีการหารือกันกับพนักงานอัยการในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายกฤตภาส ธนบูลศิริพงศ์ หนึ่งในผู้เสียหาย&amp;nbsp;77 ราย&amp;nbsp;กล่าวว่า ครอบครัวได้ขายฝากที่นา จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ไร่ ให้กับนายทุนรายนี้เพราะเห็นติดป้ายประกาศไว้หน้าร้านแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพราะต้องการลดขั้นตอนการดำเนินการกับทางธนาคารที่มีขั้นตอนทางเอกสารที่ซับซ้อน จึงตัดสินใจนำที่นามรดกผืนสุดท้ายไปจำนองกับนายทุนตกลงกู้ในราคา&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท แต่นายทุนทำสัญญา&amp;nbsp;1,100,000&amp;nbsp;บาท แล้วเขียนรายละเอียดการกู้ ดอกเบี้ย ใส่บนกระดาษแผ่นเล็ก&amp;nbsp;โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp;3 นอกจากนี้ยังเก็บดอกเบี้ยเพิ่มเป็นร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โดยนายทุนอ้างว่าต้องไปยืมเงินคนอื่นมาจ่ายให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในระยะแรกหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยชำระตามที่ตกลงกันไว้ ผ่านไป&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนที่นำไปขายฝาก ซึ่งครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ รวบรวมเงินมาได้จนครบที่กู้ยืมไป&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงติดต่อขอไถ่ถอนที่ดินคืน แต่นายทุนกลับประวิงเวลาออกไป โดยอ้างว่าจะต่อสัญญาให้ เมื่อติดต่อไปทางนายทุนก็บ่ายเบี่ยง ทำให้ครบระยะเวลาสัญญาขายฝาก ทำให้ที่ดินตกเป็นของนายทุนทันที พร้อมทั้งบอกว่าจะขายคืน&amp;nbsp;7,000,000&amp;nbsp;บาท จึงไม่มีหนทางที่จะหาเงินมาไถ่ถอนที่นาได้ ตอนนี้ที่นาทั้งหมด&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ไร่ตกเป็นของนายทุนเงินกู้แล้ว&amp;nbsp;และเมื่อ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาพบว่านายทุนได้ให้คนเช่า แต่เนื่องจากน้ำท่วมก็ไม่พบว่าทำประโยชน์อะไรอีก&amp;nbsp;วันนี้ศาลตัดสินยกฟ้อง โดยระบุว่าคดีหมดอายุความ ผู้เสียหายทุกคนจึงตัดสินใจมอบหมายให้ทนายความและพนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนของศาลต่อไป&amp;quot;นายกฤตภาส กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97919</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ฉ้อโกงประชาชน, ศาลจังหวัดขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60644fad44c84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;ครูใหญ่ขอนแก่น&#039; ขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นสโมสรขอนแก่น ลั่นไม่หวั่นเดินหน้าสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นได้นัดฟังคำสั่งในคดีเลขดีที่ 0705/63 ระหว่าง บ.สโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด จำกัด ในฐานะฝ่ายโจทก์กับนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ จำเลยที่ 1 และนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที จำเลยที่ 2 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยมีทนายความจากทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งครูใหญ่และเซฟ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามการนัดหมาย ซึ่งทันทีที่เดินทางมาถึง ทั้ง 2 ฝ่ายได้เข้ารายงานตัวต่อศาลที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ทันที ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่อง แบบอย่างเข้มงวด รวมทั้งการจัดพื้นทีเฉพาะให้กับสื่อมวลชนในจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำสั่งประมาณ 1 ชม. ก่อนมีคำสั่งรับฟ้องคดีดังกล่าว ระหว่างฝ่ายโจทก์ กับจำเลยที่ 1 เท่านั้น ขณะที่จำเลยที่ 2 ยกคำร้อง ทำให้จำเลยที่ 1 หรือครูใหญ่ จะต้องทำเรื่องประกันตัวเนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสฐียรพงศ์ ล้อศิริรักษ์ ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คดีความดังกล่าว ทีมทนายความเครือข่ายที่ขอนแก่น ได้แบ่งกันรับผิดชอบคดีความดังกล่าวนี้ ตามจำนวนของจำเลย 1 ต่อ 1 คน ซึ่งศาลได้รับคำร้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น ทำให้การยื่นขอประกันตัวจึงดำเนินการทันที ด้วยเงินสด 20,000 บาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประกันตัวครูใหญ่แล้ว และมีคำสั่งในการนัดสืบพยานในคดีนี้ในวันที่ 7 เม.ย.