<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยอานนท์-ไมค์ อนุชาโต้แอมเนสตี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลสั่งปล่อยตัว &amp;ldquo;อานนท์-ไมค์&amp;rdquo; แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หลัง สน.สำราญราษฎร์ยื่นคำร้องขอยกเลิกฝากขังเพราะสอบสวนมาพอสมควร &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; ยกคำชี้แจงกระทรวงการต่างประเทศกรณีแอมเนสตี้ บอกให้สิทธิเสรีชุมนุม แต่ต้องไม่ก้าวล่วงละเมิดกฎหมายไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่หน้าศาลอาญา สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมถามหาความยุติธรรมในกระบวนการที่ออกหมายจับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 น. ซึ่งก่อนการร่วมตัวกลุ่มความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก&amp;nbsp; (อผศ.) ประจำศาล นำโซ่มาคล้องกุญแจปิดบริเวณประตู 8-9 แล้ว ขณะที่ผู้ชุมนุมต่างเริ่มทยอยมา โดยยังไม่มีแกนนำ ด้านการดูแลความปลอดภัยมีตำรวจ สน.พหลโยธินจัดกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 40 นายมาคอยดูแลสถานการณ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังนำแผ่นประกาศข้อกำหนดศาลอาญาขนาดใหญ่มาวางตั้งไว้ โดยห้ามใช้เครื่องขยายเสียงหรือกระทำการใดให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าละเมิดอำนาจศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.20 น. นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความและอดีตผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 ได้นำเครื่องเสียงมาตั้งอยู่หน้าศาล โดยมีมวลชนประมาณ 30 รายคอยชูป้ายเขียนข้อความให้ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา กับนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง สองแกนนำคณะประชาชนปลดแอกที่ถูกคุมขังเนื่องจากถูกถอนประกันตัว โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนถือภาพบุคคลทั้งสองพร้อมเรียกร้องให้ศาลอาญาปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเวศกล่าวว่า ไปยื่นแจ้งการชุมนุมที่ สน.พหลโยธินเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ก่อนได้รับแจ้งว่าผู้กำกับไม่อยู่เนื่องจากไม่ใช่เวลาราชการ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการชุมนุม ทั้งที่การแจ้งชุมนุมมีข้อกำหนดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมง ไม่ได้บอกให้แจ้งในเวลาราชการ ฉะนั้นถือว่าได้แจ้งจัดชุมนุมแล้ว แต่ สน.พหลโยธินไม่ยอมรับแจ้ง หากมีหมายเรียกคดีใดจะสู้คดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนผู้ชุมนุมเยาวชนอ่านบทกวีของนายอานนท์ พร้อมพากันชู 3 นิ้ว ตะโกนให้ปล่อยบุคคลทั้งสอง ต่อมาเวลา 16.00 น.ฝนเริ่มตกลงมา ผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศแยกย้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.00 น.เศษ ศาลอาญาได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่ากรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ศาลอาญานัดไต่สวนคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสอง สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค.63&amp;nbsp; ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง และอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนั้นอีก ภายหลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของศาลที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทนายความผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำคัดค้านคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าว หลังจากนั้นศาลไต่สวนคำร้องของพนักงานสอบสวน ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของนายอานนท์ ในส่วนของนายภาณุพงศ์ ศาลได้พิเคราะห์ถึงอายุ อาชีพ และพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; สมควรให้โอกาสแก่นายภาณุพงศ์ โดยได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้มีประกันในวงเงินเพิ่มเป็น 2 แสนบาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และให้นายภาณุพงศ์มารายงานตัวทุก 15 วัน ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเข้ามาใหม่ ศาลจึงให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวและรับตัวไว้ตามหมายขัง
ปล่อย &amp;#39;อานนท์-ไมค์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 7 ก.ย. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการฝากขังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ โดยระบุเหตุผลในคำร้องว่าได้ทำการสอบสวนมาพอสมควรแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างสอบสวนอีกต่อไป ศาลพิจารณาแล้วให้หมายปล่อยผู้ต้องหาทั้งสอง โดยแจ้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ จ.ขอนแก่น นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง แกนนำแนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 09.00 น. แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที รวมทั้งแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองขอนแก่น ให้ไปรายงานตัวและเข้าพบพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งมีทั้งหมด 4 ราย นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินนั้น จะเข้ารายงานตัวและเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายของประเทศไทยตามวันและเวลาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อทั้ง 4 คนเข้าพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอน เรื่องการประกันตัวหรือการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ขณะนี้มี ส.ส.พรรคก้าวไกล 2 คนพร้อมใช้ตำแหน่งประกันตัวทั้ง 4 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อว่าเป็นท่านใด โดยจะมีแกนนำจากคณะก้าวหน้ามาสังเกตการณ์และเตรียมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ทั้ง 4 แกนนำของกลุ่มขอนแก่นพอกันทีเช่นกันด้วย&amp;rdquo; นายชัชวาลกล่าว
