<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศให้บุคคลนามสกุลดัง &#039;ดามาพงษ์&#039; ล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คําพิพากษาให้จําเลยทั้งสองล้มละลายและกําหนดนัดไต่สวนจําเลยทั้งสองโดยเปิดเผย ณ ศาลจังหวัดชัยภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้พิพากษา เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 ให้ นายอนันต์ธนา ดามาพงษ์ และ นางอรุณี ดามาพงษ์ ล้มละลาย ตามพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483
อนึ่ง ศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนจำเลยทั้งสองโดยเปิดเผย ณ ศาลจังหวัดชัยภูมิ ในวันที่ 19 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้แล้ว มีสิทธิไปฟังการไต่สวนและซักถาม จําเลยทั้งสองที่ศาลได้หรือจะมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้หนึ่งผู้ใดไปแทนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจานุเบกษา, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องเจ้าหนี้การบินไทยนัดฟังคำสั่ง 15 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ค.2564 รายงานข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; แจ้งว่า&amp;nbsp; ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) และที่ประชุมเจ้าหนี้ได้มีมติตามมาตรา 90/46 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ยอมรับแผน โดยมีเจ้าหนี้ที่มีจำนวนหนี้รวมกัน 91.56%ของจำนวนหนี้ของเจ้าหนี้ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมและร่วมออกเสียงลงมติได้ลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่แก้ไขตามคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการจำนวน 3 ฉบับ ที่ผู้ทำแผนและเจ้าหนี้จำนวน 2 รายเสนอ

โดย วันที่28 พ.ค. 2564 ศาลล้มละลายกลางได้นัดพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการและศาลรับไว้ จำนวน 2 ฉบับ ศาลล้มละลายกลางเห็นสมควรให้งดสืบพยานและให้โอกาสผู้ทำแผนและเจ้าหนี้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนดและกำหนดนัดฟังคำสั่งศาลเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 15 มิถุนายน 2564

อย่างไรก็ตามหากศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนก็จะมีผลทำให้การบินไทยสามารถดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อไปได้ &amp;nbsp;โดยการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการซึ่งเจ้าหนี้ทั้งหลายยื่นคำขอรับชำระหนี้ จะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ตามแผน การจัดการกระแสเงินสดและทรัพย์สินของบริษัทบางส่วนจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการ อีกทั้งคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนจะมีผลให้ผู้บริหารแผนที่ถูกเสนอชื่อตามแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่แก้ไข คือ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายพรชัย ฐีระเวช &amp;nbsp;นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ นายไกรสร บารมีอวยชัย และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ และดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อว่าผู้บริหารแผนพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของเจ้าหนี้ทุกราย และขอให้เจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยเชื่อมั่นว่าการบินไทยพร้อมที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจและให้บริการ โดยมีแผนธุรกิจที่จะกลับมาให้บริการด้านการบินทันทีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คลี่คลายลง บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะสามารถฟื้นฟูธุรกิจให้เป็นสายการบินแห่งชาติที่แข็งแกร่งและสร้างกำไรในระยะยาว และจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะดูแลทุกท่านอย่างดีที่สุดแม้ในระหว่างที่บริษัทฯ อยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104477</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a872815c9d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลุยไฟเขียวฟื้นฟูบินไทย ตั้ง‘5อรหันต์’บริหารแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉลุย! เจ้าหนี้เสียงข้างมาก 91% ไฟเขียวแผนฟื้นฟูกิจการ &amp;quot;การบินไทย&amp;quot; พร้อมแต่งตั้ง 5 ผู้บริหาร ก่อนส่งศาลล้มละลายพิจารณาให้ความเห็นชอบแผน 28 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. มีการประชุมเจ้าหนี้ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งพิจารณาคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทยฯ ของผู้ทำแผนและเจ้าหนี้อื่น 14 ราย รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.50 น. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศว่า ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติยอมให้มีการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทยฯ ฉบับลงวันที่ 2 มี.ค.2564 ตามคำร้องขอแก้ไขแผน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของผู้ทำแผน (แผนที่แก้ไขฉบับที่ 4) 2.คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของธนาคารกรุงเทพ (แผนที่แก้ไขฉบับที่ 13) และ 3.คำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) (แผนที่แก้ไขฉบับที่ 15)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สอบถามผู้ทำแผนทั้ง 7 รายเป็นรายบุคคลว่า จะยอมรับแผนที่แก้ไขทั้ง 3 ฉบับหรือไม่ ซึ่งผู้ทำแผนทั้ง 7 รายระบุว่า ยอมรับแผนที่แก้ไขทั้ง 3 ฉบับ โดยจะนำไปแผนแก้ไขดังกล่าวไปปรับปรุงแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฉบับลงวันที่ 2 มี.ค.2564 ต่อไป โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศว่า ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติเสียงข้างมากเป็นจำนวนหนี้ 116,960 ล้านบาท หรือคิดเป็น 91.56% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทยฯ และแผนที่แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมเจ้าหนี้ยังลงมติคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้จำนวนไม่น้อยกว่า 3 ราย แต่ไม่เกิน 7 ราย เพื่อทำหน้าที่ดูแลการทำหน้าที่ของผู้บริหารแผน โดยศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำสั่งว่าศาลจะเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ รวมถึงมีคำสั่งแต่งตั้งผู้บริหารแผนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทยฯ ในวันที่ 28 พ.ค.2564 เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ที่เสนอโดยชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปได้ 5 ประเด็น ได้แก่ 1.ให้เจ้าหนี้มีสิทธิแปลงหนี้เป็นทุนได้หลังปีที่ 7 กำหนดราคาแปลงหนี้เป็นทุนที่หุ้นละ 2.5452 บาท โดยให้ครอบคลุมเจ้าหนี้หุ้นกู้กลุ่มที่ 18-31 และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ 5 และกลุ่มที่ 6 เนื่องจากยังมีหนี้คงเหลือหลังปีที่ 7&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การแก้ไขแนวทางการปรับโครงสร้างทุน การลดทุน และเพิ่มทุน เนื่องจากมีการเพิ่มทางเลือกในการแปลงหนี้เป็นทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การจัดการและหาประโยชน์จากทรัพย์สิน สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ให้ผู้บริหารแผนศึกษาความเหมาะสม ความคุ้มค่า ความจำเป็น และความเป็นไปได้ในการแยกหน่วยธุรกิจ เช่น การขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ ครัวการบิน และการให้บริการภาคพื้นดิน รวมทั้งต้องรายงานผลศึกษาต่อคณะกรรมการเจ้าหนี้ และคณะกรรมการกำกับดูแลสินเชื่อใหม่ภายใน 1 ปี หรือระยะเวลาอื่นใดที่ได้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการเจ้าหนี้ และคณะกรรมการกำกับดูแลสินเชื่อใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้ผู้บริหารแผนต้องจัดให้คณะกรรมการเจ้าหนี้เข้าถึงข้อมูล เนื้อหาในสัญญาเช่า/เช่าซื้อเครื่องบิน สัญญาซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ที่มีผลผูกพันต่อการบินไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เสนอแต่งตั้งผู้บริหารแผน 3 ราย ได้แก่ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, นายพรชัย ฐีระเวช และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เนื่องจากธุรกิจของการบินไทยเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หากมีผู้บริหารแผนน้อยเกินไปจะทำให้การดูแลและบริหารไม่ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 5.เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเจ้าหนี้ โดยให้ผู้บริหารแผนต้องชี้แจงแผนดำเนินงานความคืบหน้า และตลอดจนผลการดำเนินการขายทรัพย์สินรอง และเรื่องอื่นๆ ใดที่กำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการเจ้าหนี้ และคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทยฯ ที่เสนอโดยธนาคารกรุงเทพนั้น มีการขอแก้ไขในประเด็นผู้บริหารแผน โดยเสนอแต่งตั้งผู้บริหารแผนเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ 1.นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ และ 2.นายไกรสร บารมีอวยชัย รวมมีรายชื่อผู้บริหารแผนที่เสนอโดยเจ้าหนี้ 5 รายคือ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, นายพรชัย ฐีระเวช, นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร, นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ และนายไกรสร บารมีอวยชัย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103503</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ฟื้นฟูการบินไทย, ศาลล้มละลาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไฟเขียวฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a52517b98ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯออกประกาศ ปลดบุคคลนามสกุลดัง &#039;ปันยารชุน&#039; จากล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องปลดจำเลยจากล้มละลาย ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.5614/2552 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 6 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ 30 เมษายน 2559 ว่าศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ นางสาววิจิตรา หรือฐานกาญจน์ ปันยารชุน จําเลย เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2558 นั้น ต่อมาศาลมีคําสั่งให้หยุดนับระยะเวลาปลดจําเลยจากล้มละลายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จึงปลดให้ นางสาววิจิตรา หรือฐานกาญจน์ ปันยารชุน ผู้ล้มละลาย จากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, ล้มละลาย, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นหนี้สูญ!