<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; เผย &#039;ธาริต&#039; เคยรำพึงแบบน้อยใจว่าไม่มีใครเห็นใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.61 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า ต้องขอแสดงความเห็นใจ คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ เสียหน่อย ผมติดตามเส้นทางชีวิตของท่านมาโดยตลอด มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับท่าน ตอนประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี ตอนนั้นคนเสื้อแดงก็ก่นด่าท่าน ท่านรำพึงแบบน้อยใจว่าไม่มีใครเห็นใจท่าน ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ก็เขียนจดหมายด้วยลายมือส่งไปให้ท่าน ให้กำลังใจท่าน คดีก่อการร้ายเท่าที่ผมติดตามท่านตั้งใจและทำสำนวนได้ดี จนสามารถฟ้องกลุ่มคนเสื้อแดงในคดีก่อการร้ายได้ 20 กว่าคน ท่านยืนอยู่ท่ามกลางพายุ ยามพายุมาทางทิศใต้ท่านก็โดนพายุจากทิศใต้ ยามพายุกระหน่ำมาทางเหนือท่านก็โดนพายุที่กระหน่ำมาทางเหนือ สุดท้ายท่านก็หักโค่นลง ท่านเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกเท่านั้นผมมองในด้านดีของท่าน ก็ขอให้ท่านมีกำลังกายกำลังใจเข้มแข็ง รอวันออกมาใช้ชีวิตใหม่(ข้อเขียนของผมอาจทำให้หลายคนโกรธ/เกลียด แต่ผมเลยความรู้สึกโกรธ/เกลียด นั้นมาแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ศาลฎีกาจำคุกธาริต, อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180128/image_big_5a6d93818e52e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 06:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำพิพากษาฉบับเต็มศาลฎีกาฯส่ง &#039;ธาริต&#039; นอนคุก 1 ปีคดีหมิ่น &#039;สุเทพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.61 - ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้นายสุเทพ โจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2556 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 ม.ค. - 4 ก.พ. 2556 นายธาริตขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่า นายสุเทพ โจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัทพีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการแถลงข่าวของจำเลยเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริต การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐาน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท จากนั้นวันที่ 3 พ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ต่อมานายสุเทพ โจทก์ได้ขออนุญาตฎีกาต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้นัดอ่านฎีกาครั้งแรกในวันที่ 24 ต.ค. 2561 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งในวันดังกล่าวนายธาริตไม่ได้เดินทางมาศาลอาญา เนื่องจากมีการป่วยติดเชื้อในลำไส้ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ต่อศาล ทั้งยังได้มอบหมายทนายความยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา ขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกสารถ้อยคำที่มีการยื่นเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ เชื่อว่าศาลฎีกายังไม่ได้พิจารณาเอกสารดังกล่าว เอกสารทั้ง 3 ชุดที่ยื่นมานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่ง ซึ่งเป็นมูลเหตุในการฟ้องหมิ่นประมาทในคดีนี้ จึงเห็นควรมีคำสั่งให้ส่งคำร้องของจำเลย รวมถึงถ้อยคำในเอกสารส่งขึ้นให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป และเมื่อมีคำสั่งส่งคำร้องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้หรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 14 ธ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายธาริต จำเลยในคดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมและเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ออกไปก่อน 60 วัน โดยอ้างเหตุว่าได้มีการขอขมาต่อนายสุเทพ ที่มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด รับเป็นคนกลางในการเจรจา โดยทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดขอขมาลาโทษ ยื่นขอให้การใหม่เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อให้สอดคล้องหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพไปแล้ว พร้อมทั้งส่งบันทึกรับรองข้อเท็จจริงผลการเจรจาประนีประนอมฯ ที่นายคณิตได้รับรองยื่นต่อศาล แต่หากศาลฎีกาไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ก็ขอความกรุณาต่อศาลฎีกาลงโทษสถานเบาโดยรอการลงอาญา ทั้งนี้ ต่อมานายธาริตยังได้ส่งทนายความยื่นคำร้องพร้อมวางเงิน 1 แสนบาทต่อศาล เพื่อเยียวยาบรรเทาผลร้ายต่อโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายสุเทพ โจทก์ยื่นคำร้องมาที่ศาลฎีกาสรุปเนื้อหาตามที่มีข่าวปรากฏสรุปว่า จำเลยในคดีได้ให้ทนายความแถลงว่ามีการประนีประนอมพร้อมขอขมาลาโทษ และขอบพระคุณกับโจทก์ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีตามที่โจทก์เห็นสมควรให้นั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามที่นัดไว้ในวันที่ 14 ธ.ค. นี้ ตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 ที่บัญญัติว่า ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกาหรือจะส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้ และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา พ.ศ.2550 ข้อ 3 (3) กำหนดให้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ในคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือเป็นที่สนใจของประชาชนหรือคดีอื่นใดซึ่งประธานศาลฎีกาเห็นสมควรให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้เวลา 7.30 น. นายธาริต จำเลยเดินทางมาศาล โดยขึ้นแถลงต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวน นายคณิต ณ นคร ในประเด็นที่นายคณิตเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับนายสุเทพ โจทก์ จนนายสุเทพได้ตกลงให้จำเลยทำหนังสือขอขมาลาโทษ โดยพนักงานอัยการที่ทำหน้าที่แก้ต่างให้นายธาริตก็ลุกขึ้นแถลงต่อศาลในข้อกฎหมายว่า กรณีดังกล่าวมีการเจรจาตกลงกันว่าจะมีการยอมความ โดยนายธาริตจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย จึงเป็นเหตุให้สิทธิการดำเนินคดีอันเป็นข้อยุติลง ทำให้ศาลอ่านคำพิพากษาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นรองนายกฯ มีหน้าที่กำกับดูแลโครงการสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างโรงพัก 396 แห่ง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงสัญญาจากรายภาคเป็นการรวมสัญญาเป็นเจ้าเดียว โดยมีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ร้องต่อนายธาริต ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบการกรณี บริษัท พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่ได้รับการชนะประมูลการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนทั่วประเทศ จำนวน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เข้าข่ายน่าจะมีการทุจริตและการฮั้วประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยในฐานะอธิบดีดีเอสไอได้มีการแถลงข่าวถอดความสรุปว่า นายธาริตได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย นายสุเทพได้สั่งการให้มีการเปลี่ยนสัญญารายภาค ซึ่งอาจจะส่อว่าให้ประโยชน์กับบริษัทพีซีซีฯ และเป็นเหตุให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงพักได้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นรากเหง้าเกิดความเสียหายใหญ่หลวง เพราะการเปลี่ยนแปลงสัญญาดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำผิดฐานเอื้อประโยชน์ฮั้วประมูล แต่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบต่อไป ปัญหาที่เกิดจากฝ่ายการเมือง จำเลยยังแถลงครั้งต่อไปอีกว่าการประมูล บริษัทพีพีซีฯ มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง เจ้าอื่นที่เข้าร่วมประกวดราคาหลายเจ้าเป็นเงินหลายร้อยบาท โดยบริษัทพีซีซีฯ มีความมุ่งหวังเมื่อชนะการประมูลจะได้ทำการเบิกเงินได้ โดยไม่ได้คิดว่าจะสร้างโรงพักเสร็จหรือไม่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะเข้าข่ายการกระทำผิดมี 2 ฝ่ายคือข้าราชการประจำเช่น ผบ.ตร.