<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่ระงับคลิปธนาธร ได้วัคซีนล็อตแรกก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลยกคำร้องดีอีเอส ไม่ระงับคลิปไลฟ์สด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; วิจารณ์รัฐบาลเรื่องวัคซีนโควิดพาดพิงสถาบัน ชี้ไม่ชัดเจนผิด 112 เป็นข้อเท็จจริงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือหุ้นสยามไบโอไซเอนซ์ มิได้ทำให้พระองค์เสื่อมเสีย ศบค.ขอศึกษาเรื่องให้ผู้ฉีดวัคซีนเข้าประเทศก่อน เหตุ WHO&amp;nbsp; รายงานว่ายังไม่ปลอดภัย ด้าน คกก.โรคติดต่อฯ สรุปแผนฉีดวัคซีน 2 ระยะ 2 ล้านโดส กับ 61 ล้านโดส คาดสิ้นปีฉีดกลุ่มเป้าหมายครบ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผย ก.พ.นี้ได้วัคซีนจากซิโนแวคล็อตแรก 2 แสนโดส ดีดปากคนไม่ใช่แพทย์-ผู้เชี่ยวชาญให้สงบปากสงบคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; พศ.76/2564 ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปวิดีโอไลฟ์สดทางเว็บไซต์ จำนวน 3 URL ของนายธนาธร&amp;nbsp; จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้คัดค้าน ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp; ของรัฐบาล โดยมีส่วนหนึ่งพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ เมื่ออ่านถ้อยคำในมาตรา 14 (3) ซึ่งกำหนดความผิดสำหรับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญานั้น เห็นว่าถ้อยคำที่ว่า &amp;quot;อันเป็นความผิด&amp;quot; แสดงว่ากฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้ที่นำข้อมูลซึ่งได้มีการวินิจฉัยโดยชัดแจ้งแล้วว่าเป็นความผิดเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อมิให้ความผิดตามมาตรา 14 (3) ซ้ำซ้อนกับกับความผิดประมวลกฎหมายอาญาที่มีโทษสูงกว่าอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อยังไม่มีการฟ้องเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามคำร้องนี้ให้รับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่มีกรณีต้องวินิจฉัยตามมาตรา 14 (3) และไม่เข้าเหตุตามมาตรา 20 (1) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อความที่ผู้คัดค้านนำเสนอนั้น เนื้อหาเกือบทั้งหมดมุ่งเน้นในเรื่องการกล่าวหารัฐบาลว่าบกพร่องในการจัดหาวัคซีน โดยมีการนำข้อมูลหลายอย่างมาสนับสนุน ซึ่งมีการบรรยายถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายบริษัท รวมทั้งกล่าวถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นด้วย ข้อมูลที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ระบุเกี่ยวกับการถือหุ้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนน้อยและไม่ใช่ประเด็นหลักของการนำเสนอ เมื่อพิจารณาถึงข้อความที่กล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะเจาะจง ในส่วนแรกเป็นการกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งความข้อนี้ผู้คัดค้านนำสืบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นเอกสารราชการและผู้ร้องไม่ได้คัดค้าน จึงฟังว่าเป็นความจริง ข้อเท็จจริงเพียงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือหุ้นบริษัทดังกล่าว มิได้ทำให้พระองค์เสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง หรือไม่เป็นที่เคารพสักการะแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในส่วนที่สอง เป็นส่วนเสริมจากข้อมูลส่วนใหญ่ของการนำเสนอที่กล่าวหารัฐบาลว่าผิดพลาดในการให้วัคซีนเกือบทั้งหมดถูกผลิตในบริษัทเดียว การกล่าวอ้างถึงคำถามต่อประชาชนต่อสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งอาจกระทบต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการชักชวนให้ประชาชนกล่าวโทษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่โดยลักษณะของข้อความที่สืบเนื่องกันมามีลักษณะเป็นการกล่าวหาว่า การกระทำของรัฐบาลจะกระทบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่าความบกพร่องของรัฐบาลเป็นเรื่องร้ายแรง ด้วยลักษณะของการนำพระมหากษัตริย์มาอ้างเพื่อให้รัฐบาลรับผิดชอบมากขึ้น จึงไม่ได้มีการกล่าวถึงกรรมการผู้จัดการของบริษัท เพราะไม่ได้มุ่งเน้นความรับผิดของบริษัท คดีนี้มิใช่การพิจารณาความผิดของผู้คัดค้าน และจักต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัด คือข้อความที่สมควรถูกห้ามนั้นต้องมีความชัดแจ้งที่จะเป็นความผิด ซึ่งเมื่อพิจารณาแต่เฉพาะถ้อยคำตามตัวอักษรข้อความที่ผู้คัดค้านกล่าวสืบเนื่องมาทั้งหมดของเรื่องนี้ ยังไม่สามารถเห็นได้อย่างกระจ่างชัดเจน ว่าจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังองค์พระมหากษัตริย์แต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;#39;วัคซีนพระราชทาน&amp;#39; ไม่ใช่ใส่ความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการนำเสนอของผู้คัดค้านมีข้อความหัวเรื่องว่า &amp;quot; วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย&amp;quot; ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นคำพูดที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดทำนองนี้ และหน่วยงานของรัฐบาลเคยใช้คำนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ผู้ร้องมิได้โต้แย้ง ข้อเท็จจริงจึงฟังข้อเท็จจริงได้ตามที่ผู้คัดค้านนำสืบ ทั้งนี้ แม้ว่าถ้อยคำอาจไม่ตรงกันทั้งหมด แต่น่าจะแสดงว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้มีการใช้ถ้อยคำที่แสดงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประกอบการจัดหาวัคซีนแล้ว การที่ผู้คัดค้านนำข้อความดังกล่าวมานำเสนอจึงมิใช่ความเท็จ และลำพังข้อความดังกล่าวหากมิใช่ความเท็จก็ไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระองค์ จึงไม่ใช่การใส่ความ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดแล้ว แม้ว่าผู้คัดค้านจะบรรยายว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด แต่ก็มิได้มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นชัดเจนเป็นการกล่าวหา หรือตำหนิติเตียน หรือกล่าวให้สงสัยในความสุจริตต่อพระองค์ไม่ว่าในทางใดๆ&amp;nbsp; จึงไม่มีลักษณะชัดเจนและเห็นได้ในทางภาวะวิสัยที่แสดงว่าข้อความนี้อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การไต่สวนและมีคำสั่งของศาล ซึ่งย่อมมีผลให้คำสั่งศาลในวันที่ 29 ม.ค. 2564 เป็นอันสิ้นผล และมีคำสั่งยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ขณะที่การฉีดวัคซีนในต่างประเทศ ข้อมูลเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการฉีดไปแล้ว 73 ประเทศ รวม 128 ล้านโดส ประเทศสหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงสุด มีประชากร 8.81 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 ครั้ง โดยหลายประเทศเริ่มมีการพูดคุยกันว่าเราควรกำหนดมาตรการที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเดินทางออกนอกประเทศได้ และถ้าได้ควรจะเป็นประเทศใด และแต่ละประเทศควรจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร จะต้องกักตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดย ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด ศบค.ต้องไตร่ตรองคิดให้หนักและคิดให้ดี&amp;nbsp; ดังนั้นมาตรการที่จะออกมา เราจะตามต่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ ต้องศึกษาให้รอบด้านและต้องฟังองค์การอนามัยโลก&amp;nbsp; (WHO) ด้วย แม้ในหลายประเทศจะมีประกาศว่าในอีก 3-4&amp;nbsp; เดือนจะมีการพิจารณาเรื่องวัคซีนพาสปอร์ต แต่องค์การอนามัยโลกได้รายงานว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่ปลอดภัยเพียงพอที่จะสามารถทำได้ เพื่อที่จะออกเป็นมาตรการในประเทศเรา&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จ.นนทบุรี นายอนุทิน&amp;nbsp; ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยเขากล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้หารือถึงนโยบายการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งในเร็วๆ นี้จะได้วัคซีนของบริษัทซิโนแวค จำนวน 2 ล้านโดส&amp;nbsp; แบ่งเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2 แสนโดส เดือนมีนาคม 8 แสนโดส และเดือนเมษายน 1 ล้านโดส และเดือนมิถุนายนมีวัคซีนที่สั่งซื้อ จากบริษัทแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส และที่จองเพิ่ม 35&amp;nbsp; ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส ถือว่าครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย และได้วางแผนการบริหารจัดการการให้วัคซีนมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีคุณภาพ ให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;
คนไม่ใช่แพทย์ให้หุบปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สธ.กล่าวว่า คณะกรรมการได้เห็นชอบในแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 พ.ศ.2564&amp;nbsp; ซึ่งมี 2 ระยะ โดยในระยะแรกที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิด รักษาระบบสุขภาพของประเทศ ฉีดให้ 5 กลุ่ม และระยะที่ 2 เมื่อวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอจะฉีดให้ 7 กลุ่ม นอกจากนี้ได้เห็นชอบแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 ระยะแรก เดือน ก.พ.ถึง พ.