<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับได้แล้ว! &#039;การ์ดราษฎร&#039; กุข่าวโดนอุ้ม หลบหนีอยู่ลพบุรี ตร.ค้านประกันเตรียมส่งศาลทหาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 - พ.ต.อ.วีระชัย เหลืองวิไล ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.ลำสนธิ , พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดารัตน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ และชุด สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุมนายมงคล สันติเมธากุล หรือ เยล อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 124/2 ม.3 ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารทหารกรุงเทพ ที่ 36/2564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อหา กระทำผิดฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอายา มาตรา 173 หรือแจ้งความเท็จ จับกุมได้ที่บริเวณหน้า สภ.ลำสนธิ ม.1 ต.ลำสนธิ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ร่วมกันนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และได้ควบคุมตัวพลทหารมงคลมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายมงคล ซึ่งเป็นการ์ดราษฎรกุเรื่องว่าตนเองถูกชายฉกรรจ์อุ้มตัวไปจากซอยจัดสรรเสนาะ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า นายมงคลยังคงเดินเข้าร้านสะดวกซื้อและไม่ได้ถูกอุ้มตัวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อตำรวจควบคุมตัวมาถึง สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้มีทนายความของผู้ต้องหาเดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดารัตน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายมงคลได้ เราก็นำตัวกลับมาทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหามีทนายความมาร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย 2 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้ต้องหาขอให้ปากคำเป็นการส่วนตัวจึงต้องให้สื่อมวลชนถอยออกมาเพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ และยังไม่ทราบข้อมูลอะไรมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่ไปจับกุมตัวได้ที่จังหวัดลพบุรีทางตัวผู้ต้องหาเองได้บอกว่าไปหาคนรู้จัก ซึ่งในวันนี้คงต้องควบคุมตัวนายมงคล หรือเยลไว้ที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ ก่อนและในวันพรุ่งนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารรัฐธรรมนูญมารับตัวไปส่งฟ้องที่ศาลทหารกรุงเทพ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายมงคล ยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนีราชการทหารอีกคดีหนึ่งด้วย&amp;quot;พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91412</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ด3นิ้ว, การ์ดราษฎร, ศาลทหาร, สภ.เมืองสมุทรปราการ, หนีทหาร, อุ้มการ์ด3นิ้ว, เยล มงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013f75c89182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90583</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลทหารอนุมัติหมายจับ &#039;เยล&#039; การ์ดราษฎร แจ้งเท็จโดนอุ้ม ผู้การปากน้ำเผยหลบหนีแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.64 - จากเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายมงคล&amp;nbsp;สันติเมธากุล อายุ 23 ปี หรือ เยล การ์ดราษฎรพร้อมด้วยทนายความได้เดินเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คนอุ้มขึ้นรถตู้ไปตั้งแต่เวลา 23.00 น.ของวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าร้านเซเว่น ปากซอยจัดสรรเสนาะ ถนนพุทธรักษา ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ และมาถูกปล่อยตัวที่บริเวณปากซอยเทศบาลบางปู 49 ทางเข้าการเคหะสมุทรปราการ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 17 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทราบข้อมูล พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp;พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาสืบสวนในคดีดังกล่าว&amp;nbsp;โดยมี พ.