ในขณะนั้น และข้าราชการการเมืองโดยมีโจทก์เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า จำเลยในฐานะพนักงานสืบสวนมีหน้าที่ที่จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงนำไปสู่การวินิจฉัยของศาล หาใช่อำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะแถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงในสำนวนเพื่อชี้นำสังคม อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดังนั้นเมื่อสืบสวนได้ว่าจำเลยมีการกระทำเข้าข่ายความผิด จำเลยก็มีหน้าที่ที่จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเร็ว ไม่ควรให้สัมภาษณ์ถึงโจทก์ จะเป็นการทำให้โจทก์ถูกมองได้ว่าเป็นผู้มีส่วนกระทำผิด เปลี่ยนแปลงสัญญาให้เกิดความเสียหาย อันเป็นการหมิ่นประมาทให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ที่ศาลล่างสองศาลพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้อง 4 ฉบับมีเนื้อหาสรุปว่า ขอถอนคำให้การเดิมและยื่นคำให้การใหม่เป็นรับสารภาพ โดยมีการเจรจาทำการขอขมาโจทก์ตามข้อตกลง พร้อมวางเงินเยียวยาบรรเทาผลร้าย 1 แสนบาท เพื่อขอให้ศาลลงโทษสถานเบานั้น ศาลเห็นว่าที่จำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การก่อนศาลพิพากษา ไม่อาจทำได้ในชั้นฎีกา ส่วนที่จำเลยร้องว่าได้มีการไกล่เกลี่ยประนีประนอมจนสำเร็จอันเป็นเหตุให้สิทธิดำเนินคดีอาญาระงับไปนั้น เห็นว่าจากคำร้องที่ยื่นมายังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งการเจรจาไกล่เกลี่ยจะต้องคำนึงถึงคู่ความ เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย คดีอาญาการจึงไม่อาจระงับไปตามที่จำเลยร้องมา ให้ยกคำร้อง และจำเลยนำเงินที่วางไว้ 1 แสนบาทคืนได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24269</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพัก, ธาริต เพ็งดิษฐ์, ศาลฎีกาจำคุกธาริต, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13b6633c121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาฯยกกรณี&#039;คุก1ปีธาริต&#039;พึงสังวรณ์ใครกล่าวหา&#039;สุเทพ&#039;ทุจริตสร้างโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;คดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นโจทก์ ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นจำเลย ในข้อหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีที่นายธาริต กล่าวหาว่านายสุเทพมีส่วนทุจริตเกี่ยวกับก่อสร้างสถานีตำรวจทั่วประเทศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ซึ่งศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาเมื่อถึงเวลานัดนายธาริตจำเลย แถลงต่อศาลว่าขอเจรจากับฝ่ายโจทก์ แต่ทนายโจทก์แถลงว่า ไม่ยอมเจรจาด้วย ศาลฎีกาจึงได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ เป็นว่า นายธารืตจำเลย มีความผิดตามโจทก์ฟ้อง ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาคดีก็ถึงที่สุด นายธาริตจึงต้องถูกนำตัวไปคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนบางกลุ่มที่ชอบพูดกล่าวหาว่า นายสุเทพ ทุจริตเกี่ยวกับก่อสร้างสถานีตำรวจนั้น ขอให้สังวรณ์ไว้ด้วย เพราะการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษนายธาริตย่อมหมายความว่า ศาลฎีกาฟังว่านายสุเทพไม่ได้ทุจริตในการก่อสร้างสถานีตำรวจ การพูดดังกล่าจึงเป็นการหมิ่นประมาทนายสุเทพเช่นเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24221</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อสร้างโรงพักตำรวจ, ชูชาติ ศรีแสง, ศาลฎีกาจำคุกธาริต, สุเทพ เทือกสุบรรณ, เฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่งจำคุก&#039;ธาริต&#039;1ปีไม่รอลงอาญาคดีหมิ่น&#039;สุเทพ&#039;ปมสร้างโรงพักสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61-ที่ห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้นายสุเทพโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2556 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 ม.ค. - 4 ก.พ. 2556 นายธาริตขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่า นายสุเทพ โจทก์ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัทพีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าการแถลงข่าวของจำเลยเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพัก และให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้มีการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการทุจริต การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐาน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ได้ปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นวันที่ 3 พ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ต่อมานายสุเทพ โจทก์ได้ขออนุญาตฎีกาต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลได้นัดอ่านฎีกาครั้งแรกในวันที่ 24 ต.