<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรุษผู้ตบหน้าประธานาธิบดีฝรั่งเศสโดนตัดสินจำคุก18เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสตัดสินลงโทษชายวัย 28 ปี ที่สร้างความตกตะลึงด้วยการตบหน้าประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา โดยสั่งจำคุกเขา 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนรอลงอาญา ทำให้เขาต้องนอนคุกสิริรวม 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน กล่าวว่า ดาเมียน ตาเรล ชายวัย 28 ปี ผู้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ยุคกลาง โดนควบคุมตัวไว้นับตั้งแต่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จังหวัดโดรมเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ซึ่งอัยการอเล็กซ์ เปรอง กล่าวต่อศาลเมืองวาลองซ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เป็นการกระทำที่ &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และเป็น &amp;quot;การใช้ความรุนแรงโดยเจตนา&amp;quot; และขอให้ศาลลงโทษจำคุกเขา 18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามฐานความผิดนั้น ชายหนุ่มผู้นี้เสี่ยงต่อการโดนลงโทษจำคุก 3 ปีและปรับอีก 45,000 ยูโร (ราว 1.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำตัดสินของศาลภายหลังการไต่สวนอย่างรวดเร็ว ผู้พิพากษาลงโทษเขาตามที่อัยการเสนอ คือจำคุก 18 เดือน แต่โทษ 14 เดือนให้รอลงอาญา ภายหลังคำพิพากษา เขาถูกจับกุมและส่งเข้าคุกเพื่อเริ่มรับโทษทันทีตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มผู้คลั่งไคล้บอร์ดเกมและประวัติศาสตร์ยุคกลางผู้นี้กล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า ที่เขาทำลงไปนั้นเกิดด้วยสัญชาตญาณและไม่ทันยั้งคิด เหตุการณ์นี้เกิดระหว่างที่เขามารอดูผู้นำฝรั่งเศสเยี่ยมชมโรงเรียนในหมู่บ้าน Tain-l&amp;#39;Hermitage แล้วมาครงเดินทางทักทายประชาชนที่ยืนดูอยู่หลังแผงเหล็ก โดยมาจับมือทักทายเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีข่าว BFM รายงานว่า ระหว่างให้การในศาล ตาเรลแสดงความเห็นใจขบวนการ &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ที่ต่อต้านรัฐบาล และว่า เขาและเพื่อน 2 คนเคยคิดกันว่า จะปาไข่หรือพายครีมใส่ศีรษะของประธานาธิบดีระหว่างมาเยือนจังหวัดโดรมครั้งนี้ &amp;quot;มาครงเป็นตัวแทนความเสื่อมถอยของประเทศเรา&amp;quot; เขากล่าวต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มตกงานที่ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนสาวพิการโดยอาศัยเงินสวัสดิการ กล่าวว่า เขารำคาญที่มาครงตัดสินใจเดินมาทักทายเขา ซึ่งเป็น &amp;quot;ยุทธวิธีการเลือกตั้งที่ผมไม่ชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้นำฝรั่งเศสวัย 43 ปีกล่าวภายหลังโดนทำร้ายว่า เหตุการณ์นี้เป็นแค่เหตุการณ์เดี่ยวๆ ที่เกิดขึ้น เขาจะยังคงพบปะกับผู้มีสิทธิลงคะแนนต่อไป แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยก็ตาม และในการตอบคำถาม BFM อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี มาครงกล่าวว่า นี่เป็นพฤติกรรมรุนแรงและโง่ ถือเป็นผลลัพธ์จากบรรยากาศของความเกลียดชังบนโซเชียลมีเดียที่ผู้คนคุ้นเคย แล้วคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะทำได้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้คนจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบหน้าประธานาธิบดี, ตัดสินจำคุก, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง, ศาลฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c2393558fcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไก่ฝรั่งเศสชนะคดี ศาลคุ้มครองสิทธิ์ &#039;ขัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เป็นสิทธิ์ของไก่ ศาลฝรั่งเศสตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดี ให้ไก่ &amp;quot;มอริซ&amp;quot; มีสิทธิ์ขันได้ หลังเพื่อนบ้านเจ้าของไก่ยื่นฟ้องศาลว่ารำคาญเสียงไก่ขันตอนเช้ามืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 5 มิถุนายน 2562 คอรินน์ เฟสโซ อุ้มเจ้ามอริซ ไก่เสียงดีที่เป็นข่าวดังทั่วประเทศ / AFP / XAVIER LEOTY&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌอง หลุยส์ บีรอง ซึ่งเป็นเกษตรกรเกษียณ และภรรยา โจแอล มาจากจังหวัดโอต-เวียนภาคกลางของฝรั่งเศส ยื่นฟ้องศาลเมืองโรซฟอร์ทางตะวันตกของฝรั่งเศสว่า &amp;quot;มอริซ&amp;quot; ไก่ตัวผู้ของคอรินน์ เฟสโซ เพื่อนบ้านของพวกเขาบนเกาะแซงต์ปีแอร์ดูเลอรอง ส่งเสียงขันปลุกพวกเขาในเวลา 04.00 น. ทุกวัน ศาลเมืองโรซฟอร์ตัดสินคดีนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูเลียน ปาปีโน ทนายความของเฟสโซ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ไก่มอริซชนะคดี ศาลสั่งโจทก์จ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของไก่ 1,000 ยูโร หรือราว 33,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟสโซเจ้าของไก่ให้การต่อศาลเมืองโรซฟอร์ว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีเพื่อนบ้านคนใดร้องเรียนเรื่องไก่ของเธอขันเสียงดังรบกวนมาก่อน จนกระทั่งสามีภรรยาคู่นี้มาซื้อบ้านพักผ่อนวันหยุดติดกับบ้านของเธอ หลังจากพวกเขามาร้องเรียนเรื่องไก่ขัน เธอพยายามมาแล้วหลายวิธีให้ไก่ของเธอเงียบเสียง เช่น นำผ้าสีดำมาคลุมรอบกรงไก่ เพื่อหลอกให้ไก่คิดว่ายังไม่ถึงเวลาเช้า แต่ทุกวิธีไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทราบการตัดสินของศาล เฟสโซแสดงความดีใจด้วยการส่งเสียงไก่ขันหน้าศาล และบอกว่าเป็นชัยชนะของทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเธอ และหวังว่าคำพิพากษาในคดีนี้จะใช้เป็นมาตรฐานสำหรับคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เป็นข่าวดังในฝรั่งเศสและทั่วโลก มีผู้ลงชื่อราว 140,000 คน เรียกร้องในหัวข้อ &amp;quot;เซฟ มอริซ&amp;quot; และทำเสื้อยืดรูปของมอริซ และเขียนคำว่า &amp;quot;เล็ต มี ซิง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ ซูแอร์ นายกเทศมนตรีแซงต์ปีแอร์ดูเลอรอง เผยกับเอเอฟพีว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างของการไม่ยอมรับความแตกต่าง คุณควรยอมรับขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ขณะที่นักวิเคราะห์เห็นว่าคดีนี้เป็นตัวอย่างความขัดแย้งของวิถีชีวิตผู้คนในชนบทฝรั่งเศสกับคนนอกหรือคนเมืองที่มาซื้อบ้านพักในวันหยุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45096</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอริซ, ศาลฝรั่งเศส, ไก่มีสิทธิขัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d7112d2c408c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮุน เซน&#039; ฟ้องหมิ่น &#039;สม รังสี&#039; ต่อศาลฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ ฮุน เซน ให้ทนายความยื่นฟ้อง สม รังสี คู่ปรับเก่า ต่อศาลฝรั่งเศสคดีหมิ่นประมาท จากกรณีที่อดีตผู้นำฝ่ายค้านรายนี้โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเขาอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุ ฮ.ตก ที่ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจเสียชีวิตเมื่อ 11 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของลุก บรอสโซเลต์ ทนายความของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา เมื่อวันพุธว่า นายกฯ ฮุน เซน ได้ยื่นฟ้องสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ต่อศาลฝรั่งเศส โดยกล่าวหาสม รังสี ซึ่งปัจจุบันเป็นพลเมืองฝรั่งเศส ว่าหมิ่นประมาทเขา จากการโพสต์ทางเฟซบุ๊กกล่าวหาฮุน เวน ว่าอยู่เบื้องหลังการอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อปี 2551 ที่ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของกัมพูชาเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลกัมพูชามักใช้ศาล ซึ่งกลุ่มสิทธิกล่าวว่าถูกควบคุมโดยพรรครัฐบาล&amp;nbsp; เป็นช่องทางเล่นงานศัตรูทางการเมือง การยื่นฟ้องร้องของผู้นำกัมพูชาต่อศาลนอกประเทศจึงแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสม รังสี ซึ่งใช้ชีวิตลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสเพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาต่างๆ ที่เขาอ้างว่าเป็นมาจากแรงจูงใจทางการเมือง กล่าวกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ แสดงความยินดีที่ฮุน เซน ฟ้องเขาต่อศาลฝรั่งเศส ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เขาได้เผชิญหน้ากับฮุน เซน ในศาลที่มีความเป็นอิสระ สม รังสียังย้ำด้วยว่า เขามีแผนจะกลับกัมพูชาเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่ออยู่ร่วมกับประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43983</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ กัมพูชา, ฟ้องหมิ่นประมาท, ศาลฝรั่งเศส, สม รังสี, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d50ed683d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฝรั่งเศสไต่สวน ภคินีมกุฎราชกุมารซาอุฯ สั่งทำร้ายคนงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสในกรุงปารีสเปิดการพิจารณาคดีที่พระเชษฐภคินีของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายคนงานตกแต่งอพาร์ตเมนต์ที่ประทับของเจ้าหญิงในกรุงปารีสเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ขณะทรงเข้าร่วมการประชุมอาหรับซัมมิตที่นครเมกกะ / AFP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหญิงฮัสซา บินต์ ซัลมาน พระเชษฐภคินีของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงถูกกล่าวหาว่าบัญชาให้องครักษ์ของพระองค์ทุบตีช่างคนนี้ ภายหลังพบว่าเขากำลังถ่ายภาพภายในอพาร์ตเมนต์หรูที่ประทับของพระองค์บนถนนฟ็อช ทางตะวันตกของกรุงปารีส เมื่อเดือนกันยายน 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม ว่าเจ้าหญิง ซึ่งทรงปฏิเสธข้อกล่าวหาและคาดว่าจะไม่เสด็จมาขึ้นศาลในวันนี้ ทรงสงสัยว่าชายคนนี้มีแผนจะขายภาพถ่ายที่ประทับของพระองค์ คนงานรายนี้บอกว่าเขาโดนจับมัด และถูกสั่งให้จุมพิตพระบาทของเจ้าหญิง จากนั้นเขาโดนทุบตีและโดนยึดอุปกรณ์ไป เหตุการณ์นั้นกินเวลานานหลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับนิตยสารข่าว เลอปวงต์ ช่างคนนี้อ้างด้วยว่า เจ้าหญิงทรงร้องตะโกนด้วยว่า &amp;quot;ฆ่าเขา เจ้าสุนัข เขาไม่คู่ควรมีชีวิตอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาสซิน บูซรู ทนายความขององครักษ์ กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกตนหวังว่าผู้พิพากษาจะใคร่ครวญเรื่องที่ฝ่ายโจทก์ให้การขัดแย้งและไม่เป็นเหตุเป็นผล และบันทึกการตรวจร่างกายของเขาก็ขัดแย้งกับคำบอกเล่าเหตุการณ์ของโจทก์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาโกหก องครักษ์ของเจ้าหญิงรายนี้ได้ยื่นฟ้องคนงานรายนี้ฐานหมิ่นประมาทแยกต่างหากอีกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหญิงซึ่งเชื่อกันว่ามีพระชันษาราว 40 ปีเศษ ทรงได้รับการยกย่องโดยสื่อของทางการซาอุดีอาระเบียว่าทรงงานด้านการกุศลและรณรงค์เพื่อสิทธิสตรี ทางการฝรั่งเศสออกหมายจับเจ้าหญิงเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ด้วยข้อหาว่ามีส่วนร่วมในการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธ, กักขังหน่วงเหนี่ยว และลักทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนองครักษ์ของเจ้าหญิงโดนข้อหาใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธ, ลักทรัพย์, ขู่ฆ่า และกักขังหน่วงเหนี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงได้เป็นมกุฎราชกุมารเมื่อปี 2560 มีความคาดหวังกันว่าเจ้าชายจะทรงนำการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ในประเทศอนุรักษนิยมแห่งนี้ แต่ชื่อเสียงของพระองค์ต้องมัวหมองลงอย่างมากเพราะคดีฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี นักเขียนนักวิจารณ์ราชวงศ์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าชายทรงถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40563</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำร้ายคนงาน, พระเชษฐภคินี, ศาลฝรั่งเศส, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, เจ้าหญิงซาอุฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d24ab6b14c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฝรั่งเศสเริ่มไต่สวนคดีเหยื่อ &#039;วันทูโก&#039; ตกที่ภูเก็ตปี 2550  ฟ้องอดีตซีอีโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฝรั่งเศสนัดเริ่มการพิจารณาคดีที่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตในโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินวัน-ทู-โกตกที่ภูเก็ตเมื่อปี 2550 ฟ้องคดีแพ่ง เอาผิดอดีตผู้บริหารสายการบินต้นทุนต่ำที่ปิดตัวไปแล้วแห่งนี้ ฐานฆ่าคนตายโดยประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากเครื่องบินเอ็มดี-82 