<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลตีกลับข้อหาเจตนาฆ่า ให้ประกันเสี่ยเมาชนพตท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนหน้าแหก! แจ้ง 5 ข้อหาเสี่ยเมาขับเบนซ์ชน พ.ต.ท.ดับพร้อมภรรยา ศาลตีกลับไม่รับคำฟ้องฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนาและพยายามฆ่า ต้องคุมตัวกลับไปสอบปากคำสรุปสำนวนใหม่ก่อนมาแจ้ง 3 ข้อหา ญาติยื่น 2 แสนบาท ศาลให้ประกันตัว สภาทนายความชี้แนวทางพิพากษาระบุว่าเรื่องประมาทไม่ใช่เจตนาฆ่า &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; แนะถ้าตร.บังคับใช้กฎหมายอย่างสุจริต มีประสิทธิภาพ คนขับรถก็เข็ดหลาบเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เวลา 08.30 น. วันที่ 13เมษายน ร.ต.อ.พิทักษ์ พูลพุทธา รอง สว.(สอบสวน) สน.ศาลาแดง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน คุมตัวนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีเมาแล้วซิ่งรถเบนซ์ รุ่นอี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. ผู้ขับขี่รถคู่กรณีถึงแก่ความตายในจุดเกิดเหตุ ส่วนนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาบาดเจ็บสาหัส ไปเสียชีวิตที่ รพ.ราชพิพัฒน์ และ น.ส.พิญาภา งามสุวิชชากุล อายุ 16 ปี บุตรสาวได้รับบาดเจ็บ มีอาการเลือดออกสมองถูกนำส่ง รพ.วิชัยเวช ไปฝากขังที่ศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อหาหนัก 5 ฐานความผิดคือ 1.ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 5.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสมชายถูกนำตัวขึ้นรถมาจอดที่บริเวณใต้ถุนศาล มีกำลังฝ่ายสืบสวนนั่งคุมตัวมาด้วยกันตลอดเวลา ขณะที่นายรัตนชัย เวโรจน์พิพัฒน์ พี่ชายของนายสมชาย เดินทางมาเตรียมยื่นขอประกันตัวน้องชาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนต้องขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น และทางครอบครัวพวกเรายอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอยอมรับผิดชอบทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. ทางพนักงานสอบสวน (พงส.) สน.ศาลาแดง ต้องนำตัวนายสมชายกลับโรงพัก เพื่อทำการสอบปากคำทำคดีใหม่ เนื่องจากศาลพิจารณาแล้วไม่สามารถรับฟ้องในคดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะนำมาใช้ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลให้ทาง พงส.ทำสำนวนแจ้งข้อหาแก่นายสมชายเพียง 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามที่นายสมชายยอมรับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พงส.สน.ศาลาแดงควบคุมตัวนายสมชายมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกอีกครั้งเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 เม.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องทำการสอบสวนปากคำพยานอีก 4 ปาก และรอผลชันสูตรพลิกศพบาดแผลพร้อมกับรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาประกอบคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปตอนหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 นายสมชาย ผู้ต้องหา ได้ดื่มเบียร์มาจากสนามไดร์ฟกอล์ฟ แขวง-เขตทวีวัฒนา กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ได้ขับรถเบนซ์คันเกิดเหตุ ออกมาตาม ถ.ทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก จนได้มาชนกับรถของผู้ตาย และเมื่อได้ทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ พบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้แจ้งข้อหากระทำผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย, เมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300 และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2) (4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการยื่นคำร้องฝากขังแล้ว ญาติของนายสมชายก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท เพื่อยื่นขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสมชายไปโดยตีราคาประกัน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แผนกนิติเวช รพ.ศิริราช น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ อายุ 45 ปี ได้นำเอกสารมายื่นติดต่อขอรับศพ พ.ต.ท.จตุพร และนางนุชนาถ โดยให้สัมภาษณ์ ว่า ตนเป็นพี่สาวของนางนุชนาถ วันนี้มายื่นเอกสารเอาไว้ก่อน แต่จะนำศพออกในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เนื่องจากติดปัญหาของทางวัดซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนตัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ตายทั้งคู่เป็นเสาหลักของครอบครัว มีภาระที่ต้องส่งเสียลูกๆ ทั้งสอง ตอนนี้ น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือน้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่อยู่ประเทศอเมริกาทราบเรื่องแล้ว เสียใจมากร้องไห้ไม่หยุด และกำลังรอตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับมาประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วน ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล หรือน้องแพรว ลูกสาวคนเล็ก อยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ อาการเบื้องต้นซี่โครงซี่ที่หนึ่งกระทบกระเทือนหักทั้งสองข้าง ใบหน้าช่วงบริเวณดั้งจมูกยุบ ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ในส่วนของคู่กรณี ภรรยาของคู่กรณีก็ช่วยประสานงานติดต่อโรงพยาบาลและได้ไปเยี่ยมน้องแพรว และกล่าวว่าจะช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาให้ถึงที่สุด ส่วนตัวคู่กรณีเองยังไม่ได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัว มีแต่ญาติเข้ามาแสดงความเสียใจและขอโทษแทน&amp;rdquo; น.