ต.อ.วิชิต&amp;nbsp;บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก. เป็นหัวหน้าชุดเร่งนำทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 1 และสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ สืบสวนหาข่าวแกะรอยหาข้อมูลกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งล่าสุดวานนี้ที่ 20 มกราคม พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp;พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ออกมาเปิดเผยว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเฉพาะกิจได้ลงพื้นที่ตรวจหาหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆในจุดที่ถูกกล่าวอ้างถึงรวมทั้งจุดใกล้เคียง พบว่าในวันเวลาที่นายมงคล หรือเยล กล่าวอ้างถึงว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คนอุ้มตัวขึ้นรถตู้ไป จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จึงได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารกรุงเทพในข้อหาแจ้งความเท็จ&amp;nbsp;เนื่องจากตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายมงคล หรือ เยล อยู่ระหว่างการหลบหนีทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp;เปิดเผยว่า หลังจากให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวนายมงคล หรือเยล ให้มารับทราบข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จ แล้วปรากฏว่านายมงคลได้หลบหนีไปก่อนแล้วและปิดโทรศัพท์จนไม่สามารถติดต่อได้ จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานเข้าขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการตรวจสอบประวัตินายมงคล แล้วพบว่าอยู่ระหว่างการหนีทหาร จึงต้องเข้าขออนุมัติหมายจากจากศาลทหาร ซึ่งในวันนี้ทางศาลทหารกรุงเทพมหานครได้อนุมัติหมายจับออกมาแล้ว และได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนทุกภาคส่วนเร่งติดตามจับกุมตัวนายมงคล&amp;nbsp;หรือ เยล ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทหารกรุงเทพมหานคร ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวนายมงคล ซึ่งตำรวจแจ้งได้เพียงข้อหาแจ้งความเท็จเท่านั้น ส่วนในเรื่องการหนีทหารก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการไป&lt;/p&gt;


	พ่อ &amp;#39;เยล&amp;#39; การ์ด3นิ้วแฉเองลูกกุเรื่องโดนอุ้มหวังเรียกร้องความสนใจ
	
	
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90583</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ด3นิ้ว, การ์ดราษฎร, มงคล สันติเมธากุล, ศาลทหาร, หนีทหาร, เยล มงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60095d1638c28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลทหารให้ประกันตัว&#039;หมู่อาร์ม&#039;ไร้เงื่อนไข ปล่อยตัวจากมทบ.11</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 -&amp;nbsp; ที่ศาลทหาร กรุงเทพ เจ้าหน้านำสิบเอกณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม มายื่นขอฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตามข้อกล่าวหา ขัดขืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 30 และ ข้อกล่าวหาหนีราชการในเวลาปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 45(3) ประกอบกับมาตรา 46(4) พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายส่วนตัวจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ได้ขอยื่นประกันตัวในวันเดียวกันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวณัฐฏา มหัธนา และนายวีระ สมความคิด เดินทางมายังศาลทหารด้วย นอกจากนี้ยังมีนายรังสิมัน โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล ,นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคกิาวไกล และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เข้าร่วมสังเกตการและให้กำลังใจหมู่อาร์มด้วย พร้อมมวลชนพร้อมดอกกุหลาบ และตะโกนให้กำลังใจ Saveหมู่อาร์ม ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวนมาก ก่อนที่สิบเอกณรงค์ชัย