<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ‘ตู่2/4’ ‘ชัยวุฒิ-ตรีนุช-สินิตย์’รมต.ใหม่‘วีรศักดิ์’โยกช่วยคมนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดเกล้าฯ ครม.ประยุทธ์ 2/4 &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; รมว.ดีอีเอส &amp;quot;ตรีนุช&amp;quot; คุม ศธ. &amp;quot;สินิตย์&amp;quot; รมช.พาณิชย์ &amp;quot;วีรศักดิ์&amp;quot; โยกนั่่งช่วยคมนาคม &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ระทึก ลุ้นจะอดเข้าสภาหรือไม่ หลังศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคำร้องฝ่าฝืนจริยธรรมคดีรุกป่าสงวนพฤหัสฯ นี้ พรรคสำรอง พปชร.คืบ หึ่งตั้งสาขาพรรคสี่ภาคแล้ว รอเลือกตั้งเปิดตัว-เปลี่ยนชื่อพรรคทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยมีใจความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรี 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย 1.นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังนี้ ให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 1.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4.นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาได้นัดฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดราชบุรี อันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ในวันที่ 25 มี.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนหากองค์คณะพิจารณาพิพากษามีคำสั่งในชั้นรับคำร้องแล้วให้รับคำร้อง จึงจะส่งสำนวนคำร้องของ ป.ป.ช.ให้ผู้คัดค้านทราบ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบถามผู้คัดค้าน โดยจะต้องกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกนี้ให้คู่ความทราบไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนจะมีการนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานหลักฐาน จากนั้นจึงจะกำหนดนัดวันไต่สวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อ 12 วรรคสอง แห่งระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 บัญญัติไว้ด้วยว่า เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องแล้วผู้คัดค้านจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ศาลแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้ มีรายงานว่า น.ส.ปารีณา ผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งในคำร้องในวันที่ 25 มี.ค.2564 ซึ่งเป็นวันอ่านคำสั่งในชั้นรับคำร้องของ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังมีกระแสข่าวเครือข่าย 3 ป.และพรรคพลังประชารัฐมีแนวคิดจะตั้งพรรคการเมืองสำรองเป็นพรรคพันธมิตรเพื่อเอาไว้สู้ศึกการเลือกตั้ง และจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งเสียงพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยมีข่าวว่าจะใช้ชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้เป็นคนเคลื่อนไหวทำพรรคหลังเกษียณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่ามีคนในเครือข่ายพลังประชารัฐได้มีการเคลื่อนไหวยื่นขอจัดตั้งพรรคการเมืองกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้แล้ว โดยเป็นชื่ออื่น ไม่ใช่ชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น กรณียุบสภาหรือสภาอยู่ครบเทอมแล้วมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็จะดำเนินการจัดให้มีการประชุมใหญ่พรรคดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนชื่อพรรคตามที่เห็นสมควร ที่มีข่าวว่ามีการเสนอไว้หลายชื่อ เช่น เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ โดยมีข่าวว่าคนที่เกี่ยวข้องมีการเคลื่อนไหวเตรียมการตั้งสาขาพรรคใน 4 ภาคใหญ่ๆ เช่น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ไว้บ้างแล้ว เพื่อเตรียมรองรับกติกาต่างๆ ตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องหากจะมีคนนำชื่อมอตโต้ &amp;lsquo;รวมไทย สร้างชาติ&amp;rsquo; ไปตั้งเป็นชื่อพรรคการเมืองว่า เรื่องนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วใครจะเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค มีการสงวนสิทธิ์หรือเปล่าไม่รู้ แต่สำหรับตนไม่ได้สงวนสิทธิ์ ใครก็ได้ รวมไทยสร้างชาติ เป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทยจะตั้งรวมไทยสร้างชาติหรือรวมไทยอะไรก็แล้วแต่ ก็ตั้งมาเถอะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการมองว่าการตั้งพรรคการเมืองใหม่โดยใช้ชื่อรวมไทยสร้างชาติเป็นการผูกโยงพรรคสำรองของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้สื่อเป็นคนโยงกันเองไม่ใช่หรือ เราไม่ได้โยง ส่วนตัวไม่มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองสำรอง เรื่องนี้ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ขอทำงานรัฐบาลนี้ให้รอดไปก่อน ทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากกับดักต่างๆ ให้ได้ก่อน ต้องมองตรงนี้ อย่ามองการเมืองด้านเดียว การเมืองก็คือการเมือง ก็ต้องปฏิรูปการเมือง และการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ทุกคนต้องช่วยกันปฏิรูป ทั้งองคาพยพทั้งหมด เพราะประชาชนเป็นคนเลือกพวกท่านเข้ามา นายกฯ ไม่ได้เป็นคนเลือกทุกคนเข้ามา เป็นเรื่องของประชาชนที่เลือกมาเป็นตัวแทนของเขา ต้องเคารพกติกาตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเช่นกันว่า &amp;ldquo;ไม่มีหรอก ผมไม่รู้เรื่อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวบิ๊กข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ รับทราบแล้วหรือไม่ รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เห็นมีแต่คนเขาพูดกัน จะทำได้อย่างไร ในเมื่อเป็นข้าราชการและยังทำงานอยู่ ไม่ได้ข่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตการตั้งพรรคการเมืองหลังมีกระแสข่าวลือยุบสภา พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้ข่าวเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคสำรองหรือไม่ ว่า &amp;quot;ไม่มีแนวคิด&amp;quot; เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจจะไม่เสร็จภายในสมัยรัฐบาลนี้ จึงควรจะมีการตั้งพรรคสำรองไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ ผมไม่ได้ทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรค พปชร.จะอยู่ยาวนานถาวรใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า ก็ตั้งมา 2 ปีกว่าแล้ว ยืนยันไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีรุกป่า, ครม.ประยุทธ์ 2/4, คำร้องฝ่าฝืนจริยธรรม, ปรับ ครม., ศาลฎีกานัดฟังคำสั่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605a069e13d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