ค.64&amp;nbsp; จำนวน 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดที่ยังพบผู้ป่วย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด และตาก ระยะที่ 2&amp;nbsp; เดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2564 จำนวน 61 ล้านโดส โดยมีโรงพยาบาลรัฐและเอกชนให้บริการกว่า 1,000 แห่ง วางแผนฉีดวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 63&amp;nbsp; ล้านโดสภายในปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ได้แต่อ่านข่าวต่างๆ&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาประมวล แล้วนำเสนอให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้&amp;nbsp; ขอให้สงบปากสงบคำเพราะไม่เกิดประโยชน์ มีแต่บั่นทอนกำลังใจ การออกมาพูดของคนที่ไม่เกี่ยวข้องมีแต่ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านในใจประชาชน เรื่องนี้ต้องให้กำลังใจกัน ไม่ใช่มาขู่&amp;quot; นายอนุทินกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการจัดหาวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา ยังเป็นไปตามแผนคือเดือน มิ.ย.นี้จำนวน 26 ล้านโดส ส่วนที่มีการหารือเพื่อให้บริษัทจัดหาเข้ามาให้ก่อน เช่นจำนวน 50,000&amp;nbsp; โดสนั้น แม้จะสะดุดเพราะปัญหาจากภายนอกประเทศที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ได้ใน ก.พ.นี้ เพียงแต่อยู่ระหว่างหารือกันซึ่งต้องขอเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 เดือนนี้ การผลิตวัคซีนในโลกไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัคซีนตามกลไกใดก็ตาม หากดูตามแผนกระจายของประเทศต่างๆ ก็จะเห็นความจำกัดในการฉีดวัคซีนแค่ล้านเศษ ซึ่งถ้าอยากเห็นผลของวัคซีนในการควบคุมโรคต้องใช้วัคซีนจำนวนมาก การฉีดจำนวน 1-2 ล้านโดสไม่มีประโยชน์ แต่จะมีประโยชน์สำหรับการควบคุมการระบาดในวงจำกัด ส่วนประเทศที่มีการระบาดในวงกว้างจะยังไม่ได้ผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92421</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปไลฟ์สด, ยกคำร้อง, วัคซีนโควิด, ศาลยกคำร้อง, ศาลยกคำร้องดีอีเอส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60214c025b0fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลภูมิ&#039; โล่งศาลยกคำร้องปมปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ถามคุณสมบัติเมียลงท้องถิ่นได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องกรณีจงใจปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งส.ส.เมื่อปี 2557 ว่า ศาลได้ยกคำร้องทั้งหมด เนื่องจากคำร้องของป.ป.ช. ขาดอายุความ ป.ป.ช.นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งฟ้องต่อศาลไม่ทันในระยะเวลา 5 ปีที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นเหตุให้ยกคำร้อง ตนยังรู้สึกตื่นอยู่เลยเมื่อเช้า ยังกังวลใจอยู่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พอตอนนี้ผลออกมาแบบนี้ก็มีความสุขมาก เพราะจะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนต่อ ขอขอบคุณพ่อ คุณแม่ ประชาชน ผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้โอกาส และให้กำลังใจจากนี้ตนจะทำหน้าที่เป็น ส.ส.ต่อ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการปรึกษาผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อเตรียมแผนสำรองไว้หากการตัดสินออกมาเป็นลบหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมแทน นายพลภูมิ กล่าวว่าไม่ได้มีการพูดคุย เพราะมองว่ายังมีช่องทางขอความเมตตาจากศาลในประเด็นเรื่องอายุความนี้อยู่ ตนมีความหวังตั้งแต่ยื่นเรื่องครั้งแรกแล้ว เพราะอายุความขาดไป แล้ววันนี้ก็ได้รับความเป็นธรรมจากศาล ส่วนกรณีที่นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินแต่ให้รอลงอาญานั้น ขณะนี้กำลังให้พรรค ทำเรื่องเพื่อยื่นสอบถามไปยังสำนักงาน กกต. ว่านางชญาดามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ หากไม่ขาดคุณสมบัติ ก็เตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ก.เขตคันนายาวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ศาลยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d271ae45bea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญายกคำร้องตำรวจ ขอฝากขังกลุ่มอยากเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ท.ประกอบ เย็นหลักร้อย พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 24 ปี, น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา อายุ 39 ปี, นายธนวัฒน์ พรมจักร อายุ 20 ปี, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ อายุ 41 ปี และ น.ส.ศรีไพร นนทรีย์ อายุ 47 ปี แกนนำและแนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาในคดียุยงปลุกปั่น เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558, ความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558, ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 และกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-20 เม.ย.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 20 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ตัดต่อภาพจากกองพิสูจน์หลักฐาน