จะเข้าไปยังศาลทหารฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงเช้าที่ผ่านมา สิบเอกณรงค์ชัย พร้อมทนายได้ไปรายงานตัวและรับทราบข้อกล่าวหา จากเจ้าพนักงานสอบสวน ที่สำนักงานนายทหารพระธรรมนูญ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพวุธ จังหวัดปทุมธานี จากนั้นเจ้าพนักงานได้นำตัวสิบเอกณนงค์ชัย ไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่ สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อทำประวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายส่วนตัวของสิบเอกณรงค์ชัย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในกระบวนการต่อสู้คดี ว่า วันนี้จะยื่นขอคัดค้านการฝากขัง ยืนยันว่าในคดีนี้ ไม่มีเหตุถึงขั้นต้องฝากขัง โดยอ้างว่า หมู่อาร์ม ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี และได้มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ขณะเดียวกันหมู่อาร์มก็เป็นประชาชนธรรมดา ที่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในคดีได้ และจะแจ้งข้อเท็จจริงกับศาล กรณีที่ถูกดำเนินคดีว่ามาจากการเปิดโปงทุจริตเบี้ยเลี้ยงในกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อแก้ต่างกรณีของการหนีราชการนั้น ทนายความ ระบุว่า จะชี้แจง โดยชี้ให้เห็นพยานหลักฐาน ซึ่งต้องดูที่เจตนาของการไม่ไปราชการ เนื่องจากการยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมหลักประกันมาพร้อม ทางศาลได้แจ้งไว้ 50,000 บาท ซึ่งหากไม่ได้ประกันตัว จะส่งผลต่อกระบวนการให้ถ้อยคำต่อ ป.ป.ช.ในเรื่องปมทุจริต หากได้รับการปล่อยตัวก็จะไปปล่อยที่เรือนจำทหาร มทบ. 11 นครปฐมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการประกันตัวด้วย 2 เหตุผล คือ 1. ยังไม่ได้ผลตรวจลายนิ้วมือยืนยันตัวตน กับ 2. การที่หมู่อาร์มให้สัมภาษณ์สื่อทำให้เกิดกระแสสังคม และอาจทำให้พยานไขว้เขว ถือเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวหมู่อาร์มฝากขังที่เรือนจำ มทบ.11 (นครปฐม) ตามขั้นตอนโดยทนายความได้ขอคัดค้านการฝากขัง โดยให้เหตุผลว่า การพิมพ์ลายนิ้วมือเป็นขั้นตอนตำรวจ ซึ่งได้ทำแล้ว ส่วนข้อหาขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา หมู่อาร์มไม่มีพฤติกรรมหลบหนีตามหมายเรียก และหมู่อาร์มไม่ใช่ทหาร ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งศาลเห็นว่า เหตุผลจำเลยไม่เพียงพอ จึงฝากขัง 12 วันจนถึงวันที่ 3 ก.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวหมู่อาร์มขึ้นรถตู้ไปที่ มทบ.11&amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลฯ อนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 5 หมื่นบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ถือหมายปล่อยตัวไปที่เรือนจำ มทบ.11 เพื่อนำตัวหมู่อาร์มออกจากเรือนจำต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69390</URL_LINK>
                <HASHTAG>มทบ.11, ศาลทหาร, หมู่อาร์ม, ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef06c2beed4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10ม.ค.เรียกตัว ‘โบว์-เพนกวิน’ พันแฟลชม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หลังปีใหม่ ลุ้นคดีปารีณา-จาตุรนต์-บ.ก.ลายจุด โอนจากศาลทหารขึ้นศาลยุติธรรม สน.ปทุมวันออกหมายเรียกคดีชุมนุมสกายวอล์ก-แฟลชม็อบเพิ่มเติม ถึงคิวโบว์-เพนกวิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการโอนสำนวนคดีความมั่นคง และความผิดจากศาลทหาร กลับมาสู่การพิจารณาในศาลยุติธรรม ภายหลังจากมีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 ว่าประเด็นการโอนสำนวนคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร มาให้ศาลยุติธรรมดำเนินการสืบเนื่องจากมีคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 9/2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาก่อนมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยคำสั่งนั้นให้ยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 , 38/2557, 43/2557, 50/2557 และคำสั่ง หน.คสช.