<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 23:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 23:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสูงสุดอเมริกาสั่ง&#039;ทรัมป์&#039;เผยบันทึกการจ่ายภาษีต่ออัยการนิวยอร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอาเข้าแล้ว ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องส่งมอบเอกสารการจ่ายภาษีต่ออัยการรัฐนิวยอร์ก แต่ยังสั่งห้ามชั่วคราวไม่ให้สภาคองเกรสเข้าถึงประวัติการเงินของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม กล่าวว่า คณะตุลาการศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยบันทึกทางการเงินและการจ่ายภาษีต่อสำนักงานอัยการนิวยอร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ไซรัส แวนซ์ อัยการแขวงแมนฮัตตันรัฐนิวยอร์กซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต ต้องการให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยประวัติการเงินที่เกี่ยวโยงกับการจ่ายเงินปิดปากสตอร์มมี แดเนียลส์ นางเอกหนังโป๊ แต่ทนายความของทรัมป์อ้างว่าประธานาธิบดีได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการดำเนินคดีอาญา ซึ่งศาลสูงสุดไม่เห็นด้วย โดยกล่าวว่า เมื่อ 200 ปีก่อน นักนิติศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งของศาลแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีพลเมืองผู้ใด แม้แต่ประธานาธิบดี อยู่เหนือภาระหน้าที่สามัญในการมอบหลักฐานเมื่อถูกเรียกในการดำเนินคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีอีกคดีที่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาสหรัฐยื่นต่อศาลสูงสุดเพื่อขอให้ทรัมป์เปิดเผยข้อมูลการจ่ายภาษีและประวัติการเงิน ซึ่งตุลาการลงความเห็นด้วยเสียงข้างมาก 7-2 เช่นกัน ให้ส่งเรื่องกลับไปยังศาลล่างเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังมีเวลาได้หายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการแวนซ์กล่าวถึงคำตัดสินเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับระบบยุติธรรมของสหรัฐและหลักการก่อตั้งที่ว่า ไม่มีใคร แม้แต่ประธานาธิบดี อยู่เหนือกฎหมาย การสอบสวนของอัยการซึ่งล่าช้ามาเกือบปีเพราะคดีนี้ จะกลับมาดำเนินต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้บริษัท มาซาร์ส ผู้จัดทำบัญชีการเงินของทรัมป์ ต้องส่งมอบบันทึกการเงินของทรัมป์ให้อัยการ แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลสูงสุดมีคำตัดสิน ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตอย่างโกรธเกรี้ยวว่า นี่เป็นเรื่องของการประพฤติผิดในการดำเนินคดีอาญา &amp;quot;ทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินคดีทางการเมือง&amp;quot; ทรัมป์ทวีต และว่า ตอนนี้เขาต้องเดินหน้าต่อสู้กับอัยการนิวยอร์กที่ทุจริตต่อไป ไม่ยุติธรรมต่อประธานาธิบดีหรือรัฐบาลชุดนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เธอจะเดินหน้ากดดันต่อ เพื่อให้ทรัมป์ส่งมอบบันทึกการเงินต่อสภาคองเกรส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70990</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายภาษี, บันทึกการเงิน, ศาลสูงสุดสหรัฐ, อัยการนิวยอร์ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaacd1f42a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสูงสุดไฟเขียว &#039;ทรัมป์&#039; สกัดผู้อพยพได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลสูงสุดของสหรัฐอนุญาตให้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้มาตรการห้ามผู้อพยพเข้าเมืองจากอเมริกากลางยื่นขอลี้ภัยที่ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกต่อไป ระหว่างรอการต่อสู้คดีคัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีที่ศาลล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ศาลสูงสุดสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. / SAUL LOEB / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตัดสินชี้ขาดของคณะตุลาการศาลสูงสุดของสหรัฐ เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 ถือเป็นชัยชนะของนโยบายควบคุมผู้อพยพเข้าเมืองอย่างเข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ ในช่วงยามที่วาระด้านคนเข้าเมืองส่วนใหญ่ของเขาถูกศาลชั้นล่างขัดขวางไว้ ทรัมป์ทวีตว่า เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในศาลสูงสุดแห่งสหรัฐสำหรับการขอลี้ภัยที่พรมแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการกล่าวว่า กฎข้อบังคับของรัฐบาล ที่กำหนดว่าผู้อพยพเข้าเมืองที่ต้องการขอลี้ภัยในสหรัฐ ต้องขอลี้ภัยในประเทศที่พวกเขาเดินทางผ่านก่อนจะมาถึงพรมแดนทางใต้ของสหรัฐ สามารถบังคับใช้ได้ต่อไปในระหว่างที่การฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลชั้นล่างยังดำเนินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นแย้งนั้นมี 2 คนจาก 9 คน ได้แก่ ผู้พิพากษาโซเนีย โซโตมายอร์ และรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาโซโตมายอร์ เขียนในคำวินิจฉัยว่า เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายบริหารออกกฎข้อบังคับเพื่อกลับตาลปัตรวิธีการปฏิบัติที่ใช้มายาวนานเกี่ยวกับผู้ขอลี้ภัยที่ต้องการที่พักพิงจากการข่มเหงรังแก กฎของรัฐบาลจะส่งผลห้ามผู้อพยพเกือบทั้งหมดจากทั่วอเมริกากลางยื่นขอลี้ภัยในสหรัฐ หากพวกเขาเข้าเมืองหรือพยายามเข้าเมืองผ่านพรมแดนทางใต้ของประเทศ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะถูกปฏิเสธคำขอลี้ภัยในเม็กซิโกหรือในประเทศที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกาและอีกหลายกลุ่มพยายามขัดขวางนโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐ และกล่าวโทษรัฐบาลทรัมป์ว่าออกกฎข้อบังคับนี้โดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎข้อนี้เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ 8 วันหลังจากนั้น ผู้พิพากษาศาลแขวงในแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทั่วประเทศ เพื่อห้ามการบังคับใช้ ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้คดีกันภายในศาลชั้นล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายคนเข้าเมืองที่มีอยู่เดิมของสหรัฐนั้น คนเข้าเมืองที่ยื่นคำร้องขอลี้ภัยจะสามารถอยู่ในสหรัฐและเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีระหว่างรอการพิจารณาคำร้อง ซึ่งอาจใช้เวลา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจำกัดผู้อพยพเข้าเมืองยื่นขอลี้ภัยที่พรมแดนของสหรัฐเป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่ทรัมป์พยายามใช้เพื่อควบคุมจำนวนผู้อพยพหลั่งไหลเข้าเมือง ซึ่งรวมถึงการวางกำลังทหารหลายพันนายที่ชายแดนติดกับเม็กซิโกและการสร้างกำแพงป้องกันคนหลบหนีเข้าเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาตินอเมริกา, ศาลสูงสุดสหรัฐ, สกัดผู้อพยพ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a4ad2f09ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