เวลา 13.00 น. ส่วนรายละเอียดของคดีนั้นไม่ขอเปิดเผยเพราะเป็นเทคนิคทางข้อกฎหมายที่ทีมทนายความจะประชุมร่วมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวว่า ศาลได้มีคำสั่งให้ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท และนัดสืบพยานในวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งแนวทางการต่อสู้คดีนั้นขอให้ทีมทนายดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้จากคำฟ้องที่โจทก์ยื่นมานั้นสามารถที่จะต่อสู้คดีได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเทคนิคทางด้านของกฎหมายที่ไม่ขอเปิดเผย และบ่ย่านในสิ่งที่เกิดขึ้น เราสู้ตามวิถีประชาธิปไตยแม้จะมีคดีความต่างๆมาอย่างต่อเนื่องก็จะทำหน้าที่ร่วมกันกับแกนนำและเครือข่ายต่างๆอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดกิจกรรมต่างๆนั้นขอยังคงไม่เปิดเผย แต่คดีความที่มีนั้นยอมรับว่าต้องเดินทางมาขึ้นศาลแทบทุกเดือน ซึ่งทีมทนายความในคดีต่างๆทำงานกันอย่างหนัก และละเอียดรอบคอบ ดังนั้นทุกคดีผมบ่ย่านและจะเดินหน้าจัดกิจกรรมร่วมกันแกนนำในทุกระดับและทุกพื้นที่รวมทั้งเครือข่ายต่างๆอย่างต่อเนื่องต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท สโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อรรถพล บัวพัฒน์ และวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง นักกิจกรรมกลุ่ม &amp;ldquo;ขอนแก่นพอกันที&amp;rdquo; เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ในความผิดฐาน หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 เหตุจากการปราศรัยในการชุมนุม &amp;ldquo;จัดม็อบไล่แม่งเลย&amp;rdquo; ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2563 จำเลยที่ 2 ได้จัดตั้งเวทีปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงและถ่ายทอดผ่านทางเฟซบุ๊กและยูทูบ มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาล ต่อมาจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นโฆษกได้เชิญจำเลยที่ 1 ขึ้นปราศรัยบนเวที ขณะปราศรัยมีข้อความพาดพิงโจทก์และสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ดว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;ขอนแก่นยูไนเต็ด ผมเคยภาคภูมิใจ แต่สุดท้ายผมก็รู้ว่า เป็นที่ฟอกเงินดีๆ นี่เอง&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่ขอนแก่น, จังหวัดขอนแก่น, ศาลจังหวัดขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_60066f36a26b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่านชัดๆคำพิพากษาประหารชีวิต&#039;ส.ส.พรรคเพื่อไทย&#039;จ้างวานฆ่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย. 62 - เมื่อเวลา 12.30 น. ศาลจังวัดขอนแก่น ได้เผยแพร่สรุปคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 292/61 คดีหมายเลขแดงที่ 976/2562 ของศาลจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำพิพากษาคดีดังกล่าว ระบุว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 292/61คดีหมายเลขแดงที่ 976/2562ของศาลจังหวัดขอนแก่น ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นโจทก์ นางลำดวน โคตรทุมโจทก์ร่วม นายนวัธ เตาะเจริญสุข จำเลย คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมดาบตำรวจวีระศักดิ์ชำนาญพล และ พันตำรวจโทสมจิต แก้วพรม กับพวกให้ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม ผู้ตาย ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ดาบตำรวจวีระศักดิ์และพันตำรวจโทสมจิตกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนพกยิงผู้ตายหลายนัด เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84,299 จำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ก่อนวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์และพันตำรวจโทสมจิตกับพวกร่วมกันวางแผนฆ่าผู้ตายซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นในขณะนั้นจนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม 2556เวลาประมาณ 7 นาฬิกา พันตำรวจโทสมจิตกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าดาบตำรวจวีระศักดิ์และพันตำรวจโสมจิตกับพวกมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกดาบตำรวจวีระศักดิ์กับพวกตลอดชีวิต และประหารชีวิต พันตำรวจโทสมจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ตามพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์รับฟังได้ว่า มูลเหตุในการฆ่าผู้ตายมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภริยาจำเลย