<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ปลุกไปศาลรธน. ขวางทุนสามานย์ครอบงำประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #อย่ายอมให้ลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ขอเชิญพี่น้องไปร่วมกันยื่นหนังสือ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่รัฐสภาลักไก่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำลายสิทธิของประชาชน เรื่องการเลือกตั้ง จากบัตร 1 ใบ ไปสู่บัตร 2 ใบ เพื่อให้ผู้ชนะกินรวบ และนำไปสู่ระบบทุนสามานย์ครอบงำประเทศ วันอังคารที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 9.30 น. พบกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117956</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ลักไก่, ศาลรธน., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61511c99bd803.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ยื่นตีความ&#039;ลักไก่แก้รธน.&#039;ก่อนเส้นตาย24ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ย.64 - &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;ท่านนายกจะยอมให้ลักไก่แก้รัฐธรรมนูญแบบนี้หรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 24 ก.ย. 64 นี้ จะเป็นวันสุดท้าย ที่ท่านนายกจะต้องตัดสินใจว่า จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงความถูกต้อง ของการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะปล่อยให้ประเทศเดินไปแบบผิดๆ ด้วยการลักไก่แก้รัฐธรรมนูญของรัฐสภาหรือ เพราะแค่เริ่มต้นก็โกงกันเสียแล้ว ต่อไปประเทศจะเป็นอย่างไร อำนาจสุดท้ายอยู่ที่ท่านนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกต้องเห็นแก่ความถูกต้อง ของประเทศมากกว่าพวก สุดท้ายแล้วการลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ ก็จะไม่ต่างจากการลักหลับแก้พรบ.นิรโทษกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยถึงความถูกต้อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117370</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ศาลรธน., หมอวรงค์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122154a5a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกโทษศาลรธน.! บี้&#039;บิ๊กตู่-พปชร.-ธรรมนัส&#039;เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คงไปโทษศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องเคารพและยอมรับ ไม่ใช่จ้องจะโจมตี หรือล้มศาล เมื่อใดที่ผลการวินิจฉัยออกมาไม่ถูกใจตัวเอง หรือไม่เป็นไปตามที่ตัวเองหรือพวกตัวเองต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่า การต้องคำพิพากษาของ ร.อ.ธรรมนัส ของศาลนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องจริง แต่วินิจฉัยว่า ผลการพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ไม่อาจนำมาใช้กับประเทศไทยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับการที่มีผู้หนีคดีของศาลไทยไปต่างประเทศ ศาลและกระบวนการยุติธรรมของประเทศนั้นๆ ก็ไม่อาจดำเนินการอะไรได้กับผู้หนีคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามจึงอยู่ที่ นายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ และตัวของ ร.อ.ธรรมนัสเอง ว่าจะเดินต่ออย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูจากบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ตั้งแต่ตอนจัดตั้งรัฐบาลจนถึงปัจจุบัน ชัดเจนว่า ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้มีความสำคัญต่อพรรคพลังประชารัฐและต่อความมั่นคงของรัฐบาลค่อนข้างมาก แต่ก็หวังว่า นายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ และตัว ร.อ.ธรรมนัสเอง จะตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องเกรงใจใคร หรือมีเงื่อนไขใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้อาจไม่ถูกใจบางคน กลับจะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างล้นหลามแน่นอน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, นายกฯ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ศาลรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงดีอีว่าไง!&#039;รองศาสตราจารย์พิเศษดร.อดิศร&#039;ปล่อยข่าวเท็จศาลรธน.ไม่สวมหน้ากาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64- รองศาสตราจารย์พิเศษดร.อดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;โพสต์รูปภาพและข้อความว่า &amp;nbsp;แจ้งความ ผู้ว่า กทม. (อัศวิน ขวัญเมือง) ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สวมใส่แมสก์ ขณะอ่านคำวินิจฉัยฯ ให้ดำเนินคดีเหมือนกับประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยด่วน ไม่งั้นถือว่าละเว้น ตาม ม.157 ป.อาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากรองศาสตราจารย์พิเศษดร.อดิศร แล้ว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอีดคนโพสต์เฟซบุ๊กว่า มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ศาล รธน ได้แถลงผลการวินิจฉัยกรณีธรรมนัส ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยในแบบที่พลเอกประยุทธโดนปรับ 6000 บาท จึงน่าจะมีความผิดตามประกาศ พรบ โรคติดต่อ 2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.