&amp;nbsp;
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2561 เวลา 16.10 น. ที่สนามฟุตบอล ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายรังสิมันต์ โรม ขึ้นอ่านแถลงการณ์เปิดการปราศรัยชุมนุมบนรถหกล้อ ติดเครื่องขยายเสียง ซึ่งติดแผ่นป้ายไวนิล &amp;ldquo;รวมพลังถอนราก คสช.&amp;rdquo; มีนายกาณฑ์ เป็นพิธีกร เรียกชักชวนมวลชน มีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายธนวัฒน์ และ น.ส.ณัฎฐา ขึ้นพูดปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนกำลังไปยังกองบัญชาการกองทัพบก ปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาลปลุกระดมมวลชนไปตลอดเส้นทาง มีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 350 คน โดยกลุ่มผู้ต้องหารวม 57 คน ได้ร่วมเข้าชุมนุมเดินขบวนกีดขวางการจราจร และยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 20.45 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง ที่ สน.ปทุมวัน และ สน.นางเลิ้ง ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน และยังนัดหมายชุมนุมอีกในวันที่ 5 พ.ค. 2561 ซึ่งอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฎฐา เปิดเผยก่อนการยื่นฝากขังว่า วันนี้จะยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง ซึ่งได้ยื่นคัดค้านตั้งแต่ชั้นให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ใช้ดุลยพินิจ ตอนนี้การทำงานของตำรวจคือการส่งโดยอัตโนมัติไม่ได้พิจารณาเหตุผลอะไรเลย ยืนยันคัดค้านการฝากขังเพราะไม่มีเหตุ เราไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงานสอบสวน คือเราไม่มีเจตนาหลบหนี มารายงานตัวตามหมายเรียก ไม่มีโอกาสไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะหลักฐานคลิปวิดีโออยู่กับสื่อหมดแล้ว ไม่ได้เป็นบุคคลอันตราย จึงไม่เหลือเงื่อนไขใดๆ ที่อิสรภาพของเราจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ จะไม่ยื่นประกันตัว เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน คสช.ผู้ตั้งข้อกล่าวหาคือคู่กรณีของเราโดยตรง จะกล่าวหาเกินจริงอย่างไรก็ได้ ส่วนที่เราการชุมนุมหน้ากองทัพบกนั้น ข้อเรียกร้องของเราไม่มีข้อเรียกร้องไหนที่ไม่เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ เราเรียกร้องการเลือกตั้งให้เกิดขึ้น ตามคำสัญญา ให้ คสช.หยุดการปฏิบัติหน้าที่ หยุดละเมิดสิทธิประชาชน เรียกร้องให้กองทัพหยุดสนับสนุนเผด็จการ ไม่ได้เรียกร้องให้ประชาชนออกมาทำผิดกฎหมาย การตั้งข้อหาตามมาตรา 116 เป็นการตั้งข้อหาเกินจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องฝากขังแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งห้ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และให้ความร่วมมือในการสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้เป็นส่วนใหญ่แล้ว สำหรับพยานบุคคลที่เหลือปรากฏว่าล้วนแต่เป็นเจ้าพนักงานทั้งสิ้น ซึ่งผู้ร้องสามารถดำเนินการสอบสวนไปได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้งห้า ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ต้องหาทั้งห้าจะไปเข้าร่วมการชุมนุมต่อไป เป็นเพียงการคาดคะเนของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่มีเหตุจำเป็นที่จะขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน จึงให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอยากเลือกตั้ง, ฝากขัง, พ.ต.ท.ประกอบ เย็นหลักร้อย, ศาลยกคำร้อง, ศาลอาญา, สน.ชนะสงคราม, โบว์ ณัฏฐา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb4f5f5d2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อยากเลือกตั้ง&#039;เฮอีกครั้งรอดฝากขัง-หยาม&#039;บิ๊กตู่&#039;อ่านหนังสือน้อย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ ภาพจาก&amp;nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง คุมตัวนายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ อายุ 24 ปี, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 24 ปี, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 25 ปี และนายอานนท์ นำภา อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 และข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 กรณีจัดการชุมนุมคนอยากเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. &amp;ndash; 5 มี.