<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุก! ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอปล่อยตัว &#039;เบนจา&#039; คดี 112 ชี้ทำผิดเงื่อนไข หวั่นก่อความเสียหายเชื่ออาจหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 - ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในคดีที่พนักงานสน.ทองหล่อ ยื่นฝากขัง น.ส.เบนจา อะปัญ ในความผิดหมิ่นสถาบันฯ กรณีการชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค. ผู้ต้องหากับพวกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้จัดกิจกรรมที่มีการปราศรัยหน้าอาคารชิโน-ไทย ทาวเวอร์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาลและดูหมิ่นสถาบันฯ โดยคดีนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ขอประกันยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวในระหว่างสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเปิดเผยว่าวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปบ่อยปบ่อยชั่วคราวโดยให้เหตุผลว่า ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า ข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง การกระทำที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นการกล่าวปราศรัยด้วยถ้อยคำอันมิบังควร ประกอบกับผู้ต้องหาเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีที่มีลักษณะข้อหาเป็นอย่างเดียวกัน โดยมีเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว ห้ามมิให้ผู้ต้องหากระทำการใดอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันฯ หรือเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่ผู้ต้องหากลับไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาอาจจะก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายประการอื่น และน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119241</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, ศาลอาญากรุงเทพใต้, ศาลอุทธรณ์, ศาลไม่ให้ประกันตัว, เบนจา อะปัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_61615bb9e382e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิว จตุพร&#039; โดน! อัยการฟ้องคดีหมิ่นเบื้องสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 64 - ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 นำตัว น.ส.จตุพร หรือ &amp;quot;นิว&amp;quot; แซ่อึง ชาวจ.บุรีรัมย์ อายุ 23 ปี แนวร่วมกลุ่มบุรีรัมย์ปลดแอก มายื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันฯ , ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด, ร่วมกันชุมนุมก่อให้เกิดความไม่สะดวกในที่สาธารณะ, ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมฯ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563 บริเวณหน้าวัดพระศรีอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) เรียกร้องเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันฯ เหตุเกิดที่แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. อยู่ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย และตรวจหลักฐานในวันที่ 13 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. และมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามมิให้จำเลยกระทำการหรือเข้าร่วมกิจกรรม อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันฯ หรือกระทำการลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้องอีก, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109840</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร แซ่อึง, ศาลอาญากรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04d67c03d21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จัสติน’ได้ประกันม.112 จตุพรบุกปปช.บี้ไขก๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รอดอีกคน! ศาลอาญากรุงเทพใต้-อาญาธนฯ อนุญาตให้ประกัน &amp;quot;จัสติน&amp;quot; คดี 112 ปล่อยตัวพ้นเรือนจำ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; นำทีมไทยไม่ทนจี้ป.ป.ช.ลาออกยกคณะ กดดันรีเซตประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน ผู้ต้องหาที่ 2 ในชั้นพิจารณา คดีหมายเลขดำ อ.841/2564 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ ฟ้องนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ เป็นจำเลยที่ 1 นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน เป็นจำเลยที่ 2 คดีความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 ภายหลังมีผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่มีลักษณะเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือกระทำลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องร้อง, ไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และมาศาลตามนัดโดยเคร่งครัด หากผิดสัญญาให้ปรับ 200,000 บาท และแต่งตั้งให้นางชลิตา บัณฑุวงศ์ เป็นผู้กำกับดูแล มีหน้าที่สอดส่องดูแลนายชูเกียรติ จำเลยที่ 2 ให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด หากพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าเป็นการผิดเงื่อนไขให้รายงานให้ศาลโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลอาญาธนบุรี ให้ประกันตัวนายชูเกียรติคดีความผิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ป.