<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลโลกสั่งเมียนมาปกป้องโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลโลกที่กรุงเฮกมีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีให้เมียนมาดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องประชากรชาวมุสลิมโรฮีนจา จากการโดนประหัตประหารและกระทำทารุณโหดร้าย และให้ทำรายงานกลับมานำเสนอภายในเวลา 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาบูบาการ์ ทัมบาดู รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบีย โบกมือทักทายตัวแทนชาวโรฮีนจา ที่ศาลโลกเมื่อวันที่ 23 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ของผู้พิพากษา 17 ท่านในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เป็นไปตามคำฟ้องของแกมเบีย ประเทศมุสลิมในแอฟริกา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่ขอให้ศาลออกคำสั่งให้มีมาตรการเบื้องต้นหรือคำสั่งให้รัฐงดเว้นการกระทำ ระหว่างรอการพิจารณาคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องว่าเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาโดยละเมิดต่ออนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษอาชญากรรมทำลายล้างเผ่าพันธุ์ ปี 2491 ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าศาลแห่งนี้จะมีคำพิพากษาคดีนี้เมื่อใด ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลยังสั่งให้เมียนมาเสนอรายงานต่อศาลภายในเวลา 4 เดือน แล้วจากนั้นให้ทำรายงานกลับมาทุกๆ 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุลกาวี อาเหม็ด ยูซุฟ ประธานศาล กล่าวว่า เมียนมาต้องดำเนินมาตรการทุกด้านภายใต้อำนาจของตนเพื่อป้องกันการกระทำการทุกอย่างที่ระบุไว้ในอนุสัญญาฉบับนี้ ซึ่งรวมถึง &amp;quot;การฆ่าสมาชิกของกลุ่ม&amp;quot; และ &amp;quot;การกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้กลุ่มมีสภาพชีวิตที่คาดหมายได้ว่าจะก่อความเสื่อมโทรมทางกายทุกส่วนหรือบางส่วน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำสั่งนี้ ไอซีเจเพิ่งมีคำตัดสินเป็นครั้งแรกในคดีนี้ว่าศาลแห่งนี้ ซึ่งตั้งขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐ มีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลเมียนมาโดยพฤตินัย เดินทางมาแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลที่กรุงเฮกด้วยตนเองเมื่อเดือนธันวาคม โดยยืนกรานปฏิเสธว่าปฏิบัติการปราบปรามของกองทัพที่รัฐยะไข่นั้นไม่ได้เกิดจากเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา เมียนมาสามารถสอบสวนคำกล่าวหาเหล่านี้ด้วยตนเอง และขอให้ศาลยุติคดี โดยเตือนว่าคดีนี้จะยิ่งกระพือให้เกิดวิกฤติขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีไม่ได้มาฟังคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเมียนมาส่งจอ ถิ่น ส่วย รัฐมนตรีประจำสำนักงานมนตรีแห่งรัฐ เป็นผู้แทนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟแนนเชียลไทมส์ตีพิมพ์บทความของนางซูจีก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำตัดสินในวันพฤหัสบดี โดยนางยอมรับว่าอาจมีการก่ออาชญากรรมสงครามเกิดขึ้นกับชาวมุสลิมโรฮีนจา แต่ผู้อพยพลี้ภัยก็กล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดอย่างเกินจริงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการปราบปรามที่กองทัพเมียนมาเป็นแกนนำ ในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาอพยพข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศมากกว่า 730,000 คน พร้อมกับคำกล่าวหาว่ากองกำลังฝ่ายความมั่นคงเข่นฆ่า, ข่มขืน และวางเพลิง คณะสอบสวนข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติสรุปว่า ปฏิบัติการของกองทัพดำเนินการด้วยเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ คณะกรรมการสอบสวนอิสระที่รัฐบาลเมียนมาจัดตั้งขึ้น ให้ข้อสรุปว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบางคนใช้กำลังเกินกว่าเหตุและก่ออาชญากรรมสงครามและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อชาวโรฮีนจา ซึ่งรวมถึงการฆ่าชาวบ้านบริสุทธิ์และทำลายบ้านของพวกเขา แต่การสอบสวนไม่พบหลักฐานเพียงพอของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธที่ผ่านมา องค์กรภาคประชาสังคมเมียนมากว่า 100 แห่ง ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความสนับสนุนการพิจารณาคดีของไอซีเจ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและยุติการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งของไอซีเจมีผลผูกมัด