<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากเลือกตั้งเฮ ‘ศาล’ยกคำฟ้อง ‘ทั่นโรม’ฉะทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮกันลั่น! ศาลยกฟ้อง 9 คนอยากเลือกตั้ง ไม่ผิด ม.116-พ.ร.บ.ชุมนุมฯ คดีชุมนุมสกายวอล์กหน้า MBK &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ได้ทีด่ากลับ เสียเวลา 3 ปีกับเรื่องไร้สาระ &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; บอกไม่รู้เขตพระราชฐานอยู่ตรงไหน ไม่เห็นป้าย ทึกทักถือเป็นบรรทัดฐานกับคดีอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ธ.ค.2563 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3207/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 9 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, จัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระบรมวงศ์ฯ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (คำสั่งยกเลิกแล้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยที่ 1-9 ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร 2563, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุฟ้องพวกจำเลยจากกรณีเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2561 พวกจำเลยจัดกิจกรรม &amp;quot;หยุดยื้อเลือกตั้ง หยุดสืบทอดอำนาจ&amp;quot; เพื่อส่งสัญญาณถึง คสช. ว่าประชาชนไม่ต้องการให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีก ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน หน้าห้างสรรพสินค้า MBK Center โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว เมื่อถึงเวลานัด จำเลยทยอยเดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว จำเลยทั้งเก้ากระทำความผิดฐานชุมนุมในระยะ 150 เมตร จากวังของพระบรมวงศ์ฯ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะหรือไม่ พยานโจทก์เบิกความไม่มีใครทราบมาก่อนว่าพื้นที่ชุมนุมอยู่ในระยะ 150 เมตร จนกระทั่งมีการวัดภายหลัง และไม่มีป้ายติดประกาศห้ามชุมนุม จำเลยทั้งเก้าและประชาชนย่อมไม่ทราบว่าเป็นระยะห้ามชุมนุม อีกทั้งหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ใกล้กว่าที่เกิดเหตุมีการจัดกิจกรรมบ่อยครั้ง ทำให้จำเลยเข้าใจว่าไม่อยู่ในข้อห้าม เชื่อได้ว่าจำเลยทั้งเก้าไม่มีเจตนาฝ่าฝืน พยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งเก้ากระทำความผิดฐานนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยทั้งเก้ากระทำความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือไม่ จากการให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ 1 และ 9 การถือป้ายและพูดของจำเลยที่ 6 และคำปราศรัยของพวกจำเลย มีการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วภายในเดือน พ.ย.2561 เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการเลื่อนการเลือกตั้งหลายครั้ง แม้ปราศรัยสื่อความหมายเชิญชวนชุมนุม แต่การไม่ต้องการเลื่อนการเลือกตั้งไม่ใช่การยุยงปลุกปั่น เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ข้อความปราศรัยและสัมภาษณ์ของพวกจำเลยไม่ถึงขนาดยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พิพากษายกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสิรวิชญ์เปิดเผยว่า ศาลยกฟ้องทั้ง 2 ข้อหา ตาม ป.อาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ พ.ศ.2558 มาตรา 7 เกี่ยวกับการชุมนุมใกล้เขตพระราชฐาน ซึ่งศาลได้พิจารณาว่าการชุมนุมของเราไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิด ข้อเรียกร้องของเราคือเรียกร้องการเลือกตั้ง และสิ่งที่ทำในวันนั้นก็เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ก่อให้เกิดความรุนแรงหรือยุยงปลุกปั่น เพียงแค่เรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีการชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตรนั้น ทางตำรวจก็ไม่ได้แจ้งบอกกับผู้ชุมนุม และไม่ได้ติดป้ายว่าเขตพระราชฐานอยู่ตรงจุดไหน เราไม่มีเจตนาที่จะชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานดังกล่าว จึงยกฟ้องทั้ง 2 ข้อหา และต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเสียดายเวลาและโอกาสของตัวเอง ทั้งเสียดายแทนเพื่อนนักกิจกรรมและพี่น้องผู้ร่วมชุมนุม ที่ต้องเหนื่อยหน่ายมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีกับคดีอันไร้สาระที่ผู้มีอำนาจยัดมาให้กับประชาชน การกระทำเช่นนี้มีแต่จะทำให้สถานะของกฎหมายในสายตาของประชาชนยิ่งเสื่อมทรามลงทุกทีๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทว่าผู้มีอำนาจก็ยังคงไม่สำนึกได้ แม้ว่าในบางคดีที่มีการฟ้องแกนนำตามมาตรา 116 ศาลจะได้ยกฟ้องให้เห็นเป็นตัวอย่างกันไปตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว (เช่นคดี RDN50) แต่มาในปีนี้ที่มีการชุมนุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรา 116 ก็ยังคงถูกเจ้าหน้าที่นำมาใช้แจ้งข้อหา ใช้หาเรื่องจับกุมคุมขังแกนนำย้ำๆ ซ้ำๆ โดยไม่เคยเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น จ้องแต่จะปราบปรามกันท่าเดียว&amp;quot; ส.ส.พรรคก้าวไกลผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ภาพตนเองถือดอกกุหลาบและชูภาพ &amp;ldquo;คนิ้ง&amp;rdquo; สมาชิกวงไอดอลเชียงใหม่ CGM48 พร้อมข้อความแสดงความยินดีผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;อานนท์ นำภา&amp;rdquo; โดยระบุว่า&amp;rdquo; ข่าวดีเล็กๆ วันนี้ศาลยกฟ้องคดีคนอยากเลือกตั้งอีกคดีที่ผมไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเป็นทนายความให้พี่หนูหริ่งและเป็นจำเลยเองด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมสกายวอล์กหน้า MBK, พ.ร.บ.ชุมนุม, ม.116, ศาลยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe607f76c58e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วปากกล้าขาสั่นโต้ม.112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลยกฟ้อง &amp;quot;แม่จ่านิว&amp;quot; คดีหมิ่นสถาบันตาม ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ &amp;quot;เพนกวิน-อานนท์&amp;quot; พร้อมพวกรับทราบข้อหา ม.112&amp;nbsp; ชุมนุมหน้าเอสซีบี &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ยันไม่มีอะไรน่ากังวล เช่นเดียวกับคดีแม่จ่านิวชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้งผู้เห็นต่าง ขู่ฟ้องกลับเอาผิดจนท. &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; จ่อร้องอัยการสูงสุดถอนฟ้องหลังศาลพิพากษายกฟ้องคดียุยงปลุกปั่น ลั่นอยากใช้เป็นคดีตัวอย่างทวงความยุติธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 22 ธันวาคม ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.พัฒน์นรี หรือพัชนรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยเป็นคดีที่โอนมาจากศาลทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุกรณีจำเลยใช้เฟซบุ๊กแช้ตกับนายบุรินทร์ อินติน มีข้อความหมิ่นประมาทสถาบันฯ โดยจำเลยโพสต์ข้อความโต้ตอบนายบุรินทร์ว่า &amp;quot;จ้า&amp;quot; เท่ากับเป็นการยอมรับและมีส่วนร่วมในการโพสต์ข้อความ จึงเป็นความผิดตาม ป.อาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งนายบุรินทร์ถูกศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว สำหรับ น.ส.พัฒน์นรี จำเลยคดีนี้ ให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 22.40 น. ของวันที่ 12 มี.ค.2559 จำเลยได้อ่านข้อความเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ หลังจากผ่านไป 5 นาที จำเลยก็ตอบว่า &amp;quot;จ้า&amp;quot; ซึ่งพยานนักวิชาการเบิกความว่า คำว่าจ้าเพียงคำเดียวไม่ได้สื่อความหมายอะไร และฟังได้ว่าการที่จำเลยไม่ได้โพสต์ความอื่นๆ นอกจากคำว่าจ้า หลังจากเว้นช่วงเวลาไปนาน 5 นาที แสดงว่าจำเลยต้องการสิ้นสุดการอ่านข้อความเท่านั้น จากนั้นไม่มีความเห็นอื่นๆ จึงฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาหมิ่นประมาทรัชทายาทฯ ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โดยหลังฟังคำพิพากษา น.ส.พัฒน์นรีถึงกับร้องไห้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัฒน์นรีเปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ไม่น่าเป็นคดีมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะตนเป็นแม่จ่านิว ถึงถูกดำเนินคดี ตนอ่านเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ในฐานะเพื่อนกันทั่วไปนาน 20 นาที และไม่ได้คุยอะไรนอกจากคำว่าจ้าคำเดียว หลังจากเว้นไป 5 นาที ศาลท่านมองว่าเพียงเท่านี้ ตนไม่มีเจตนากระทำผิด จึงยกฟ้อง ก็รู้สึกโล่งใจถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ขอให้อัยการอย่าได้อุทธรณ์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน นายอานนท์ นำภา พร้อมนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน น.ส.วรรณวลี เอมจิตต์ หรือตี้ พะเยา, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า รวม 6 คน พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกคดี ม.112 จากการชุมนุมปราศรัยในม็อบ 25 พฤศจิกา.ไปหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ โดยมี พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทนายความกล่าวว่า วันนี้มีผู้ถูกหมายเรียกทั้งหมด 7 คน จากการชุมนุมครั้งเดียวกัน โดยมีนายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย ซึ่งติดธุระอยู่ที่ จ.มหาสารคาม จึงจะขอพนักงานสอบสวนเลื่อนวันนัดหมายออกไปก่อน ขณะที่นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ที่ถูกหมายเรียกก็กำลังเดินทางมา สำหรับการแจ้งข้อหาจะต้องรอพบพนักงานสอบสวนก่อนว่ามีคดีความอื่นอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากการเข้ารับทราบข้อหา 112 ของกลุ่มแกนนำคณะราษฎร นายอานนท์&amp;nbsp; นำภา เปิดเผยว่า มารับทราบข้อกล่าวหาที่ขึ้นปราศรัยที่หน้าเอสซีบี วันที่ 25 พ.ย. และห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เช่นเดียวกันกับกรณีศาลยกฟ้องแม่จ่านิวข้อหา 112 มันชัดเจนอยู่แล้ว การแจ้งข้อหา 112 กับผู้เห็นต่างเพื่อการกลั่นแกล้งและเป็นใบเสร็จที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาแจ้งความดำเนินคดีกับพวกเราและเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดีกับพวกเรามันทุเรศ ต่อไปเราจะพิจารณาดำเนินการฟ้องกับคนที่แจ้งเอาผิดและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ปีหน้ายืนยันว่าการชุมนุมเข้มข้นขึ้นแน่ พยายามหาแนวร่วมเพิ่มขึ้น ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด กิจกรรมของเราก็จะดำเนินปรับไปตามสถานการณ์ตามยุทธวิธี โควิดไม่ได้ห้ามแสดงสิทธิทางการเมือง&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด การเรียกร้องของเราก็จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เราเคยต่อสู้มาทุกสถานการณ์ การผูกโบหรือการผูกผ้าตามสถานที่ต่างๆ ก็เป็นขั้นตอนตามยุทธวิธี เราจะต่อสู้ต่อไปด้วยด้วยความเหมาะสมตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังศาลพิพากษายกฟ้องคดียุยงปลุกปั่น ม.116 ว่า วันนี้ศาลพิจารณาตัดสินยกฟ้อง ด้วยเหตุผลสำคัญคือว่าการแสดงความเห็นของตนเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ซึ่งรับรองโดยกฎหมายทั้งของประเทศไทยและอนุสัญญาระหว่างประเทศ เป็นการแสดงออกโดยสุจริต ไม่ได้เป็นการยั่วยุปลุกปั่น ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฝ่ายโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการที่ตนโพสต์เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ขึ้นในระหว่างที่ตนถูกควบคุมตัวไปอยู่ในคุกแล้วไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ ขั้นตอนของตำรวจในชั้นสอบสวนมีการจับกุมและตั้งข้อหาก่อนที่จะสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นการทำเพื่อสนับสนุนการตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวน การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในคดีนี้เป็นไปในลักษณะที่บิดเบือนการใช้กฎหมาย เป็นการทำเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ตนจะดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.