อ.มาตรา 112 เช่นกัน กำหนดเงื่อนไขเดียวกันกับศาลอาญากรุงเทพใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เผยว่า คดีที่ศาลอาญาธนบุรีนี้เป็นคดีที่ปัจจุบันตัวจำเลยอยู่ในอำนาจคุมตัวของศาลยุติธรรมคดีสุดท้าย จาก 3 คดี ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลอาญาเเละศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาให้ประกันไป เท่ากับว่านายชูเกียรติจะได้รับการปล่อยชั่วคราวในวันที่ 2 มิ.ย. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลาออกจากตำแหน่ง ในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระ ให้ร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และเพื่อกดดันให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแก้วิกฤติชาติบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายื่นองค์กรอิสระเป็นแห่งที่ 3 โดยที่ไม่ได้มีอคติหรือมายาคติแต่อย่างใดเป็นการส่วนตัวต่อกรรมการทุกคน แต่เนื่องจากสถานการณ์ประเทศเดินมาถึงจุดต่ำสุดในทุกด้าน การปราบปรามการทุจริตนั้น นายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว แต่สรุปได้ชัดเจนว่าไม่สามารถปราบปรามการทุจริตได้&amp;nbsp; ป.ป.ช.ชุดนี้ขาดการยึดโยงกับประชาชน เพราะมีหลายเรื่องราวทำให้เกิดความไม่สบายใจในการปราบปรามทุจริต&amp;nbsp; เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม จะต้องปราบโดยที่ไม่ดูหน้าคน ไม่ว่าจะเป็นหน้าไหนที่ฉ้อฉลหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง จะต้องไม่ไว้หน้าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ที่เรามาวันนี้คือต้องการนับหนึ่งประเทศกันใหม่ ดังนั้นคำว่ารีเซตประเทศไทย ป.ป.ช.ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่จะต้องมีการรีเซต เพราะ ป.ป.ช.ชุดนี้มีรากเหง้ามาจากการยึดอำนาจ&amp;quot; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105103</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมไทยไม่ทน, ม. 112, ศาลอาญากรุงเทพใต้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุญาตให้ประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b78ef5b3365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว ผู้ต้องหาขบวนการเรียกค่าไถ่นักธุรกิจไต้หวัน กำหนดเงื่อนไขเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้นำตัว นายลูอิส วิลเลี่ยม ซิสกิน, นายเจเรมี่ ฮิวส์ แมนเชสเตอร์, นายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ และ พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี ผู้ต้องหาทั้ง 4 มาฝากขังศาลเป็นครั้งแรก โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันเรียกค่าไถ่บุคคลอายุกว่า 15 ปี และเป็นคนกลางเรียกรับค่าไถ่ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ระบุในคำร้อง สรุปคือ ก่อนเกิดเหตุนายเหวิน หยู่ ฉุน สัญชาติไต้หวัน ผู้เสียหายที่จะเข้ามาทำงานกับนายจ้างที่บริษัท ตั้งอยู่ไต้หวัน ปรากฏว่านายจ้างได้ติดต่อซื้อขายถุงมือยางกับนายลูอิส ผู้ต้องหาที่ 1 เมื่อนายจ้างได้จัดส่งสินค้าให้กับผู้ต้องหาที่ 1 ไปแล้ว ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขอเปลี่ยนสินค้า หากแต่นายจ้างของผู้เสียหายปฏิเสธ จึงทำให้ผู้ต้องหาที่ 1 ไม่พอใจนายจ้าง จึงให้ผู้เสียหายเดินทางไปประเทศไทยเพื่อเจรจากับผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมกับจะได้สำรวจหาตลาดเพื่อหาซื้อถุงมือยางให้กับเจ้านาย จากนั้นผู้ต้องหากับพวกทั้งคนไทยและคนต่างด้าวได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายออกมาพบที่ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 36 แต่กลับล็อกตัว ใส่กุญมือในช่วงกลางวัน และลากไปยังห้องพักในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นขบวนการดังกล่าวบังคับเรียกค่าไถ่รวม 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผู้เสียหายพยายามเจรจาต่อรองว่า จะติดต่อกับบริษัทแม่ในต่างประเทศให้ชำระหนี้ดังกล่าว เพราะตัวเองไม่มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงิน ผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัวผู้เสียหายออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนต้องสอบพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุและผลตรวจพิสูจน์ต่างๆ ต้องสอบพยานอีก 10 ปาก จึงขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 พ.