<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้าทุบรถ&#039;เจอคุก ปรานีรอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุก &amp;quot;ป้าทุบรถ&amp;quot; 2 เดือน ปรับ 1.2 หมื่น แต่รอลงอาญา ชี้จำเลยกระทำผิดเพราะความเครียดและโกรธสะสมเป็นเวลานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 3917/2561 ระหว่างพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ กับนางมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ ที่ 1 และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ 2 จำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 น.ส.รัชนิกร เลิศวาสนา ได้ขับรถยนต์กระบะมาจอดรถขวางหน้าบ้านของนางมณีรัตน์และนางรัตนฉัตร จนจำเลยทั้ง 2 ไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จึงบันดาลโทสะใช้ขวานและเสียมทุบรถของ น.ส.รัชนิกรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยเปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 18,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 12,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่ศาลได้ลงโทษสถานเบานั้น เนื่องจากได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดเพราะความเครียดและความโกรธสะสมมาเป็นเวลานาน ความผิดที่กระทำไม่ร้ายแรงนัก จำเลยทั้งสองได้บรรเทาผลร้ายจากการกระทำความผิดโดยนำเงินมาวางศาล 50,000 บาท เพื่อชำระแก่ผู้เสียหายตามที่เสียหายจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เดิมศาลมีคำสั่งห้ามให้ข้อมูลการพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษา ตอนนี้เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้วก็ขอเปิดเผยว่า เดิมเราสู้ว่า น.ส.รัชนิกรไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากรถเป็นของพี่สาว ซึ่งศาลก็ได้ยกไป ส่วนเรื่องทุบรถเราก็ยอมรับจริงๆ ว่าเราทุบ โดยค่าเสียหายซ่อมรถเป็นเงิน 3.7 หมื่นบาท เราก็เยียวยาไป 5 หมื่นบาท ประกอบกับเรามีหลักฐานต่างๆ ที่แสดงว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำลักษณะจอดรถขวางหน้าบ้านจำเลยมานาน จนเป็นเหตุให้จำเลยมีความเครียดสะสมจึงได้กระทำลงไป เมื่อเยียวยาค่าเสียหายไป ศาลจึงเมตตาลดโทษ เหลือ 2 เดือน และรอลงอาญา ซึ่งตนขอขอบคุณประชาชนทั้งประเทศที่เอาใจช่วยคุณป้าทั้งสอง พร้อมขอขอบคุณผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนงที่ให้ความเป็นธรรมเมตตาคุณป้าทั้งสอง ส่วนคดีนี้จะอุทธรณ์หรือไม่ ขอปรึกษาลูกความก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37243</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชนิกร เลิศวาสนา, รัตนฉัตร แสงหยกตระการ, ศาลจังหวัดพระโขนง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefd8928b320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลจังหวัดพระโขนงสั่งจำคุก&#039;ป้าทุบรถ&#039;3เดือน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 -&amp;nbsp; ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุฒิ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 3917/2561 ระหว่างพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ กับนางมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ ที่ 1 และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ 2 จำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2561 &amp;nbsp;น.ส.รัชนิกร เลิศวาสนา ได้ขับรถยนต์กระบะมาจอดรถขวางหน้าบ้านของนางมณีรัตน์และนางรัตนฉัตร จนจำเลยทั้ง 2 ไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จึงบันดาลโทสะใช้ขวานและเสียมทุบรถของ น.ส.รัชนิกร ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 18,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ศาลได้ลงโทษสถานเบานั้น เนื่องจากได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด เพราะความเครียดและความโกรธสะสมมาเป็นเวลานาน ความผิดที่กระทำไม่ร้ายแรงนัก จำเลยทั้งสองได้บรรเทาผลร้ายจากการกระทำความผิดโดยนำเงินมาวางศาล 50,000 บาท เพื่อชำระแก่ผู้เสียหายตามที่เสียหายจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เดิมศาลมีคำสั่งห้ามให้ข้อมูลการพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษา ตอนนี้เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้วก็ขอเปิดเผยว่า เดิมเราสู้ว่า น.ส.รัชนิกร ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากรถเป็นของพี่สาว ซึ่งศาลก็ได้ยกไป ส่วนเรื่องทุบรถเราก็ยอมรับจริงๆ ว่าเราทุบ โดยค่าเสียหายซ่อมรถเป็นเงิน 3.7 หมื่นบาท เราก็เยียวยาไป 5 หมื่นบาท ประกอบกับเรามีหลักฐานต่างๆ ที่แสดงว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำลักษณะจอดรถขวางหน้าบ้านจำเลยมานาน จนเป็นเหตุให้จำเลยมีความเครียดสะสมจึงได้กระทำลงไป เมื่อเยียวยาค่าเสียหายไป ศาลจึงเมตตาลดโทษ เหลือ 2 เดือน และรอลงอาญา ซึ่งตนขอขอบคุณประชาชนทั้งประเทศที่เอาใจช่วยคุณป้าทั้งสอง พร้อมขอขอบคุณผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนง ที่ให้ความเป็นธรรมเมตตาคุณป้าทั้งสอง ส่วนคดีนี้จะอุทธรณ์หรือไม่ขอปรึกษาลูกความก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าทุบรถ, มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ, รัตนฉัตร