ส.ขนิษฐา กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก.สน.ศาลาแดง กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายสมชาย รวม 5 ข้อหา แต่ศาลรับคำร้องเพียง 3 ข้อหา ส่วนข้อหาที่ศาลไม่รับคำร้อง พนักงานสอบสวนก็จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อส่งฟ้องต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ไม่หนักใจ ก็เหมือนคดีอื่นๆ ทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ พงส.ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปตามปกติ สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาลจะพิจารณา การที่ พงส.สั่งฟ้องในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง ศาลจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรเป็นกลไกของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนาและข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้น ไม่อาจให้คำตอบได้ เพราะคดีนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ท่านลงไปกำกับดูแลเอง ต้องเรียนถามทางตัวท่านเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามถึงกรณีดังกล่าวกับ พล.ต.อ.วิระชัย ที่เข้าไปควบคุมสั่งการด้วยตัวเอง หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการใช้ยาแรงกับคนเมาแล้วขับชนคนตายในเทศกาลสงกรานต์ ให้ดำเนินคดีเจตนาฆ่าคนตาย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้กำกับดูแลด้านกฎหมาย และกรณีของนายสมชาย เป็นกรณีแรกในการสนองนโยบาย แต่มีนายเวรเป็นคนรับโทรศัพท์ โดยบอกว่า พล.ต.อ.วิระชัยอยู่ระหว่างติดภารกิจ กว่าจะเสร็จภารกิจประมาณ 22.00 น. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สภาทนายความ กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นดุลพินิจของ พงส.ที่จะแจ้งข้อหา ดูตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วปรับเข้ากับข้อกฎหมายสามารถแจ้งได้ ส่วนที่ศาลตีกลับก็เป็นดุลพินิจของศาล ส่วนที่มองว่าเจตนาฆ่า เขามองว่าเมาแล้วควบคุมรถไม่ได้เหมือนคนปกติ และรู้ว่าถ้ารถชนคนโอกาสตายสูง ถือว่ามีเจตนาพิเศษ รู้อยู่แล้วว่าเมาขับรถแล้วเป็นอันตรายชนคนมันต้องตาย เพราะฉะนั้นถ้าตายต้องเจตนาฆ่า กฎหมายที่มีอยู่ไม่ต้องแก้ เพราะความผิดฐานประมาทก็เป็นความผิดฐานประมาท ฐานเจตนาก็เป็นเจตนา เพียงแต่ว่าดุลพินิจของศาลวางไว้ว่ากรณีขับรถชนคนจะมึนเมาหรือไม่มึนเมาแล้วแต่มองว่าเป็นเรื่องประมาท เขาไม่ได้มีเจตนาชนคนตาย แต่ว่าเขาควบคุมยานพาหนะไม่ได้ เป็นอุบัติเหตุ เมื่อคนเจ็บก็เป็นประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เมื่อชนคนตายก็เป็นประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลพิพากษามาในแนวแบบนี้มานาน ความเห็นของรัฐบาลหรือความเห็นของผู้มีอำนาจรัฐไม่ใช่กฎหมาย เป็นเพียงความเห็นเป็นนโยบาย แบบนี้น่าจะเป็นเจตนาฆ่า เพียงแต่กฎหมายไม่ได้วางหลักไว้ตรงนั้น กฎหมายต้องมีหลัก หนึ่งหลักตามกฎหมาย ตามมาตรานั้นๆ สองแนวคำพิพากษาที่วินิจฉัยมาตรานั้นๆ ว่าอย่างไร แนวทางวินิจฉัยของศาลมองว่าเป็นเรื่องประมาทไม่ใช่เรื่องเจตนาฆ่า&amp;quot; นายทัศไนยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวว่า ความพยายามในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรด้วยการสั่งให้ พงส.แจ้งข้อหาคนเมาขับรถจนเกิดอุบัติเหตุมีผู้ถึงแก่ความตายว่า เป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนา ขัดต่อหลักนิติธรรมและกฎหมายอาญาของไทยและทั่วโลกในปัจจุบัน ที่แยกพฤติกรรมฆ่าคนตายกับการกระทำโดยประมาทออกจากกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามข้อเท็จจริง โทษอาญาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ที่มีโทษจำคุกถึงสามปี หรือถ้าถึงแก่ความตายก็จำคุกสูงถึงสิบปี ถ้ารัฐตรวจสอบให้ตำรวจบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง คนรวยไม่สามารถวิ่งเต้นต่อตำรวจผู้ใหญ่ให้สั่งล้มคดีได้ เมื่อขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือมีคนตาย พงส.ต้องสอบสวนทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลให้พิพากษาลงโทษทุกราย คนรวยไม่สามารถล้มคดีได้ด้วยจ่ายค่าเสียหายและญาติพี่น้องจนพอใจแล้วไม่ดำเนินการสอบสวน หรือสอบสวนทำลายพยานหลักฐานส่งให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้คนที่ขับรถโดยประมาทจะเข็ดหลาบ มีความระมัดระวังมากขึ้น ลดอุบัติเหตุและความตายบนถนนของประชาชนลงได้อย่างแน่นอนโดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีการเพิ่มโทษในมาตราใดเลย&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33583</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลตีกลับไม่รับคำฟ้อง, ศาลให้ประกันตัว, หนังสือพิมพ์, เมาขับเบนซ์ชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1fde7b1400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