ค. 2561 ที่ศาลอาญา ซึ่งในวันดังกล่าวนายธาริตไม่ได้เดินทางมาศาลอาญา เนื่องจากป่วยติดเชื้อในลำไส้ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ต่อศาล ทั้งยังได้มอบหมายทนายความยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อประธานศาลฎีกา ขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกสารถ้อยคำที่มีการยื่นเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหลังการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ เชื่อว่าศาลฎีกายังไม่ได้พิจารณาเอกสารดังกล่าว เอกสารทั้ง 3 ชุดที่ยื่นมานั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่ง ซึ่งเป็นมูลเหตุในการฟ้องหมิ่นประมาทในคดีนี้ จึงเห็นควรมีคำสั่งให้ส่งคำร้องของจำเลย รวมถึงถ้อยคำในเอกสารส่งขึ้นให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป และเมื่อมีคำสั่งส่งคำร้องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาศาลได้หรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไป จนศาลฎีกานัดฟังคำสั่งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายธาริต จำเลยในคดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมและเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 14 ธ.ค. ออกไปก่อน 60 วัน อ้างเหตุว่าได้มีการขอขมาต่อนายสุเทพ ที่มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด รับเป็นคนกลางในการเจรจา โดยทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดและขอขมาลาโทษ และยื่นขอให้การใหม่เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อให้สอดคล้องหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพไปแล้ว พร้อมทั้งส่งบันทึกรับรองข้อเท็จจริงผลการเจรจาประนีประนอมฯ ที่นายคณิตได้รับรองยื่นต่อศาล แต่หากศาลฎีกาไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีก็ขอความกรุณาต่อศาลฎีกาลงโทษสถานเบาโดยรอการลงอาญา ทั้งนี้ต่อมานายธาริตยังได้ส่งทนายความยื่นคำร้องพร้อมวางเงิน 1 แสนบาทต่อศาล เพื่อเยียวยาบรรเทาผลร้ายต่อโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันในวันที่ 11 ธ.ค.นายสุเทพ โจทก์ยื่นคำร้องมาที่ศาลฎีกาสรุปเนื้อหาตามที่มีข่าวปรากฎตามสื่อสรุปว่าจำเลยในคดีได้ให้ทนายความแถลงว่ามีการประนีประนอมพร้อมขอขมาลาโทษ และขอบพระคุณกับโจทก์ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีตามที่โจทก์เห็นสมควรให้นั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามที่นัดไว้ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 244 ประกอบมาตรา 252 ที่บัญญัติว่า ศาลฎีกาจะอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกาหรือจะส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้ และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกา พ.ศ.2550 ข้อ3 (3) กำหนดให้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาได้ในคดีที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือเป็นที่สนใจของประชาชนหรือคดีอื่นใดซึ่งประธานศาลฎีกาเห็นสมควรให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ศาลฎีกา&amp;nbsp;
วันนี้เวลา 7.30 น. นายธาริต จำเลยเดินทางมาศาล&amp;nbsp;
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การแถลงข่าวเรื่องเกี่ยวกับการเสนอราคาในการประมูลโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งของจำเลย เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยขอถอนคำให้การเป็นรับสารภาพ ไม่อาจถอนคำให้การได้ในชั้นฎีกา ให้ยกคำร้อง และที่จำเลยอ้างว่าได้มีการบรรเทาผลร้ายและการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จ มีการทำข้อตกลง สิทธิในการดำเนินคดีอาญาต้องระงับไป ศาลเห็นว่าการเจรจาไกล่เกลี่ยต้องคำนึงถึงคู่ความทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่ประนีประนอม ให้จำเลยนำเงินวางคืนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะคุมตัวนายธาริตไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24202</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสร้างโรงพัก, ธาริต เพ็งดิษฐ์, บริษัทพีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น, ศาลฎีกาจำคุกธาริต, สุเทพฟ้องธาริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f3a7fbe7a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