ฉบับที่ 55/259 ซึ่งสาระสำคัญหลักๆ คือให้บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศและคำสั่ง คสช. ไม่ว่าจะกระทำก่อนหรือหลังคำสั่งที่ใช้บังคับอยู่ให้โอนมาอยู่ในการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงเป็นผลให้คดีที่ค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหารก็จะโอนมาศาลยุติธรรม และคดีอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการของอัยการศาลทหาร ก็จะมาโอนมายังสำนักงานอัยการสูงสุด โดยหลังจากที่มีประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 9/2562 แล้ว ก็มีคดีที่โอนจากอัยการทหารมายังสำนักงานอัยการคดีอาญาที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญา รวมทั้งสิ้น 43 เรื่อง โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวต่อไปว่า ประกอบด้วย 1.คดีที่อัยการศาลทหารได้ยื่นฟ้องเป็นคดีในศาลทหารไว้จนสืบพยานเสร็จแล้ว เพียงแต่รอฟังคำพิพากษา โดยกลุ่มนี้เมื่อโอนคดีไปยังศาลยุติธรรม ศาลก็จะทำคำพิพากษาไปแล้วเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์-ฎีกาตามกฎหมายศาลยุติธรรมตามปกติ 2.คดีที่อัยการศาลทหารสั่งฟ้องแล้ว แต่ยังจับตัวมาฟ้องไม่ได้โดยมีหมายจับของศาลทหารอยู่ กรณีนี้ก็ต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้นดำเนินการขอเพิกถอนหมายจับเดิมของศาลทหารก่อน จากนั้นไปขอหมายจับใหม่กับศาลยุติธรรมแล้วส่งมาให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบคดีนั้นๆ เพื่อจะแจ้งสั่งตามกระบวนการให้ติดตามตัวบุคคลนั้นมาฟ้องศาลภายในอายุความ 3.คดีที่ฟ้องแล้วในศาลทหาร และอัยการศาลทหารได้สืบพยานไปแล้วบางส่วน ยังเหลือพยานที่ต้องสืบต่ออีก ก็จะเป็นภารกิจของพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดต้องพยานที่เหลือนั้นมาสืบต่อให้เสร็จในศาลยุติธรรม เพื่อคดีจะมีคำพิพากษาโดยศาลยุติธรรมต่อไป 4.คดีที่อัยการศาลทหารฟ้องคดีแล้ว แต่ยังไม่เริ่มสืบพยานใดๆ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็ต้องดำเนินการสืบพยานตามบัญชีที่อัยการศาลทหารเคยระบุไว้ต่อไปให้จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคดีโอนจากศาลทหารมายังศาลยุติธรรม ฝ่ายจำเลยสามารถโต้แย้งกระบวนการสืบพยานที่เคยดำเนินไปแล้วในศาลทหารได้หรือไม่ หากเห็นดำเนินไม่ได้เต็มที่ นายประยุทธชี้แจงว่า จะย้อนให้สืบพยานเดิมที่เคยดำเนินการไปแล้วไม่ได้ โดยเมื่อโอนคดีมาก็ต้องดำเนินการส่วนที่เหลือตามกระบวนการในศาลยุติธรรมต่อไป เพราะถือว่ากระบวนพิจารณาที่เคยดำเนินการมาแล้วในศาลทหารก็เป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายในขณะนั้น จะไปรื้อใหม่ไม่ได้ แต่ในเรื่องของการประกันตัว หากเคยได้ประกันตัวในศาลทหารมาแล้วก็เป็นการโอนมาทั้งสำนวนและตัวก็เพียงแค่มาทราบนัดใหม่ในศาลยุติธรรม ส่วนจำเลยที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำเพราะไม่ได้ประกันในศาลทหาร หากโอนคดีมาศาลยุติธรรมก็สามารถยื่นประกันตัวใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีอื่นๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และความผิดต่อความมั่นคง เช่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่มีบุคคลในสังคมและนักการเมืองตกเป็นจำเลยนั้น อาทิ คดีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกฟ้องร่วมกับนายสัชญา หรือขวัญ สถิรพงษะสุทธิ ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490, พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 371 กรณีวันที่ 29 พ.ค.-15 ก.ค.2557 ร่วมกันมีปืนเล็กกลและเครื่องกระสุน เสื้อเกราะ-หมวกกันกระสุน ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 27 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ฉายา บ.ก.ลายจุด นักกิจกรรมการเมือง ถูกฟ้องตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 กรณีวันที่ 31 พ.ค.- 4 มิ.ย.2557 ได้ส่งข้อความลงในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ทำนองว่าประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร และเสนอกิจกรรมล้ม คสช.