<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9ปีที่รอคอย! คุก1ปีตร.ปราจีนซ้อมยัดข้อหาเด็กม.6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 61 - จากกรณีที่นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร&amp;nbsp; เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง (ในขณะนั้น) โจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคน สังกัดกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมพวกเป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.925/2558. ว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 จำเลยได้ร่วมกันซ้อมทรมานเพื่อให้ตนเองรับสารภาพในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด เหตุเกิดที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรีนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ศาลปราจีนบุรีได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2561 ว่า พันตำรวจโทวชิรพันธ์&amp;nbsp; โพธิราช มีความผิดจริง ส่วนพันตำรวจโทปัญญา เรือนดี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพยานหลักฐานที่ได้จากการพิจารณา ศาลเชื่อว่า โจทก์ได้ถูกพันตำรวจโทวชิรพันธ์&amp;nbsp; จำเลย ทำร้ายเพื่อให้รับสารภาพจริง จึงมีความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 157 มาตรา 200 มาตรา 295 มาตรา 309 มาตรา 301 มาตรา 391 และมาตรา 83&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ลงโทษฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;nbsp; ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 12,000 บาท แต่จำเลยที่ 3 ให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่งคือ 1 ใน 3&amp;nbsp; เหลือจำคุก 1 ปี ปรับ 8,000 บาท&amp;nbsp; ด้วยวิชาชีพของจำเลย และไม่ปรากฏว่าจำเลย เคยถูกลงโทษมาก่อน ให้รอลงอาญา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพันตำรวจโทปัญญา ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าได้ทำร้ายโจทก์ เพียงแต่เปิดประตูแล้วถามว่า โจทก์รับสารภาพแล้วหรือยัง อีกทั้งโจทก์ไม่ได้เบิกความว่า ได้ร่วมทำร้ายโจทก์ แต่รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่โจทก์ถูกซ้อมทรมาน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากขณะที่เปิดประตูและถามว่าโจทก์รับสารภาพหรือยังนั้น ไม่ได้เห็นแจ้งว่าพูดในขณะที่โจทก์ถูกคลุมถุงที่จะทราบได้ว่าผู้พูดเป็นใคร คำให้การโจทก์จึงไม่ยืนยันพฤติกรรมการกระทำความผิดของพันตำรวจโทปัญญา เป็นเหตุให้มีข้อสงสัย ศาลจึงยกประโยชน์ต่อความสงสัยนั้นและยกฟ้องจำเลยดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษาว่า&amp;nbsp; เรารอคอยความยุติธรรมมา ตลอด 9 ปี&amp;nbsp; หวังให้ความจริงปรากฏ ครอบครัวของเราต้องเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำร้ายร่างกายประชาชน ซ้อมทรมานให้รับสารภาพในความผิดอาญาที่เราไม่ได้เป็นผู้กระทำ สิ่งที่ลูกชายได้พูดมาตลอดระยะเวลา 9 ปี เป็นความจริง มิได้เป็นการใส่ร้ายกล่าวหาตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านธรรมดาที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวให้มีกินสุขสบายก็ยากลำบากแล้ว ใครจะไปกล้าให้ร้ายกล่าวหาตำรวจผู้ที่มือข้างหนึ่งถืออำนาจรัฐและมืออีกข้างยังถือปืนกุญแจมือพร้อมด้วยกฎหมาย ชาวบ้านกลัวและไม่กล้ายุ่งเกี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำพิพากษาดังกล่าวพิสูจน์ว่าสิ่งที่ลูกชายพูดมาตลอด 9 ปี เป็นความจริงมิได้ให้ร้ายกล่าวหาตำรวจ แต่สิ่งที่ไม่เห็นพ้องคือบทลงโทษ ซึ่งก็ต้องร้องขอในชั้นอุทธรณ์ต่อไป&amp;nbsp; ผมมีหน้าที่ปกป้องครอบครัวและคนที่ผมรัก จึงต้องแสวงหาความยุติธรรมกลับคืนมาให้ได้&amp;rdquo; บิดานายฤทธิรงค์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18997</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้อมทรมานยัดข้อหา, ตำรวจ, ศาลปราจีนบุรี, สภ.ปราจีน, เด็กม.6</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4584ae9d08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
