<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนยันห้าม &#039;ทรัมป์&#039; บล็อกทวีตคนเห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กีดกันผู้เห็นต่างไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินห้ามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บล็อกผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีทัศนะขัดแย้งกับเขา ระบุเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถใช้โซเชียลมีเดียที่เป็นช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการโดยไม่รับฟังผู้ที่ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ภาพถ่ายหน้าจอบัญชีทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ที่ทรัมป์ประกาศจัดซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์กับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สิงคโปร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ 3 ท่านมีคำตัดสินเมื่อวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562 ยืนตามคำพิพากษาของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ตัดสินว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ &amp;quot;การแบ่งแยกกีดกันทัศนะ&amp;quot; โดยละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของบุคคลที่มีทัศนะตรงข้ามกับเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ซึ่งสู้คดีแทนประธานาธิบดีทรัมป์ พยายามอ้างสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าบัญชีทวิตเตอร์ @realDonaldTrump เป็นบัญชีส่วนบุคคล แต่ศาลอุทธรณ์ระบุว่า แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตของทรัมป์นี้เป็นเวทีสาธารณะที่ถูกใช้สำหรับกิจกรรมอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำวินิจฉัย 29 หน้ากระดาษกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ประโยชน์จากบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อวัตถุประสงค์ของทางการทุกอย่าง กีดกันบุคคลอื่นๆ จากการเสวนาทางออนไลน์แบบเปิดกว้าง เพียงเพราะพวกเขาแสดงทัศนะที่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เป็นผลจากการยื่นฟ้องร้องของกลุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์ และสถาบันไนต์เฟิร์สต์อเมนด์เมนต์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่กล่าวหาว่าทรัมป์บล็อกทัศนะของผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างไม่สมควร โจทก์ซึ่งรวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยแมริแลนก์, ตำรวจเทกซัส และนักเขียนการ์ตูนชาวนิวยอร์ก กล่าวว่า พวกเขาโดนบล็อกการแสดงทัศนะในทวิตเตอร์ของทรัมป์ ภายหลังพวกเขาทวีตวิจารณ์นโยบายของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายกฎหมายของทรัมป์อ้างว่า ทรัมป์ใช้บัญชีนี้เป็นบัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีของทางการ แต่ศาลไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่า มีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่า ทรัมป์และสมาชิกในรัฐบาลของเขาหลายคนกล่าวถึงบัญชีทวิตเตอร์นี้ของทรัมป์ในฐานะบัญชีทางการ และทันทีที่ทรัมป์เลือกแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตแล้วเปิดเป็นช่องทางปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้และผู้เข้าร่วมหลายล้านคน ทรัมป์ก็ไม่สามารถเลือกกีดกันทัศนะของผู้ที่เขาไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลสูงสุดของสหรัฐได้ เคลลี ลาโก โฆษกกระทรวงกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า กระทรวงผิดหวังต่อคำพิพากษาและกำลังตรวจสอบการดำเนินการขั้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านจามีล จัฟเฟอร์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันไนต์กล่าวว่า คำตัดสินนี้สร้างแบบอย่างสำคัญ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐหันมาใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อสารนโยบายอย่างเป็นทางการมากขึ้น คำตัดสินนี้รับประกันว่าประชาชนไม่อาจถูกกีดกันจากเวทีแสดงความเห็นเหล่านี้เพียงเพราะทัศนะของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40657</URL_LINK>
                <HASHTAG>@realDonaldTrump, กีดกันคนเห็นต่าง, ทวิตเตอร์, ศาลสั่งห้ามบล็อก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25e70d45638.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