เชิญชวนให้ผู้คนใส่หน้ากากเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 28 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ถูกฟ้องตามมาตรา 116, 368 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) กรณีแถลงข่าวหลังจากที่มีการรัฐประหารเดือน พ.ค.2557 ในลักษณะต่อต้านการควบคุมอำนาจของ คสช. ซึ่งโอนคดีมายังศาลอาญาเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2562 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3055/2562 โดยศาลนัดพร้อมครั้งแรกในวันที่ 29 ม.ค.2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สน.ปทุมวันได้ออกหมายเรียก น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล ให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ในวันที่ 10 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นแกนนำกิจกรรมแฟลชม็อบเพิ่มเติม โดยทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง, ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ, ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;ldquo;โบว์&amp;rdquo; โพสต์ภาพหมายเรียก พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;ldquo;เพิ่งได้รับหมายเรียกคดีชุมนุม skywalk เมื่อ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ให้ไปรายงานตัว 10 ม.ค. (สองวันก่อนงาน &amp;ldquo;วิ่งไล่ลุง&amp;rdquo;) เจอกันค่ะ คดีที่ 6 แล้วที่สร้างภาระไร้สาระให้กระบวนการยุติธรรม ข้อหาเล็กขนาดนี้จะว่าความเอง ไม่รบกวนทนาย-รู้สึกขำขัน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53508</URL_LINK>
                <HASHTAG>การโอนสำนวนคดีความมั่นคง, ศาลทหาร, ศาลยุติธรรม, สน.ปทุมวัน, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191214/image_big_5df4be390d59c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ขึ้นศาลทหาร โอนคดีกลับสู่ศาลยุติธรรม บอกดีใจได้สู้คดีในศาลปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62 - ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ เดินทางเข้ารับทราบ การโอนคดี จากศาลทหาร เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญา ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น ทางการเมือง และเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษลงระบบออนไลน์ มีเนื้อหาเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ช่วงเดือนพฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบพยานมาแล้ว 5 ปี ในศาลทหาร ตามคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่เมื่อ คำสั่ง คสช. สิ้นสุดลงคดีที่ไม่เกี่ยวกับศาลทหารก็ถูกโอนย้ายไปยังศาลปกติ ถือเป็นเรื่องดี เพราะคดีอยู่ในศาลทหาร เป็นคดีที่จบในศาลเดียว ต่างตากศาลยุติธรรม ที่มีหลักประกันว่าจะได้รับความยุติธรรมมากขึ้นเพราะมี 3 ศาล คือศาลชั้นต้น ศาบอุธรณ์ และศาลฎีกา ส่วนตัวไม่มีปัญหา กับศาลทหารที่ผ่านมา แต่โดยหลักการแล้ว พลเรือนไม่ควรขึ้นศาลทหารตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะ พลเรือนที่วิจารณ์ทหาร และเป็นทหารที่ทำการรัฐประหาร ที่ผ่านมา เกิดความอยุติธรรมแก่พลเรือนจำนวนมาก ที่นำมาขึ้นศาลทหารเพียงเพราะเป็นประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร การขึ้นศาลทหารถือเป็นการปิดปากไม่ให้ประชาชนวิจารณ์ ทำให้เป็นประโยนต่อ หัวหน้า คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้คำสั่ง คสช. จะสิ้นสุดลง แต่คำสั่งที่ให้ ทหาร จับกุมเรื่องความมั่นคง ยังมีอยู่ แม้จะมีการตีความว่าสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ควรยกเลิกให้หมดไป ไม่ต้องมาตีความกฎหมายกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41623</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ศาลทหาร, ศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8fb408ec63f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยอ๋อย&#039;ไปศาลทหารลุ้นโอนคดีพรบ.