ผู้เสียหายสหกรณ์คลองจั่นฯยื่นศาลล้มละลายขอขยายเวลาฟื้นฟูหลังใกล้ครบกำหนดตามแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.64 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกลุ่มสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯ ,นางณัชชา ตั้งเลิศวิชชา ผู้แทนสมาชิกเจ้าหนี้ และคณะ เดินทางมายื่นคำร้อง 4 ฉบับ พร้อมหนังสือมอบอำนาจจากสมาชิกเจ้าหนี้ที่ร่วมลงชื่อ 1,034 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อร้องขอต่อศาลให้โอกาสสหกรณ์คลองจั่นฯ ศษคงอยู่ในการฟื้นฟูกิจการเพื่อการชำระหนี้ที่คงค้างให้แก่สมาชิกและเจ้าหนี้ผู้เดือดร้อนกว่าหมื่นราย และอีกกว่าสามแสนรายที่เป็นสมาชิกกับสหกรณ์เจ้าหนี้ 74 แห่ง ที่จะเดือดร้อนหนัก หากสหกรณ์คลองจั่นฯ ต้องล้มละลายปิดกิจการ ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ กล่าวว่า แผนฟื้นฟูกิจการฉบับปัจจุบันจะครบกำหนด 5 ปี ในวันที่ 21 ม.ค. 2564 แม้จะชำระเงินคืนแล้วถึง 3,578 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20.38% แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการที่จะให้เป็นผลสำเร็จตามแผนได้ครบถ้วน สหกรณ์คลองจั่นฯ มีความพยายามที่จะฟื้นฟูกิจการเพื่อดำเนินธุรกิจต่อเร่งหารายได้ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และสมาชิก แต่การขอแก้ไขแผนในครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2563 ไม่ได้รับความเห็นชอบจากศาล ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าอาจจะต้องสิ้นสุดการฟื้นฟูกิจการและอาจถูกสั่งให้ล้มละลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะผู้บริหารแผนและคณะกรรมการเจ้าหนี้ร่วมกันหาทางระดมเงินทุนจากขบวนการสหกรณ์ผ่านทาง 3 หน่วยงาน สหกรณ์หลักคือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ประสานระดมวงเงิน 3,500 ล้านบาทเข้าโครงการเงินรับฝากประจำ/เงินกู้โดยมีหลักประกัน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่นฯ และจะทำให้สามารถชำระหนี้ได้อีกรวมเป็นยอดที่ 39% ซึ่งทางคณะผู้บริหารแผนได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนเป็นครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางสมาชิกหวังอย่างยิ่งว่า ศาลล้มละลายกลางจะพิจารณาอนุญาตการขอแก้ไขแผนครั้งที่ 2 นี้ เพื่อให้โอกาสแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ ยังคงอยู่ในการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการถูกสั่งให้ล้มละลาย เพราะทั้งเงินฝากและเงินหุ้นของสมาชิกและเจ้าหนี้จะไม่ได้รับคืน เงินออมเงินสะสมที่สมาชิกเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้เกษียณอายุงานนำมาฝาก เพื่อหวังจะได้ดอกผลมาใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิตกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ระบุด้วยว่า ภายหลังยื่นคำร้อง ทางเจ้าหน้าที่ให้ติดตามผลคำสั่งศาลว่าจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อไต่สวนต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ หากศาลให้โอกาสทางชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ยินดีให้ความร่วมมือ จะนำทรัพย์สินอาคารตึกยูสหกรณ์คลองจั่นฯ มูลค่า 3.5 พันล้านบาทค้ำประกันและเอาเงินมาช่วยสหกรณ์ชำระ 2,800 ล้านบาท ที่เหลือให้คลองจั่นไปบริหาร เมื่อบริหารได้สมาชิกก็จะได้เงินหุ้นคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาในการฟื้นฟูไม่สำเร็จในครั้งแรก นายเผด็จ กล่าวว่า มาจากรัฐบาลเคยรับปากว่าจะจัดสรรงบประมาณประมาณ 1 หมื่นล้าน มาดูแลในส่วนนี้ จนปัจจุบันนี้ยังไม่มีแม้แต่บาทเดียว และทรัพย์สินที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยักยอกไปยังติดตามยาก เนื่องจากยังติดขั้นตอนกระบวนการในศาล 3 ศาล ที่กว่าจะยึดนำมาใช้หนี้ได้ ซึ่งบางคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ที่ผ่านมาก็ได้ทรัพย์สินมาจำนวนมาก และก็มีหน่วยงานต่างๆ คอยช่วยติดตามจำนวนมาก ทั้งดีเอสไอ ปปง. ทำให้เราได้เงินมา ถ้าศาลอนุญาตให้เราขยายเวลาก็จะยังเรียกคืนทรัพย์ได้อีกเป็นพันล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89900</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเผด็จ มุ่งธัญญา, ฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60012085a69d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินไทยนับหนึ่งใหม่! ศาลล้มละลายไฟเขียวแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 63 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ ฟฟ10/2563 ระหว่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ ร้องขอ กับเจ้าหนี้ผู้คัดค้าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
