<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สืบพยาน‘อีซอ’ ‘ช่อ’เตือนสังคม ลุ้น‘กม.อุ้มหาย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อม 29 มิ.ย. คดีไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัวในค่ายอิงคยุทธฯ ขณะที่ &amp;quot;ช่อ พรรณิการ์&amp;quot; ชี้จับตาร่าง พ.ร.บ.อุ้มหาย ฉบับ กมธ.ยุคปิยบุตร ยื่นสภา 8 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกใบแจ้งข่าวความคืบหน้าของคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ระบุว่า ในวันที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายพนักงานอัยการและฝ่ายญาติผู้ตาย แล้วกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ ตามหลักการถือว่าทั้งพนักงานอัยการและฝ่ายญาติของผู้ตายโดยทนายความของนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ ร่วมกันค้นหาความจริงด้วยการนำสืบพยานบุคคลและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำต่อนายอับดุลเลาะ ตั้งแต่การควบคุมตัวจากบ้านไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร วิธีการซักถามซึ่งฝ่ายทหารเรียกว่า ดำเนินกรรมวิธี การควบคุมดูแลภายในค่ายฯ ตลอดจนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงที่มาของการหมดสติของนายอับดุลเลาะภายในห้องควบคุมในค่ายอิงคยุทธบริหาร และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และทนายความของญาติผู้ตายจะนำสืบถึงพยานหลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งแต่งตั้งโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ได้สอบข้อเท็จจริงกรณีนายอับดุลเลาะด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะได้นำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความด้วย คดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า มาร่วมงานเปิดศูนย์คณะก้าวหน้าชายแดนใต้ ณ จังหวัดยะลา พร้อมกันนี้ได้ร่วมวงเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;ความยุติธรรมที่เปลี่ยนไม่ผ่านท่ามกลางผู้คนและหมุดที่สูญหาย&amp;rdquo; ระบุช่วงหนึ่งว่า กฎหมายอุ้มหาย หรือกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ภาคประชาชนต่อสู้กันมายาวนาน ภายหลังเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ผลักดันผ่านกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธานกรรมาธิการ โดยขณะนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้นร่างมาจากภาคประชาสังคม และได้ถูกปรับปรุงโดยกรรมาธิการจนเสร็จเมื่อ 2 วันก่อน และจะยื่นสู่สภาใหญ่ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่สิ่งที่น่ากังวัลคือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อาจเข้ามาร่วมโหวตด้วยหากมองว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะไม่สามารถผ่านมติได้ หรือหากผ่านอาจถูกแปรญัติ เปลี่ยนแปลง ตัดหลักการสำคัญจนไม่สามารถปกป้อง คุ้มครองประชาชนได้จริง&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการซ้อมทรมานฯ จะส่งเข้าสู่สภาถึง 4 ร่าง คือ ร่างจากกระทรวงยุติธรรม,&amp;nbsp; ร่างจาก กมธ.กฎหมายฯ และร่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ อีก 2 พรรค แต่ฉบับของ กมธ.นี้นับว่าจะมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเพราะคุ้มครอง และจะกำหนดให้คดีไม่มีอายุความ สามารถสืบหาจนกว่าจะได้มาซึ่งความยุติธรรม และจะใช้ระบบไต่สวน ที่จะทำให้ศาลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเรียกหาเอกสารหลักฐานได้เอง อีกทั้งยังกำหนดให้มีคณะกรรมการฯ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญ ในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สามารถทำหน้าที่ไปตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐให้ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจพยานหลักฐาน, ศาลจังหวัดสงขลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, ไต่สวนการตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8948b072c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแจ้ง2ข้อหาพ่อฆ่าลูกฝังดินปิดปากเงียบปมชู้สาวกับลูกสะใภ้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63 - คืบหน้าคดีพบศพถูกฆ่ายัดกระสอบฝังดินบนเนินเขาป่าสวนยางในพื้นที่หมู่ 9 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา และตำรวจใช้เวลาเพียง 2 วันในการคลี่คลายคดีนี้เริ่มจากขยายผลสืบสวนจนทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายชาญชัย ปลอดแก่นทอง อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นชาว อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และมารับจ้างกรีดยางอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;กระทั่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพ่อแท้ๆคือ นายอรุณ &amp;nbsp;ปลอดแก่นทอง อายุ 41 ปีซึ่งมีสาเหตุมาจากพ่อไปแอบมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเมียของลูกชายและจะเอาลูกสะใภ้มาทำเมีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในวันนี้ นายอรุณ ปลอดแก่นทอง ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สภ.