<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;ทรัมป์&#039; ส่งอดีตที่ปรึกษาเข้าให้การคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์คุ้มครองเพื่อห้ามไม่ให้อดีตที่ปรึกษาเข้าให้การต่อ กมธ.สภาคองเกรส ระบุ &amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดอน แม็กแกห์น ขณะนั่งฟังกรรมาธิการการตุลาการ วุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า คำพิพากษาคดีนี้เกี่ยวข้องกับดอน แม็กแกห์น อดีตที่ปรึกษาของทำเนียบขาว ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการการตุลาการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เรียกเข้าให้การเมื่อเดือนพฤษภาคม เกี่ยวกับการสอบสวนคำกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559 แต่ทำเนียบขาวไม่ยอมให้เขาเข้าให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาเคทานจี แจ็กสัน มีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์เด็ดขาดเพื่อปฏิเสธการเข้าให้การโดยอ้างเหตุผลความใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐ คำตัดสินคดีนี้แม้จะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีของแม็กแกห์น แต่ก็ยังสามารถใช้ได้กับผู้ช่วยของประธานาธิบดีทั้งในอดีตและปัจจุบันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot; แจ็กสันเขียนในคำตัดสิน &amp;quot;ไม่มีผู้ใด แม้แต่ผู้นำของฝ่ายบริหาร ที่อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหญิงท่านนี้กล่าวด้วยว่า คองเกรสมีอำนาจเรียกที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทุกคนเข้าให้การ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องกับนโยบายภายในหรือประเด็นความมั่นคงแห่งชาติที่อ่อนไหวหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษานี้กรุยทางให้คณะกรรมาธิการการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อตั้งข้อกล่าวหาถอดถอนทรัมป์ สามารถบังคับพยานระดับสูง 3 คนเข้าให้การได้ บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วย จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, มิค มัลวานีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เชื่อกันว่าทั้ง 3 คนรับรู้โดยตรงเรื่องที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าต้องการให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา เพื่อแลกกับการพบกับทรัมป์และความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวจะยังไม่ยอมให้แม็กแกห์นเข้าให้การทันทีทันใด โดยเคอร์รี คูเพ็ก โฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กระทรวงมีแผนจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของแจ็กสัน และคดีนี้อาจไปจบลงที่ศาลฎีกา และระหว่างนี้กระทรวงอาจขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้แม็กแกห์นเข้าให้การ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51188</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการตุลาการ, ดอน แม็กแกห์น, ศาลสหรัฐ, สภาคองเกรส, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd32d15701c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งจำคุกตลอดชีวิต &#039;เอลชาโป&#039; เจ้าพ่อค้ายาเม็กซิกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในนครนิวยอร์กพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต &amp;quot;เอลชาโป&amp;quot; ฮัวกิน กุซมัน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพจากกระทรวงมหาดไทยเม็กซิโก วันที่ 19 มกราคม 2560 ตำรวจเม็กซิกันตามประกบเอล ชาโป ขณะเตรียมส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากเมืองซิวดัดฮัวเรซมายังสหรัฐ / AFP / INTERIOR MINISTRY OF MEXICO&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 17 กรกฎาคม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเขตบรูคลินในนครนิวยอร์ก ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต &amp;quot;เอลชาโป&amp;quot; ฮัวกิน กุซมัน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกันวัย 62 ปี อดีตหัวหน้าแก๊งซีนาโลอา ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ หลังจากเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนของศาลรัฐบาลกลางแห่งนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่ากุซมันผิดจริงในข้อหา 10 กระทง