ผมดึงภาพมาจากคลิปที่มีการแถลงเมื่อวานนี้ ดังนั้นภาพนี้จึงเป็นภาพจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนายสมบัติลบโพสต์ในภายหลัง พร้อมกับแจ้งว่า ผมได้ลบภาพ ตุลาการศาล รธน ที่อ่านแถลงคำวินิจฉัยโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ภาพดังกล่าวที่รายงานผ่าน ThaiPBS นั้นเป็นภาพ Insert มิใช่ภาพในขณะแถลงคำวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขออภัยในความผิดพลาดมา ณ โอกาสนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจสอบการแถลงข่าวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นั้นมีการถ่ายทอดสด และพบว่าก่อนการแถลงมีการนำภาพนิ่งตุลาการนั่งบัลลังก์เต็มคณะมาประกอบการแถลงข่าว โดยตุลาการทั้งหมดไม่สวมหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นภาพเก่า &amp;nbsp;แต่ในการแถลงข่าวจริงมีเพียงตุลาการท่านเดียวนั่งแถลงข่าวและสวมหน้ากากอนามัย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101930</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลายจุด, ศาลรธน., หน้ากากกอนามัย, อดิศร เพียงเกษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935d34a4f94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลชี้ประกาศคสช.ลงโทษคนไม่มารายงานตัวไม่ได้! ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ (คดีหมายเลขดำ อ2074/2562 ของศาลแขวงดุสิต - คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 30/2563) ในคดีที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (แขวงดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 5/2557, 57/2557 (เรียกชื่อให้มารายงานตัว) และประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 (กำหนดโทษคนไม่มารายงานตัว) กรณีนายวรเจตน์ไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ต่อมาภายหลังโอนคดีจากศาลทหารมาศาลแขวงดุสิต จำเลยได้ยื่นคำร้องขอศาลแขวงดุสิตให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เกี่ยวกับประกาศดังกล่าวที่ใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวรเจตน์ จำเลย โต้แย้งสรุปได้ว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 เป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่ขัดต่อหลักนิติธรรม โดยประกาศฉบับที่ 29/2557 ประกาศใช้บังคับหลังจากที่มีคำสั่งฉบับที่ 5/2557 จึงเป็นกฎหมายที่กำหนดโทษทางอาญาบังคับใช้ย้อนหลังแก่จำเลย เป็นกฎหมายที่มุ่งหมายบังคับใช้แก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง ไม่ได้บัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับเป็นการทั่วไป และประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับดังกล่าว เป็นบทบัญญัติที่กำหนดโทษทางอาญาเกินสมควรแก่เหตุ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประกาศฉบับที่ 29/2557 มีลักษณะเป็นการบังคับข่มขู่ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 และ 27 อีกทั้งเมื่อ คสช. สิ้นอำนาจไปแล้ว วัตถุประสงค์ของคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวจึงสิ้นสุดลงไปด้วย เนื่องจากการลงโทษทางอาญานั้น วัตถุประสงค์ของการกำหนดโทษในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดจะต้องดำรงอยู่ในขณะที่มีการลงโทษ การดำรงอยู่ของประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับ จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29&amp;nbsp;
ศาลแขวงดุสิตส่งคำโต้แย้งของจำเลยให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแขวงดุสิตอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีเนื้อหาสรุปได้ว่า บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 บัญญัติรับรองสถานะของประกาศและคำสั่งของ คสช. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย ประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับจึงยังมีผลเป็นกฎหมายต่อไปแม้ คสช. จะสิ้นสภาพไปแล้ว และรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ซึ่งรวมถึงประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับด้วย ขณะที่ประกาศใช้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ เป็นช่วงที่ คสช. กระทำการยึดอำนาจปกครองแผ่นดินสำเร็จ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีความต้องการให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ไม่ก่อความวุ่นวายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงจำเป็นต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนบางประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อยามที่บ้านเมืองปกติสุข การใช้ชีวิตของปัจเจกบุคคลย่อมแตกต่างไปจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 รัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไว้ตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง โดยบุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในเวลานั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ฯ ซึ่งเป็นหลักการสากล ทั้งนี้ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองคุ้มครองไว้ ต้องเป็นไปตามมาตรา 26 ต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรแก่กรณี เพื่อมิให้ตรากฎหมายขึ้นบังคับใช้แก่ประชาชนตามอำเภอใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับ เป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล การกำหนดโทษทางอาญาจึงต้องพิจารณาว่ามีความเหมาะสม เมื่อเทียบเคียงกับกรณีการนำตัวบุคคลที่ยังมิได้กระทำความผิด เพียงแต่มีเหตุอันควรสงสัย มีการกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัย ตาม ป.อาญา มาตรา 46 แทนการกำหนดโทษทางอาญา นอกจากนี้ เมื่อเทียบเคียงการไม่รายงานตัวฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กับกรณีบุคคลขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่น การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศ คสช. ยังมิใช่การกระทำอันมีผลร้ายแรง ถึงขนาดต้องกำหนดโทษทางอาญาให้จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีมาตรการทางกฎหมายอื่น ได้แก่ ป.อาญา มาตรา 368 วรรคหนึ่ง ที่เป็นมาตรการลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อันเป็นความผิดลหุโทษที่เหมาะสม จำเป็นและพอสมควรแก่กรณี ดังนั้น ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 ไม่มีความเหมาะสมกับลักษณะของการกระทำผิด ไม่เป็นไปตามหลักความได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรแก่กรณี จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และขัดต่อหลักนิติธรรม จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวก่อนแล้วออกประกาศกำหนดโทษของการกระทำดังกล่าวในภายหลัง เป็นการกำหนดโทษทางอาญาให้มีผลย้อนหลัง ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง เมื่อวินิจฉัยว่าประกาศ คสช. ทั้งสองฉบับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ประกาศทั้งสองฉบับเป็นอันใช้บังคับมิได้ วินิจฉัยว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557, 41/2557 เฉพาะในส่วนโทษทางอาญา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และเฉพาะประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลแขวงดุสิตอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้อัยการโจทก์ จำเลย และทนายความจำเลยฟังแล้ว ศาลได้สอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายว่า ประสงค์จะแถลงข้อเท็จจริงหรือทำคำแถลงการณ์ใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงว่าไม่มีข้อเท็จจริงใดหรือคำแถลงใดที่จะแถลงต่อศาลเพิ่มเติม ศาลจึงเห็นควรให้กำหนดนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 8 มิ.ย. 2564 เวลา 9.00 น. เหตุที่นัดเกิน 3 วันเนื่องจากต้องส่งร่างคำพิพากษาไปยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 ตรวจก่อนอ่านตามระเบียบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายวรเจตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้บุคคลที่ถูกคำสั่งเรียกรายงานตัวที่ยังไม่มารายงานตัว และเกรงกลัวความผิดจากการขัดคำสั่งเรียกรายงานตัวสามารถกลับเข้ามาประเทศได้ ทั้งนี้ หากไม่มีข้อหาความผิดฐานอื่น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100755</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., วรเจตน์ ภาคีรัตน์, วิญญัติ ชาติมนตรี, ศาลรธน., ศาลแขวงดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086557126564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ืยื่นปปช.แล้ว! สอบ206ส.ส.-2ส.ว.โหวตเห็นชอบรธน.วาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีกลุ่ม ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 208 คนให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่าหากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 17 มี.ค.64ที่ผ่านมาที่ประชุมร่วมของรัฐสภากลับมีการลงมติต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเสียงเห็นชอบให้แก้ไข 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง งดออกเสียง 94 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง ซึ่งผู้ที่เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สามดังกล่าว น่าจะขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ลงวันที่ 11 มี.ค.64 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;...การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่มีความผูกพันกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 15 เพียงบัญญัติให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติให้จัดทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับ... หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย จึงดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป...&amp;rdquo; ซึ่งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ตาม ม.211 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น รัฐสภาจึงไม่อาจลงมติในวาระที่สามของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ได้ ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของสมาชิกรัฐสภาที่เห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวในวาะสามทั้ง ส.ส. 206 คน และ ส.ว. 2 คนนั้น เป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่ อย่างไร หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติฯ ขอให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษ ตามครรลองของกฎหมายต่อไป
