<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพากษาแก้ยกโทษจำคุก&#039;เมียส.ส.เพื่อไทย&#039;คดีบัญชีทรัพย์สินคงโทษปรับ 4 พัน-ตัดสิทธิการเมือง 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63-ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยคณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คนที่รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ฯ ในคดีหมายเลขดำ อม.อธ.4/2562 ที่นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นภรรยาของนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นอุทธรณ์ผลคำพิพากษา ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2562 ห้ามนางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันที่นางชญาดาพ้นจากตำแหน่งสุดท้ายมาแล้ว และโทษจำคุก 1 เดือนในส่วนอาญา ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย กรณีกล่าวหานางชญาดา อดีต ส.ก. จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ในช่วงการยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินฯ เมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นตำแหน่ง ส.ก. โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า นางชญาดามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81, 167&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2562 ภายหลังนางชญาดาให้การรับสารภาพ มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็น ส.ก. เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2554 และพ้นตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2557 ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ หลังเข้ารับตำแหน่งวันที่ 23 ก.ย. 2554 ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี จำนวน 7,908.40 บาท และ 167,200 บาท รายการเบิกเงินเกินบัญชี 1 รายการ ยอดหนี้คงเหลือ 40,922.09 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการยื่นแสดงบัญชีหลังพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2557 ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคาร 3 บัญชี จำนวน 5,324.34 บาท, จำนวน 10,000 บาท และจำนวน 15,696.74 บาท ตามลำดับ กับรายการเบิกเงินเกินบัญชี 2 รายการยอดหนี้คงเหลือ 166,684.74 บาท และ 17,986.94 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงพิพากษา ห้ามนางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันที่นางชญาดาพ้นจากตำแหน่งสุดท้ายมาแล้ว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34 วรรคสอง และให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาทด้วย ตาม มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จฯ โดยผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่านางชญาดา เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหา ใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมาก พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จะถือว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ต้องเป็นการกระทำโดยรู้สำนึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทำของตน กรณีนี้คือทำให้เสียหายแก่การตรวจสอบความถูกต้อง และความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน อันเป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน มีถึง 5 รายการ แต่ละบัญชีมีการเคลื่อนไหว มีเงินเข้าบัญชีและมีการหักชำระหนี้เงินกู้ มีการนำเช็คเข้าบัญชีหลังจากเปิดบัญชีกับมีเงินคงเหลือในบัญชี แม้บัญชีดังกล่าวจำนวน 4 บัญชีจะเป็นบัญชีของคู่สมรส นางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหา ก็มีหน้าที่ต้องแสดงในบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน สำหรับหนี้บัตรเครดิตของคู่สมรสที่มียอดหนี้ค้างชำระรวมกันเป็นจำนวนที่สูง และมีการผ่อนชำระบางส่วน คู่สมรสทราบว่ามียอดหนี้ค้างชำระ ผู้ถูกกล่าวหาก็มีหน้าที่ต้องแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อที่นางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหา อ้างว่าเข้าใจว่ายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตไม่ใช่หนี้เงินกู้ และไม่ใช่สัญญากู้กับธนาคารจึงไม่จำต้องแสดงนั้น เป็นเพียงความเข้าใจของผู้ถูกกล่าวหาเองฝ่ายเดียว ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อ ป.ป.ช.ผู้ร้อง โดยปกปิดข้อเที่จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหา อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา โดยยกโทษจำคุกที่รอการลงโทษ ให้คงไว้แต่เพียงโทษปรับสถานเดียวนั้น องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมาก เห็นว่า ทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงต่อ ป.