คดีนี้ ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและขอให้ศาลตั้งบุคคลที่ลูกหนี้ ผู้ร้องขอเสนอเป็นผู้ทำแผน ศาลประกาศนัดไต่สวนตาม กฎหมายแล้ว มีเจ้าหนี้ยื่นคำคัดด้าน รวม 16 ราย ขอให้ศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และคัดค้านผู้ทำแผนที่ลูกหนี้ผู้ร้องขอเสนอ ระหว่างพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้คัดค้านที่ 5, 7, 9 และ 16 ถอนคำคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลไต่สวนพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอ รวม 5 ปาก และไต่สวนพยาน เจ้าหนี้ผู้คัดค้าน รวม 3 ปาก โดยใช้เวลาพิจารณาคดี รวม 3 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ คำคัดค้าน และพยานหลักฐานในสำนวนคดีแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรก ว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อพิจารณางบแสดงฐานะทางการ เงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 และวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ลูกหนี้มี หนี้สินมากกว่าสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ซึ่งงบแสดงฐานะทางการเงินได้ตรวจสอบและสอบทานตามมาตรฐานการบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแล้ว ประกอบกับสินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการ เงินของลูกหนี้บางรายการ มิได้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่สามารถยึดหรือบังคับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้ เป็นเพียงการบันทึกตาม มาตรฐานทางบัญชีเท่านั้น นอกจากนั้น ปัจจุบันลูกหนี้มีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระ โดยลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ ซึ่งในเรื่องนี้ เจ้าหนี้ผู้คัดค้านในคดีก็ไม่ได้นำสืบเป็นอย่างอื่น ลูกหนี้จึงมีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ โดยเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สองว่า มีเหตุอันสมควรและช่อง ทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า โครงสร้างธุรกิจของลูกหนี้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ และมีความจำเป็นต่อระบบการคมนาคมและขนส่งทางอากาศ ลูกหนี้มี ทรัพยากรในการดำเนินธุรกิจที่มีมูลค่าและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งมีชื่อเสียงและประสบการณ์จากการประกอบกิจการมานาน ปัจจุบันลูกหนี้ยังคงมีความสามารถในการสร้างรายได้ สาเหตุที่ทำให้ลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน มิได้เกิดจากพื้นฐานธุรกิจของลูกหนี้อย่างแท้จริง แต่เกิดจากสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยภายนอก ทำให้การประกอบกิจการการบินพาณิชย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของลูกหนี้และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องต้องลดการให้บริการลงอย่างฉับพลัน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบินใน ต่างประเทศหากลูกหนี้ไม่ได้รับการฟื้นฟูกิจการ กรณีย่อมเกิดความเสียหายต่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ทั้งหลาย ลูกจ้าง ผู้ลงทุนในกิจการของลูกหนี้ ประชาชน และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่องทางการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น เจ้าหนี้ผู้ให้เช่าหรือผู้ ให้เช่าซื้อเครื่องบินหลายรายสนับสนุนให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และยินยอมให้ลูกหนี้ใช้เครื่องบินที่ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อโดยพักหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้บางส่วน เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้ อีกทั้งลูกหนี้ยังมีหนังสือสนับสนุนการ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและไม่ประสงค์คัดค้านคณะผู้ทำแผนที่ ลูกหนี้เสนอมาแสดงเป็นหลักฐานยืนยันว่า ลูกหนี้ได้เจรจาประนอมหนี้เรื่อยมาและได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้สถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ให้เช่าและให้เช่าซื้อเครื่องบิน ผู้ให้บริการด้านอากาศยาน สายการบินคู่ค้า ผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบธุรกิจของลูกหนี้ ทำให้ข้อกล่าวอ้างของลูกหนี้มีน้ำหนักดังนี้&amp;nbsp;
