<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารชีวิต‘นวัธ’จ้างฆ่าคนพ้นสส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลพิพากษาประหารชีวิต &amp;quot;นวัธ&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทย จ้างวานฆ่า &amp;quot;อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น&amp;quot; พร้อมจ่ายเงินชดใช้ 3 แสนบาท ชี้พยานหลักฐานชัดเจน ไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก้มหน้านอนคุก &amp;quot;เลขาธิการสภาฯ&amp;quot; ชี้เข้าข่ายตามมาตรา 101 ต้องพ้นสภาพ ส.ส. &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ปากกล้าขาสั่นบอกกระทบพรรคบ้างแต่ไม่มาก &amp;quot;กกต.&amp;quot; เล็งเลือกตั้งซ่อม 3 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น วันที่ 24 ก.ย.2562 เวลา 09.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีเลขดำที่ อ.929/61 ระหว่างฝ่ายโจทก์ คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และจำเลย คือนายนวัธ &amp;nbsp;เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย (พท.) ในความผิดฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด โดยทั้งฝ่ายจำเลย ฝ่ายโจทก์ รวมทั้งทนายความและพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษา ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 7 ของศาลจังหวัดขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 คนร้ายใช้ปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 198/45 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล จำเลยที่ 1, พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม รอง ผกก.(ป.) สภ.หนองเรือ จำเลยที่ 2, นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3, นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดขอนแก่นได้ออกหมายจับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 7 ขอนแก่น ในข้อหากระทำความผิดฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 29 ต.ค.2557 ศาลชั้นต้นของศาลจังหวัดขอนแก่นได้อ่านคำพิพากษาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ของจำเลยทั้ง 5 ราย โดยพิพากษาให้ พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม จำเลยที่ 2 และนายประพันธ์ ศรีวิลัย จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยมิได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยเหตุแห่งพฤติกรรมมีการลงไปพูดคุยและผลักผู้ตายเข้าไปในรถ ประกอบกับรถที่จอดขวางผู้ตายมิใช่ลักษณะเตรียมพร้อมจะหลบหนี จึงไม่น่าจะเป็นการตั้งใจ เพราะถ้าเช่นนั้นต้องมีการลงมือทันที แต่ยังมีการพูดคุย มีการทำร้ายร่างกายก่อนลงมือยิง ดังนั้นจึงพิพากษาจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ขณะที่จำเลยที่ 3 ให้การเป็นประโยชน์ เป็นเหตุให้บรรเทาโทษให้ 1 ใน 4 รวมกับความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน คงให้จำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตสถานเดียว ส่วนจำเลยที่ 3 รวมโทษจำคุก 37 ปี 14 เดือน 30 วัน ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 4 และ 5 ซึ่งให้ปฏิเสธตลอดว่าไม่เกี่ยวข้อง และพยานหลักฐานไม่สามารถนำสืบได้ว่า รู้มาก่อนว่าจำเลยที่ 2 และ 3 จะมาฆ่าผู้ตาย จึงให้ยกฟ้อง โดยให้ขังระหว่างอุทธรณ์
ศาลสั่งประหารชีวิต&amp;#39;นวัธ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 12.30 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นได้เผยแพร่สรุปคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 292/61 คดีหมายเลขแดงที่ 976/2562 ของศาลจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเป็นคดีที่น่าสนใจและจำเลยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสรุปคำพิพากษาคดีดังกล่าวระบุว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 292/61 คดีหมายเลขแดงที่ 976/2562 ของศาลจังหวัดขอนแก่น ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นางลำดวน โคตรทุม โจทก์ร่วม นายนวัธ เตาะเจริญสุข จำเลย คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้จ้างวาน ยุยงส่งเสริม ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล และ พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม กับพวกให้ฆ่านายสุชาติ โคตรทุม ผู้ตาย ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 ดาบตำรวจวีระศักดิ์และ พ.