ป.ช.ผู้ร้อง มีจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่แสดงต่อผู้ร้องเป็นจำนวนเล็กน้อย อีกทั้งเป็นของคู่สมรสเป็นส่วนมาก พฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีเหตุสมควรลงโทษสถานเบา อุทธรณ์ของนางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้นบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 55 (ถ้าโทษจำคุกที่ผู้กระทำความผิดจะต้องรับมีกำหนดระยะเวลาเพียง 3 เดือนหรือน้อยกว่า และมีโทษปรับด้วย ศาลจะกำหนดโทษจำคุกให้น้อยลง หรือจะยกโทษจำคุกเสีย คงให้ปรับแต่อย่างเดียวก็ได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ ยังห้ามนางชญาดา ผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2557 ซึ่งเป็นวันที่นางชญาดาพ้นจากตำแหน่งสุดท้ายมาแล้ว และคงโทษปรับ 4,000 บาท ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 119.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61606</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e831a14660c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;ยันสู้จนสุดทาง เหน็บนักการเมืองจากการรัฐประหารตรวจสอบอะไรไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.62 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการสู้คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรว่า ข้อเสียเปรียบของจำเลยมีอยู่หลายอย่าง อย่างแรกถึงเวลาพยานก็จะบอกจำไม่ได้บ้าง มันเป็นปัญหามาก วันนี้บอกจำไม่ได้ แต่ไปพูดกับคตส.ในวันนั้นก็เกิดความยากลำบากต่อจำเลยที่ต้องไปหาพยานหลักฐานมาหักล้าง ขณะที่วันนี้ศาลก็ไต่สวนพยานได้ 4 ปาก โดยตนยังต้องเดินทางมาศาล อีกประมาณ 12 ครั้ง ในนัดไต่สวนตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.นี้ หลังจากนั้นก็ต้องดูอีกทีว่ากระบวนการสืบพยานโจทก์แล้วเสร็จหรือไม่ โดยหากได้สืบพยานจำเลยภายในเดือน ต.ค.62 &amp;nbsp;คาดว่าคดีดังกล่าวจะพิพากษาได้ภายในปี 2562 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถึงวันนี้ก็ยืนยันว่าจะสู้จนสุดทาง มันเป็นที่เดียวที่เราจะใช้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่ได้โดนคดีนี้เป็นคดีแรก คดีที่เกิดจากการรัฐประหารคดีนี้เป็นคดีที่ 5 มี 4 คดีที่ยกฟ้องไปแล้ว ทุกคดีก็โดนกล่าวหาว่าทุจริต เหลือคดีนี้เป็นคดีสุดท้าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จากคดีที่เกิดขึ้นในศาล จะทำให้มีท่าทีหรือจุดยืนเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่ นายวัฒนา ยืนยันว่า เป็นเหมือนเดิม สิ่งหนึ่งที่อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่างน้อยที่สุดนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งจะถูกกล่าวหาอย่างไรก็จะได้รับการพิสูจน์ เรียกว่าได้รับการตรวจสอบ ไม่เหมือนนักการเมืองที่มาจากการรัฐประหารตรวจสอบอะไรไม่ได้ การที่ตนมาขึ้นศาลเพื่อพิสูจน์ตัวเอง 4 คดีที่ผ่านมาที่ศาลยกฟ้องแปลว่าตนบริสุทธิ์ คดีนี้เหมือนกันที่ต้องมาสู้ก็มาพิสูจน์ตัวเองในศาล ในขณะที่นักการเมืองที่มาจากรัฐประหารทำความเสียหายให้บ้านเมืองไม่ต้องพิสูจน์นิรโทษกรรมให้ตัวเองหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38184</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe51423f44a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯพิพากษาคุก 72 ปี&#039;หมอโด่ง&#039;โกงจีทูจี  คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 32 ปี ชดใช้เงิน 1.69 หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะอ่านคำพิพากษาลับหลังรื้อฟื้นคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของ พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 3 และนายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวคนสำคัญ จำเลยที่ 16 ซึ่งหลบหนีคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการสูงสุด โจทก์ ได้ยื่นคำร้องเมื่อปี 2561 ขอให้ศาลนำคดีจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 16 ที่หลบหนีไประหว่างการพิจารณาคดีเมื่ิอปี 2558 ซึ่งศาลได้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2 ไว้แล้ว ขึ้นมาพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง หลังจากที่ศาลเคยมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว ซึ่งคดีดังกล่าวก็สืบเนื่องจากที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับเอกชนร่วม 28 รายในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 และคดีหมายเลขแดง อม.178/2560 (ศาลตัดสินจำคุกนายภูมิ กับพวกรวม 18 รายไว้แล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560) ซึ่งระหว่างการพิจารณากรมการค้าต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 5 ราย ได้ยื่นคำร้องขอให้นายสุธี จำเลยที่ 16 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการพิจารณาคดี องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ทั้ง 9 คน ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนและรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว เห็นว่า พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการนายบุญทรง รมว.