<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรพล-เพื่อไทย&#039; จ่อบุกกกต.จี้รับผิดชอบแจกใบส้มมั่ว &#039;เลขาฯกกต.&#039; งัดรธน.มาตรา 225 สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรพล เกียรติไชยากร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้อง กกต.กรณีตัดสิทธิและให้ใบส้มกรณีถวายปัจจัยพระสงฆ์ที่ จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 พันบาทว่า คำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ ดังกล่าวแสดงว่าการเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 8 จ.เชียงใหม่ กว่า 5.2 หมื่นคะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากถามว่า กกต.จะแสดงความรับผิดชอบโดยคืนสิทธิความเป็น ส.ส.ให้กับตนอย่างไร รวมทั้งทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ และความผิดหวังของประชาชนที่เกิดขึ้น กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร ผมพร้อมด้วยทนายความจะเดินทางยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ กกต.ในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น. เพื่อให้ทบทวนการคืนสถานภาพ ส.ส.ให้กับผม ทราบว่าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ก็เตรียมยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องสิทธิให้กับตนตามกฎหมายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณพี่น้องที่รักความยุติธรรม โดยเฉพาะชาวเชียงใหม่ที่ส่งกำลังใจมาให้ผม ขอขอบคุณทุกน้ำใจและความปรารถนาดี&amp;quot; &amp;nbsp;นายสุรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกป้อง กลับวิเศษ ทนายความ กล่าวว่าจากที่เลขาธิการ กกต.ระบุว่าการให้ใบส้มถือเป็นที่สุดนั้น คำว่าเป็นที่สุดต้องผ่านการพิจารณาและตัดสินจากศาลฎีกาฯ ก่อน เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ เมื่อศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาและมีคำวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่าการถวายเงินดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่การถวายผ้าป่าตามที่ กกต.วินิจฉัย เมื่อศาลฎีกาฯ ตัดสินเช่นนี้ เท่ากับลบล้างการตัดสินของ กกต. ซึ่งผลการออกใบส้มย่อมไม่มีผล กกต.ต้องทบทวนดุลยพินิจของตนเองว่าการเลือกตั้งในครั้งแรกที่นายสุรพลชนะ ถือเป็นการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการทุจริต หรือชักจูงประชาชนตามคำกล่าวหาของ กกต. ดังนั้น กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องคดี นายสุรพล เกียรติไชยากร &amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;และเตรียมที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต. 70 ล้านบาทว่า เรื่องการเยียวตนยังไม่ทราบ แต่ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของกกต. ซึ่งเราต้องเสนอคำพิพากษาศาลให้ท่านรับทราบก่อนแล้วก็ต้องรอว่าท่านจะว่าอย่างไรอีกทีหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ทางนายสุรพลจะฟ้องร้องกลับนั้นก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เราทำตามมาตรา 225 ของรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเมือง, ปกป้อง กลับวิเศษ, พรรคเพื่อไทย, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, สุรพล เกียรติไชยากร, ใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75a94372574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรพล&#039;ฝันค้าง&#039;จรุงวิทย์&#039;ลั่นคำวินิจฉัยกกต.ถือเป็นที่สุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยกคำร้องคดีนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก กกต. 70 ล้านบาท ว่าได้รายงานให้ กกต.ทั้ง &amp;nbsp;7 คนรับทราบผลคำพิพากษาของศาลแล้ว &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่นายสุรพลจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย 70 ล้านบาท ก็เป็นสิทธิ์ของนายสุรพลที่จะฟ้อง &amp;nbsp;ทั้งนี้ กกต.ก็จะชี้แจงว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา &amp;nbsp;225 วรรคสองที่กำหนดให้การวินิจฉัยของ กกต.ก่อนการประกาศผลให้ถือเป็นที่สุด &amp;nbsp;ดังนั้นในส่วนของ กกต.ถือว่าสิ้นสุดแล้ว &amp;nbsp;การที่ยื่นศาลไปเป็นการขอให้ศาลพิจารณาเรื่องของการเพิกถอนสิทธิสมัคร &amp;nbsp;ศาลก็มองว่าไม่เจตนา &amp;nbsp;ซึ่งไม่ตรงกับความเห็นของ กกต. &amp;nbsp;แต่ว่ากระบวนการในการวินิจฉัยชอบทุกอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศาลก็เห็นด้วยกับการให้ใบส้มของ กกต. &amp;nbsp;ในส่วนของ กกต.เป็นตัดสิทธิหรือใบส้ม 1 ปีที่ขณะนี้ถือว่าครบเวลาดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;สถานะ ส.ส.ก็คงไม่ได้คืน &amp;nbsp;เพราะกฎหมายเขียนให้คำวินิจฉัยของ กกต.