ตนกับทนายความจะร่วมกันดำเนินการนำข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ปรากฏในการดำเนินคดีสืบพยานและคำพิพากษาของศาล ไปร้องต่ออัยการสูงสุด ให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ ตนไม่ต้องการก้าวล่วงดุลพินิจของพนักงานอัยการ แต่อัยการสูงสุดมีอำนาจที่จะพิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ได้ และข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ปรากฏในการสืบพยาน รวมทั้งในคำพิพากษาของศาลมีเหตุผลที่จะพิจารณาใช้ดุลยพินิจโดยใช้หลักนิติธรรมถอนฟ้องคดีนี้ออกไป ซึ่งก็จะไม่มีการอุทธรณ์อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จะขอเสนอต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำเนินคดี การฟ้องคดีที่โอนจากศาลทหารมายังศาลยุติธรรมใหม่ คือไม่ใช่รับคดีมาแล้ว ไม่พิจารณาหลักฐานเพิ่มเติมอะไรเลย ทั้งๆ ที่ในศาลทหารไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย จนถึงขนาดที่ว่าคดีนี้ไม่ควรมาถึงชั้นศาลตั้งแต่ต้น อัยการก็ควรจะต้องพิจารณาสั่งไม่ฟ้องได้ และนี่เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การกระทำอย่างนี้เป็นการใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อ และประเทศไทยก็ยังไม่มีวิธีการที่จะป้องกันการกระทำอย่างนี้ ทำให้มีการใช้กฎหมายตามใจชอบเพื่อปิดปากผู้ที่เห็นต่าง สร้างความเดือดร้อน เป็นภาระต่อนักศึกษาและประชาชนหลายร้อยคนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์การดำเนินคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงเสียใหม่ จะเสนอเรื่องไปยังองค์กรของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อแก้ไขกฎหมาย และขณะเดียวกันก็ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลต่อเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย และอยากจะใช้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อเรียกร้องหาความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในช่วงที่ผ่านมา&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เริ่มคดีนี้ตั้งแต่ต้นด้วยหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน จะนำเอาคำพิพากษาวันนี้ หรือถ้าจะมีคำพิพากษาอื่นๆ มาวิเคราะห์อย่างละเอียด แต่เท่าที่ดูก็เห็นปัญหาชัดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำเนินการทำไปโดยไม่ชอบตามหลักนิติธรรมและกระบวนการ วิธีพิจารณาความอาญาอย่างชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87739</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นสถาบัน, พ.ร.บ.คอมพ์, ม.112, ศาลยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe2069a849dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;เชื่อศาลยกฟ้อง&#039;โอ๊ค&#039;เพราะถูกแกล้ง!แนะอ่านรามเกียรติ์เสียบ้างจะได้ไม่ถูกหลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า ศาลยกฟ้องพานทองแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่มีความผิดฐานฟอกเงิน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำใดเป็นความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีการดำเนินคดีกับการกระทำนั้นอย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่อมเป็นการชอบธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเขาไม่ผิดแล้วไปกลั่นแกล้งกล่าวหาว่ากระทำความผิดในที่สุดศาลก็ต้องยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พานทองแท้เอง ก็ควรจะ อ่านรามเกียรติ์เสียบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทศกัณฐ์ถอดดวงใจแล้วเอาไปฝากพระฤาษีช่วยดูแล ยังไม่วายที่จะถูกหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนี่เอากล่องดวงใจไปวางไว้กลางสนามหลวง ก็ต้องโดนตีนบ้างอย่างนี้แหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นแกล้ง, นายพานทองแท้ ชินวัตร, นายไพศาล พืชมงคล, รามเกียรติ์, ศาลยกฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc0ca4e2c04f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลาบปลื้มศาล ยกฟ้องแกนนำ ‘อยากเลือกตั้ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเฮ! ศาลยกฟ้องระบุชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พาเหรดชื่นชมคำพิพากษา &amp;ldquo;โบว์&amp;rdquo; ย้ำหมดจดงดงาม &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; หวังเป็นบรรทัดฐานคดีเกี่ยวเนื่อง อึ้ง! &amp;ldquo;ลูกเกด&amp;rdquo; บอกไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย เชิญฝรั่งจับตาใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา &amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2893/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12
โดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2561 พวกจำเลยและนายรังสิมันต์ โรม จำเลยคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1197/2561 กับพวก 42 คน ที่แยกฟ้องต่อศาลแขวงดุสิต ร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง โดยใช้รถยนต์ติดเครื่องกระจายเสียง ติดป้ายโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ขณะนั้น) รวมทั้งโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. (ขณะนั้น) โดยปลุกระดมให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาล อันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล โดยมีญาติ คนใกล้ชิด ชาวต่างประเทศ และแนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ก่อนการชุมนุมจำเลยได้ยื่นหนังสือแจ้งชุมนุมต่อ สน.สำราญราษฎร์ มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ โดยได้ปราศรัยกับผู้ชุมนุมจะไม่ขัดขวางละเมิดสิทธิของผู้อื่น ใช้สันติวิธี ไม่หยาบคาย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องการให้ชุมนุมตามกฎหมาย มีจุดประสงค์ต้องการให้จัดการเลือกตั้งในปี 2561 ไม่เลื่อนการเลือกตั้ง และยุติการชุมนุมในช่วงเวลา 20.00 น. โดยจำเลยบางส่วนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับในคดีชุมนุมที่แยกปทุมวัน
ส่วนที่จำเลยได้พูดถึง พล.อ.ประวิตรเกี่ยวนาฬิกาเพื่อน และการตรวจสอบการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ ก็ปรากฏว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนรับทราบทั่วไปและวิจารณ์ติชมได้โดยสุจริต จึงเห็นว่าจำเลยใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ และหลังประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็ไม่เรียกร้องอีก การชุมนุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ยุยงให้ปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง เมื่อคำนึงถึงสภาพการณ์และหลักการตรวจสอบแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ติชมรัฐบาลตามหลักประชาธิปไตยแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งหกไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พิพากษายกฟ้อง
ต่อมานายสิรวิชญ์กล่าวหลังทราบคำพิพากษาว่า ขอขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษา ที่เห็นว่าเราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สร้างความกระด้างกระเดื่องรุนแรง รวมทั้งเป็นการบอกกับเจ้าหน้าที่รัฐว่าคุณไม่สามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาปิดปากหรือสร้างความยุ่งยากให้กับชีวิตประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้
&amp;ldquo;คดีอื่นต้องดูตามเนื้อหา แต่ถ้าเป็นข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว นี่คือการวางแนวพื้นฐานว่าเราออกมาใช้สิทธิโดยสุจริต&amp;rdquo; นายสิรวิชญ์กล่าว และระบุถึงคดีถูกลอบทำร้ายว่า ตำรวจไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรมาเลย โดยหากใกล้ครบ 3 เดือน จะไปติดตามในท้องที่ ซึ่งต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ไม่อยากจะเร่งรัดอะไร แต่ถ้าครบ 3 เดือนก็จะเริ่มติดตามอย่างเร่งรัด ส่วนการศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียนั้น ในช่วงพักรักษาตัวทำให้รายงานตัวไม่ทัน แต่ได้ไปยื่นแล้ว โดยเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งนัยการที่ไม่สามารถไปรายงานตัวได้ตามกำหนดนั้น เขาอาจไม่พิจารณาในส่วนนี้ให้
น.ส.ณัฏฐากล่าวว่า คำพิพากษาที่เราได้ฟังเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด ใครที่บอกว่าพวกเราเป็นคนชังชาติ คิดว่ารายงานขบวนการคนทำลายประเทศคงมีชื่อคนแถวนี้บ้างก็ได้ ถึงแม้เราชนะคดี แต่สิ่งที่ คสช.ทำให้เกิดขึ้นสำเร็จไปแล้ว พวกเรามีความยากลำบากเดือดร้อนในการเดินทางมาศาล ทำให้เกิดความหวาดกลัวในสังคมจากการที่คนเราออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย การปิดปากตัวเองของผู้คนได้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์