นาหม่อม จ.สงขลา ซึ่งยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและนอนอยู่ในห้องขังด้วยความอ่อนเพลียหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จไปเมื่อคืนนี้ รวมทั้งได้สอบสวนพยานแวดล้อมทั้งภรรยาของผู้ตาย ภรรยาของผู้ต้องหา และน้องชายของผู้ตาย เสร็จแล้วเช่นกันซึ่งทั้งหมดให้การตรงกันคือเรื่องนี้มีสาเหตุมาจากที่ นายอรุณ แอบไปมีความสัมพันธ์กับลูกสะใภ้ที่เป็นภรรยาของชาย จนทำให้ทั้งคู่ทะเลาะและอาฆาตจะฆ่ากันให้ตาย โดยมีรายงานการสอบสวนพยานว่าเหตุที่ นายอรุณ ไปมีอะไรกับลูกสะใภ้เนื่องจากเห็นลูกสะใภ้กำลังให้นมลูกจึงมีอารมณ์ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนี้วันนี้ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีขึ้นไปบนเขาที่เป็นจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาอาวุธมีดที่ใช้ปาดคอซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ตำรวจนำมาประกอบคดีนี้และทางคดีทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีนายอรุณ ใน 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพและจากการตรวจสอบประวัติพบว่านายอรุณ เคยถูกจับและต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ในคดียาเสพติดและพยายามฆ่า โดยในวันพรุ่งนี้ทางพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาล จ.สงขลาเป็นผลัดแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66775</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา, ปมชู้สาว, พ่อฆ่าลูก, ศาลจังหวัดสงขลา, สภ.นาหม่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca158d1d3e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง-ค้านประกันตาหื่น!ลวงหลานสาวหวังข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 ธ.ค. 61 - ความคืบหน้าเหตุการณ์ตาวัย 68 ปี เมาเหล้าขาวและล่อลวงหลานสาวแท้ๆ อายุ 15 ปี ไปพยายามข่มขืนในป่าละเมาะในซอยทุ่งควนจีน หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากเด็กร้องและพลเมืองดีได้ยินเข้าไปช่วยเอาไว้ได้ทัน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้นำตัว นายดวง สุวรรณกิจ อายุ 68 ปี หรือหลวงดวง ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดสงขลาผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน และได้คัดค้านการประกันตัว &amp;nbsp;และถูกแจ้งข้อหาพยามข่มขืนกระทำชำเราบุคคลซึ่งอยู่ในความปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่นายดวง เริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่ยอมพูดจากับใครหรือตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า หลังจากที่นายดวงสร่างเมาและกลับมาอยู่ในสภาพที่ปกติเริ่มคิดได้และสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป โดยบอกว่าเป็นเพราะความเมาจนขาดสติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหลานสาวทางผู้เป็นแม่ได้รับกลับไปดูแลแล้ว และในวันนี้จะนำไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหาดใหญ่อย่างละเอียดอีกครั้ง และจะนำมาสอบสวนเพิ่มเติมร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อดูว่าจะเข้าข่ายความผิดอื่นๆ อีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศที่บ้านพักของนายดวง ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านม่วงค่อม ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่เป็นห้องแถวเล็กด้วยกัน 5 คน ทั้งนายดวงและภรรยา รวมทั้งหลานอีก 3 คน ทั้งญาติและเพื่อนบ้านแทบไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นางหนูครีบ สุวรรณกิจ อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นภรรยา บอกว่า สามีไม่เคยมีพฤติกรรมเสื่อมเสียแบบนี้ แต่ยอมรับว่าเวลากินเหล้านิสัยจะเปลี่ยนไปทันที แต่ที่ผ่านมาแม้จะเมาก็ไม่เคยทำอะไรกับหลานสาว จึงคิดไม่ถึงว่าจะมาก่อเหตุพยายามข่มขืนหลานสาวขึ้น ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน สามีตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ศาลาตรงข้ามบ้าน และน่าจะเมาจึงก่อเหตุขึ้น ซึ่งเมื่อทราบข่าวตนและชาวบ้านก็แทบไม่มีใครเชื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านประกันตัว, ตาหื่น, ลวงข่มขืนหลานสาว, ศาลจังหวัดสงขลา, สภ.หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181203/image_mid_5c04ac3956560.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