ค. นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีกจำนวน 6 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. กองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ กองทัพภาคที่ 1 ตรวจสอบพบกลุ่มมวลชนเริ่มรวมตัวกันบน ถ.ราชดำเนิน ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น. มี น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นแกนนำขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลและ คสช. มีนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ เป็นพิธีกร และเชิญนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายรังสิมันต์ โรม, นายอานนท์ นำภา, น.ส. ณัฎฐา มหัทธนา และนายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ ผู้ต้องหาร่วมขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลและปลุกระดมมวลชน ต่อมาเวลาประมาณ 19.10 น. มีผู้ชุมนุมประมาณ 400 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจาเพื่อให้เลิกการชุมนุม จนกระทั่งเวลา 19.35 น. ผู้ชุมนุมจึงยกเลิกการชุมนุม จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 ได้ปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรงและยุยงปลุกปั่นให้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล คสช.อย่างชัดเจน พร้อมแสดงท่าทางประกอบเชิงสัญลักษณ์ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ต่อมาวันนี้ (22 ก.พ.) &amp;nbsp;นายสุกฤษฎ์กับพวกรวม 4 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับข้อกล่าวหา ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมและยังมีการนัดหมายจะจัดการชุมนุมอีกหลายครั้ง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ก็ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังไว้ด้วย ต่อมาศาลจึงได้ไต่สวนคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวนและคำคัดค้านของผู้ต้องหาที่ห้องเวรชี้ ชั้น 1 อาคารศาลอาญา กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. ศาลพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ที่ขอฝากขังผู้ต้องหาดังกล่าว เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนด้วยดีมาโดยตลอด และพนักงานสอบสวนยังสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีได้ด้วยความสะดวก ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ก็มีคำสั่งยกคำร้องฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน โดยไม่รับฝากขังผู้ต้องหา &amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; 5 คน ประกอบด้วยน.ส.ณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นายวีระ สมความคิด และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ &amp;nbsp;คดียุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และกระทำความผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่จัดกิจกรรมรวมพลประชาชนคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน ใกล้ห้างสรรพสินค้า MBK&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนั้นกลุ่มผู้ต้องหาก็ได้ขอคัดค้านการฝากขังด้วย ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ก็เห็นว่า ผู้ต้องหาล้วนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และได้ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ผู้ต้องหาบางคนพนักงานสอบสวนก็ได้ทำการสอบสวนจนเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เกรงว่าผู้ต้องหาจะไปเข้าร่วมการชุมนุมและก่อให้เกิดเหตุอันตรายก็เป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้น ศาลเห็นว่าจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะขังผู้ต้องหาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 17.00 น. ภายหลังได้รับการปล่อยตัว นายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า วันนี้ศาลได้ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนในการขออำนาจศาลฝากขัง โดยให้เหตุผลว่า ทางพวกเราได้ให้ความร่วมมือในการมารายงานตัว ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี ส่วนที่ตำรวจอ้างว่าพวกเรามีพฤติการณ์เป็นแกนนำ ศาลก็เห็นว่าสิ่งที่อ้างไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ศาลจึงยกคำร้องและให้ปล่อยตัวในวันนี้ หลังจากนี้ไปเราจะเดินหน้าทำกิจกรรมของเราต่อในวันเสาร์ที่ 24 ก.