&amp;ldquo;วันนี้ขบวนการทำลายชาติไม่ใช่พวกเรา ขบวนการทำลายชาติคือขบวนการที่พยายามใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อปิดปากประชาชน และเปิดทางให้ทรราชทำงานได้อย่างสะดวก คิดว่าวันนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับทุกคน ซึ่งโบว์ขอพูดอีกครั้งว่าเป็นคำพิพากษาที่งดงามหมดจด&amp;rdquo; น.ส.ณัฏฐากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์กล่าวว่า เป็นการวางหลักกฎหมายที่ดีว่าการชุมนุมอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญคืออะไร และหวังว่าอีก 3-4 คดีจะวินิจฉัยให้อยู่ในกรอบเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลการต่อสู้ร่วมกันของคนอยากเลือกตั้งทุกคน โดยนอกจากแกนนำแล้วมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีที่ศาลแขวงอีกหลายสิบคน เราก็ให้กำลังใจและหวังว่าคำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานให้มวลชนด้วย
ส่วน น.ส.ชลธิชากล่าวว่า แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่เรายังไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย ซึ่งคดีคนอยากเลือกตั้งนี่ไม่ใช่คดีสุดท้ายในยุคของ คสช. มีอีกหลายคดี จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคน &amp;nbsp;องค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันเฝ้าจับตามองสถานการณ์ในประเทศไทยหลังจากนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46251</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, ชุมนุมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ, ศาลยกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84d4d00af10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ลั่น!ทำหน้าที่ฝายกั้นน้ำ ป้องกันความเกรี้ยวทำลายสถาบันต่อไป จะตายอย่างภักดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 ก.ย.62 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ผมจะทำหน้าที่เหมือนฝายกั้นน้ำต่อไป เพื่อป้องกันความเกรี้ยว กราดของน้ำป่าที่ไหลทะลัก เข้ามาทำลายสถาบัน และ พระราชอาณาจักรนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้อง ขอขอบพระคุณพี่ๆน้องๆ เพื่อนๆที่เป็นห่วง และให้กำลังใจผมมาตลอด ในเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ คุณธนาธรและคุณช่อ ฟ้องผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณ ศาลและท่าน ผู้พิพากษาที่ได้ใช้วิจารณญาณ ด้วยเหตุ และผล และความถูกต้องในการตัดสินคดีนี้ของผม โดยไม่มีอัคติ ผมขอให้มันสิ้นสุดลง และอย่าได้จองเวรจองกรรมอะไรกันต่อไปกันอีกเลย ขอให้ต่างฝ่าย ต่างอโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผมก็จะทำหน้าที่ของผมต่อไป ซึ่งเปรียบเสมือนฝายกั้นน้ำ ที่จะทำหน้าที่ ปกป้องน้ำป่า ที่ไหลเชี่ยวกราก ไหลทะลัก เข้ามาอย่างรุนแรงก่อนที่จะไปถึงสถาบัน ที่ผม และอีกหลายๆท่าน เคารพรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยๆ หน้าที่ของผม ก็จะช่วยหยุดยั้งหรือทำให้กระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกราก ให้อ่อนแรงลง ก่อนที่จะมากระทบต่อสถาบันอย่างรุนแรง ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอเรียนให้ท่านทั้งหลายทราบว่า &amp;ldquo;ผมจะอยู่อย่างจงรัก และจะตายอย่างภักดี&amp;rdquo; ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวผม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45984</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลเจิม ยุคล, ศาลยกฟ้อง, สถาบันพระมหากษัตริย์, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c0f6eff66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวน&#039;ท่านใหม่&#039;หมิ่นอนาคตใหม่ล้มเจ้า ชี้จำเลยจงรักภักดี ส่วนโจทก์ไม่เสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.639/2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล อายุ 72 ปี ในฐานะเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊ค &amp;ldquo;Chulcherm Yugala&amp;rdquo; เป็นจำเลย ในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 (5) ประกอบมาตรา 159&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2562 จำเลยได้เผยแพร่ข้อความลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค ชื่อบัญชี &amp;ldquo;Chulcherm