<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; ฟ้อง &#039;หมอของขวัญ&#039; โพสต์กล่าวหาหลอกให้โอนเงินทั้งที่เคยช่วยทำคดีมาตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรร ม พร้อมด้วยทนายความ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ หมอของขวัญ เป็นจำเลยตามหมายเลขคดีดำที่ อ.936/2564 ความอาญาและแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ด้วยข้อหา หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 238&amp;nbsp;ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า หมอของขวัญได้โพสต์ในอินสตาแกรมของไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนได้หลอกลวงให้โอนเงิน ทำให้ได้รับความเสียหาย ถูกคนที่พบเห็นข้อความดูหมิ่นเกลียดชัง ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์หมอของขวัญ เวลาที่ผ่านมาตนรับทำคดีให้หมอของขวัญทั้งหมด 4 คดี คดีความช่วยเหลือมาตลอด จนกระทั่งทุกคดีเสร็จเรียบร้อย เราก็มีพยานหลักฐานคือ ผู้เสียหายในคดีลักเพชร แล้วก็ผู้เสียหายที่เป็นลูกค้าคดีศัลยกรรม คดีที่หมอของขวัญถูกฉ้อโกง คดีที่มีการออกหมายจับผู้ต้องหา หมอของขวัญติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อจะล็อบบี้ ผมไปเรียกเงินผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งผู้เสียหายก็ยืนยันว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้วเพราะว่า 1.เราไม่เคยรู้จักผู้เสียหายมาก่อนแล้วก็รายละเอียดหมอของขวัญเป็นผู้ให้เราติดต่อประสานงานทั้งหมด ซึ่งเราก็เลยมาขอใช้สิทธิ์ในการปกป้องที่ถูกพาดพิงไปในทางที่เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สัปดาห์หน้าจะมีการฟ้องอีกคดีหนึ่ง สิ่งที่เขาโพสต์มายิ่งโพสต์มายิ่งมีมูลค่าเราจะฟ้องทุกคดี ซึ่งศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งจะมีการขอให้ศาลนับโทษต่อจากคดีลักเพชร ซึ่งก็จะมีผู้เสียหายและทนายความผู้เสียหายมาเป็นพยาน สำหรับคนที่เข้าไปคอมเม้นท์ ผมอยากฝากว่าคุณยังไม่รู้ความจริง ทุกอย่างอยู่ในศาล ผมจะดำเนินคดีกับคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ให้เข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อจะได้ไปฟังความจริงในศาลกัน&amp;quot;นายอัจฉริยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์, คดีลักเพชร, คดีหมิ่นประมาท, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลแพ่ง, หมอของขวัญ, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cceb5cf525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนประหารชีวิตสถานเดียว ทีมสังหารพ่อผู้พิพากษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณี ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธานบริษัท ฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ซึ่งให้บริการระบบ โซลาร์เซลล์แบบครบวงจร และยังเป็นบิดาของผู้พิพากษา ถูกกลุ่มคนร้ายกระหน่ำ ยิงจนเสียชีวิต บริเวณทางเข้าหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ซอยมังกรนาคดี ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย. 2560 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ &amp;nbsp;ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อ่านคำพิพากษาผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ เลขคดีดำ 7471/61 เลขคดีแดง 57/63 ในคดี 1. นายโชติทิวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา 2. นายสมศักดิ์ มุ่ยแฟง 3. วิฑูรย์ กรีธาธร 4. นายวรวุฒิ ผาสุก 5. วัชรพงษ์ พราหมณี &amp;nbsp;5 จำเลย &amp;nbsp;คดีร่วมกันใช้จ้างวานด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธไปในเมืองหมูบ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อ &amp;nbsp;20 ม.