<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นปช.ล้มอาเซียนหวังลุ้น ศาลฎีกาเลื่อนตัดสิน3ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ต่อลมหายใจ 3 แกนนำ นปช.คดีล้มเวทีการประชุมอาเซียน ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา &amp;quot;ไวพจน์ วรชัย-สำเริง&amp;quot; 3 ธ.ค.นี้ &amp;nbsp; หลังจำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพหวังให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่ แต่ยังไร้เงา &amp;quot;กี้ร์-นิสิต-วัลลภ-ชัยชนะ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี วันที่ 31 ตุลาคม ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนพพร นามเชียงใต้, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสมญศฆ์ พรมภา, นายนิสิต สินธุไพร, นายสำเริง ประจำเรือ, นายศักดา นพสิทธิ์, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี, นายวรชัย เหมะ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวัลลภ ยังตรง และนายพิเชฐ สุขจินดาทอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้พักคดี พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ และนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากหลบหนี ขณะที่นายธรชัย ศักดิ์มังกร และ พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 พวกจำเลยนำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท ในช่วงที่กลุ่ม นปช.มีการชุมนุมใหญ่ปี 2552 ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้แจ้งข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม 2.ข้อหาร่วมกันเดินแถวเป็นขบวน และกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร 3.ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 4.มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น และ 5.ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยจำนวน 13 คน เป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีแกนนำ นปช. นำพากลุ่มคนเสื้อแดงบุกล้มการประชุมอาเซียนฯ แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้ง 13 คนมาเพียงคนเดียว ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาของนายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 11, 12, 13, 15, 16, 17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้นัดอ่านคำพิพากษาจำเลยที่อ้างว่าไม่ได้รับนัดหมายเรียกศาลมาเป็นวันที่ 31 ต.ค.2562 โดยวันนี้มีจำเลย 3 คน ที่เดินทางมารับฟังคำพิพากษาคือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ทั้ง 3 คน ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับหมายเรียกศาล ซึ่งศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาไปแล้ว คือจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา และก็ได้เตรียมใจในการรับโทษ เพราะตามกระบวนการยุติธรรม หากมีคำพิพากษาไปแล้วแม้จำเลยจะเดินทางมารับฟังหรือไม่ก็ต้องรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศในวันนี้ พบว่ามีนายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;หนึ่งในแกนนำ นปช. พร้อมนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ เดินทางมาให้กำลังใจจำเลยทั้ง 3 คนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษานัดแรกไปเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2562 ซึ่งมีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 10 เพียงคนเดียวมารับฟังคำพิพากษา และในวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา มีจำเลยอีก 4 คน ได้เข้ามอบตัวต่อศาลจังหวัดพัทยา ประกอบด้วย นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง, นายสิงห์ทอง บัวชุม และนายนพพร นามเชียงใต้ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ตามคำพิพากษาจำคุก 4 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังมีจำเลยอีก 4 คนที่ไม่ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคือ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายแพทย์วัลลภ ยังตรง และนายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย และนายนิสิต สินธุไพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกาจำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพ เพื่อให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่ ศาลจังหวัดพัทยาจึงส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดพัทยาให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ทั้งนี้ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49293</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มเวทีการประชุมอาเซียน, นปช., ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเพื่อรับสารภาพหวังให้ศาลวินิจฉัยบทลงโทษใหม่, ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbaebc58af39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกานัดตัดสิน5นปช.บุกบ้านสี่เสาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลุ้น! ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาแกนนำ นปช. 5 คนบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 50 วันพุธนี้ &amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน &amp;quot;เหวง&amp;quot; พร้อมฟังฎีกาเตรียมใจเข้าคุก โวมีประสบการณ์แล้วกว่า 9 เดือน เชื่อทุกคนมาฟังคำพิพากษาครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในช่วงเช้า ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล แกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;และแกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216, 297, 298 ประกอบมาตรา 33, 83 และ 91&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.50 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.58 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน &amp;nbsp;ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย &amp;nbsp;จำเลยที่ 2-3 พร้อมให้ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่า จำเลยไม่อยู่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วนจำเลยที่ 4-7 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว และเป็นการกระทำเพื่อปกป้องการถูกคุกคาม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในการลงโทษ ส่วนนายวีระศักดิ์และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ซึ่งศาลยกฟ้องนั้น อัยการโจทก์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 9 ม.ค.60 แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก &amp;nbsp;ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม 1 กระทง ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน นอกเหนือจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งในส่วนของนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์พิพากษา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งห้า โดยตีราคาประกันคนละ 500,000 &amp;nbsp;บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเดิมคือ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาฯ ว่า ตนได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา &amp;nbsp;09.00 น. ตนมีความพร้อมที่จะเดินทางไปฟังคำพิพากษา ไม่ว่าจะเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นใดๆ เราก็ให้ความเคารพและพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาโดยตลอด ส่วนที่ผ่านมาศาลชั้นต้นเเละชั้นอุทธรณ์จะพิพากษาจำคุกเราโดยไม่รอลงอาญานั้น ต่อให้เราต้องเข้าคุกตามคำพิพากษาเราก็พร้อม ไม่รู้สึกหนักใจอะไร ในส่วนของจำเลยคนอื่นไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าทุกคนมีหน้าที่จะต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษา จึงเชื่อว่าฝ่ายจำเลยจะเดินทางไปกันครบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเคารพ เตรียมตัวเตรียมใจเคารพคำพิพากษาอยู่แล้ว ออกมาอย่างไรอย่างนั้น ถ้าจำคุกก็เตรียมเข้าคุก ไม่มีปัญหาอะไร เราเคยถูกจำคุกมาก่อนแล้ว หลังเหตุการณ์พฤษภา ปี 2553 สลายการชุมนุมแล้วถูกคุมไปค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฝากขังเรือนจำพิเศษชั่วคราวอยู่ 9 เดือนกว่า&amp;quot; นพ.เหวง กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42246</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์, บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3eff3169762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