โดยคำตัดสินของศาลแห่งนี้จะถือเป็นที่สุด อุทธรณ์ไม่ได้ กระนั้นไอซีเจก็ไม่มีอำนาจในการบังคับคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55350</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, เมียนมา, โรฮิงญา, โรฮีนจา, ไอซีเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29a7b57b605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูจี&#039; แจงศาลโลก พม่าไม่มีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของแกมเบียต่อศาลโลกในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจาเมื่อวันพุธ ยืนยันเมียนมาไม่มี &amp;quot;เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ระหว่างการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาที่โจมตีสังหารเจ้าหน้าที่เมื่อปี 2560 แต่ยอมรับทหารอาจใช้กำลังเกินกว่าเหตุซึ่งเมียนมากำลังสอบสวนภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี ชี้แจงต่อศาลโลกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 / ANP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดรับฟังการชี้แจงในคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาฐานละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งองค์การสหประชาชาติ เป็นวันที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคม 2562 โดยนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา เป็นตัวแทนเมียนมาชี้แจงและแก้ข้อกล่าวหาของแกมเบีย ที่แจกแจงต่อศาลไปแล้วเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจี ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2534 ปฏิเสธคำกล่าวหาของประเทศแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ที่ว่าปฏิบัติการทางทหารในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 เป็นความพยายามฆ่าชาวโรฮีนจาให้หมดสิ้นนั้น เป็นคำกล่าวหาที่ &amp;quot;หลงผิดและไม่ครบถ้วน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าเสียใจ แกมเบียนำเสนอภาพของสถานการณ์ในรัฐยะไข่ต่อศาลแห่งนี้แบบหลงผิดและไม่ครบถ้วน&amp;quot; ผู้นำรัฐบาลเมียนมาโดยพฤตินัยวัย 74 ปี กล่าวต่อคณะตุลาการศาลโลก พร้อมกับชี้แจงว่า กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการเพื่อตอบโต้ที่นักรบโรฮีนจาหลายร้อยคนโจมตีเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีย้ำว่า เมียนมากำลังจัดการปัญหาความขัดแย้งด้วยอาวุธภายในประเทศ สถานการณ์ที่รัฐยะไข่มีความซับซ้อนและท้าทายอำนาจอธิปไตยและความมั่นคงของเมียนมา จึงควรระลึกเรื่องนี้ด้วยหากจะประเมินเจตนาของผู้ที่พยายามรับมือกับการก่อกบฏ &amp;quot;แน่นอนว่า ภายใต้สภาพการณ์นี้ เจตนาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่อาจใช้เป็นข้อสันนิษฐานเพียงประการเดียว&amp;quot; นางกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบียในฐานะตัวแทนองค์การความร่วมมืออิสลามยื่นฟ้องต่อไอซีเจเมื่อเดือนพฤศจิกายน กล่าวหาเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจา เมื่อวันอังคาร อาบูบาการ์ ทัมบาดู รัฐมนตรียุติธรรมของแกมเบีย และทนายความของชาวโรฮีนจา แจงต่อศาลถึงพฤติกรรมโหดร้ายป่าเถื่อนของเมียนมาที่ทำให้ชาวโรฮีนจากว่า 740,000 คนอพยพเข้าสู่บังกลาเทศ ซึ่งรายงานการสอบสวนของยูเอ็นเมื่อปีที่แล้วสรุปว่าเทียบเท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีซึ่งนั่งนิ่งรับฟังคำกล่าวหาเหล่านี้เมื่อวันก่อน ยอมรับว่า อาจมีพลเรือนเสียชีวิตในปฏิบัติการของกองทัพ เช่นการยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ แต่นางย้ำว่าเป็นความสูญเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในภาวะความขัดแย้งด้วยอาวุธ กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าทหารอาจใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ซึ่งบางกรณีละเลยกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หรือไม่มีการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างกลุ่มติดอาวุธกับพลเรือน แต่เมียนมากำลังสอบสวนว่ามีการก่ออาชญากรรมสงครามหรือไม่ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินการโดยระบบยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาไอซีเจเคยตัดสินว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพียงกรณีเดียวเท่านั้นคือการสังหารหมู่ที่หมู่บ้านเซเบรนิกาในบอสเนียเมื่อปี 