ส่วนปัญหาจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ศาลเห็นว่าในความผิดฐานใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นกระทำความผิดนั้นผู้ที่จะใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ได้ลงมือเองก่อนกระทำความผิดจะต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อตัดตอนให้ตนเองห่างจากผู้ลงมือเพื่อปกปิดการกระทำความผิดไว้เพื่อมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดล่วงรู้เพราะเกรงภัยจะมาสู่ตนได้โดยง่ายจึงยากที่จะหาประจักษ์พยานที่จะรู้เห็นได้การจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่จะต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานบุคคลที่เป็นพยานบอกเล่าวัตถุพยานซึ่งในคดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมมีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของดาบตำรวจวีระศักดิ์ ยืนยันว่าก่อนวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์ ขับรถยนต์พาพันตำรวจโทสมจิต ไปพบนายประพันธ์ แล้วเดินทางไปบนจำเลย พันตำรวจโทสมจิต และนายประพันธ์ ไปในบ้านจำเลยเป็นเวลานานหลังจากนั้นดาบตำรวจวีระศักดิ์ ขับรถพาพันตำรวจโทสมจิต และนายประพันธ์ ผ่านหน้าบ้านผู้ตาย แล้วขับกลับมาส่งนายประพันธ์ที่หน้าบ้านจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันเกิดเหตุดาบตำรวจวีระศักดิ์ ขับรถยนต์ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านผู้ตายส่วนพันตำรวจโทสมจิต นายประพันธ์ และนายบุญช่วย อยู่ที่รถยนต์อีกคันหนึ่งซุ่มดูเหตุการณ์บริเวณปากซอยทางเข้าบ้าน จนถึงเวลาเกิดเหตุเมื่อผู้ตายถอยรถยนต์ออกจากบ้าน ดาบดำรวจวีระศักดิ์ โทรศัพท์แจ้งพันตำรวจโทสมจิต นายบุญช่วย ขับรถยนต์ขวางหน้ารถผู้ตาย เมื่อผู้ตายสงมาจากรถ พันตำรวจโทสมจิต และนายประพันธ์ ลงจากรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด จนผู้ตายถึงแก่ความตายทันทีในที่เกิดเหตุ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับรู้ของดาบตำรวจวีระศักดิ์ ยากที่พนักงานสอบสวนจะปั้นแต่งเพื่อเอาผิดจำเลยได้และเป็นการให้การหลังเกิดเหตุไม่นานดาบตำรวจวีระศักดิ์ ย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองเพื่อปรักปรำหรือช่วยเหลือฝ่ายใด ชี้ให้เห็นว่าดาบตำรวจวีระศักดิ์ให้การด้วยความสมัครใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำให้การในชั้นสอบสวนของดาบตำรวจวีระศักดิ์ จึงน่าเชื่อถือนอกจากนี้ยังปรากฏว่าในช่วงก่อนวันเกิดเหตุในวันเกิดเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุพันตำรวจโทสมจิต และจำเลยได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกันจริงพยานพฤติเหตุแวดล้อมของโจทก์และโจทก์ร่วมสอดคล้องเชื่อมโยงกันรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริงจึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าขณะนี้ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาล ยังคงควบคุมตัว นายนวัธ &amp;nbsp;เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ไว้ที่บริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้อหาบริเวณชั้น 1 ของศาลขณะที่ทีมทนายความอยู่ในระหว่างการยื่นเรื่องของประกันตัวในศาลชั้นต้น โดยไม่ให้สัมภาษณ์หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆต่อสื่อมวลชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ศาลยังคงกันพื้นที่สำหรับสื่อมวลชนไว้ที่บริเวณศาลาพักญาติ โดยไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพในเขตอำนาจศาล ทั้งหมด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46479</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ  เตาะเจริญสุข, ศาลจังหวัดขอนแก่น, สุชาติ โคตรทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89b1c574e81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับดร.เอตุ๋น100ล. ลวงเหยื่อค้าทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับแล้ว &amp;quot;ดร.เอ&amp;quot; ร่วมกับเมียตั้งบริษัทค้าทอง ลวงเหยื่อหลายจังหวัดร่วมลงทุน ล่อด้วยผลกำไรงาม แต่สุดท้ายเชิดเงินกว่า 100 ล้าน บก.น.2 ตามรวบตัวได้ก่อนส่งให้ตำรวจขอนแก่นดำเนินคดี ขออนุมัติศาลฝากขังจันทร์นี้ เตือนเมียรีบมอบตัว หนีไปก็ไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวรากุล, พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร, พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก รอง ผกก.สส.บก.