พาณิชย์ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการ ซึ่งจำเลยที่ 3 ยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว แล้วต่อมาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ว่า จำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันวางแผน โดยแอบอ้างนำบริษัทกว่างตงฯ และบริษัทห่ายหนานฯ เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ตามสัญญาซื้อขายข้าวโครงการจีทูจีกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ที่มีนายสุธี คนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 กับพวกสนับสนุนด้วยการนำบริษัทค้าข้าวภายในประเทศมาทำสัญญาซื้อข้าวโครงการจีทูจี กับกรมการค้าต่างประเทศในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยไม่ได้มีการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศตามโครงการนั้น ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ ถือว่าหมอโด่ง จำเลยที่ 3 ร่วมกับพวกทุจริตในการระบายข้าวโครงการจีทูจี ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ร่วมกระทำความผิดไปแล้ว ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ได้ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 3 กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ จึงพิพากษาให้จำคุก พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทงๆ ละ 18 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ให้จำคุกไว้เป็นเวลา 50 ปี ส่วนนายสุธี จำเลยที่ 16 ให้จำคุก 4 กระทงๆ ละ 8 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 32 ปี และให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 ด้วย เป็นเงิน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันทำสัญญา พร้อมมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวหมอโด่ง จำเลยที่ 3 และนายสุธี จำเลยที่ 16 ที่ยังหลบหนีคดีมาบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีจีทูจีในส่วนของนายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกนั้น ฝ่ายจำเลยที่ถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 4-48 ปี ก็ได้ยื่นอุทธรณ์แล้วตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เช่นเดียวกับฝ่ายอัยการสูงสุด ก็ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของจำเลยกลุ่มเอกชน 8 รายที่ยกฟ้องด้วย โดยขณะนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ได้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาแล้ว ขณะที่นายภูมิ, นายบุญทรง กับพวกรวม 18 ราย ที่ถูกตัดสินจำคุกนั้นก็ยังไม่มีใครได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์แต่อย่างใด ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างรอคำฟังพิพากษาอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม. 282/2560 ที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์สินของหมอโด่ง จำนวน 896,554,760.28 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดหมอโด่งกับพวกทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกและการระบายข้าว และมีมติว่าหมอโด่งร่ำรวยผิดปกติ เมื่อหมอโด่งหลบหนีคดีไม่มาพิสูจน์ ศาลจึงฟังพยานของอัยการสูงสุดและหลักฐานของ ป.ป.ช. แล้วพิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37035</URL_LINK>
                <HASHTAG>72 ปี, จำคุก, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หมอโด่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde85757dd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้กันยัง!คุก2ปีทักษิณจะหมดอายุความ21ต.ค.นี้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 &amp;ndash; คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ขณะนั้น) ซื้อที่ดินรัชดาจำนวน 33 ไร่78 ตารางวา ในราคา 772 ล้านบาทจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 นั้น และนายทักษิณได้หลบหนีคำตัดสินดังกล่าวอยู่นอกต่างประเทศนั้นกำลังจะสิ้นสุดอายุความแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตามประมวลกฎหมายอาญา ในหมวด 9 เรื่องอายุความ มาตรา 98 ระบุว่า เมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้ใด ผู้นั้นยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาเพื่อรับโทษนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแต่วันที่ผู้กระทำความผิดหลบหนีแล้วแต่กรณี เกินกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ เป็นอันล่วงเลยการลงโทษจะลงโทษผู้นั้นมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ยี่สิบปี สำหรับโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุก ยี่สิบปี