ถือเป็นที่สุด ซึ่งเป็นที่สุดตั้งแต่เมื่อ กกต.มีมติ &amp;nbsp;กฎหมายเขียนอย่างนี้ ไม่เช่นนั้น กกต.ก็ไม่กล้าให้ใบส้ม&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79089</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายสุรพล เกียรติไชยากร, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7426b27f814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกคำร้อง กกต. แจกใบส้ม &#039;สุรพล&#039; ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย กรณีใส่ซองทำบุญ 2 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบส้ม) และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ โดย กกต.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2562 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งลงวันที่ 24 ม.ค. 2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันรับสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี กกต. กล่าวหาว่า การใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์จำนวน 2,000 บาท มีมูลความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) ฐานให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพูดของผู้คัดค้านไม่ใช่การหาเสียง มีลักษณะเป็นการพูดขอฝากเนื้อฝากตัวอย่างไร จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าผู้คัดค้านไปที่หอประชุมบ้านคู่ฮ้อสามัคคี โดยมีเจตนาเพื่อหาเสียงเป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านถวายเงินจำนวน 2,000 บาท แก่พระครู เพื่อเป็นการสื่อให้ชาวบ้านเข้าใจว่าผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้าน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการให้เงิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน อันจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ตามคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78991</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, สุรพล เกียรติไชยากร, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2a9124b7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำพิพากษาศาลแจกใบเหลือง &#039;กรุงศรีวิไล&#039; ใส่ซองช่วยงานศพ 1 พันบาท สั่งเลือกตั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ลต.(ส.ส.) 585/2562 ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัย กรณี กกต.แจกใบเหลือง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2562 กล่าวหาให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวนเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายกรุงศรีวิไล เหตุคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาท ต่อประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2563 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศ กกต. ลงวันที่ 24 ม.ค. 2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. วันรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. 2562 ผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 หมายเลข 7 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมุทรปราการ ต่อมาผู้ร้องได้รับรายงานจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการว่า ผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้องไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2562 ในงานฌาปนกิจศพ นายไพบูรณ์ เท้งบางด้วน ที่วัดจรเข้ใหญ่ จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาภรณ์ พันโนลิต ได้ไปร่วมงานและมอบเงินช่วยงานศพเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบ บรรจุภายในซองที่เขียนหน้าซองว่า &amp;ldquo;กรุงศรีวิไล&amp;rdquo; ให้แก่ น.ส.เบญจมาศ เท้งบางด้วน เจ้าภาพ แจ้งว่าผู้คัดค้านได้มอบเงินช่วยงานศพ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2561 ในงานฌาปนกิจศพ นางบุญชู เกตุสุข ที่วัดมงคลนิมิต จ.สมุทรปราการ น.ส.สุภาภรณ์ ได้ไปร่วมงานศพและมอบเงินช่วยงานศพบรรจุภายในซองที่เขียนหน้าซองว่า&amp;ldquo; กรุงศรีวิไล&amp;rdquo; ให้แก่นางบุญช่วย ศรีนวล เจ้าภาพในลักษณะเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.สุภาภรณ์ เป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งของผู้คัดค้าน และอยู่ในช่วงระหว่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับ การกระทำดังกล่าวของ น.ส.สุภาภรณ์ เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน ถึงแม้ผู้คัดค้านปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ น.ส.สุภาภรณ์ ไปดำเนินการดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านก็ได้รับประโยชน์จากการกระทำของ น.