พ. นี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วันที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 13.00 น. ขอเชิญประชาชนที่รักความเป็นธรรมและอยากเห็นความเสมอภาคในสังคมออกมาต่อสู้ วันนี้เรา 4 คน ได้พิสูจน์แล้วว่าเราออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของเรา เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง จะมีใครมาแจ้งข้อกล่าวหาเราก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราทำเพื่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติ ตรงนี้คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เราต้องการการเลือกตั้งให้ได้ภายในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝากถึงนายกรัฐมนตรีที่ออกมาขอให้อาจารย์ไม่ให้สนับสนุนการทำกิจกรรมแล้วให้สอนหนังสืออย่างถูกต้องนั้น อาจารย์ผมสอนในสิ่งที่ถูกต้อง สอนตามหลักยุติธรรมและสากลทุกประการ ตามหลักประเทศที่มีสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเขาทำกัน ขอให้ท่านนายกอ่านหนังสือเยอะๆ การเรียนรู้น้อยเป็นเรื่องที่น่าอันตราย&amp;rdquo;นายกาณฑ์&amp;nbsp; กล่าว
&amp;nbsp;
ส่วนนายอานนท์ กล่าวว่าคิดว่าการตั้งข้อหาในวันนี้ ทางทหารต้องการเพื่อสกัดไม่ให้พวกเราได้แสดงสิทธิเสรีภาพ แต่เราก็ยืนยันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของพวกเราใช้ด้วยความสงบ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากตำรวจหรือทหารเห็นว่าผิดก็เชิญแจ้งความได้อีก เราก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองต่อศาล เพราะการทำกิจกรรมทุกครั้งทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง เป็นสิ่งที่เราจะต้องยืนยันในจุดนี้ ในส่วนของคดีที่โดนฝากขังในวันนี้จะต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกเมื่อไหร่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีหมายเรียกว่าจะให้มาวันไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3700</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประชาธิปไตย, ฝากขัง, ศาลยกคำร้อง, ศาลอาญา, อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8eae603e485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งเฮ!ศาลยกคำร้องขอฝากขัง5แนวร่วมม็อบสกายวอล์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำตัว น.ส.ณัฏฐา มหัทนา, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นายวีระ สมความคิด และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ 5 ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และกระทำความผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 จากการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่จัดกิจกรรมรวมพลประชาชนคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-19 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาทั้ง 5 ต่อสู้ว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง การออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ของพนักงานสอบสวนที่เรียกผู้ต้องหาไปรับทราบข้อกล่าวหามีระยะเวลากระชั้นชิด ไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงกำหนดวันออกหมายเรียกครั้งที่สองในวันนี้ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ อีกทั้งไม่มีพฤติกรรมที่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน การที่พนักงานสอบสวนอ้างว่าหากปล่อยตัวผู้ต้องหาเกรงว่าจะไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 10 ก.พ.นั้น เป็นการคาดเดาของไปเอง เพราะผู้ต้องหาทั้ง 5 ไม่ใช่แกนนำและไม่ใช่คนขออนุญาตจัดให้มีการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ 19.10 น. ศาลได้มีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ของผู้ร้องประกอบคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้ง 5 ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการไต่สวนแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ให้ความร่วมมือในการสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานคือภาพถ่ายและภาพวิดีทัศน์ไว้เป็นส่วนใหญ่แล้ว สำหรับพยานบุคคลที่เหลืออีก 5 ปาก ปรากฏว่าล้วนแต่เป็นเจ้าพนักงานทั้งสิ้น ซึ่งผู้ร้องสามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้ง 5 โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่ 5 การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ต้องหาจะไปเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 10 ก.พ. 2561 และเกรงว่าจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายประการอื่น เป็นเพียงการคาดคะเนของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่มีเหตุจำเป็นที่จะขังผู้ต้องหาทั้ง 5 ระหว่างสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 ต่อไป จึงให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, บก.ลายจุด, วีระ สมความคิด, ศาลยกคำร้อง, ศาลอาญา, เลือกตั้ง, เลื่อนเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c55804db78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
