<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลล้มละลายเห็นชอบเเผนฟื้นฟูการบินไทยฉบับเเก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการในคดีฟื้นฟูกิจการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คดีหมายเลขแดงที่ฟฟ 20/2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าเมื่อวันที่19 พ.ค.64 ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่มีการแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลกำหนดนัดพิจารณาแผนแล้วมีเจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านประกอบด้วยเจ้าหนี้รายที่ 11627,10320และรายที่ 10341ยื่นคำคัดค้านว่าแผนฟื้นฟูกิจการไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแผนคำคัดค้านรายงานผลประชุมเจ้าหนี้คำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ทำแผนแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดำเนินการจัดประชุมเจ้าหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการโดยถูกต้องตามมาตรา 90/46โดยแผนฟื้นฟูกิจการมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 90/42 ทั้งลำดับและข้อเสนอการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการได้กำหนดวิธีการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่มีลักษณะเหมือนกันอย่างเท่าเทียมตามกฎหมายแม้การชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้บางกลุ่มจะแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็สืบเนื่องจากเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มมีลักษณะสิทธิเรียกร้องที่ต่างกันและข้อกำหนดการชำระหนี้ดังกล่าวเป็นไปตามความจำเป็นในการประกอบธุรกิจของลูกหนี้ซึ่งไม่ขัดต่อมาตรา 90/42ตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำดับและข้อเสนอการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการเป็นไปตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายตามมาตรา 90/48(2) หากลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจตามแผนลูกหนี้ย่อมมีรายได้จากการดำเนินกิจการสามารถชำระหนี้ได้แผนฟื้นฟูกิจการจึงแสดงให้เห็นโอกาสและแนวโน้มที่จะสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบหนี้ที่อาจขอรับชำระได้ในการฟื้นฟูกิจการแล้วเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายตามหลักการในมาตรา 90/58(3) นอกจากนั้นเมื่อที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ลงมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการแสดงว่าบรรดาเจ้าหนี้ได้พิจารณาถึงคุณสมบัติความสามารถและความน่าเชื่อถือของผู้บริหารแผนแล้วว่ามีความเหมาะสมและการทำแผนเป็นไปโดยสุจริตไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่มีการแก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106435</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ศาลล้มละลายกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3d6a2408fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!! ศาลล้มละลายกลางเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 มิ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ &amp;nbsp;ของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน )ซึ่งในวันนี้ศาลล้มละลายกลางได้กำหนดนัดฟังคำสั่งศาลในการพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย ซึ่งหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางได้รับคำคัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้จำนวน 2 ฉบับ คำชี้แจงของผู้ทำแผน ตลอดจนความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในประเด็นต่าง ๆ แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่แก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ซึ่งมีผลให้ผู้บริหารแผนที่ถูกเสนอชื่อตามแผนฟื้นฟูกิจการและแผนที่แก้ไข กล่าวคือ &amp;nbsp; นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายพรชัย ฐีระเวช นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ นายไกรสร บารมีอวยชัย และ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้บริหารแผนซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ และดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
&amp;nbsp;
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร &amp;nbsp;รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน.) กล่าวว่า ตามที่ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งรับแผนฟื้นฟูเป็นที่เรียบร้อย และให้ผู้บริหารแผน และผู้บริหาร &amp;nbsp;ดำเนินการตามแผน ฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยสามารถขยายระยะเวลาดำเนินการ ของแผนได้ครั้งละ 1 ปี 2 ครั้ง &amp;nbsp;รวมไม่เกิน 7 ปี &amp;nbsp;ซึ่งก็มั่นใจว่า เป็นกรอบเวลาที่สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯการบินไทย ขอขอบคุณศาลล้มละลายกลาง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี เจ้าหนี้ ลูกค้า คู่ค้า คณะผู้จัดทำแผนทั้ง 7 ท่าน และพนักงานทุกคนที่มีส่วนทำให้การบินไทยได้รับความเห็นชอบจากศาลล้มละลายกลางและมอบโอกาสให้การบินไทยสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และเชื่อว่าผู้บริหารแผนพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของเจ้าหนี้ทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอให้เจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยเชื่อมั่นว่าการบินไทยพร้อมที่จะกลับมาดำเนินธุรกิจและให้บริการ เพื่อกลับมาเป็นองค์กรที่แข่งขันในตลาดและสามารถสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศไทยและคนไทยในฐานะที่เป็นสายการบินแห่งชาติ ที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106428</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ศาลล้มละลายกลาง, เห็นชอบแผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c4628add52f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลล้มละลาย&#039; ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ &#039;วุฒิศักดิ์คลินิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำสั่งการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ &amp;quot;วุฒิศักดิ์คลินิก&amp;quot; ลูกหนี้&amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ ฟฟ.9/2563 ที่บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ลูกหนี้ เป็นผู้ร้องขอฟื้นฟูกิจการ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์คำร้อง ประกอบคำคัดค้านของเจ้าหนี้ผู้คัดค้านแล้ว เห็นว่า ลูกหนี้ ผู้ร้องขอไม่อาจดำเนินกิจการเพื่อสร้างรายได้และแก้ปัญหาหนี้สินที่มีได้อีกต่อไป อีกทั้งลูกหนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแหล่งเงินทุนใดที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการตามที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการที่ประสบปัญหาแล้ว ลูกหนี้ ผู้ร้องขอ ไม่อาจแก้ไขได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งปัญหาการถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดีจำนวนมาก&amp;nbsp;หรือการสร้างรายได้ใหม่ที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ หรือปัญหาบุคลากรที่ไม่สามารถหามาร่วมงานเพราะค้างค่าจ้าง เมื่อฟังประกอบกันแล้วย่อมมีให้เหตุวินิจฉัยได้ว่า กรณีของลูกหนี้ผู้ร้องขอนี้ ยังไม่มีเหตุสมควรและช่องทางการฟื้นฟูกิจการ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามขั้นกฎหมาย ลูกหนี้ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอฟื้นฟูกิจการฯ ได้ ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้น (ศาลล้มละลายกลาง) มีคำสั่ง&amp;nbsp;หรือกรณีที่หากจะยื่นขอคำร้องฟื้นฟูใหม่อีกครั้ง ก็จะต้องดำเนินการหลังจากนี้เกินกว่า 6 เดือน&amp;nbsp;ขณะที่เมื่อศาลยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ผลของ Automatic stay หรือการพักชำระหนี้ สิ้นผลทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82917</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิศักดิ์คลินิก, ศาลล้มละลายกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3d6a2408fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นับหนึ่งฟื้นฟู‘การบินไทย’ เชื่อใน5ปีปลดล็อกสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เริ่มนับหนึ่ง! ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ พร้อมแต่งตั้งผู้ทำแผน &amp;quot;พีระพันธุ์-ปิยสวัสดิ์&amp;quot; ร่วมทีม ขณะที่ดีดีการบินไทยเชื่อภายใน 5 ปีปลดล็อกสำเร็จ เจ้าหนี้ก็ต้องยินยอมลดทุนลดหนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ คำคัดค้าน และพยานหลักฐานในสำนวนคดีแล้ว พบว่า ลูกหนี้มีหนี้สิน แต่ปัจจุบันลูกหนี้ยังคงมีความสามารถในการสร้างรายได้ สาเหตุที่ทำให้ลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน มิได้เกิดจากพื้นฐานธุรกิจของลูกหนี้อย่างแท้จริง แต่เกิดจากสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยภายนอก ทำให้การประกอบกิจการการบินพาณิชย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของลูกหนี้และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องต้องลดการให้บริการลงอย่างฉับพลัน เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบินในต่างประเทศ หากลูกหนี้ไม่ได้รับการฟื้นฟูกิจการ กรณีย่อมเกิดความเสียหายต่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ทั้งหลาย ลูกจ้าง ผู้ลงทุนในกิจการของลูกหนี้ ประชาชน และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนช่องทางการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น เจ้าหนี้ผู้ให้เช่าหรือผู้ให้เช่าซื้อเครื่องบินหลายรายสนับสนุนให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และยินยอมให้ลูกหนี้ใช้เครื่องบินที่ให้เช่าหรือให้เช่าซื้อ โดยพักหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้บางส่วน เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ย่อมมีผลเป็นเพียงการจัดตั้งกระบวนการบังคับเจ้าหนี้ทั้งหลายและลูกหนี้ ให้เจรจาตกลงกันในเรื่องมูลหนี้ โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้แทนของลูกหนี้ในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อหาวิธีการรักษามูลค่าทรัพย์สินของลูกหนี้ และเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากที่สุดด้วยความเป็นธรรม จากข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยข้างต้นจึงรับฟังได้ว่า ลูกหนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/3 และได้ความจริงครบถ้วนตามมาตรา 90/10&amp;nbsp; คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า