น.2 ได้ร่วมกันจับกุมนายชนุตม์ สีสังข์ อายุ 44 ปี หรือ ดร.เอ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 237/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ในข้อหา &amp;quot;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;quot; โดยจับกุมได้บริเวณหน้าอาคารเลขที่ 888/5 บริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ซอยนวลจันทร์ 16 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิด กรณีเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายจากหลายจังหวัดได้เดินทางไปร้องทุกข์ต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยอ้างว่าถูกบริษัทดังกล่าวหลอกลงทุนซื้อขายทองคำ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท และคดีไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.บก.น.2 ได้ออกสืบสวนทราบว่านายชนุตม์ได้หลบหนีมาเปิดบริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ภายในซอยนวลจันทร์ 16 จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาตามหมายจับกำลังยืนอยู่หน้าบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบบัตรประชาชน ทราบชื่อ นามสกุลจริง ตรงตามบุคคลในหมายจับนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งว่าผู้ต้องหามีหมายจับตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งแสดงหมายจับให้ดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชนุตม์ได้ให้การรับว่า ตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และแจ้งด้วยว่ายังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย จากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.2 เพื่อบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประสานงานร่วมกับ บก.น.2 ในการนำหมายศาลจังหวัดขอนแก่น ในการจับกุมนายชนุตม์ตามหมายจับ ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และทาง บก.น.2 ได้ส่งตัวนายชนุตม์มายัง สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีแล้ว อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ยุทธนากล่าวว่า รายละเอียดของคดี สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจสาวชาวจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความตำรวจ ว่าถูกบริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ที่มี น.ส.ปริยันก้า ตั้งภาวนาสกุล อายุ 40 ปี กรรมการผู้จัดการ และสามี ร่วมกันบริหารบริษัท มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนออมทอง โดยให้สมัครเป็นสมาชิกและเป็นตัวแทนจำหน่ายทองคำ ให้ผลประโยชน์สูง ผู้เสียหายหลงเชื่อ มีการโอนเงินไปร่วมลงทุนออมทองเป็นเงินสดเข้าบัญชีของนางสาวปริยันก้าและสามี รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้คิดคำนวณความเสียหายจากผลดอกเบี้ย กำไรที่จะได้จากการออมทองที่ร่วมทุน รวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท ระยะแรกได้ผลกำไรและส่วนส่วนแบ่งตามที่ตกลงกัน แต่ระยะหลังไม่ได้ส่วนแบ่งตามที่ตกลง อีกทั้งมีผู้เสียหายในพื้นที่อื่นๆ ในหลายจังหวัดก็ถูกโกงทยอยเข้าแจ้งความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการสอบสวน ผู้ต้องหาร้องขอทนายความ และขอยื่นประกันตัวในคราวเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะจัดหาทนายความให้ จากนั้นจะได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาต่อหน้าทนายความ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น ในชั้นพนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัวเด็ดขาด เนื่องจากว่าในคดีดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับผู้เสียหายหลายจังหวัด ความเสียหายอาจจะมีมูลค่ามากกว่านี้ หากให้ประกันตัวไปผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี และฝากถึงนางสาวปริยันก้า อยากให้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผิดถูกไปว่ากันที่ศาล หากยังหลบหนีต่อก็จะต้องถูกจับกุมตัวอยู่ดี ในส่วนของนายชนุตม์ เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันพรุ่งนี้ (19ส.ค.)&amp;quot; พ.ต.อ.ยุทธนากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าทอง, ดร.เอ, นายชนุตม์ สีสังข์, ลวงเหยื่อค้าทอง, ศาลจังหวัดขอนแก่น, สภ.ขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d594e6c4b4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรี้ยวหั่นศพ-ลุ้น ศาลนัดพิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุ้นระทึก ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาในคดี &amp;quot;เปรี้ยว&amp;quot; กับพวก ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม วันที่ 10 พ.ค.นี้ เวลาบ่ายโมงครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งแจ้งถึงพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และนายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และพวกรวม 5 คน หลังก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา กลุ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ในการเบิกตัวเข้ารับการฟังคำพิพากษาพิจารณาคดี ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม กล่าวว่า คดีความดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนหญิง เรือนจำกลางขอนแก่น, นายวศิน นามพรหม ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อยู่ในระหว่างการประกันตัวโดยกองทุนยุติธรรม ทั้งนี้ น.ส.เปรี้ยว, น.ส.เอิร์น, น.ส.แจ้ และนายวศิน ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีเลขดำที่ 1957/60 ขณะที่ น.ส.เบนซ์ถูกตั้งข้อกล่าวหาเดียวคือลักทรัพย์หรือรับของโจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาจากเดิมวันที่ 29 มิถุนายน 2561 มาเป็นวันที่ 10 พ.ค. เวลา 13.30 น. ซึ่งพนักงานอัยการ ทนายความโจทก์ร่วม ทนายความฝ่ายจำเลย ญาติของทั้ง 2 ฝ่าย จะเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยที่ศาลจังหวัดขอนแก่นจะทำการเบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มารับฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ผลการพิจารณคดีจะออกมาในรูปใด ทุกฝ่ายก็พร้อมน้อมรับคำสั่งศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม, นายนพดล สีดาทัน, พนักงานอัยการ, ศาลจังหวัดขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรี้ยว หั่นศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2f42f7ceab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับอดีตส.ส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทยจ้างวานฆ่า เจ้าตัวเผ่นออกนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61- ศาลจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;ออกหมายจับนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น ลงวันที่ 3 เม.ย.2561 &amp;nbsp;ในข้อหากระทำความผิด ฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน &amp;nbsp;โดยระบุว่ามีหลักฐานสมควรว่านายนวัธ เตาะเจริญสุข น่าจะทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษ อย่างสูงเกินสามปี และมีเหตุอันควรว่าจะหลบหนี ซึ่งมีอายุความ 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2556 ถึง 2 พฤษภาคม 2576&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านพักในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2556 &amp;nbsp;ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล&amp;nbsp;จำเลยที่ 1 , พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม อดีต รอง ผกก.(ป.)สภ.หนองเรือ จำเลยที่ 2 , นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 ,นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 &amp;nbsp; โดยที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 &amp;nbsp;ได้พิพากษาตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 2 คือ พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คนพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แนวทางการสืบสวนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยัง นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต 8 ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร อดีตปลัดอบจ.ขอนแก่น โดยที่ อธิบดีอัยการภาค 4 ได้มีคำสั่งฟ้อง จนกระทั่งศาล จ.ขอนแก่น ได้พิจารณาออกหมายจับ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่านายนวัธ &amp;nbsp;ได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนที่ศาล จ.ขอนแก่น จะทำการออกหมายจับ ในครั้งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7011</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้างวานฆ่า, นวัธ เตาะเจริญสุข, พรรคเพื่อไทย, ศาลจังหวัดขอนแก่น, อดีตส.ส.ขอนแก่น, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf5f58950db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