นอกจากนั้น มีสมาชิกรัฐสภาที่เป็นพรรคการเมืองอีกไม่น้อยกว่า 8 พรรคการเมืองที่ให้ความเห็นชอบในวาระสามดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.92(2) มีโทษถึงขั้นอาจถูกยุบพรรคได้ จึงขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาไต่สวนและมีความเห็นในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96856</URL_LINK>
                <HASHTAG>208ส.ส.-ส.ว., ป.ป.ช., ศรีสุวรรณ, ศาลรธน., แก้รธน.วาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60581d615e4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039;รับอาจเลื่อนโหวตแก้รธน.วาระ3 หวั่นส.ว.ตกเป็นจำเลยสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) วันนี้ (15 มี.ค. )จะพิจารณาว่าการโหวตร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 3 จะดำเนินการอย่างไร หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรทนูญฉบับใหม่ แต่ต้องทำประชามติก่อนและหลังยกร่างรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มี ส.ส. เตรียมเสนอญัตติให้เลื่อนการโหวตวาระ 3 ออกไปก่อนนั้น นายพรเพชร กล่าวว่า ทำได้ และเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยในที่ประชุมรัฐสภา แต่ส่วนตัวไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งหากมองคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจน ในเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องทำประชามติก่อนและหลัง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นและกำลังถกเถียงในขณะนี้คือ มีร่างแก้ไขมาตรา 256 ค้างอยู่ในที่ประชุมรัฐสภา เตรียมโหวตวาระ 3 วันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นปัญหาถกเถียงกันมากว่าจะไปต่อโดยยึดร่างรัฐธรรมที่มีการแก้ไขและไปเชื่อมโยงกับการทำประชามติ&amp;nbsp; หรือร่างดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะมีเนื้อหาบางอย่างไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในวันที่17 มี.ค. จะเกิดการถกเถียงในที่ประชุมรัฐสภาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเด็นว่าจะลงมติวาระ 3 หรือไม่ด้วย เพราะได้รับข้อมูลมาทั้ง 2 ฝ่าย และมีความเป็นไปได้ที่อาจเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้ ขณะที่ยังมีความเห็นบางส่วนให้เสนอญัตติซ้อนเพื่อจะลงมติว่าจะให้ลงมติวาระ 3 หรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่าท้ายที่สุดจะออกมาในทิศทางใด&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวุฒิสภา ยอมรับว่า การโหวตวาระ 3 มีผลทางการเมืองพอสมควร&amp;nbsp; หากที่ประชุมเห็นชอบวาระ 3 และนำไปสู่การบังคับใช้ เชื่อมั่นว่าจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไปอีก แต่หากไม่เห็นชอบโดยเสียง ส.ว. ไม่ถึง 84 เสียง จะทำให้ ส.ว.ตกเป็นจำเลยของสังคมทันที หากเลือกทางนึ้ ส.ว. จะต้องชี้แจงต่อสังคม ซึ่งส่วนตัวไม่ขอออกความเห็น ว่าจะเลือกทางไหนเพราะเกรงจะเป็นการชี้นำ และอาจมีมากกว่า 2 ทาง แต่ไม่จำเป็นต้องหารือกับประธานรัฐสภา เพราะได้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญเพราะการวินิจฉัยยุติแล้ว แต่ขึ้นอยู่ที่รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเอาชนะคะคานกัน และมันต้องเกิดปัญหาอย่างที่ผมบอกแน่นอน หลบปัญหา 2 เรื่องนี้ไม่ได้ และที่ผมพูดว่าเป็นปัญหาทางการเมืองก็เพราะว่าการเมืองเอามาใช้ กล่าวหาว่าหากลงแบบนี้ก็ไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่เคารพหลักการร่างรัฐธรรมนูญอะไรต่างๆนานา แต่อย่าลืมว่าวุฒิสภา มีความคิดเป็นอิสระไปบังคับเขาไม่ได้ จึงเชื่อว่าจะไม่มีมติออกมาว่า ส.ว. จะทำอย่างไร แต่ที่ประชุมวิปจะพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้พ้นวิกฤติประเทศชาติ&amp;rdquo;นายพรเพชร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะโหวตคว่ำร่าง หรือไม่ร่วมประชุม พรเพชร กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน และไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น เพราะเป็นสมาชิกก็ต้องเข้าร่วมประชุม จะเห็นอย่างไรก็ตามต้องแสดงความกล้าหาญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96098</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ประธานวุฒิสภา, ศาลรธน., แก้รธน., โหวตวาระ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ee2e5ca541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
