<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7โหดย่องไหว้ศพ ทภ.2ยันไม่ป้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทภ.2 ยันไม่ปกป้อง 7 ทหารโหดซ้อม 2 พี่น้องจนตาย 1 ศพ ชี้เป็นคดีอาญาส่งขึ้นศาลพลเรือน ด้านผู้ถูกกล่าวหาย่องขอขมาศพก่อนรีบเผ่นกลับ ตำรวจเตรียมตั้ง 2 ข้อหา เผยมีผู้อยู่ในข่าย 11 นาย รวมทั้งทหารสัญญาบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายนนี้ พล.ต.ราชันต์ ประจันตะเสน โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวน 7 ทหาร ชุดปฏิบัติการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สอบสวนสองพี่น้องในพื้นที่ ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ว่า รายงานเบื้องต้นพบว่าชุดปฏิบัติการดังกล่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดที่บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าไปกระท่อมเป้าหมาย พบชาย 2 คน จึงได้เข้าจับกุมและนำตัวไปสอบสวน จนกระทั่งเวลา 23.00 น. หนึ่งในสองคนเกิดอาการเจ็บหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ยารับประทานแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา พบว่ามีอาการสมองขาดเลือด ผลตรวจโลหิตและปัสสาวะพบสารเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ราชันต์กล่าวว่า ต่อมาหน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยเรียกทหารในชุดปฏิบัติการมาสอบครั้งละ 1 นาย ซึ่งทหารทั้งหมดไม่ได้ถูกคุมขังและยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ เชื่อว่าทั้งหมดจะให้ความร่วมมือและไม่หนีคดี ขณะนี้หน่วยรับผิดชอบอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัย โดยทำคู่ขนานไปกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้พนักสอบสวนก็รอผลการชันสูตรศพอย่างเป็นทางการ ส่วนผลทางคดีจะออกมาเป็นอย่างไร จะผิดหรือถูกกองทัพก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเยียวยา และดูในเรื่องงานพิธีศพผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้บาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากปรากฏว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด หรือพลั้งมือ ก็ต้องยอมรับผิด และกรณีนี้คู่ความทางคดีเป็นพลเรือน ในขั้นตอนการฟ้องร้องก็จะพิจารณาในศาลปกติ ไม่ได้ขึ้นศาลทหาร ขณะที่ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 &amp;nbsp;ได้เน้นย้ำให้การดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ นายยุทธนา ซ้ายซา อายุ 33 ปี และน้องชายคือนายนัตพงศ์ ซ้ายซา อายุ 29 ปี ถูกทหารสังกัดศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หรือ ศอ.ปส.ชอน.(บ) อุ้มจากกระท่อมท้ายหมู่บ้านไปเค้นสอบในฐานปฏิบัติการชั่วคราว ภายในวัดกัณตะศิลาวาส หรือวัดหลวงปู่กินรี ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กระทั่งนายยุทธนาเสียชีวิต ส่วนนายนัตพงศ์บาดเจ็บสาหัส ซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ มีเลือดคั่งอยู่ในช่องท้อง ภายหลังพนักงานสอบสวนได้ส่งศพนายยุทธนาผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ระบุสมองบวมและปอดเขียวช้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 6 บ้านยางคำ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งมีการตั้งศพนายยุทธนาบำเพ็ญกุศล ทหารทั้ง 7 นาย ที่ถูกกล่าวหารุมทำร้ายนายยุทธนาจนถึงแก่ความตาย ได้เดินทางมาขอขมาศพ โดยอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวที่ไม่มีคนอยู่มากนัก และเมื่อเข้ามาถึงก็จุดธูปไหว้ศพ จากนั้นก็รีบเดินทางกลับทันทีโดยมิได้ทักทายหรือพูดคุยกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทหารทั้ง 7 นายกำลังสวมรองเท้าอยู่หน้าบ้าน ปรากฏว่านางปัญจา บุญเสริม อายุ 56 ปี น้องสาวของนายนิวัฒน์ ซ้ายซา พ่อของผู้ตาย ซึ่งอยู่ข้างโลงศพของหลานชาย มีอาการสั่นทั้งตัว พร้อมกับพูดว่า &amp;ldquo;กูอยากเตะคนเด้..พวกมึงฆ่ากูเฮ็ดหยัง..&amp;rdquo; ขณะนั้นนางแต้ สำลี อายุ 49 ปี ญาติอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ ก็เข้าไปประคอง นางปัญจาบอกอยากกินเบียร์ ญาติจึงไปค้นหามาได้ 1 กระป๋อง นางปัญจาก็ยกซดรวดเดียวจนหมด พร้อมหันมาบอกกับญาติๆ ที่อยู่ในที่นั้น ว่า &amp;ldquo;ฝากดูแลพ่อแม่เฮาด้วยนะ&amp;rdquo; ก่อนที่ร่างนางปัญจาจะหงายผลึ่งไม่ได้สติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัฒน์ ซ้ายซา กล่าวว่า ตอนที่ทหารทั้ง 7 นาย มาขอขมาศพ ตนเกิดอาการหน้ามืดจึงไปนอนอยู่ในเต็นท์ทำกับข้าว ไม่รู้ว่าคู่กรณีมาตอนไหน กระทั่งรู้สึกดีขึ้นจึงมีคนเล่าให้ฟัง &amp;ldquo;หากย่องมาแบบนี้ไม่รู้จะมาทำไม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ธาตุพนม ได้มอบหมายให้ทีมพนักงานสอบสวนเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยเร็ว เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด เบื้องต้นตั้งไว้ 2 ข้อหาคือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน โดยยังรอผลการรับรองการชันสูตรศพจากแพทย์ และผลการตรวจร่างกายของผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะสรุปดำเนินคดีตามขั้นตอน และประสานหน่วยงานต้นสังกัดให้ผู้ที่กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบมีเจ้าหน้าที่ทหารเกี่ยวข้องในฐานปฏิบัติการ จำนวน 11 นาย มีชั้นสัญญาบัตร 1 นาย ชั้นประทวน 6 นาย และกำลังพลทหารเกณฑ์ จำนวน 4 นาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63860</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ทหารโหด, ขอขมาศพ, ทภ.2, ศาลพลเรือน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ee84c69c62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีวราห์&#039;ชี้โพรง&#039;ธนาธร&#039;ขอโอนคดีจากศาลทหารไปศาลพลเรือนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62- พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการดำเนินคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกดำเนินคดีฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามมาตรา 116 , ช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี ตามมาตรา 189, และชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 215 ว่า ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบประเด็นต้องสงสัยก็จะออกหมายเรียกให้มาสอบสวนเนื่องจากพบว่าคดีมีผู้เกี่ยวข้อง 15 คน แต่บางคนได้ออกหมายเรียก และส่งทนายความมาชี้แจงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสงสัยเหตุที่ต้องดำเนินคดีนี้ในชั้นศาลทหารนั้น เนื่องจากเป็นคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นระหว่างประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มีการระบุไว้ชัดเจนแต่ขณะนี้ได้ยกเลิกคำสั่งไปแล้ว ซึ่งนายธนาธร สามารถยื่นคำร้องต่อศาลทหารให้โอนคดีมาพิจารณาที่ศาลพลเรือนได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลทหาร ว่าจะสามารถโอนคดีไปได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตและองค์กรระหว่างประเทศมาร่วมสังเกตการณ์ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันนั้น สามารถทำได้และได้ชี้แจงข้อสงสัยกับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตต่าง ๆ ไปทั้งหมดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้โพรง, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, รองผบ.ตร., ศาลทหาร, ศาลพลเรือน, โอนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c9875cd42a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