ซึ่งรวมถึงลักลอบขนยาเสพติดหลายร้อยตัน ทั้งเฮโรอีน, โคเคน, เมทแอมเฟตามีน, กัญชาเข้าสหรัฐ และข้อหาฟอกเงินและครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาไบรอัน โคแกน หัวหน้าคณะตุลาการในคดีนี้อ่านคำตัดสินเพิ่มโทษกุซมันอีก 30 ปี ในข้อหาใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย และสั่งริบทรัพย์ 12,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมาจากประมาณการรายได้ที่แก๊งซีนาโลอาได้จากการค้ายาเสพติดในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กุซมันที่มาฟังคำพิพากษาโดยใส่สูทสีเทาและเสื้อเชิ้ตสีม่วงอ่อนไม่ได้กล่าวแสดงความเสียใจ แต่บอกว่าที่นี่ไม่มีความยุติธรรมให้เขา และขณะอยู่ในเรือนจำในสหรัฐ เขาได้รับการปฏิบัติที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่ากุซมันจะถูกส่งตัวไปรับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ ที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับขังนักโทษอุกฉกรรจ์ที่เมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41321</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกตลอดชีวิต, ศาลสหรัฐ, ฮัวกิน กุซมัน, เจ้าพ่อยาเสพติดเม็กซิกัน, เอล ชาโป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d305de6e66f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐไฟเขียวฟ้องบริษัทผลิตปืนใช้ฆ่าหมู่โรงเรียน &#039;แซนดีฮุก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้พิพากษาศาลฎีการัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐมีคำตัดสินชี้ขาดด้วยเสียงข้างมากเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทเรมิงตันสามารถตกเป็นเป้าหมายการฟ้องร้องในคดีกราดยิงฆ่าหมู่ 26 ศพที่โรงเรียนแซนดีฮุกเมื่อปี 2555 ที่คนร้ายใช้ปืนไรเฟิลของบริษัทนี้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP Photo/JUSTIN SULLIVAN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสังหารหมู่เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2555 มือปืนคืออาดัม แลนซา ใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม เออาร์-15 บุชมาสเตอร์ ของเรมิงตันเป็นอาวุธฆ่าหมู่นักเรียน 20 คน และเจ้าหน้าที่ 6 คนของโรงเรียนประถมศึกษาแซนดีฮุก คำตัดสินด้วยเสียง 4-3 ของศาลสูงสุดรัฐคอนเนตทิคัตให้ความหวังว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตเหล่านี้จะสามารถลงโทษผู้ผลิตอาวุธสังหารที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทั้งยังสร้างแบบอย่างที่จะนำไปสู่การฟ้องร้องบริษัทผู้ผลิตอาวุธรายอื่นๆ ที่อาวุธของพวกเขาถูกนำมาใช้ก่อเหตุกราดยิงฆ่าหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นการกลับคำตัดสินของศาลล่างที่ปฏิเสธการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทเรมิงตันเอาต์ดอร์, ผู้จำหน่ายอาวุธ แคมโฟร์ และร้านค้าในคอนเนตทิคัตที่ขายปืนกระบอกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มือปืนไม่สมประกอบวัย 20 ปีรายนี้ ใช้ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ เออาร์-15 บุชมาสเตอร์ เอ็กซ์เอ็ม15-อี 2 เอส ที่แม่ของเขาซึ่งเป็นคนที่ชื่นชอบปืน ซื้อให้ราว 2 ปีก่อนหน้านั้น ในการก่อเหตุ โดยเขายิงแม่ของเขาตายก่อน จากนั้นได้ไปกราดยิงในโรงเรียน แล้วฆ่าตัวตายตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบริษัทเรมิงตันและจำเลยอีก 2 รายนี้ ระบุว่า จำเลยทั้งสามควรถูกตำหนิด้วย เพราะพวกเขาทำการตลาดกับการขายอาวุธที่ใช้สำหรับการทหารทั้งที่รู้ว่าไม่เหมาะกับการใช้งานโดยพลเรือน แล้วปืนชนิดนี้ได้กลายเป็นอาวุธที่ใช้ในการกราดยิงสังหารหมู่ส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์กล่าวฟ้องว่า จำเลยทำการตลาดอย่างไร้ศีลธรรมจรรยา ขายอาวุธปืนที่ใช้ในการสงครามแก่พลเรือนที่ไม่มีประสบการณ์การสู้รบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานข้อมูลของวอชิงตันโพสต์กล่าวว่า นับแต่ปี 2509 เกิดเหตุยิงคนตายหมู่ 162 ครั้งในสหรัฐ แต่เหตุการณ์ที่มีคนถูกฆ่าตายจำนวนมากนั้นเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31445</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ฟ้องบริษัทปืน, ฟ้องร้อง, ศาลสหรัฐ, เรมิงตัน, แซนดีฮุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8bb917c2714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งเกาหลีเหนือชดใช้ครอบครัว นศ.