ค.63 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาประหารชีวิต นายโชติทิวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา จำเลยที 1 นายสมศักดิ์ มุ่ยแฟง จำเลยที่ 2 และ นายวรวุฒิ ผาสุก จำเลยที่ 4 โทษประหารชีวิต ส่วน จำเลยที่ 3 นายวิฑูรย์ กรีธาธร และ จำเลยที่ 5 วัชรพงษ์ พราหมณี ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ก่อนที่ทั้งหมดจะต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษายืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นของจำเลยที่ 1, 2, 3, 4 แต่เพิ่มโทษจำเลยที่ 5 คือ นายวัชรพงษ์ พราหมณี มือปืนที่ลั่นไกสังหาร เพราะคำให้การของจำเลยฟังไม่ขึ้นและหลักฐานการพิสูจน์ยังปราศจากข้อสงสัย จึงได้เพิ่มโทษจากจำคุกตลอดชีวิตเป็นประหารชีวิตสถานเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจาก คืนวันที่ 17 พ.ย.60 ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุมีชายถูกยิงเสียชีวิต คือ ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธานบริษัท ฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ซึ่งให้บริการระบบ โซลาร์เซลล์แบบครบวงจร และยังเป็นบิดาของผู้พิพากษา เหตุเกิดทางเข้าหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ ซอยมังกรนาคดี ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นทั้งสองฝ่ายเปิดประตูลงจากรถก่อนจะโต้เถียงกันอย่างรุนแรงและมีการชกต่อยกัน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกลับไปที่รถแล้วหยิบเอาปืนขนาด 11 มม. มากระหน่ำยิงผู้ตายจนเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องขับรถปาดหน้ากัน และพบว่าผู้ตายเคยขัดแย้งกับบริษัทเก่าที่เคยร่วมลงทุนด้วย จึงได้ให้น้ำหนักประเด็นเรื่องความขัดแย้งเรื่องธุรกิจ และเชื่องโยมไปยัง นายโชติทิวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา จำเลยที่ 1 พ.อ.สมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือเสธ.มุ่ย จำเลยที่ 2 เนื่องจากทั้งสามได้ร่วมกันเปิดบริษัทโซลาร์เซลล์ ก่อนที่ผู้ตายจะแยกตัวไปเปิดบริษัทของตัวเองเพื่อรับงานจากลูกค้าจากต่างประเทศ รวมทั้งได้ลูกค้าเก่าจากบริษัทเดิมเนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในตัวของ ดร.อัครนันท์ ทำให้บริษัทที่ทั้งสามเคยร่วมกันเปิดขาดรายได้จำนวนมากและมีทีท่าว่าจะล้มละลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทั้งสอง จึงได้ติดต่อไปยังนายวิฑูรย์ กรีธาธร หรือ ส.จ.เก่ง อดีต สจ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ให้หามือปืนจากเมืองเพชรมารับงานในราคา 4 แสนบาท จากนั้น ส.จ.เก่งได้นำทีมมือปืนมา 3 คน ประกอบด้วย นาย วรวุฒิ ผาสุก จำเลยที่ 4 นายวัชรพงษ์ พราหมณี จำเลยที่ 5 และนายโก้ ซึ่งเสียชีวิตไปโดยปริศนาจากอุบัติเหตุ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกฆ่าตัดตอน นั่งรถมาจากเพชรบุรีมาเฝ้าดูความเคลื่อนไหวที่หน้าบ้านของ ดร.อัครนันท์ เมื่อเจอผู้ตายขับรถยนต์ออกจากบ้านพักจึงขับรถตามประกบก่อนทำทีจัดฉากว่ารถเฉี่ยวชนกัน จากนั้นร้ายจึงใช้อาวุธปืนยิง ดร.อัครนันท์ จนเสียชีวิตดังกล่าว กระทั่งเจ้าหน้าที่ติดตามตัวทีมสังหารได้ &amp;nbsp;โดยชั้นสอบสวนทั้งหมดยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าววหา ก่อนจะถูกศาลพิพากษาดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f72346ef11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 33 ปี 4 เดือน &#039;สมชาย แก้วบางยาง&#039; ฆ่าชาวญี่ปุ่น-ยกฟ้อง &#039;พรชนก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ชั้น 2 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ 4571/60 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ กับ นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 51 ปี จำเลยที่ 1 และนางเพ็ญศรี หรือ พรชนก &amp;nbsp;ทานากะ หรือ ไชยะปะ อายุ 51 ปี จำเลยที่2 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการหายตัวไปของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2557 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนางพรชนก ไชยะปะ เพื่อนสาวคนสนิท ได้และออกมายอมรับสารภาพว่า ตนและนายสมชาย สามี ได้นำร่างของนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด &amp;nbsp;แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนาง ซอยมหาวิทยาลัย เอแบค ย่าน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่ออำพรางคดี โดยศาลอาญารัชดา พิพากษาประหารชีวิต นายสมชาย แก้วบางยาง ส่วนนางพรชนก จำคุก 48 ปี ในข้อหาร่วมซ่อนเร้นศพ ไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจากคดีที่เกิดขึ้นยังทราบอีกว่ายังมีคนที่มาเกี่ยวข้องกับนาง พรชนก คือ นายคาซึโตชิ ทานากะ ที่เคยคบหากับนางพรชนกจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน และในปี 2546 นายคาซึโตชิ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาซึโตชิ นางพรชนก ได้รับเงินประกันชีวิตกว่า 3 ล้านบาท ต่อมานางเค็กโกะ มัตตา บุตรสาวนายคาซึโตชิ ได้ทราบข่าวการตายของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น จึงสงสัยว่าบิดาของตนเองอาจจะถูกฆาตกรรม ไม่ได้เสียชีวิตจากการเกิด อุบัติเหตุตกบันได ตามที่นางพรชนก &amp;nbsp;ที่อยู่ในที่เกิดเหตุกล่าวอ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ตุลาคม 2557 นางเค็กโกะ มัตตา จึงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อขอให้ตำรวจรื้อฟื้นคดี ชั้นสอบสวน นางพรชนก ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีเพียงแต่ นายสมชาย ที่ยอมรับสารภาพเพียงแต่ผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสมชาย จำเลยที่ 1 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน ว่าก่อเหตุฆ่านายทานากะ เนื่องจากเกิดความหึงหวง เพราะเคยมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับนางพรชนก จำเลยที่ 2 มาก่อน ส่วนข้อต่อสู้ที่ระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพนั้น ตอนสอบสวนได้มีทนายนั่งฟังด้วยและไม่ปรากฏว่ามีการเกลี้ยกล่อมแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่พยานทางฝั่งจำเลย ให้การในชั้นศาลว่า ในวันเกิดเหตุที่นายคาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิต ได้ว่าจ้างให้นายสมชาย ขับแท็กซี่ไปส่งของที่ต่างจังหวัด เนื่องจากรถของตนเองประสบอุบัติเหตุนั้น ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าในวันดังกล่าวมีเหตุเกิดขึ้นจริง รวมถึงคำให้การดังกล่าวไม่มีในชั้นสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์ตามหลักฐานดังกล่าว มีความแน่นหนามั่นคง เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า นายสมชาย ได้ฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;จริง เพราะความหึงหวง ประกอบกับ โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานให้เชื่อมโยงได้ว่านายสมชาย วางแผนฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ เพื่อครอบครองธุรกิจและวางแผนเอาเงินประกัน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลจึงพิพากษาตัดสิน นายสมชาย ในข้อหา ฆ่าผู้อื่น ลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีลดลง 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยให้นับต่อจากคดีแดงเลขที่ 90 / 2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางพรชนก จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องและโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่านาย คาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธเรื่องการสั่งไม่ให้คนอื่นบอกว่า นายสมชาย อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จากการสืบพยานก็เป็นหลังจากนายคาซึโตชิ ทานากะ เสียชีวิตแล้ว จึงไม่มีข้อพิสูจน์ถึงแรงจูงใจในการฆ่าได้ ประกอบกับ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลยกฟ้องนาง พรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจินตนา ณะสุโห อายุ 63 ปี มารดานางเค็กโกะ เปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษาแล้วส่วนหนึ่งรู้สึกพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ต้องรอพูดคุยปรึกษากับบุตรสาวก่อนเพราะตอนนี้บุตรสาวเดินทางไปต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรินทร์ ภิคุปต์ ทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับจำเลยทั้ง 2 จึงไม่ทราบว่าทางนายสมชาย จะยื่นอุทธรณ์ ในเรื่องของคำพิพากษาหรือไม่โดยหลังจากนี้จะเข้าพูดคุยอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพ, ชาวญี่ปุ่น, พรชนก  ทานากะ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สมชาย แก้วบางยาง, เท็ตสึโอะ ชิมาโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab963ca49cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
