<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลทหารเมียนมาสั่งจำคุก20ปี ม็อบวางเพลิงรง.จีน28ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ศาลทหารมีคำตัดสินลงโทษจำเลย 28 คนที่วางเพลิงโรงงาน 2 แห่งของนายทุนจีนที่นครย่างกุ้งเมื่อเดือนมีนาคม โดยให้จำคุกและใช้แรงงานหนักคนละ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า โรงงานซึ่งใช้ทุนส่วนใหญ่จากจีน ตกเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร เนื่องจากภาพความเข้าใจว่าทางการจีนให้การหนุนหลังระบอบทหารที่โค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ การประท้วงก่อความวุ่นวายในครั้งนั้นทำให้โรงงานที่สร้างโดยทุนจีนรวม 32 แห่งโดนโจมตีทำลายทรัพย์สิน ข่าวของโกลบอลไทมส์ สื่อที่ทางการจีนควบคุม เคยรายงานเมื่อเดือนมีนาคมว่า ความเสียหายคราวนั้นคิดเป็นมูลค่า 240 ล้านหยวน (ราว 1,178 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเมียวดี ที่บริหารโดยกองทัพเมียนมา กล่าวว่า จำเลยทั้ง 28 คนนี้พุ่งเป้าโจมตีโรงงานรองเท้าและโรงงานสิ่งทอในไลง์ตายา เมืองอุตสาหกรรมชานนครย่างกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบทหารประกาศกฎอัยการศึกในพื้นชานเมืองแห่งนั้นภายหลังเหตุเพลิงไหม้โรงงานหลายแห่ง โดยสื่อและกลุ่มนักเคลื่อนไหวกล่าวว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงต่อต้านกองทัพทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมาเคยกล่าวไว้ในเวลานั้นว่า มีชาวจีนหลายคนได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ในโรงงานที่โดนวางเพลิง และเรียกร้องให้เมียนมาคุ้มครองทรัพย์สินและพลเมืองของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104507</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกม็อบเผาโรงงานจีน, รัฐประหารเมียนมา, ศาลทหารเมียนมา, เผาโรงงานจีนในเมียนมา, ไลง์ตายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาตัดสินประหาร19ผู้ประท้วง ฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อเมียนมารายงานว่า ศาลทหารเมียนมาตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานฆ่าผู้ร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่งที่กรุงย่างกุ้งซึ่งอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม ชี้เป็นกลยุทธ์ปรามไม่ให้คนออกมาลงถนนและทำลายอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารเมียนมาลาดตระเวนบนถนนในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน อ้างรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์เมียวดีของทางการเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ศาลทหารเมียนมามีคำพิพากษาประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานปล้นและฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง ที่เขตออกกะลาปาเหนือของนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการตัดสินประหารชีวิตครั้งแรกนับแต่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตออกกะลาปาเหนือเป็น 1 ใน 6 เขตของย่างกุ้งที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หมายความว่าผู้ที่ถูกจับกุมต้องโดนดำเนินคดีในศาลทหาร ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา ในจำนวนผู้ที่ถูกตัดสิน 19 คนนั้น 17 คนเป็นการพิพากษาลับหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำเอเชีย กล่าวว่า แม้เมียนมาจะมีโทษประหารชีวิตบัญญัติไว้ในกฎหมายอาญา แต่เมียนมาไม่ได้ประหารชีวิตนักโทษมานานกว่า 30 ปีแล้ว คดีนี้บ่งชี้ว่ากองทัพเตรียมจะกลับสู่ยุคที่เมียนมาประหารชีวิตคนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ด้วยว่า การพิจารณาคดีในศาลทหารหมายความว่าไม่สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้ และไม่มีการรับประกันว่าจะมีการพิจารณาคดีที่เสรีและยุติธรรม คำพิพากษาดังกล่าวอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อบังคับให้ผู้ประท้วงออกจากถนนแล้วกลับไปทำงาน เพราะการหยุดงานทั่วประเทศทำให้เศรษฐกิจของเมียนมาหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภารกิจหลักของพวกเขาคือการใช้กำลังและความรุนแรง เพื่อให้ทุกคนออกจากถนนและเพื่อสลาย (ขบวนการอารยะขัดขืน)&amp;quot; โรเบิร์ตสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีเน อีริกเซน เซอไรดา ของนอร์เวย์ ทวีตเมื่อวันเสาร์ประณามโทษประหารชีวิตนี้ว่า ยอมรับไม่ได้และเป็นพัฒนาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง &amp;quot;นอร์เวย์เรียกร้องอย่างหนักแน่นต่อเมียนมาอย่าได้ประหารชีวิต, ยุติความรุนแรง และอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเยือน&amp;quot; รัฐมนตรีหญิงนอร์เวย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ กำลังอยู่ในประเทศไทยระหว่างรอเข้าเมียนมาเพื่อพบกับพวกผู้นำทหารด้วยตนเอง แต่ถึงขณะนี้รัฐบาลเมียนมายังไม่อนุญาตให้เธอเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, ศาลทหารเมียนมา, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071aad0bd950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