อเมริกัน 16,300 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จะยอมจ่ายมั้ย ผู้พิพากษาสหรัฐมีคำสั่งให้รัฐบาลเกาหลีเหนือจ่ายชดเชยการเสียชีวิตของออตโต วอร์มเบียร์ เป็นเงินถึง 501 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 16,300 ล้านบาท โดยเห็นว่านักศึกษาหนุ่มอเมริกันวัย 22 ปีรายนี้โดนเกาหลีเหนือทารุณทรมานจนสมองกระทบกระเทือน ก่อนส่งกลับมาตายที่สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2559 ออตโต เฟรเดอริก วอร์มเบียร์ แถลงข่าวที่กรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / KCNA VIA KNS / KCNA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อแม่ของออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาหนุ่มชาวโอไฮโอวัย 22 ปี ยื่นฟ้องรัฐบาลเกาหลีเหนือ ต่อศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเรียกเงินชดเชยกรณีการเสียชีวิตของลูกชาย ที่ถูกเกาหลีเหนือจองจำจนล้มป่วยแล้วถูกส่งกลับสหรัฐเมื่อปีที่แล้วด้วยอาการโคม่าในสภาพที่ครอบครัวแทบจดจำไม่ได้ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบอริล ฮาวเวลล์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแห่งมีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ที่่ผ่านมาว่า ครอบครัววอร์มเบียร์ประสบกับความทารุณโหดร้ายโดยตรง เมื่อเกาหลีเหนือจับกุมลูกชายของพวกเขา เพื่อใช้เป็นเบี้ยในการหลอกลวงโลกของรัฐเผด็จการแห่งนี้และใช้เผชิญหน้ากับสหรัฐ เกาหลีเหนือคือผู้รับผิดชอบต่อการทารุณทรมาน, จับเป็นตัวประกัน และการวิสามัญฆาตกรรมออตโต วอร์มเบียร์ รวมถึงความเสียหายที่เกิดแก่เฟร็ด และซินดี วอร์มเบียร์ บิดาและมารดาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงตัดสินใจให้เกาหลีเหนือจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 501,134,683.80 ดอลลาร์ (ราว 16,305,702,035.50 บาท) โดยส่วนใหญ่เป็นค่าเสียหายเชิงลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหญิงท่านนี้กล่าวด้วยว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ยื่นต่อสู้คดีนี้ ซึ่งครอบครัววอร์มเบียร์ยื่นฟ้องตามพระราชบัญญัติความคุ้มกันอำนาจอธิปไตยของต่างชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายของสหรัฐที่อนุญาตให้ฟ้องร้องรัฐบาลต่างชาติในความผิดที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มกันทางการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่าเกาหลีเหนือมีทรัพย์สินอยู่ในสหรัฐไม่มากนักที่ทางการสหรัฐสามารถยึดเป็นเงินชดเชยตามคำตัดสินของศาลแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียรายนี้เดินทางไปท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ แต่ขากลับเขาถูกจับกุมที่สนามบินเปียงยาง และตั้งข้อหาเป็นภัยต่อรัฐ จากความผิดที่เขาขโมยโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษากล่าวว่า ครอบครัววอร์มเบียร์ได้รับคำแนะนำจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้อยู่เงียบๆ โดยเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะยื่นข้อเรียกร้องเพื่อแลกกับอิสรภาพของเขา กระทั่ง 17 เดือนต่อมา เกาหลีเหนือส่งตัวเขากลับประเทศในสภาพโคม่า ต้องต่อท่อให้อาหาร โดนโกนผม ตาบอด หูหนวก ร้องโหยหวนฟังไม่ได้ศัพท์ ฟันที่เคยเรียงเป็นระเบียบกลับเขเก และตาถลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาอ้างความเห็นของแดเนียล คันเทอร์ นักประสาทวิทยาจากโอไฮโอ ที่สรุปว่าอาการของวอร์มเบียร์น่าจะเกิดจากสมองได้รับความเสียหายจากภาวะขาดเลือดนาน 5-20 นาที และเมื่ออ้างอิงจากคำสารภาพของเกาหลีเหนือในคดีอื่นๆ ก่อนหน้านี้ อาการบาดเจ็บของวอร์มเบียร์อาจเกิดจากโดนทรมานรีดเค้นข้อมูลด้วยวิธีวอเตอร์-บอร์ดดิ้ง (ทำให้สำลักเหมือนคนจมน้ำ), ชอร์ตไฟฟ้า, ทำให้ขาดอากาศหายใจ หรือใช้คีมดึงฟัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือปฏิเสธว่าวอร์มเบียร์ไม่ได้โดนทารุณทรมาน และเขาล้มป่วยเพราะอาหารเป็นพิษขณะถูกคุมขัง จนทำให้เกิดความผิดปกติที่ระบบประสาท แต่ผู้พิพากษาอ้างผลการตรวจทางการแพทย์ว่าไม่พบหลักฐานของอาหารเป็นพิษ และแม้นว่าเป็นไปตามคำวินิจฉัยของเกาหลีเหนือ เหตุใดเกาหลีเหนือจึงไม่ส่งตัวเขากลับมารักษาแต่เนิ่นๆ ถือว่าการถ่วงเวลานี้กอปรด้วยการเจตนาปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อออตโต วอร์มเบียร์ ของรัฐเผด็จการแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งปรับเงิน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยอมจ่ายนี้ ออกมาในช่วงยามที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเดินหน้าสานต่อความพยายามทางการทูตที่ยังไม่คืบหน้านับแต่ทรัมป์ประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนมิถุุนายน ทรัมป์เพิ่งทวีตว่าเมื่อวันจันทร์เขาได้ฟังรายงานสรุปความคืบหน้าเกี่ยวกับความพยายามทางการทูตนี้ และกำลังเฝ้ารอคอยการซัมมิตครั้งที่ 2 กับท่านประธานคิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครอบครัววอร์มเบียร์, จ่ายเงินชดเชย, ศาลสหรัฐ, ออตโต วอร์มเบียร์, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21ef7926270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 22:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่ง &#039;จอห์นสัน&amp;จอห์นสัน&#039; จ่าย 1.53 แสนล้านบาท ชดใช้เหยื่อมะเร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัฐมิสซูรีของสหรัฐตัดสินให้บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ผู้ผลิตแป้งเด็ก จ่ายเงินรวม 4,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 153,050 ล้านบาท) ชดเชยแก่สตรี 22 คน ที่ระบุว่าผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของบริษัททำให้พวกเธอเป็นมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่า ศาลเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี มีคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ให้บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และครอบครัวของโจทก์ 22 ราย เป็นเงินรวม 550 ล้านดอลลาร์ (18,342 ล้านบาท) และจ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษอีก 4,100 ล้านบาท (136,713 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงกลุ่มนี้กล่าวหาบริษัทว่าขายผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นที่มีแร่ใยหินที่เป็นต้นเหตุให้พวกเธอป่วยเป็นมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก ลาเนียร์ ทนายความของกลุ่มเหยื่อเปิดเผยว่า คณะลูกขุน ซึ่งประกอบด้วย ชาย 6 คน และหญิง 6 คน ตัดสินให้บริษัทนี้จ่ายเงินชดเชยจำนวนดังกล่าวภายหลังการพิจารณาไต่สวนนาน 6 สัปดาห์ และการพิจารณาตัดสินอีก 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทนายความผู้นี้กล่าวว่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสันปกปิดหลักฐานของการมีแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ของพวกเขามาตลอด 40 ปี ฝ่ายโจทก์หวังว่าคำตัดสินใจครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทนี้ และทำให้พวกเขาแจ้งต่อชุมชนทางการแพทย์และสาธารณชนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกันระหว่างแร่ใยหิน, แป้งฝุ่น และมะเร็งรังไข่ และให้เก็บผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นออกจากท้องตลาดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจอห์นสันแอนด์จอห์นสันกล่าวว่า บริษัทผิดหวังกับคำตัดสินนี้ และจะอุทธรณ์ โดยยืนกรานว่า แป้งฝุ่นของพวกเขาไม่มีแร่ใยหินหรือเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของบริษัทกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคดีครั้งนี้ไม่ยุติธรรมตั้งแต่พื้นฐานที่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องร่วมกันในนามของผู้หญิง 22 คน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐนี้ และทั้งหมดกล่าวหาเหมือนกันว่าพวกเธอเป็นมะเร็งรังไข่ ผลการตัดสิน ซึ่งให้จ่ายเงินชดเชยแก่โจทก์ทุกรายเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงรายบุคคล และความแตกต่างในกฎหมายที่นำมาใช้บังคับ สะท้อนว่าหลักฐานในคดีนี้เต็มไปด้วยอคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทนี้ถูกฟ้องร้องอยู่กว่า 9,000 คดี เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ศาลอุทธรณ์ลอสแองเจลีสเคยยกฟ้องคำพิพากษาให้บริษัทชดเชย 417 ล้านดอลลาร์ โดยชี้ว่าข้อโต้แย้งของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13354</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ชดเชยเหยื่อ, มะเร็งรังไข่, มิสซูรี, ศาลสหรัฐ, แป้งเด็ก, แร่ใยหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48bc97451d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