ส.สุภาภรณ์ อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1), 80 ประกอบระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ข้อ 18 (4) กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ไม่ได้ความชัดว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้าน ผู้ร้องจึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ไต่สวนพยาน จนกระทั่งนัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากติดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงให้เลื่อนมาอ่านคำพิพากษาในวันนี้ (30 มิ.ย.) โดยมีผู้รับมอบอำนาจผู้ร้อง ผู้คัดค้าน และทนายผู้คัดค้านเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า น.ส.สุภาภรณ์ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1), 80 ประกอบระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. อันมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่&amp;nbsp;ได้ความจาก น.ส.เบญจมาศ เท้งบางด้วน ให้การต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กับเบิกความต่อศาลว่า น.ส.สุภาภรณ์ มาร่วมงานและนำซองเงินเขียนหน้าซองว่า &amp;ldquo;กรุงศรีวิไล&amp;rdquo; ภายในซองมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ใบมาให้ น.ส.เบญจมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.สุภาภรณ์ แจ้งว่า &amp;ldquo;คุณอายังมาไม่ได้&amp;rdquo; เชื่อว่าน่าจะหมายถึงผู้คัดค้าน เนื่องจากหน้าซองระบุชื่อผู้คัดค้าน และ น.ส.สุภาภรณ์ ขอถ่ายรูปขณะ น.ส.สุภาภรณ์ มอบของดังกล่าวให้ น.ส.เบญจมาศ ยืนยันภาพถ่ายผู้หญิงที่สวมชุดสูทสีดำ เสื้อยืดสีขาว ซึ่ง น.ส.สุภาภรณ์ รับว่าคือตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้หญิงที่นำเงินมาช่วยงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ และยังได้ความจากนางเฉลียว คล้ายมีปาน ภริยาของนายไพบูรณ์ ให้การต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนว่าผู้คัดค้านไม่ได้มาร่วมงาน แต่ทราบจากบุตรสาวว่า น.ส.สุภาภรณ์ ใส่เงินในซอง 1,000 บาท โดยนางเฉลียวพักที่เดียวกับ น.ส.เบญจมาศ บุตรสาว ซึ่งมีบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งพักอาศัยอยู่ในบ้านรวม 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า พยานผู้ร้องปาก น.ส.เบญจมาศ เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่ารับมอบซอง 1,000 บาท ทั้งยังยืนยันภาพถ่ายว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้หญิงที่นำเงินมาช่วยงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ ซึ่งสอดคล้องกับที่นางเฉลียวยืนยัน เมื่อไม่ปรากฏว่าพยานผู้ร้องทั้งสองปากดังกล่าวเคยรู้จักหรือเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับ น.ส.สุภาภรณ์ หรือผู้คัดค้านมาก่อน จึงเชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงรับฟังได้ว่า น.ส.สุภาภรณ์ ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ และนำซองเงินเขียนหน้าของว่า &amp;ldquo;กรุงศรีวิไล&amp;rdquo; ภายในซองมีเงิน 1,000 บาท มอบให้ น.ส.เบญจมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส. ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ให้แก่ผู้ใด มาตรา 80 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า เพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้คณะกรรมการกำหนดลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.2561 ข้อ 4 บัญญัติว่า การหาเสียงเลือกตั้ง หมายความว่า การแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนหรือสมาชิกจากชุมชน เพื่อให้ได้คะแนนโหวตให้แก่ตนเอง ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองแล้วแต่กรณี ข้อ 18 บัญญัติว่า ห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองหรือผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะดังต่อไปนี้ (4) ช่วยเหลือเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ให้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การที่ น.ส.สุภาภรณ์ ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ และนำซองเงินเขียนหน้าซองว่ากรุงศรีวิไล ภายในของมีเงิน 1,000 บาท มอบให้ น.ส.เบญจมาศ พร้อมกับแจ้งว่าคุณอายังมาไม่ได้ ซึ่งทำให้ น.ส.เบญจมาศ เชื่อว่าคุณอาน่าจะหมายถึงผู้คัดค้าน ทั้งยังได้ความว่ามีบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันอีกรวม 8 คน จึงเป็นการกระทำการจูงใจเพื่อให้ทรัพย์สิน แสวงหาความนิยมจากชุมชน เพื่อให้คะแนนแก่ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของ น.ส.