สายการบินวัน-ทู-โก หนึ่งวันหลังเกิดเหตุเครื่องหลุดรันเวย์แล้วเพลิงไหม้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า คดีนี้โจทก์ประกอบด้วยครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวฝรั่งเศส 9 คนและผู้รอดชีวิตอีก 1 คน ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อนายอุดม ตันติประสงค์ชัย อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินวันทูโก สายการราคาประหยัดในเครือของโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ซึ่งได้ยุติการดำเนินการไปแล้วทั้งคู่ โดยคำฟ้องกล่าวว่า โศกนาฏกรรมที่คร่า 90 ชีวิตบนเครื่องบินลำนี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2550 เป็น &amp;quot;อุบัติเหตุที่รอการเกิด&amp;quot; ไม่ว่าเพราะปัจจัยจากความเหนื่อยล้าของนักบิน หรือคำกล่าวหาที่ว่าสายการบินปลอมแปลงบันทึกการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินนี้นำผู้โดยสาร 123 คน และลูกเรือ 7 คน เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดภูเก็ต แต่ขณะที่นักบินพยายามนำเครื่องลงจอดที่สนามบินภูเก็ตท่ามกลางสภาพฝนตกหนักและลมแรง เครื่องได้ไถลหลุดรันเวย์แล้วไฟลุกท่วม ทำให้มีคนเสียชีวิต 90 คน เป็นชาวไทย 33 คน ชาวต่างชาติ 57 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ, อิสราเอล และฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของผู้ประสบเหตุกล่าวโทษสายการบินนี้ว่า พยายามปกปิดความบกพร่องหลายอย่างที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยคำฟ้องกล่าวหานายอุดมว่าฆ่าผู้อื่นตายโดยประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดเหตุครั้งนั้น อดีตผู้บริหารของวัน-ทู-โกรายนี้ยอมรับว่า สายการบินมีส่วนต้องรับผิดชอบกับหายนภัยทางอากาศครั้งนั้น ซึ่งเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดของไทยในรอบ 10 ปี และถึงแม้ว่าเขาจะโดนออกหมายจับสากล แต่นายอุดมไม่เคยถูกควบคุมตัวและไม่เคยตอบรับหมายศาล รายงานกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ศาลคงต้องพิจารณาคดีลับหลังจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฌราร์ เบมบารง หนึ่งในโจทก์ที่สูญเสียญาติในเหตุการณ์นี้ กล่าวว่า การฟ้องร้องของพวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่พวกเขาต้องการรื้อฟื้นอุบัติเหตุที่คนลืมไปแล้วครั้งนี้ เพื่อให้ครอบครัวได้รับการยอมรับว่าพวกเขาคือเหยื่อ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคืออุบัติเหตุที่รอการเกิดขึ้น หากพิจารณาจากวิธีการดำเนินงานของบริษัทนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการสอบสวนของสำนักงานการบินพลเรือนไทยสรุปว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ นักบินและนักบินผู้ช่วยพยายามนำเครื่องลงในสภาพอากาศเลวร้าย แต่ผลสอบก็พบเช่นกันว่า นักบินทำงานเกินชั่วโมงบินต่อสัปดาห์ และมีความเครียดสะสมจากความเหนื่อยล้าและพักผ่อนไม่พอ จึงทำให้การตอบสนองสถานการณ์วิกฤติแย่ลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดคดีนี้รายหนึ่งบอกด้วยว่า ระหว่างการสอบสวนนั้น สายการบินได้ยื่นเอกสารที่ปลอมแปลงจำนวนชั่วโมงบินของนักบินทั้งสอง ให้ดูเหมือนว่าพวกเขายังมีชั่วโมงบินอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวด้วยว่า การสอบสวนของฝรั่งเศสยังเปิดเผยให้เห็นข้อผิดพลาดมากมายของสายการบินนี้ ทั้งด้านการสรรหาบุคลากร, การฝึกอบรม และอุปนิสัยการทำงานของนักบิน ไปจนถึงการบำรุงรักษาเครื่องบินของสายการบินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนักบินรายหนึ่งเปิดเผยกับคณะเจ้าหน้าที่สอบสวนของคดีนี้ว่า การบินเกินชั่วโมงที่กำหนดนั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยนักบินจะได้เงินโบนัสพิเศษ สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจที่เป็นอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการละเมิดบรรทัดฐานด้านความปลอดภัยพื้นฐานส่วนใหญ่อย่างร้ายแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ต, วัน-ทู-โก, ศาลฝรั่งเศส, สายการบินวันทูโก, อุดม ตันติประสงค์ชัย, เครื่องบินตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10cf7f8a537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