หากได้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โครงสร้างองค์กร และการบริหารจัดการของลูกหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในอนาคตตามความเหมาะสมภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ลูกหนี้ย่อมมีโอกาสดำเนินธุรกิจต่อไป และมีรายได้สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อย่างเป็นธรรมในจำนวนที่ดีขึ้นกว่าเดิมหรือ อย่างน้อยจะไม่ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจากการคงสภาพกิจการของลูกหนี้ไว้ ทั้งสามารถรักษาการจ้างงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่าการปล่อยให้กิจการของลูกหนี้ต้องล้มละลายข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า มีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สามว่า ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยสุจริตหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อลูกหนี้เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่อาจชำระหนี้ตามกำหนดได้ ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอได้ตามกฎหมาย ทั้งเจ้าหนี้ผู้คัดค้านในคดีไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานใดให้รับฟังได้ว่า ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยไม่สุจริต นอกจากนี้ การที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ย่อมมีผลเป็นเพียงการจัดตั้งกระบวนการบังคับเจ้าหนี้ทั้งหลายและลูกหนี้ ให้เจรจาตกลงกันในเรื่องมูลหนี้ โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้แทนของลูกหนี้ในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อหาวิธีการรักษามูลค่าทรัพย์สินของลูกหนี้ และเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากที่สุดด้วยความเป็นธรรม จาก ข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยข้างต้นจึงรับฟังได้ว่า ลูกหนี้มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/3 และได้ความจริงครบถ้วนตามมาตรา 90/10
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า บุคคลที่ลูกหนี้เสนอสมควรเป็นผู้ทำแผนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าตามเจตนารมณ์ ของพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ผู้ทำแผนต้องตรวจสอบรายละเอียดและความเป็นไปได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ บนหลักการที่ว่าแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จะต้องก่อให้เกิด ความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และเจ้าหนี้จะต้องได้รับชำระหนี้ ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการมากกว่ากรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย ซึ่งแผนฟื้นฟู กิจการต้องจัดทำขึ้นโดยความยินยอมของเจ้าหนี้และผู้ทำแผน หากผู้ทำแผนจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ที่มีสัดส่วนหนี้ข้างมากตามกฎหมาย หรือทำให้เจ้าหนี้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมแผนฟื้นฟูกิจการเช่นว่านั้น ย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบให้มีผลบังคับและผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายได้ ด้วยหลักการดังกล่าว บุคคลซึ่งลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผนย่อมไม่สามารถจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการไปตามที่ตนเองต้องการ โดยปราศจากความร่วมมือจากเจ้าหนี้อื่นได้ ทั้งเจ้าหนี้ผู้คัดค้านในคดีก็ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอื่น เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างให้รับฟังได้ตามคำคัดค้าน และไม่ได้เสนอบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้ทำแผน
เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้ที่ลูกหนี้เสนอขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม หรือไม่สมควรเป็นผู้ทำแทน จึงเห็นสมควรตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/17&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ร้องขอ โดยตั้งบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับพลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค , นายบุญทักษ์ หวังเจริญ , นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ , นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็น ผู้ทำแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประกาศราชกิจจานุเบกษาตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่มีสิทธิ์ได้รับชำระหนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77364</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, นับหนึ่งใหม่, ศาลล้มละลาย, ไฟเขียวฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c768e60ebf9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศปลดนามสกุลดัง &#039;วงษ์สุวรรณ&#039; พ้นจากบุคคลล้มละลาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง ปลดจําเลยจากล้มละลาย โดวยมีเนื้อหาดังนี้ ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันว่า ตามประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาให้ นางสาวบุญมี วงษ์สุวรรณ จําเลย เป็นบุคคลล้มละลาย ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ นั้น ต่อมา ศาลมีคําสั่งให้หยุดนับระยะเวลาปลดจําเลยจากล้มละลายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จึงปลดให้ นางสาวบุญมี วงษ์สุวรรณ ผู้ล้มละลาย จากการเป็นบุคคลล้มละลาย นับแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
วยุดา คงแก้ว
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจจานุเบกษา, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