สุภาภรณ์ ด้วยหรือไม่และศาลต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ได้ความจากนายวิทูรย์ อิศรภักดี พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ พยานผู้ร้องว่า พยานได้รับมอบหมายให้ดำเนินการไต่สวนคดีขอข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้คัดค้าน, น.ส.สุภาภรณ์ และนายประดิษฐ์ สุขถาวร ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของผู้คัดค้าน พบว่า ผู้คัดค้านและ น.ส.สุภาภรณ์ ได้โทรศัพท์ติดต่อกันถึง 35 ครั้ง ซึ่งหากบุคคลทั้งสองไม่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยหาเสียง คงไม่ต้องโทรศัพท์ติดต่อกันมากถึงขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้คัดค้านอ้างตนเองและมีนายประดิษฐ์เป็นพยาน เบิกความในทำนองเดียวกันได้ความว่า ผู้คัดค้านลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่งตั้งผู้ช่วยหาเสียง 2 ครั้ง รวมถึง น.ส.สุภาภรณ์ ก่อนหน้านั้นผู้คัดค้านไม่เคยรู้จัก น.ส.สุภาภรณ์ มาก่อน แต่เมื่อกลางเดือน ก.พ. 2560 ผู้คัดค้านได้คุยโทรศัพท์กับ น.ส.สุภาภรณ์ สืบเนื่องจากผู้คัดค้านกำลังลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ต้องการคนช่วยลงพื้นที่หาเสียงบริเวณ อ.บางเสาธง โดยนายประดิษฐ์แจ้งว่า ตนรู้จัก น.ส.สุภาภรณ์ ซึ่งอยู่อาศัยแถว อ.บางเสาธง ทำงานเป็นหัวหน้าอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ชอบทำงานสังคม งานจิตอาสา รู้จักคนเยอะ ชื่นชอบในตัวผู้คัดค้าน ยินดีให้ความช่วยเหลือผู้คัดค้าน จึงขอหมายเลขโทรศัพท์จากนายประดิษฐ์ แล้วผู้คัดค้านโทรศัพท์สอบถามว่าสามารถหาคนช่วยลงพื้นที่หาเสียงได้หรือไม่ น.ส.สุภาภรณ์ รับปากว่าสามารถช่วยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คัดค้านจึงบอกว่าถ้าวันไหนต้องการคนจำนวนเท่าใดไปลงหาเสียงบริเวณใด ผู้คัดค้านจะโทรศัพท์มาแจ้งล่วงหน้า ซึ่งเป็นการพูดคุยเฉพาะเรื่องการหาคนช่วยลงหาเสียงเท่านั้น เป็นเวลาครั้งละประมาณ 1-2 นาที ไม่เคยเจอตัวกันลักษณะเช่นนี้ ผู้คัดค้านถือว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว จนเมื่อประมาณต้นเดือน มี.ค. จึงได้พบกับ น.ส.สุภาภรณ์ ครั้งแรก ผู้คัดค้านและนายประดิษฐ์ไม่เคยมอบหมายให้ น.ส.สุภาภรณ์ ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์ และนำเงินใส่ซองช่วยงานในนามของผู้คัดค้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะนำสืบได้ว่าผู้คัดค้านจะแต่งตั้ง น.ส.สุภาภรณ์ เป็นผู้ช่วยหาเสียงในวันที่ 4 มี.ค. ส่วนพฤติการณ์ที่ น.ส.สุภาภรณ์ ไปร่วมงานฌาปนกิจศพนายไพบูรณ์นั้น ได้ความจากนางสุธนี น้องสาวของนายไพบูรณ์ แจ้ง น.ส.สุภาภรณ์ เชิญผู้คัดค้านไปร่วมงานศพเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ตาย และถือเป็นหน้าเป็นตาของนางสุธนีด้วย น.ส.สุภาภรณ์ ตอบว่าจะเชิญผู้คัดค้านมาเป็นเกียรติแก่ผู้ตาย น.ส.สุภาภรณ์มาร่วมงานฌาปนกิจศพและแจ้งว่าผู้คัดค้านมาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การที่ น.ส.สุภาภรณ์ นำเงินเขียนหน้าซองว่ากรุงศรีวิไล มอบให้แก่ น.ส.เบญจมาศ ซึ่งได้ความจาก น.ส.สุภาภรณ์ ให้การต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนอีกว่า แจ้งกับเจ้าภาพที่รับซองว่าผู้คัดค้านนำเงินมามอบช่วยเหลืองานศพ และก่อนหน้านี้ตนได้นำเงินไปช่วยงานประเพณีและงานศพของบุคคลอื่นในนามของผู้คัดค้าน โดยเป็นเงินส่วนตัว ส่วนใหญ่จะใส่เงินในซอง 500-1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภาภรณ์ สถานะเป็นหม้าย ประกอบอาชีพค้าหมูปิ้งรายได้ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อเดือน มีบุตร 2 คน ศึกษาระดับประถมศึกษาที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู แม้จะเบิกความว่าคนรักมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างงานจากหน่วยงานราชการ ก็เป็นเพียงการเบิกความกล่าวอ้างลอยๆ เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสนับสนุน เมื่อพิจารณาจากสถานะทางการเงิน ประกอบกับภาระที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร 2 คน และสภาพบ้านพักอาศัยของ น.ส.สุภาภรณ์ ทั้ง 2 แห่งแล้ว จึงเป็นการยากที่จะเชื่อว่าจะนำเงินส่วนตัวมาใส่ซองช่วยเหลืองานประเพณีและงานศพของบุคคลอื่นหลายๆ ครั้ง ในนามของผู้คัดค้าน ข้ออ้างของ น.ส.สุภาภรณ์ ที่ว่ากระทำการดังกล่าวด้วยตนเองนั้นมีพิรุธหลายประการ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้คัดค้านได้รับประโยชน์ ต่อมาผู้คัดค้านก็แต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยหาเสียง แม้ไม่แน่ชัดว่าผู้คัดค้านรู้เห็นเป็นใจ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างผู้คัดค้านและ น.ส.