แสงหยกตระการ, ศาลจังหวัดพระโขนง, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd94daa257e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก1เดือน-ยืนขี่ รออาญาริบรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุก 1 เดือนปรับ 3 พันบาท วินจักรยานยนต์โชว์เท่ ยืนบนเบาะจักรยานยนต์ขณะรถวิ่งไปตามถนน ปรานีไม่เคยทำผิดมาก่อน รอลงอาญา แต่ให้ริบรถของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ &amp;nbsp;พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 6 (พระโขนง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกัณภัค เกตุชุม อายุ 24 ปี อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 43 (8), 148, 160
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 30 มกราคา 2562 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินสายสัมพันธ์ เขตประเวศ เสื้อหมายเลข 19 ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร ในลักษณะยืนอยู่บนเบาะ ไม่ได้นั่งขับตามปกติ ไม่ใช้มือจับคันบังคับ (แฮนด์) ของรถ โดยใช้เหรียญล็อกบริเวณคันเร่งของรถไว้เป็นระยะทางไกล โดยไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ และไม่เสียภาษีประจำปี แล่นไปตามถนนอ่อนนุชขาออก จากถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้าลาดกระบัง ด้วยความเร็วสูงในลักษณะส่ายไปมา ในขณะที่มีรถคันอื่นๆ ใช้ถนนดังกล่าวจำนวนมากช่องทางเดินรถเดียวกับจำเลย จนต้องเบรกและหักหลบรถของจำเลย อันเป็นการขับรถโดยประมาทและน่าหวาดเสียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และสร้างความเดือดร้อนอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของรถคันอื่นๆ ที่ใช้ถนนดังกล่าว ซึ่งเป็นการขับรถในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. เวลา 11.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบ และยึดรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 43 (4) (5) (8), 157, 160 วรรคสาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 มาตรา 10 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2551 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และขอให้ศาลริบรถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลือง คันหมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สำหรับในความผิดฐานขับรถโดยประมาทโดยไม่สวมหมวกนิรภัย, ขับรถโดยไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถ และขับรถโดยไม่เสียภาษีประจำปีนั้น พนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายกัณภัคเดินทางมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 43 (8), 148, 160 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท จำเลยไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ริบของกลางรถจักรยานยนต์สาธารณะป้ายเหลืองคันหมายเลขทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณภัค เกตุชุม, ถนนสรรพาวุธ, ศาลจังหวัดพระโขนง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59925d2b989.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก!สาวจอดรถขวางบ้าน&#039;ป้าทุบรถ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย. 61 - ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1441/2561 ที่พนักงานอัยการโจทก์, น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปีเป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคารฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ น.ส.รัตนฉัตร, น.ส.มณีรัตน์ โจทก์เดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ รวมถึงจำเลยเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาว่า น.ส.รชนีกร จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญที่จำเลยอ้างว่า ใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาที นั้น ทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่า น.ส.รชนีกร จำเลยจอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถขวางใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสองอันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจรการกระทำของจำเลย เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 57 (10)(15), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น เป็นความเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อให้คดีเลิกกัน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับ เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งโทษหนักกว่าเลิกกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักที่สุดจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย ยังระบุอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มณีรัตน์ และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กรณีใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค9297กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ยแต่ไม่ลงตัว ซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียมทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 7 มี.