Yugala&amp;rdquo; ซึ่งจำเลยใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามโดยเผยแพร่สู่สาธารณชน มีข้อความทำนองว่านโยบายการเลือกตั้งของโจทก์มีเนื้อหาล้มล้างสถาบัน ซึ่งข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;&amp;hellip;พรรคนี้เมื่อเริ่มก่อตั้งได้มีคนหนุ่มสาว นักวิชาการที่คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก ทาส อารยธรรมตามก้นฝรั่ง (สายพันธุ์ลูกสมุนคณะราษฎร) ที่ตลอดชีวิตคิดหาทาง- &amp;quot;ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเนียนๆ&amp;quot; &amp;hellip;&amp;rdquo; และข้อความอื่นๆ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จใส่ความโจทก์ทั้งสองต่อสาธารณชน ผ่านเพจเฟซบุ๊คของจำเลย โดยตั้งสถานะเป็นสาธารณะ ส่งผลให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อความดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นการจงใจทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงในหมู่ประชาชน ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าโจทก์ทั้งสองต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยส่งผลให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชังในหมู่ประชาชน อันเป็นการกระทำโดยใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ทั้งสองนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การกระทำของจำเลยยังเป็นการจูงใจให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสำคัญผิดในนโยบายของพรรค อนค. โจทก์ที่ 1 ซึ่งโจทก์ทั้งสองไม่ได้มีนโยบายล้มล้างสถาบันตามที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใด การที่จำเลยบรรยายว่า &amp;ldquo;ผมหวังว่าสังคมไทยประชาชนคนไทยจะให้คำตอบเองว่า จะตอบรับกับแนวทางตามโมเดลการปฏิวัติล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส หรือไหมของพรรคๆ นี้????&amp;rdquo; นั้นเป็นการชี้นำให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโจทก์ทั้งสองด้วยข้อความอันเป็นเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เป็นการนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์จำเลยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาล จึงมีเพียงผู้แทนรับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลย แล้วเห็นว่า ม.จ.จุลเจิม จำเลยวิจารณ์สร้างสรรค์ ไม่ต้องการให้โจทก์ละเมิดเบื้องสูง โดยเป็นเชิงเปรียบเทียบกับภารกิจคณะราษฎร 2475 ซึ่งจำเลยเป็นเชื้อพระวงศ์ย่อมมีความจงรักภักดี อีกทั้งไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าโจทก์ได้ละเมิดเบื้องสูง ทำให้ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา พรรคของโจทก์ได้คะแนนความไว้วางใจจากประชาชนถึง 6 ล้านกว่าเสียง จำนวน ส.ส.รวมกว่า 80 คน แสดงให้เห็นว่าข้อห่วงใยของจำเลยไม่ส่งผลกระทบต่อโจทก์ให้เสียหาย พิพากษายกฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45938</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลเจิม ยุคล, ล้มเจ้า, ศาลยกฟ้อง, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d805cc7d377f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชี้ศาลยกฟ้องนปช.ขึ้นอยู่พยานหลักฐาน ไมใช่มาตรฐานเดียวกับทุกม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลยกฟ้อง 24 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย จะเป็นมาตรฐานให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของการเป็นมาตรฐาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากันตามวัตถุพยาน พยานบุคคล ที่สอดคล้องกัน ถ้าหากพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ การยกฟ้องก็เป็นเรื่องธรรมดา ทีอย่างนี้พอรอดไม่เห็นบอกว่าศาลยุติธรรมเลย และพอมีความผิดก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม เป็นอย่างนี้ทุกที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43422</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีก่อการร้าย, นปช., นายกฯ, บิ๊กตู่, ม็อบกลุ่มอื่น, ศาลยกฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53a30f5d872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