สุภาภรณ์ ในช่วงก่อนเกิดเหตุที่มีการนำของเงินช่วยงานฌาปนกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีพยานหลักฐานใดบ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกลั่นแกล้งผู้คัดค้านให้ต้องรับผิดในกรณีตามคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลได้วินิจฉัยข้างต้นแล้ว ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ มีกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ข้อ 18 (4) ซึ่งทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม แม้ทางการไต่สวนไม่ได้ความชัดว่าเป็นการกระทำของผู้คัดค้านตามคำร้องของผู้ร้อง ศาลก็ต้องสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 ใหม่ ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 133 พิพากษาให้มีการเลือกตั้งส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ใหม่ แทนนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีวิไล, กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, ส.ส.พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8af31915cb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาแจกใบดำตัดสิทธิสมัคร 10 ปีเด็กปชป.เมืองจันท์ จ่อคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63 - ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีพิพากษายืนตามคำร้องกกต.ที่ขอให้มีมติกกต.สั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร (ใบดำ) นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัครส.ส.จันทบุรี จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยศาลเห็นว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกรณีหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยการหลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองจริง โดยให้เพิกถอนสิทธิ์ สมัครรับเลือกตั้งของนายชาติชายเป็นเวลา 10 ปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำร้องของกกต. ระบุพฤติการณ์ของนายชาติชายที่เป็นเหตุให้ต้องมีมติส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครและสิทธิเลือกตั้งรวมทั้งดำเนินคดีอาญา &amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 138 มาตรา 73วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 159 &amp;nbsp;ว่า จากพยานหลักฐานพบว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 62 เวลา 10.18 น. นายชาติชาย ได้ปราศรัย หาเสียงเลือกตั้งที่บริเวณตลาดวังพง ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี &amp;nbsp;มีถ้อยคำว่า &amp;ldquo;ส.ส.ประชาธิปัตย์คนเดิมทั้ง 3 คนได้ถูกซื้อตัวแล้วย้ายพรรคไปแล้ว&amp;quot; ซึ่งผู้ร้องที่ยืนคำร้องเรื่องนี้ต่อกกต.ยืนยันว่า ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาผู้ร้องได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ย้ายมาสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ การปราศรัยหาเสียงดังกล่าวของนายชาติชาย จึงหมายถึงผู้ร้องซึ่งอดีตเคยเป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และต่อมาย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ถ้อยคำดังกล่าวจึง เป็นการใส่ร้ายผู้ร้องและทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจย้ายพรรคเพราะถูกซื้อตัว ละทิ้งอุดมการณ์เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน อันเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม และจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับนายชาติชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้แม้จะไม่ทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ทางสำนักงานกกต.กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าความผิดในกรณีดังกล่าว จะถือว่าเป็นเหตุทุจริตเลือกตั้งที่ทำให้ต้องมีการคำนวณส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อใหม่ ตามมาตรา 131 วรรค 2 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งอาจส่งผลถึงความเปลี่ยนแปลงส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่จะถูกหักคะแนนของนายชาติชายออกจากคะแนนรวมของพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55143</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., จันทบุรี, ประชาธิปัตย์, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26d0b083f47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงศรีวิไล&#039;ขอยืดให้การคดีใบเหลืองเลือกตั้ง ศาลนัดใหม่17ม.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง เมื่อเวลา 09.30 น.&amp;nbsp; ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีหมายเลขดำ ลต.(ส.