ค. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22790</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางทาง, ป้าทุบรถ, ศาลจังหวัดพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb8f69a691a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ฮึดสู้ป้าทุบรถ อุทธรณ์คำสั่งศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กทม.ชง 3 ประเด็นเห็นแย้งคำสั่งศาลปกครองคดี &amp;quot;ป้าทุบรถ&amp;quot; ชี้ข้าราชการอนุญาตให้สร้างตลาดเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายต้องให้ผู้จอดรถขวางบ้านและเจ้าของตลาดร่วมรับผิดชอบ เสนออัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ภายใน 15 มิ.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง หลังมีคำพิพากษาให้ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือ &amp;ldquo;ป้าทุบรถ&amp;rdquo; และพวกรวม 4 คน ชนะคดีตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมการซึ่งมีนายวันชัยเป็นประธาน ได้พิจารณารายละเอียดตามคำสั่งศาลใน 3 ประเด็นที่ยังมีความคิดเห็นที่คลาดเคลื่อน ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักการโยธา ต้องเป็นผู้ดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สำนักการโยธาได้พิจารณาและใช้อำนาจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย โดยยึดประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ.2530 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งคู่มือปฏิบัติของราชการและกรมที่ดิน ซึ่งไม่ได้ห้ามก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ และได้ยึดคำสั่งดังกล่าวในการออกใบอนุญาตถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานเขตประเวศ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม 2535 ตามมาตรา 40, 42, 43 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตพร้อมแจ้งความดำเนินคดี โดยศาลจังหวัดพระโขนงมีคำสั่งให้ปรับผู้กระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าก็มีการดำเนินการมาโดยตลอด และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้ออกคำสั่งให้แก้ไข เมื่อเจ้าของตลาดไม่ดำเนินการแก้ไข เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการฟ้องศาลจังหวัดพระโขนงอีกครั้ง โดยศาลมีคำสั่งปรับ ส่วน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประชุมติดตามเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะเห็นว่าทั้งสำนักการโยธาและสำนักงานเขตประเวศดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในส่วนของค่าเสียหายที่กรุงเทพมหานครจะต้องจ่ายเงินชดใช้ฐานความผิดละเมิด หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ กทม.ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วก็ไม่น่าจะต้องรับผิดชอบในมุมของการละเมิด แต่หากต้องรับผิดชอบ ก็พบว่ามีผู้ละเมิดร่วมด้วย คือ ผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง ดังนั้นน่าจะแบ่งสัดส่วนรับผิดชอบร่วมกัน กรุงเทพมหานครไม่น่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายเพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งการคำนวณจำนวนเงินค่าเสียหายของศาลคิดรวม 365 วัน ตลอดระยะเวลา 7 ปี แต่ตลาดเปิดขายจริงเพียงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น นับ 1 ปี มีเพียง 102 วัน ดังนั้นหากจะให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบค่าเสียหาย ก็ยินดีจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการฯ จะสรุปรายละเอียดสำนวนทั้งหมดเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. และปลัด กทม.เห็นชอบ ก่อนเสนออัยการพิจารณาในการอุทธรณ์ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และหากอัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ ก็ต้องชะลอเอาผิดด้านวินัยกับข้าราชการประจำไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.มีความเห็นควรอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยจะส่งสำนวนให้อัยการเป็นผู้แก้ต่าง ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการว่าจะเห็นชอบตามที่ กทม.เสนอหรือไม่ ส่วนที่ศาลสั่งให้รื้อถอนตลาดทั้งหมด กทม.ได้สั่งปิดและให้หยุดขายไปแล้ว ที่มีผู้ค้าไปค้าขายเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา เขตประเวศได้เข้าไปทำความเข้าใจแล้ว และ กทม.ได้ออกประกาศให้เจ้าของรื้อถอนตลาดภายใน 60 วัน หากไม่ทำตาม เราก็มีขั้นตอนของกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป ในส่วนของข้าราชการที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัย เป็นอำนาจของฝ่ายประจำ โดยเป็นอำนาจของปลัด กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10347</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญศรี แสงหยกตระการ, ป้าทุบรถ, พ.ร.บ.การสาธารณสุข, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, วันชัย ถนอมศักดิ์, ศาลจังหวัดพระโขนง, สำนักการโยธา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5c17bb0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