คอมพิวเตอร์-ม.116ไปศาลยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า ศาลทหารกรุงเทพได้แจ้งผมว่า วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม วันนี้เวลา 13.30น. ให้ผมไปรับทราบเรื่องโอนคดีที่ผมถูกกล่าวหาตามม.116 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ กรณีไปปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย(FCCT)ช่วงรัฐประหาร เมื่อ 27 พฤษภาคม 2557 ที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไปศาลยุติธรรม ผมและทีมทนายพร้อมไปศาลและจะสู้ในกระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุดครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41575</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจาตุรนต์ ฉายแสง, พรบ.คอมพิวเตอร์, ศาลทหาร, ศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d352590625bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายแดงโวยคสช.โอนคดีศาลทหารไปยุติธรรม  จำเลยต้องหาเงินประกันใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 62 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) กล่าวถึงกรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2562 ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการโอนคดีมาศาลยุติธรรม ว่า คำสั่งดังกล่าวตาม ข้อ 2 วรรคสอง ที่ว่า &amp;ldquo;บรรดาการกระทำความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะกระทําก่อนหรือหลังคำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนการกระทําความผิดที่อยู่ระหว่างการดําเนินคดีของศาลทหาร ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้โอนคดีนั้นๆ ไปยังศาลยุติธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพออ่านดูแล้วอาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติทันที&amp;nbsp; กล่าวคือ 1.บรรดาคดีต่างๆ ที่เคยอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลทหารกรุงเทพ หรือศาลทหารมณฑลทหารบกต่างๆ ในต่างจังหวัด ก็จะต้องถูกโอนไปยังศาลยุติธรรมที่มีเขตอำนาจของศาลจังหวัดนั้น เช่น ในศาลทหารกรุงเทพฯ คดีก็จะถูกโอนไปยังศาลอาญา หรือคดีที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 จังหวัดขอนแก่น จะโอนคดีไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นต้น ซึ่งกระบวนการพิจารณาในศาลทหารที่ผ่านมาทนายความหลายท่านอาจมีข้อกังขาหรือข้อกังวลจากการสืบพยานก็ดี เมื่อไปศาลยุติธรรมก็จะดำเนินการต่อเนื่องต่อไป โดยอาจจะไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การโอนคดีไปให้ศาลยุติธรรมพร้อมกับเอาตัวจำเลยไปด้วย ศาลยุติธรรมที่รับคดีก็ต้องรับตัวและดำเนินออกหมายขังอีกครั้ง ปัญหาจึงมีว่าหลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันตัวจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว จะยังไม่ได้หลักทรัพย์คืนจากศาลทหารในทันที จำเลยที่ถูกปล่อยชั่วคราวหากไม่อยากถูกคุมขังอีกในวันนั้นก็จะต้องหาหลักทรัพย์ใหม่มาวางต่อศาลยุติธรรมเพื่อประกันตัวออกไป เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาว่าทุกๆ คนต้องหาหลักทรัพย์ชุดที่สองไปประกันตัวอีก ในวันส่งตัวไปศาล บาปเคราะห์เช่นนี้จึงตกกับจำเลยซึ่งเป็นประชาชนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หัวหน้า คสช. ในฐานะที่ออกคำสั่ง หรือพูดง่ายๆ ว่า ท่านสร้างปัญหานี้ไว้ จะต้องหาทางคลี่คลายให้กับประชาชนด้วย ไม่เช่นนั้นประชาชนจะต้องถูกคุมขังซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลักปฏิบัติจำเลยที่ถูกปล่อยชั่วคราว หากไม่อยากถูกคุมขังอีกในวันนั้น ก็จะต้องหาหลักทรัพย์ใหม่มาวางต่อศาลยุติธรรมเพื่อประกันตัวออกไป หรือนายประกันต้องขอคัดสำเนาสัญญาประกันและใบเสร็จรับเงินหรือรับหลักประกันจากศาลทหาร พร้อมรับรองการมีอยู่ของหลักประกันมายื่นต่อศาลยุติธรรม คสช. ศาลทหารและสำนักงานศาลยุติธรรมควรต้องรับทราบปัญหานี้&amp;rdquo; นายวิญญัติ กล่าวทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40612</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ทนายแดง, วิญญัติ ชาติมนตรี, ศาลทหาร, ศาลยุติธรรม, โอนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685e211ae84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