(2) สิบห้าปี สำหรับโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี
(3) สิบปี สำหรับโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี
(4) ห้าปี สำหรับโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีลงมาหรือโทษอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากตีความตามกฎหมายดังกล่าวเท่ากับอายุความการลงโทษของนายทักษิณจะครบ 10 ปี ในวันที่ 21 ตุลาคม 2561นี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18222</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำตัดสิน, คุณหญิงพจมาน, จำคุก 2 ปี, ทักษิณ ชินวัตร, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, อดีตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba62d744ef90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;เย้ยคสช.ทัวร์&#039;รัสเซีย-เบลารุส&#039;สุดชิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2561 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีสถานะเป็นนักโทษหลบหนีคำพิพากษาจำคุก 5 ปีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้โพสต์รูป พร้อมข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อช่วงค่ำว่า ได้เดินทางต่อมาที่ประเทศเบลารุส (Belarus) ซึ่งเป็นประเทศเล็กติดกับรัสเซีย ที่สำคัญเป็นประเทศที่ดิฉันไม่เคยเดินทางมาก่อนเลย นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เพื่อนพี่ชายเชิญมาเยี่ยมชมในครั้งนี้​ ซึ่งสถานที่ที่ดิฉันมาคือศูนย์กลางแห่งการค้าขาย ที่มีการสร้างถนนเชื่อมต่อเพื่อเกิดเป็นศูนย์กลาง​ (Hub)​ แห่งแรกของยุโรปเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เบลารุสเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล​ (Land Lock) แต่กลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย​ เพราะรัฐบาลสร้างทะเลสาบล้อมรอบ ออกกฎหมายให้ปลูกต้นไม้ สร้างสีเขียว แม้เบลารุสมีรายได้ประชากรต่อหัวไม่มาก​ แต่รัฐจัดให้ทุกคนในครอบครัวมีงานทำ​ ถ้าไม่ทำงานก็จะถูกปรับ จึงทำให้รายได้ต่อครัวเรือนสูง​ รัฐจึงสามารถนำภาษีอากรที่เก็บได้ มาบริหารจัดการเป็นสวัสดิการให้กับประชาชน เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาลและสวัสดิการอื่นๆ ฟรีทุกคนตลอดช่วงชีวิต จึงทำให้ประเทศมีความมั่งคั่ง ประชากรมีรายได้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองประเทศนี้ถูกทำลายและใช้เชลยศึกชาวเยอรมัน​เป็นคนสร้างขึ้นมาใหม่ ภายใน 20 ปี ต่อมาภายหลังเบลารุสเจริญขึ้นมากโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน มีการสร้างเมืองคล้ายกับ Silicon Valley ของซานฟรานซิสโก ที่รวมนักวิจัยทางเทคโนโลยีใหม่หลายสาขามารวมกันไว้ที่นี่ โดยให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างประเทศ จนในที่สุดตอนนี้ก็มีบริษัทขนาดเล็ก (Startup) เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก มีนักลงทุนมาร่วมกับบริษัทเล็กๆ เหล่านั้นมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ทำให้เบลารุสสามารถก้าวเข้าสู่ new economy ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ สำหรับการพัฒนาประเทศของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญสิ่งที่ประเทศนี้ประสบความสำเร็จคือชาวเบลารุสมีวินัยเป็นพื้นฐาน​ มีกฎหมายที่ทำให้เกิดระเบียบวินัยและความปลอดภัยสูง​ ประชากรจึงมีความสุข​ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันเปลี่ยนความรู้สึกหลังจากได้มีโอกาสมาประเทศนี้ จึงเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กในการมาเยือนกรุงมอสฌก ประเทศรัสเซียมาแล้วครั้งหนึ่ง และในยุคที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์บริหารประเทศก็ถือเป็นนายกฯ คนหนึ่งที่เดินสายต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17708</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, รัสเซีย, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, อดีตนายกรัฐมนตรี, เบลารุส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e593c36bc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