ต.ท.สมจิตรกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนพกยิงผู้ตายหลายนัด เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84, 299 จำเลยให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ก่อนวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์และ พ.ต.ท.สมจิตรกับพวก ร่วมกันวางแผนฆ่าผู้ตาย ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นในขณะนั้น จนกระทั่งวันที่ 3 พ.ค.2556 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา พ.ต.ท.สมจิตรกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า ด.ต.วีระศักดิ์และ พ.ต.ท.สมจิตรกับพวกมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุก ด.ต.วีระศักดิ์กับพวกตลอดชีวิต และประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ตามพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์รับฟังได้ว่า มูลเหตุในการฆ่าผู้ตายมาจากเรื่องชู้สาวที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภริยาจำเลย ส่วนปัญหาจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่าในความผิดฐานใช้จ้างวาน ยุยงส่งเสริมให้บุคคลอื่นกระทำความผิดนั้น ผู้ที่จะใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ได้ลงมือเองก่อนกระทำความผิด จะต้องมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อตัดตอนให้ตนเองห่างจากผู้ลงมือ เพื่อปกปิดการกระทำความผิดไว้ เพื่อมิให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดล่วงรู้ เพราะเกรงภัยจะมาสู่ตนได้โดยง่าย จึงยากที่จะหาประจักษ์พยานที่จะรู้เห็นได้ การจะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ จะต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานบุคคลที่เป็นพยานบอกเล่าวัตถุพยาน ซึ่งในคดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมมีบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของ ด.ต.วีระศักดิ์ยืนยันว่าก่อนวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ขับรถยนต์พา พ.ต.ท.สมจิตรไปพบนายประพันธ์ แล้วเดินทางไปบนจำเลย พ.ต.ท.สมจิตรและนายประพันธ์ไปในบ้านจำเลยเป็นเวลานาน หลังจากนั้น ด.ต.วีระศักดิ์ขับรถพา พ.ต.ท.สมจิตรและนายประพันธ์ผ่านหน้าบ้านผู้ตาย แล้วขับกลับมาส่งนายประพันธ์ที่หน้าบ้านจำเลย และในวันเกิดเหตุ ด.ต.วีระศักดิ์ขับรถยนต์ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย ส่วน พ.ต.ท.สมจิตร นายประพันธ์ และนายบุญช่วย อยู่ที่รถยนต์อีกคันหนึ่งซุ่มดูเหตุการณ์บริเวณปากซอยทางเข้าบ้าน จนถึงเวลาเกิดเหตุ เมื่อผู้ตายถอยรถยนต์ออกจากบ้าน ด.ต.วีระศักดิ์โทรศัพท์แจ้ง พ.ต.ท.สมจิตร นายบุญช่วย ขับรถยนต์ขวางหน้ารถผู้ตาย เมื่อผู้ตายลงมาจากรถ พ.ต.ท.สมจิตรและนายประพันธ์ลงจากรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด จนผู้ตายถึงแก่ความตายทันในที่เกิดเหตุ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับรู้ของ ด.ต.วีระศักดิ์ ยากที่พนักงานสอบสวนจะปั้นแต่งเพื่อเอาผิดจำเลยได้ และเป็นการให้การหลังเกิดเหตุไม่นาน ด.ต.วีระศักดิ์ย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองเพื่อปรักปรำหรือช่วยเหลือฝ่ายใด ชี้ให้เห็นว่า ด.ต.วีระศักดิ์ให้การด้วยความสมัครใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การในชั้นสอบสวนของ ด.ต.วีระศักดิ์จึงน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าในช่วงก่อนวันเกิดเหตุในวันเกิดเหตุ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมจิตรและจำเลยได้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อกันจริง พยาน พฤติกรรมแห่งเหตุแวดล้อมของโจทก์และโจทก์ร่วมสอดคล้องเชื่อมโยงกัน รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 พ.ค.2556 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีคำพิพากษาตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาลได้ควบคุมตัวนายนวัธไว้ที่บริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้อหาบริเวณชั้น 1 ของศาล ขณะที่ทีมทนายความอยู่ในระหว่างการยื่นเรื่องของประกันตัวในศาลชั้นต้น เป็นหลักทรัพย์รวม 8 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น