ส.) 585/2562 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัย กรณี กกต. แจกใบเหลือง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2562 ซึ่งถูกกล่าวหาให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายกรุงศรีวิไล เหตุคนใกล้ชิดไปมอบพวงหรีดและเงินใส่ซองช่วยงานศพ 1,000 บาท ต่อประชาชนในพื้นที่ อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1) โดย กกต. ผู้ร้อง ขอให้ศาลวินิจฉัยและมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 5 ใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทนายความของนายกรุงศรีวิไล ผู้คัดค้าน ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอขยายเวลาในการยื่นคำให้การคัดค้านและบัญชีพยานคดีนี้ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต จึงกำหนดนัดตรวจหลักฐานคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 17 ม.ค. 2563 เวลา 09.30 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งรับคำร้องของ กกต. ไว้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562&amp;nbsp; และศาลให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งรับคำร้องของ กกต.นี้ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบด้วย เพื่อให้นายกรุงศรีวิไล ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 133, 138 วรรคสาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53219</URL_LINK>
                <HASHTAG>17ม.ค.63, กกต., กรุงศรีวิไล, ตรวจหลักฐาน, ทุจริตเลือกตั้ง, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8af31915cb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาเกินหน้าจ๋อย!&#039;สฤณี&#039;พร้อมลงข้อความยอมรับผิด-ขอโทษปมละเมิดอำนาจศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ต.ค.62-ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลนัดพร้อมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย ในคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศพ 1/2562 ที่ นายสุประดิษฐ์ จีนเสวก เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ยื่นคำร้องต่อประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ขอให้ตั้งสำนวนละเมิดอำนาจศาลกับ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง กับนายยุทธนา นวลจรัส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ที่ 1-2
กรณีที่ น.ส.สฤณี ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 14 พ.ค. 2562 เรื่อง &amp;rdquo;อันตรายภาวะนิติศาสตร์ล้นเกิน (อีกที) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.&amp;rdquo; ซึ่งเลขาฯ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เห็นว่า บางตอนมีการใช้ถ้อยคำไม่เป็นความจริงและกล่าวหาศาล จึงเห็นว่าศาลควรไต่สวนเรื่องดังกล่าว
วันนี้ น.ส.สฤณี พร้อมด้วยนายยุทธนา ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองพร้อมทนายความ น.ส.สฤณี เดินทางมาศาล
โดย น.ส.สฤณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ขึ้นแถลงต่อศาลว่า ขอยอมรับความผิดพลาดและขอโทษต่อศาลฎีกา ที่เลือกใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในการเขียนบทความ โดยจะขอลงโฆษณาคำขอโทษตามแถลงการณ์ขอโทษที่ได้ยื่นต่อศาลในวันนี้เผยแพร่ทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน และในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน
นายยุทธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แถลงว่า ขอโทษต่อศาลฎีกาและจะขอแสดงความรับผิดชอบ โดยการลงคำขอโทษของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ที่เสนอต่อศาลวันนี้ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน
นายสุประดิษฐ์ เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ผู้กล่าวหา แถลงว่า พิจารณาคำขอโทษของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 แล้ว ขอปรับปรุงบางส่วน และหากผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองดำเนินการตามที่แถลงต่อศาลข้างต้นแล้วก็พอใจ ส่วนการจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปอย่างไรขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองประสงค์จะขอโทษต่อศาลฎีกาและแสดงความรับผิดชอบ โดยการลงโฆษณาเผยแพร่คำขอโทษทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งหากมีการดำเนินการแล้ว ผู้กล่าวหาก็พอใจแล้ว จึงให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อรอฟังผลการดำเนินการของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองในวันที่ 22 ต.ค. นี้ เวลา 9.30 น. ให้ประกาศแจ้งวันนัดที่หน้าศาลฎีกา และลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทราบโดยทั่วกันด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอโทษศาลฎีกา, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, ละเมิดอำนาจศาล, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d673694f2b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