2538 นางซูจียังโต้แย้งด้วยว่า ในกรณีสงครามบอลข่านยุค 1990 ศาลแห่งนี้ก็ไม่ได้ตัดสินว่าการขับไล่พลเรือนครั้งใหญ่นั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านวิลเลียม ชาบาส ทนายความของเมียนมา ก็พุ่งประเด็นเรื่องการขาดหลักฐานบ่งชี้ถึง &amp;quot;เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ซึ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยากในกฎหมายระหว่างประเทศ และแย้งรายงานของคณะสอบสวนยูเอ็นที่แกมเบียยกมาอ้างอิงว่ามีความ &amp;quot;บกพร่อง&amp;quot; และศาลควรละทิ้งประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคดีที่ไอซีเจ เมียนมายังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในหลายศาล รวมถึงที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) คดีอาชญากรรมสงคราม และการฟ้องนางซูจีต่อศาลอาร์เจนตินา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเฮก, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, พม่า, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, อองซาน ซูจี, เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, เมียนมา, แกมเบีย, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0ef82c8b6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลโลกเปิดคดีฟ้องเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ศาลโลกในกรุงเฮกเริ่มการไต่สวนคดีที่แกมเบียในฐานะตัวแทนองค์การความร่วมมืออิสลาม&amp;nbsp; ยื่นฟ้องเมียนมาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบียเบิกโรงเรียกร้องเมียนมาหยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนของตนเอง ขณะนางอองซาน ซูจี เตรียมต่อสู้ข้อกล่าวหาวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี ยืนเบื้องหน้าคณะตุลาการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแห่งองค์การสหประชาชาติ ที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา เรียกเสียงวิจารณ์อย่างมากจากกลุ่มสิทธิ เมื่อนางประกาศในเดือนที่แล้วว่าจะเป็นตัวแทนของเมียนมาต่อสู้ข้อกล่าวหานี้ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือที่เรียกกันว่าศาลโลก การไต่สวนกำหนดใช้เวลา 3 วัน ตั้งแต่วันอังคารที่ 10 ธันวาคม โดยนางซูจีจะแถลงต่อศาลในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาถึงศาลในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์โดยมีรถตำรวจอารักขา นางไม่ได้กล่าวถ้อยคำใดๆ ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีและระหว่างการไต่สวน โดยอาบูบาการ์ ทัมบาดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ตัวแทนของแกมเบีย ยื่นฟ้องต่อไอซีเจเมื่อเดือนพฤศจิกายน ในฐานะตัวแทนขององค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ที่มีสมาชิก 57 ชาติ กล่าวหาเมียนมาว่าละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปี 2491&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีของประเทศแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม กล่าวต่อคณะตุลาการ 17 ท่านของไอซีเจซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2489 เพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ว่าคดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างแกมเบียกับเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหลายทั้งปวงที่แกมเบียร้องขอคือ ขอให้ท่านบอกให้เมียนมาหยุดการฆ่าแบบไร้สติเหล่านี้, หยุดการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนที่ยังคงสร้างความตกใจต่อมโนธรรมที่พวกเรามีร่วมกัน, หยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนของเมียนมาเอง&amp;quot; ทัมบาดู ซึ่งเคยเป็นอัยการในคณะตุลาการไต่สวนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดาปี 2537 กล่าวต่อศาลโลก และว่า ปฏิบัติการของกองทัพเมียนมานั้นเกี่ยวข้องกับ &amp;quot;การสังหารหมู่, ข่มขืนหมู่ และทรมานหมู่ เด็กๆ โดนเผาทั้งเป็นในบ้านของพวกเขาและในสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบียเรียกร้องให้ศาลมีมาตรการฉุกเฉินเพื่อป้องกันการทำร้ายชาวโรฮีนจาเพิ่มอีกระหว่างรอการพิจารณาคดีนี้ของไอซีเจที่อาจต้องใช้เวลาหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มโรฮีนจาโจมตีที่มั่นของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาหลายแห่ง สังหารเจ้าหน้าที่ 13 นาย