ไม่ให้ประกันติดคุกพ้น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 พิจารณาคำสั่งประกัน โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายนวัธ จำเลยแล้ว มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเรือนจำจึงได้มารับตัวนายนวัธ จำเลยไปควบคุมไว้ที่เรือนจำขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงของขบวนรถออกจากศาลไปเรือนจำ นายนวัธได้นั่งก้มลงเพื่อไม่ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนายนวัธและส่งตัวเข้าเรือนจำว่า ตามหลักกฎหมาย เมื่อนายนวัธต้องเข้าไปอยู่ในห้องขัง ทำให้สถานภาพความเป็น ส.ส.ของนายนวัธสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา 98 (6) &amp;nbsp;ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งไม่ให้นายธวัชประกันตัวว่า หากเป็นกรณีศาลไม่ให้ประกันตัวนั้น ก็คงจะกระทบมาถึงพรรค แต่ก็ไม่ได้มาก ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะทำงานไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เมื่อนายนวัธสิ้นสภาพการเป็น ส.ส. จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ประกอบมาตรา 105 (1) ดังนั้นหากนับจากวันที่นายนวัธถูกคำสั่งขังโดยหมายของศาล ออกไป 45 วัน จะครบในวันที่ 8 พ.ย.นี้ แต่กฎหมายกำหนดให้เลือกตั้งวันอาทิตย์ ซึ่งวันอาทิตย์สุดท้ายของกรอบเวลา 45 วัน คือวันที่ 3 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการเลือกตั้งในเขต 7 ขอนแก่น เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นายนวัธได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,710 คะแนน รองลงมาคือ ผู้สมัครจากพลังประชารัฐ 26,553 คะแนน, ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ 12,414 คะแนน และผู้สมัครจากพรรคประชาชาติ 9,350 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางลำดวน โคตรทุม อายุ 53 ปี พร้อมด้วย น.ส.ฐิติญานี &amp;nbsp;โคตรทุม อายุ 29 ปี ภรรยาและบุตรสาวของนายสุชาติ เปิดใจทั้งน้ำตาหลังศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตนายนวัธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ฐิติญานีกล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีอีก 1 วันในรอบ 6 ปี ซึ่งศาลท่านเมตตาให้ผู้ต้องหานั้นได้รับโทษตามที่ท่านตัดสิน ที่ผ่านมาครอบครัวไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้คิดไว้ว่าศาลท่านจะตัดสินออกมาอย่างไร ทุกคนทำงานกันเต็มที่ และครอบครัวก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจและอัยการ ที่ทุกท่านนั้นทำงานเต็มที่มาตลอดระยะเวลา 6 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากได้รับฟังคำตัดสินของศาลเรียบร้อย แม่และฟางได้เดินทางไปหาปะป๊าที่วัดเลย โดยได้บอกกับปะป๊าว่าคนที่ทำผิดได้รับโทษตามที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว ปะป๊าไม่ต้องกังวลใดๆ แล้ว หลังจากนี้คงปล่อยไปตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนเดิม เพราะว่าการพิพากษาในวันนี้เป็นศาลชั้นต้น จากนี้ไปเป็นในส่วนของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ถ้าเกิดว่ามีอะไรที่จะยื่นอุทธรณ์ ยื่นฎีกา ก็ต้องว่ากันไปตามเรื่องราวของกฎหมาย&amp;rdquo; น.ส.ฐิติญานีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุตรสาวนายสุชาติกล่าวว่า 6 ปีที่ครอบครัวต่อสู้กันมา ต้องขอบคุณอาไพโรจน์ (พล.ต.ต.ไพโรจน์ &amp;nbsp;กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4) ทีมสืบสวนสอบสวนและอัยการ ที่ร่วมกันทำสำนวนคดีนี้อย่างรัดกุมจนนำคนผิดมาลงโทษได้สำเร็จ ขอบคุณพี่ๆ นักข่าวที่ไม่เคยลืม และยังคงถามสารทุกข์สุกดิบกันมาตลอดเวลา และขอขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกๆ อย่างที่ครอบครัวอาจจะกล่าวไม่หมด ขอขอบคุณจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางลำดวนกล่าวว่า ทุกคนในครอบครัวและผู้ที่รักปลัดสุชาติที่มานั่งฟังคำพิพากษาทุกคนร้องไห้ หลังจากจากศาลตัดสิน สำหรับการเรียกร้องเพิ่มเติมใดๆ นั้น ครอบครัวยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46540</URL_LINK>
                <HASHTAG>นวัธ  เตาะเจริญสุข, ประหารชีวิต, ม่อนุญาตให้ประกันตัว, ศาลพิพากษาประหารชีวิต, ส.ส.ขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a2773c90ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