บุคคลที่ลูกหนี้เสนอสมควรเป็นผู้ทำแผนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ผู้ทำแผนต้องตรวจสอบรายละเอียดและความเป็นไปได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้บนหลักการที่ว่าแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จะต้องก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และเจ้าหนี้จะต้องได้รับชำระหนี้ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการมากกว่ากรณีที่ลูกหนี้ล้มละลาย ซึ่งแผนฟื้นฟูกิจการต้องจัดทำขึ้นโดยความยินยอมของเจ้าหนี้และผู้ทำแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผู้ทำแผนจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ที่มีสัดส่วนหนี้ข้างมากตามกฎหมาย หรือทำให้เจ้าหนี้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แผนฟื้นฟูกิจการเช่นว่านั้นย่อมไม่ได้รับความเห็นชอบให้มีผลบังคับและผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายได้ ด้วยหลักการดังกล่าว บุคคลซึ่งลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผน ย่อมไม่สามารถจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการไปตามที่ตนเองต้องการโดยปราศจากความร่วมมือจากเจ้าหนี้อื่นได้ ทั้งเจ้าหนี้ผู้คัดค้านในคดีก็ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานอื่น เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างให้รับฟังได้ตามคำคัดค้าน และไม่ได้เสนอบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้ทำแผนเมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้ที่ลูกหนี้เสนอขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมหรือไม่สมควรเป็นผู้ทำแทน จึงเห็นสมควรตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/17
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ร้องขอ โดยตั้งบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับพลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายบุญทักษ์ หวังเจริญ, นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์, นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล&amp;nbsp; และนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เป็นผู้ทำแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประกาศราชกิจจานุเบกษาตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่มีสิทธิ์ได้รับชำระหนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากนี้คณะผู้ทำแผนจะดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะใช้เวลาโดยเร็วที่สุด คาดว่าการบินไทยจะนำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ภายในไตรมาสที่ 4/2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยประมาณต้นปี 64 ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนและแต่งตั้งผู้บริหารแผนภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 64 และการบินไทยจะดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหนี้นั้น กรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ทราบถึงคำสั่งศาล&amp;nbsp; โดยเจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี เพื่อไม่ให้เสียสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้คืน โดยการยื่นคำขอรับชำระหนี้มีกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่มีการประกาศคำสั่งตั้งผู้ทำแผนลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งขณะนี้ที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าหนี้สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้เลยทางออนไลน์จนถึง 1 เดือนนับแต่ที่คำสั่งศาลได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนต่อไป การบินไทยจะแจ้งให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อไป การบินไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะดูแลเจ้าหนี้ทั้งหลายภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถกลับมาให้บริการด้านการบินอย่างเต็มรูปแบบได้โดยเร็ว รวมทั้งสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจการบินได้อย่างเข้มแข็งในฐานะสายการบินแห่งชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูฯ จะมีการขอกู้สินเชื่อเพิ่มหรือไม่ นายชาญศิลป์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ ที่ได้อนุมัติแล้ว คาดว่า 5 ปีจะสามารถปลดล็อกได้ แต่เจ้าหนี้ก็ต้องยินยอมลดทุนลดหนี้ด้วย ซึ่งการบินไทยมีเจ้าหนี้รายใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการลงทะเบียนยื่นขอชำระหนี้จากเจ้าหนี้แล้ว จะเห็นตัวยอดหนี้ที่แท้จริง คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังที่ศาลพิจารณาในหลายประเด็น อาทิ การบินไทยมีหนี้สินล้นพ้นตัวจริงหรือไม่ คณะผู้จัดทำแผนที่การบินไทยเสนอมีความสามารถเหมาะสมต่อการดำเนินการฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และช่องทางในการฟื้นฟูกิจการ โดยในประเด็นแรก ศาลเห็นว่าลูกหนี้มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ โดยลูกหนี้มีทรัพย์สินบางรายการที่ไม่สามารถยึดหรือบังคับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้ นอกจากนั้น ปัจจุบันมีหนี้ที่ถึงกำหนดชำระและลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลูกหนี้จึงเป็นลูกหนี้อย่างอื่นที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่สามารถที่จะชำหนี้ตามกฎหมายได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นต่อมา ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงสร้างธุรกิจของลูกหนี้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และมีความจำเป็นต่อระบบการคมนาคมและขนส่งทางอากาศ ลูกหนี้มีทรัพยากรในการดำเนินธุรกิจที่มีมูลค่าและมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งชื่อเสียงและประสบการณ์จากการประกอบกิจการมานาน ทำให้ปัจจุบันลูกหนี้ยังเป็นผู้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ โดยสาเหตุที่ประสบปัญหาทางการเงินไม่ได้เกิดจากพื้นฐานธุรกิจของลูกหนี้อย่างแท้จริง แต่เกิดจากสภาพการแข่งขันและผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ลูกหนี้ต้องลดบริการลงอย่างฉับพลัน หากลูกหนี้ไม่ได้รับการฟื้นฟูกิจการ กรณีย่อมเกิดความเสียหายต่อลูกหนี้ เจ้าหนี้ทั้งหลาย ลูกจ้าง ผู้ลงทุนในกิจการของลูกหนี้&amp;nbsp; ประชาชน และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและให้มีผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของผู้ทำแผนในการเร่งจัดทำแผนฟื้นฟู เพื่อเสนอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและเห็นชอบ เพื่อให้ผู้บริหารแผนทำการฟื้นฟูกิจการต่อไป ซึ่งกระทรวงการคลังในฐานะที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ กับการทำหรือบริหารแผนฟื้นฟูแล้ว เพราะจะเป็นอำนาจของผู้ทำแผน ศาลล้มละลายกลาง และเจ้าหนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ก็ยินดีให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูการบินไทย รวมถึงการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งจะพิจารณาแนวทางร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้กระทรวงการคลังเคยถือหุ้น 49% เป็นรายใหญ่ แต่ก็เป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเท่านั้น ต้องรอให้เข้ามาเจรจาก่อน ส่วนกระแสขอลดราคาพาร์จาก 10 บาทเป็น 25 สตางค์นั้น ก็ต้องรอดูแผนฟื้นฟูก่อนเช่นกัน ซึ่งในฐานะเจ้าหนี้เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น หลังจากศาลพิจารณาแบบนี้ก็สบายใจ มั่นใจว่าดีขึ้นแน่นอน&amp;quot; นายประภาศกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77451</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการฟื้นฟู, กระบวนการฟื้นฟูกิจการ, การบินไทย, ฟื้นฟูการบินไทย, ศาลล้มละลายกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7da4147ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำสั่งแผนฟื้นฟูการบินไทย 14 ก.ย.นี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 สิงหาคม 2563 ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการ ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนคดีดำ ฟฟ 10/2563 กรณีบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู โดยมีกลุ่มเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคัดค้าน &amp;nbsp;โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 5 และที่ 7 ถอนคำคัดค้านการขอฟื้นฟู ศาลไต่สวนพยานเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 จำนวน 1 ปาก แล้วเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 แถลงหมดพยานคดีเสร็จการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ลูกหนี้ผู้ร้องขอและผู้คัดค้านยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ และนัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้บริษัท การบินไทยฯฟื้นฟูกิจกิจการได้หรือไม่วันที่ 14 ก.ย.เวลา10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลมีได้ทำการไต่สวนพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอเเละสืบพยานเจ้าหนี้ผู้คัดค้าน ในวันที่ 17ส.ค. และวันที่ 20ส.ค. ที่ผ่านมาโดยหากศาลมีคำสั่งอนุญาตบริษัท การบินไทยฯ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการทำเเผนฟื้นฟูกิจการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการการบินไทยเป็นนัดสุดท้าย โดยมีทนายฝ่ายการบินไทยเป็นผู้ถามค้านพยานต่อศาล ซึ่งมีเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 คือ บริษัท ดาต้าโปรดักส์ทอปปัง ฟอร์ม จำกัด นำเสนอพยานขึ้นเบิกความต่อศาล สำหรับภาพรวมกระบวนการไต่สวนคำร้องในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีแนวโน้มที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการพร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนที่การบินไทยเสนอ กรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทุกรายให้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งท่านสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือจะนำเอกสารมาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่การบินไทยและกรมบังคับคดีจะช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ออนไลน์ ซึ่งการบินไทยจะประชาสัมพันธ์รายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป โดยเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน นับแต่คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนประกาศในราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวของสื่อบางแห่งเกี่ยวกับการยื่นคำขอรับชำระหนี้ นายชาญศิลป์ฯ ชี้แจงว่า ในส่วนของลูกค้าซึ่งออกบัตรโดยสารกับการบินไทยโดยตรงที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) นั้น การบินไทยมีนโยบายที่มุ่งมั่นจะอำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิของลูกค้าในการได้รับคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่ โดยคณะผู้ทำแผนได้หารือกันเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดส่วนนี้ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว เพื่อลูกค้าทุกท่านจะได้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อกรมบังคับคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำว่า ขณะนี้การบินไทยเองก็มีมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด โดยการให้สิทธิลูกค้าเก็บบัตรโดยสารไว้ใช้เดินทางกับการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจะแลกเป็น Travel Voucher ซึ่งสามารถนำมาใช้แทนเงินสดในการออกบัตรโดยสารของการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ก็ได้ ซึ่งสิทธิดังกล่าวยังสามารถใช้ออกบัตรโดยสารในชื่อบุคคลอื่นโดยแสดงหลักฐานได้อีกด้วย โดยในส่วนของการแลก Travel Voucher นั้น นายชาญศิลป์ฯ แจ้งว่าลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสารแล้วประสงค์จะแลกรับ Travel Voucher สามารถติดต่อการบินไทยได้ผ่านทาง Call Center โทร 02 356 1111&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารของการบินไทยอยู่จะไม่ใช่เจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายได้ เพราะลูกค้ายังคงมีสิทธิใช้บัตรโดยสารของการบินไทยเมื่อการบินไทยสามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ตามปกติและให้บริการด้านการบินได้อย่างเต็มรูปแบบ นายชาญศิลป์ฯ ได้เน้นย้ำให้ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารมั่นใจว่า ลูกค้าจะยังคงมีสิทธิในการใช้บัตรโดยสารของการบินไทยอยู่เช่นเดิมภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือดำเนินการทางกฎหมายใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การบินไทยยังคงยินดีมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้เดินทาง โดยให้ลูกค้าสามารถเก็บบัตรโดยสารไว้ใช้เดินทางกับการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 หรือจะแลกเป็น Travel Voucher ซึ่งสามารถนำมาใช้แทนเงินสดในการออกบัตรโดยสารของการบินไทยหรือไทยสมายล์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ก็ได้ ซึ่งลูกค้าสามารถดำเนินการดังกล่าวได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ของการบินไทย www.thaiairways.com โดยนายชาญศิลป์ฯ ย้ำชัดว่า การบินไทยยังคงมีหน้าที่ในการให้บริการด้านการบินแก่ลูกค้าผู้ถือบัตรโดยสารอยู่เช่นเดิม โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถใช้สิทธิตามบัตรโดยสารได้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผน การบินไทยจะเชิญเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ มารับฟังการจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อไป
&amp;nbsp;
นายชาญศิลป์ กล่าวว่าในนามของการบินไทยขอให้เจ้าหนี้ทุกรายมีความมั่นใจว่า หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผน ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเจ้าหนี้ทุกราย เนื่องจากการบินไทยจะสามารถเริ่มต้นแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินได้โดยเร็ว พร้อมทั้งอยากขอให้เจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยเชื่อมั่นว่าการบินไทยพร้อมที่จะดูแลทุกท่านอย่างดีที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75505</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัดฟังคำพิพากษา, ศาลล้มละลายกลาง, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f9e892985.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น! ศาลล้มละลายนัดฟังคำสั่งอนุญาตฟื้นฟูการบินไทยหรือไม่ 14 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดไต่สวนในคดีหมายเลขดำ ฟฟ10/2563 กรณีบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคัดค้าน วันนี้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 5 และที่ 7 ถอนคำคัดค้าน ในการพิจารณาคดี ศาลไต่สวนพยานเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 จำนวน 1 ปาก แล้วเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ 11 แถลงหมดพยานคดีเสร็จการพิจารณา โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ลูกหนี้ผู้ร้องขอและผู้คัดค้านยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ ศาลให้นัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลได้ทำการไต่สวนพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอและสืบพยานเจ้าหนี้ผู้คัดค้านไปแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 17 ส.ค. และวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หากศาลมีคำสั่งอนุญาตก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการทำแผนฟื้นฟูกิจการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75494</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, นัดไต่สวน, ศาลล้มละลายกลาง, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97c61626353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลล้มละลายกลางนัดบินไทยไต่สวนคำร้องเพิ่ม2วันลุ้นอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ส.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ศาลล้มละลายกลาง ได้พิจารณาไต่สวนใน 2 ประเด็น คือ ควรสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และควรแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ตามที่การบินไทยเสนอมาหรือไม่ ซึ่งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูงและเป็นมืออาชีพในสาขาความรู้ด้านต่างๆ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พลอากาศเอกชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน
2. นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล
3. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
4. นายบุญทักษ์ หวังเจริญ
5. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์
6. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร&amp;nbsp;
7. บริษัท อีวาย คอร์ปอเรทแอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันนี้ ศาลล้มละลายกลางเริ่มไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย แต่เนื่องจากการไต่สวนในนัดแรกยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงกำหนดนัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติมอีก 2 วัน คือ วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563 และวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2563 ซึ่งการบินไทยจะนำพยานเข้าเบิกความต่อศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า กระบวนการไต่สวนคำร้องวันนี้เป็นไปโดยราบรื่นและมีแนวโน้มที่ดี มีทนายเจ้าหนี้รายย่อยเพียง 7 รายเท่านั้นที่ยื่นคำคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ซึ่งประเด็นที่คัดค้านนั้น ไม่มีเรื่องใดน่าหนักใจเพราะเป็นประเด็นที่การบินไทยสามารถชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องได้ ประกอบกับขณะนี้มีเจ้าหนี้รายใหญ่หลายราย รวมทั้งกระทรวงการคลัง ที่ได้ลงนามในหนังสือให้การสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยและไม่คัดค้านคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ ซึ่งคิดเป็นจำนวนรวมมากกว่า &amp;nbsp;50%ของจำนวนหนี้ตามงบการเงินไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2563 ของการบินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อย นายชาญศิลป์ เชื่อว่าการบินไทยได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาลอย่างเต็มที่แล้วว่าการบินไทยสมควรได้รับการฟื้นฟูกิจการและคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ มีความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลล้มละลายกลางว่าจะมีคำสั่งอย่างไรและเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่าได้เน้นย้ำเพื่อฝากความมั่นใจไปยังเจ้าหนี้ทุกรายของการบินไทยว่า หากศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ในระยะเวลาอันใกล้ ก็จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเจ้าหนี้ทุกราย เพราะกระบวนการฟื้นฟูกิจการจะไม่ล่าช้าและการบินไทยจะสามารถเริ่มต้นแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินได้โดยเร็ว นอกจากนี้ นายชาญศิลป์ฯ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหนี้และลูกค้าของการบินไทยที่ให้การสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและไม่คัดค้านคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอ ซึ่งการบินไทยจะเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลทุกท่านเป็นอย่างดีตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการพร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วกรมบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้ทุกรายให้ทราบถึงขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ ซึ่งท่านสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่บ้าน หรือจะนำเอกสารมาที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่การบินไทยและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหนี้ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ออนไลน์ โดยการบินไทยจะประชาสัมพันธ์รายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวเน้นย้ำอีกว่า สำหรับลูกค้าที่ขอคืนค่าบัตรโดยสาร (Refund) นั้น การบินไทยมีนโยบายที่มุ่งมั่นจะอำนวยความสะดวกและรักษาสิทธิของท่านในการได้รับคืนค่าบัตรโดยสารอย่างเต็มที่โดยคณะผู้ทำแผนฯ ได้หารือกันเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดส่วนนี้ไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายใดๆ ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนสมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) นั้น นายชาญศิลป์ฯ เน้นย้ำว่า แม้สมาชิก ROP จะไม่ใช่เจ้าหนี้ของการบินไทยที่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ เพราะไมล์สะสมของสมาชิกเป็นการสะสมคะแนนเพื่อวัตถุประสงค์ในการแลกรางวัลต่างๆ แต่การบินไทยยังคงตระหนักถึงความสำคัญของสมาชิก ROP และมุ่งมั่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์ให้สมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยการบินไทยขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าสิทธิของท่านในฐานะสมาชิก ROP จะยังคงมีอยู่ตามเดิม โดยที่ไม่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือดำเนินการทางกฎหมายภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งคณะผู้ทำแผนฯ ที่การบินไทยเสนอในเร็ววันนี้การบินไทยคาดว่าจะสามารถเชิญเจ้าหนี้กลุ่มต่างๆ มารับฟังการจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการได้ภาย 1-2 เดือน นับจากวันที่มีการประกาศคำสั่งตั้งผู้ทำแผนในราชกิจจานุเบกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ฟื้นฟูกิจการ, ศาลล้มละลายกลาง, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0fdf60c59d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