ผลักดันให้ชาวโรฮีนจาหลบหนีข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศราว 740,000 คน พร้อมกับคำบอกเล่าความโหดร้ายป่าเถื่อน สังหาร ข่มขืนและเผาบ้านเรือนชาวโรฮีนจา ซึ่งกรรมการสอบสวนของยูเอ็นกล่าวว่า เทียบเท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจี ซึ่งเสื่อมเสียความน่าเชื่อถือเพราะไม่กล่าวปกป้องชาวโรฮีนจา ทั้งยังรับหน้าที่ตัวแทนต่อสู้ข้อกล่าวหานี้อีก นั่งนิ่งเฉยรับฟังคำกล่าวของทนายความตัวแทนเหยื่อชาวโรฮีนจา ซึ่งรวมถึงหญิงคนหนึ่งที่บอกว่าลูกชายวัย 1 ขวบโดนตีจนตาย และหญิงท้อง 8 เดือนที่โดนกระทืบและข่มขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด้านนอกศาล มีผู้ประท้วงราว 50 คนชุมนุมพร้อมถือป้ายข้อความสนับสนุนโรฮีนจาและเรียกร้องให้หยุดการโจมตีของกองทัพเมียนมา แต่อีกด้านก็มีผู้สนับสนุนนางซูจีกลุ่มเล็กๆ มาชุมนุมให้กำลังใจนางเช่นกัน ส่วนที่เมียนมา ประชาชนหลายพันคนออกมาชุมนุมแสดงความสนับสนุนผู้นำหญิงวัย 74 ปีรายนี้ตลอดหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพุธ นางซูจีมีกำหนดแถลงต่อสู้ข้อกล่าวหา โดยคาดว่านางจะโต้แย้งว่าเมียนมาเปิดปฏิบัติการปราบปรามนักรบโรฮีนจาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไอซีเจไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาไอซีเจเคยตัดสินเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพียงคดีเดียว คือการสังหารหมู่ที่เซเบรนิกาในบอสเนียเมื่อปี 2538.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา, นางอองซาน ซูจี, พม่า, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, องค์การความร่วมมืออิสลาม, เมียนมา, แกมเบีย, ไอซีเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def9d4a01ec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักสิทธิโรฮีนจายุทั่วโลกบอยคอตเมียนมาก่อนขึ้นศาลโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชาวโรฮีนจานำ 30 องค์กรใน 10 ประเทศเริ่มการบอยคอตเมียนมา พร้อมเรียกร้องนานาชาติร่วมแคมเปญนี้ก่อนหน้าที่นางอองซาน ซูจี จะขึ้นเป็นตัวแทนเมียนมา ต่อสู้ข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาในศาลโลกที่กรุงเฮกสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมาชุมนุมสนับสนุนนางอองซาน ซูจี ที่เมืองพะโคเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา เดินทางถึงกรุงเฮกประเทศเนเธอร์แลนด์แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 เพื่อเตรียมตัวต่อสู้คดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ที่จะเปิดการไต่สวนระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีการชุมนุมประท้วงประชันกันในกรุงเฮกช่วงวันดังกล่าว ทั้งของกลุ่มผู้รอดชีวิตชาวโรฮีนจาและผู้สนับสนุนชนกลุ่มน้อยมุสลิมเหล่านี้ กับผู้สนับสนุนรัฐบาลเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบีย ประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ยื่นฟ้องเมียนมาต่อไอซีเจเมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวหาเมียนมาว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาทางอาญาระหว่างประเทศที่ร้ายแรงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าระหว่างการไต่สวนนาน 3 วัน ทีมกฎหมายของแกมเบียจะร้องขอต่อคณะตุลาการศาลโลกที่มี 16 ท่าน ให้ประกาศ &amp;quot;มาตรการชั่วคราว&amp;quot; เพื่อคุ้มครองชาวโรฮีนจาเป็นการชั่วคราวจนกว่าการไต่สวนจะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า องค์กรพันธมิตรโรฮีนจาเสรีเปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า องค์กรเริ่ม &amp;quot;แคมเปญบอยคอตเมียนมา&amp;quot; พร้อมกับอีก 30 องค์กรจาก 10 ประเทศ และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ, นักลงทุนต่างชาติ, องค์กรด้านอาชีพและวัฒนธรรม ตัดความสัมพันธ์กับเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิชาวโรฮีนจากลุ่มนี้อ้างว่า การคว่ำบาตรเมียนมาครั้งนี้มีเจตนาเพื่อกดดันรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี และกองทัพเมียนมา ทั้งด้านเศรษฐกิจ, วัฒนธรรม, การทูต และการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ค่ายผู้ลี้ภัยโรฮีนจาในบังกลาเทศ ที่ชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่หลายแสนคน บางคนกล่าวว่าพวกเขากำลังสวดภาวนาเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม ชายคนหนึ่งอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการไต่สวนคดีของศาลโลกให้กลุ่มคนในนั้นฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายวัย 65 ปีชื่อนูร์ อาลัม ซึ่งบอกว่าลูกชายของเขาโดนทหารเมียนมายิงตายระหว่างการปราบปรามในรัฐยะไข่ กล่าวว่า นางซูจีเคยเป็นรูปสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ พวกตนเคยคาดหวังไว้มากว่านางจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเมื่อได้ขึ้นสู่อำนาจ แต่ตอนนี้นางกลายเป็นรูปสัญลักษณ์ของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, บอยคอต, พม่า, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, อองซาน ซูจี, เมียนมา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dee5324c1ebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อองซาน ซูจี&#039; ไปศาลโลก สู้คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา ออกเดินทางไปกรุงเฮกแล้วเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อทำหน้าที่ตัวแทนประเทศต่อสู้คดีในศาลโลก หลังจากโดนแกมเบียยื่นฟ้องเมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ป้ายข้อความสนับสนุนนางอองซาน ซูจี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า นางอองซาน ซูจี ผู้นำเมียนมาโดยพฤตินัยและเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สร้างความประหลาดใจเมื่อนางประกาศจะเดินทางมาต่อสู้ข้อกล่าวหานี้ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ/ศาลโลก) ในกรุงเฮกประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยตนเอง ทั้งที่เสี่ยงจะทำให้ชื่อเสียงของนางในสายตาชาวโลกเป็นลบยิ่งขึ้นจากเดิมที่แย่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า นางซูจีมาถึงสนามบินในกรุงเนปยีดอเมื่อวันอาทิตย์ด้วยใบหน้าแย้มยิ้มโดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ชาวเมียนมาหลายพันคนชุมนุมในเมืองหลวงแห่งนี้เพื่อแสดงความสนับสนุนนางซูจี และจัดพิธีสวดอวยพรให้นางด้วย คาดว่าประชาชนจะมารวมตัวกันอีกในช่วงบ่ายเพื่อส่งผู้สนับสนุนอีกหลายสิบคนที่จะขึ้นเครื่องบินเดินทางไปกรุงเฮกด้วย ศาลโลกนัดไต่สวนคดีระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมนี้ ซึ่งชาวเมียนมาวางแผนจัดการชุมนุมกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราภูมิใจที่นางซูจีรับผิดชอบด้วยการเดินทางไปกรุงเฮกเพื่อปกป้องภาพพจน์ของประเทศ&amp;quot; ทิน ลิน อู นักเขียนชื่อดังในเมียนมา กล่าวต่อฝูงชนผ่านไมโครโฟนขณะชุมนุมด้านหน้าป้ายข้อความขนาดใหญ่ที่เขียนว่า &amp;quot;เรายืนหยัดข้างผู้นำของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกมเบีย ประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ยื่นฟ้องเมียนมาต่อศาลโลกเมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยกล่าวหาเมียนมาว่าละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งองค์การสหประชาชาติ จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมโรฮีนจาระหว่างการปราบปรามอย่างนองเลือดเมื่อปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการไต่สวนนาน 3 วัน แกมเบียจะร้องขอให้คณะตุลาการศาลโลกซึ่งมี 16 คน ประกาศ &amp;quot;มาตรการชั่วคราว&amp;quot; คุ้มครองชาวโรฮีนจาเป็นการชั่วคราวจนกว่าการไต่สวนจะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังกองทัพเมียนมานำการปราบปรามในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 มีชาวโรฮีนจามากกว่า 730,000 คนอพยพหนีข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ พร้อมกับคำบอกเล่าความโหดร้าย การเข่นฆ่า, ข่มขืนและวางเพลิง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ยูเอ็นระบุว่าเทียบเท่ากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมียนมามองว่าโรฮีนจาเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ ไม่ใช่พลเมืองหรือชนกลุ่มน้อยของเมียนมา กองทัพอ้างว่าปฏิบัติการของกองทัพทำเพื่อกวาดล้างนักรบโรฮีนจาที่โจมตีสังหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหลายนายก่อนหน้านั้น ขณะทางการเมียนมายืนกรานว่าได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนคำกล่าวหาเหล่านั้นแล้ว แต่กลุ่มสิทธิโต้ว่าเป็นความพยายามปกปิดความโหดร้ายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าออกเดินทาง เมื่อวันเสาร์นางซูจีได้พบกับหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ซึ่งมาเยือนกรุงเนปยีดอตามคำเชิญของนาง โดยจ้าว หลี่เจียน รองอธิบดีกรมข่าวสาร เผยว่า ทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าวเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า นางซูจีขอบคุณจีนที่ให้การสนับสนุนและปกป้องอธิปไตยของเมียนมา, คัดค้านการแทรกแซงโดยต่างชาติ และส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การที่จีนเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นซึ่งมีสิทธิวีโต้ข้อมติ ทำให้จีนเป็นชาติพันธมิตรที่มีคุณค่าสำหรับเมียนมาที่กำลังเผชิญการตรวจสอบอย่างละเอียดจากนานาชาติกรณีการปฏิบัติต่อโรฮีนจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52043</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเฮก, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, พม่า, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, อองซาน ซูจี, เมียนมา, โรฮิงญา, โรฮีนจา, ไอซีเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decfd9a9b57a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลโลกสั่งสหรัฐผ่อนปรนแซงก์ชันอิหร่านด้านมนุษยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลโลกมีคำสั่งเมื่อวันพุธให้รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการคว่ำบาตรสินค้าด้านมนุษยธรรมสำหรับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หญิงชาวอิหร่านชูป้ายต่อต้านสหรัฐ ขณะร่วมเดินขบวนที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ในกรุงเฮก มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561 ว่าการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ห้ามสินค้าบางประเภทนั้น เป็นการฝ่าฝืน &amp;quot;สนธิสัญญาไมตรี&amp;quot; ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ที่ทำกันไว้เมื่อปี 2498 ก่อนหน้าการปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลดุลกาวี อาเหม็ด ยูซุฟ ประธานศาลโลก กล่าวว่า ศาลมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า สหรัฐอเมริกาควรกำจัดอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดจากมาตรการวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่ออนุญาตให้มีการส่งออกเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์, อาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องบิน ไปยังอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกล่าวว่า การคว่ำบาตรสินค้าที่มีความจำเป็นด้านมนุษยธรรมอาจส่งผลกระทบเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและชีวิตของปัจเจกบุคคลบนดินแดนของอิหร่าน ส่วนการคว่ำบาตรด้านการบินนั้น ก็อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือนในอิหร่านและชีวิตของผู้ที่ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยินดีกับคำพิพากษาที่สร้างความตกตะลึงครั้งนี้ โดยยกย่องว่าอิหร่านอยู่ในฝั่งที่ถูกต้อง แต่พีต โฮกสตรา เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเนเธอร์แลนด์ วิจารณ์คำตัดสินของไอซีเจว่า ไม่ถูกไม่ควร และศาลนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบแรกเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจากนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามกับ 6 ชาติมหาอำนาจ การคว่ำบาตรรอบที่ 2 มีกำหนดบังคับใช้เดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านยื่นฟ้องสหรัฐต่อไอซีเจเมื่อเดือนกรกฎาคม และระหว่างการไต่สวนนาน 4 วันช่วงปลายเดือนสิงหาคม คณะทนายความของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่ากำลังบีบเค้นเศรษฐกิจของอิหร่าน ส่วนสหรัฐแย้งต่อศาลว่า ศาลแห่งนี้ไม่มีอำนาจพิจารณาตัดสินคดีนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาของศาลโลก ซึ่งตัดสินคดีระหว่างชาติสมาชิกในองค์การสหประชาชาติ มีข้อผูกมัดตามกฎหมาย แต่กระนั้น ศาลแห่งนี้ก็ไม่มีกลไกที่จะสามารถบังคับให้ดำเนินการตามคำตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2529 สหรัฐเคยเมินเฉยกับคำตัดสินของศาลนี้ ที่ชี้ว่าสหรัฐละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการสนับสนุนกบฏคอนทราในนิการากัว ส่วนอิหร่านก็เคยเพิกเฉยคำตัดสินปี 2523 ที่สั่งให้ปล่อยตัวประกันระหว่างวิกฤติตัวประกันในอิหร่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19049</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ศาลโลก, สหรัฐ, อิหร่าน, แซงก์ชัน, ไอซีเจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d70cb681f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