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อกล่าวหาผู้ชุมนุมอันเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยได้เชิญชวนสมาชิกและผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ยกเลิกการตั้งข้อกล่าวหาต่อแกนนำ 31 คน&amp;nbsp; และขอให้ยุติการขัดขวางการร่วมชุมนุมของประชาชน โดยจะรณรงค์ไปถึงวันที่ 21 ต.ค.ว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ชี้แจงแอมเนสตี้ไปว่า 1.รัฐบาลมิได้ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกรวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และอนุญาตให้มีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนหลายครั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งการใช้สิทธิและเสรีภาพต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.รัฐบาลสนับสนุนการใช้เสรีภาพในการแสดงออกที่สร้างสรรค์ ไม่ก้าวร้าวหรือมีลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชังอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยเคารพมุมมองของผู้ที่เห็นต่าง และ 3.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลการชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ สำหรับกรณีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางรายนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ละเมิดกฎหมาย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาสามารถต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีจะได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่ไทยเป็นภาคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ?น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลสำรวจซูเปอร์โพลที่ระบุว่าส่วนใหญ่ผู้อยู่นอกประเทศหรือต่างชาติเป็นผู้ปั่นกระแสต่างๆ ว่า อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ในกิจกรรมที่ผ่านมาของพวกที่ใช้สร้างกระแสนั้น อาจอาศัยเสียงในโซเชียลจากต่างชาติเข้ามาบิดเบือนสร้างความชอบธรรม รองรับในการดำเนินการทางการเมืองต่างๆ ด้วยหรือไม่ ทำให้สังคมโดยเฉพาะน้องๆ เยาวชนอาจเข้าใจไขว้เขว หรืออาจได้รับข้อมูลจากกระแสปลอมๆ ไปด้วย ซึ่งผลการศึกษาที่ออกมาจะทำให้ประชาชนทั้งในและนอกโซเชียลไทยตาสว่างมากขึ้น ไม่ตกเป็นทาสความคิดที่ปลุกระดม และอาจมีความพยายามใช้ต่างชาติปั่นกระแสให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในประเทศก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อยากฝากถึงนายกฯ โซเชียลว่าอย่าทำร้ายประเทศไทยเลย ประเทศไทยกำลังมีมหาวิกฤติรอบด้าน เรื่องเร่งด่วนมากกว่าเรื่องอื่นๆ คือมาร่วมมือกันฟื้นตัวเศรษฐกิจ
น้องวิษณุเตือนสติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า กระแสเวลานี้โดยเฉพาะทางออนไลน์มีแน่นอน ซึ่งมีทั้งม็อบจริงและม็อบจัดตั้ง เพราะเขาก็มีมวลชนของเขาเหมือนกัน โดย ส.ว.ต้องทำใจให้เป็นกลางและมีสติในการตัดสินใจ &amp;quot;หากจะเอาเรื่องม็อบที่จะชุมนุม 19 ก.ย.มาสร้างแรงกดดัน&amp;nbsp; ถามว่าห่วงไหมก็ต้องบอกว่าก็น่าห่วง เพราะเป็นการชุมนุมที่มีเงื่อนไข ข้อเรียกร้องที่ไม่ได้เรียกร้องเฉยๆ แต่เป็นข้อเรียกร้องที่มีเงื่อนไข ซึ่งการตั้งเงื่อนไขมันนำมาซึ่งความกดดันแน่นอนกับฝ่ายที่ถูกกดดัน แต่ถามว่า ส.ว.ถูกกดดันไหม ตนเองไม่กดดัน เพราะเรื่องไหนที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ทำให้เกิดความสงบ ถึงแม้ไม่มีการชุมนุมมากดดันก็จะพิจารณาในแนวทางที่เป็นประโยชน์ แต่ขอร้องว่าการชุมนุมนั้นอย่ามาก้าวล่วงในสิ่งที่คนไทยไม่ปรารถนา คืออย่ามาก้าวล่วงสถาบัน และอย่าเปิดประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งออกมาชุมนุมต่อต้าน
&amp;ldquo;หากชุมนุมเป็นไปโดยสงบก็ไม่ขัดข้อง แต่หากจะมาบอกว่าวันชุมนุมวันนั้นแล้วคนมาเป็นแสน จะมายึดสนามหลวง หรือจะชุมนุมยืดเยื้อ ทั้งที่บ้านเมืองกำลังมีภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและเรื่องโควิด ถามว่ามันเหมาะสมไหม ผมว่าเรื่องนี้ประชาชนมีคำตอบให้กับการมาชุมนุมในยามที่บ้านเมืองต้องการความสามัคคี&amp;quot; พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงกระแสข่าวการรัฐประหารว่า &amp;quot;ประเทศไทยมีความแน่นอนอยู่หนึ่งอย่าง เมื่อใดที่ประชาชนทนไม่ไหว ข่าวการรัฐประหารมักถูกปล่อยออกมาเสมอ แต่ความแตกต่างของกระแสข่าวรัฐประหารช่วงนี้กับในอดีตที่ผ่านมา คือไม่มีใครรู้สึกหวาดกลัวต่ออำนาจปลายกระบอกปืนอีกต่อไป ซึ่งขอเรียกสัญญาณนี้ว่า สัญญาณแห่งความจนมุม สัญญาณของคนขี้ขลาดตาขาว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้หากมีการรัฐประหารเกิดขึ้น สิ่งที่กองทัพจะได้เรียนรู้คือ การหันกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง ตายแบบไม่มีวันฟื้น วันนี้ประชาชนได้เรียนรู้แล้วว่าอำนาจที่ท่านใช้จัดการกับประเทศนี้ อำนาจที่ท่านใช้จัดการกับประชาชนมาตลอด คืออำนาจแห่งความกลัวของพวกท่านเอง สิ่งที่ผมต้องการสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจคือ จะทำอะไรดูทิศทางลมสักนิด วันนี้ลมเปลี่ยนทิศและพัดให้ประชาชนตื่นกันหมดแล้ว พวกเขาไปไกลเกินกว่าจะปิดหูปิดตาอีกต่อไป&amp;quot; นายณัฐชากล่าวและว่า &amp;quot;หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ท่านไม่เคยได้เห็นก็จะได้เห็น ละครเรื่องเดิมที่เคยดูว่าตลอด 88 ปี วันนี้จะไม่จบแบบเดิมอีกต่อไป&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลสั่งปล่อยตัว, สน.สำราญราษฎร์, สิทธิเสรีชุมนุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์-ไมค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5635633cb71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