ค. และขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ไม่ยำเกรงกฎหมาย เกรงว่าปล่อยตัวไปแล้วจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติและทนายผู้ต้องหาทั้ง 4 คนยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงินคนละ 300,000 บาท ใส่กําไลข้อเท้า EM โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องมารายงานตัวตามกำหนดนัดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญากรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04d67c03d21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กกวิ้น’ปกติดี สหายอ้วนแนะ อย่านิ่งย้ายปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรมคุก&amp;rdquo; ยันเพนกวินยังมีกำลังใจดี แค่กระเพาะอาหารอักเสบ&amp;nbsp; อ่อนเพลียเล็กน้อย ศาลไฟเขียวให้ประกัน &amp;ldquo;ขนุน&amp;rdquo; แกนนำกลุ่ม มศว แล้ว&amp;nbsp; &amp;ldquo;สหายอ้วน&amp;rdquo; เตือนอย่านิ่งดูดายกระแสย้ายประเทศ &amp;ldquo;ดร.แรมโบ้&amp;rdquo; ยกมือสาธุหากธนาธรยกพวกย้ายจากแผ่นดินแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอ่านคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน อายุ 20 ปี แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน ในคดีที่ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องร่วมกับนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน อายุ 30 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์, ร่วมกันจัดกิจกรรม รวมกลุ่มใช้สิทธิเพื่อการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานและในชั้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายสิรภพ ตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามไปกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อีก, ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นได้รับอนุญาตจากศาลเป็นหนังสือ และมาศาลตามที่มีกำหนดนัดทุกครั้ง โดยถือปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงอาการนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร ว่าแพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าตรวจร่างกาย นายพริษฐ์แล้วพบว่ากระเพาะอาหารอักเสบ มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย ไม่ปวดท้อง ไม่คลื่นไส้อาเจียน นอนหลับได้หลังรับประทานยา มีกำลังใจดี สามารถดื่มนมรวมทั้งรับประทานเกลือแร่และวิตามินได้หมด สัญญาณชีพปกติดี ทั้งนี้ แพทย์จะให้การรักษาโดยส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้รับประทานวิตามินเม็ดและเกลือแร่เสริมต่อไป ในส่วนของนายอานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์ อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวกระแสย้ายประเทศนั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; ประธานคณะก้าวหน้า ได้เปิดห้องสนทนาในแอปพลิเคชัน Clubhouse เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 พ.ค. โดยระบุว่าปรากฏการณ์อยากย้ายประเทศ หรือที่หลายคนเรียกว่าสมองไหลนั้น ไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นในไทยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นมาก่อนในหลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือไต้หวัน ที่เคยมีสัดส่วนของคนที่เรียนต่อต่างประเทศแล้วไม่กลับมาทำงานที่บ้านเกิดสูงถึง 85% ซึ่งรัฐบาลไต้หวันได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และรีบปรับเปลี่ยนนโยบายที่ไม่เน้นแต่เฉพาะการลงทุนสร้างเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่รวมถึงการเปิดบรรยากาศทางการเมือง ส่งผลให้คนไต้หวันจำนวนมากย้ายกลับมาอยู่ที่ไต้หวันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น บทเรียนจากไต้หวันจึงมีคุณค่าที่ไทยเรียนรู้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้สมองของคนไทยไหลออกไปนอกประเทศ
ในช่วงหนึ่งมีผู้ถามนายธนาธรว่า เหตุใดนายธนาธรไม่ออกไปตั้งรกรากในต่างประเทศบ้าง นายธนาธรระบุว่า แม้ว่าในระยะหลังจะเริ่มเห็นความเห็นแก่ได้ของชนชั้นนำที่จะปกป้องอำนาจ สถานะ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแสดงออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็เห็นคนธรรมดาจำนวนมากขึ้นเช่นกัน ที่เริ่มมีความไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งไทยมีศักยภาพที่จะดีกว่านี้ได้ ขอเพียงมีความจริงใจ ตั้งใจ เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่เอาผลประโยชน์ของชนชั้นนำเป็นตัวตั้ง เชื่อว่าเราสามารถสร้างประเทศไทยที่ดีและน่าอยู่กว่านี้ได้
&amp;ldquo;ถ้าคนที่มีศักยภาพทุกคนไปกันหมด ก็จะไม่เหลือใครมาต่อสู้กับระบบระเบียบที่ฉุดรั้งประเทศไทยไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ผมเชิญชวนทุกคนไม่ว่าอยู่ที่ไหน ไม่ว่าอยู่มุมไหนของโลก เรามีพลัง มีศักยภาพที่จะร่วมกันสร้างประเทศ ไทยที่ดีกว่านี้ หลายประเทศใช้เวลาเป็นร้อยปีนะครับ ดังนั้นยังเร็วไปที่จะยอมแพ้&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีปรากฏการณ์ย้ายประเทศว่า กระแสดังกล่าวเป็นเสียงที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องฟังให้ได้ยิน และเข้าใจอย่างเปิดใจแล้วนำไปคิดต่อ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่ออนาคตตัวเราและลูกหลาน หรืออนาคตประเทศไทย เพราะหลายปีที่ผ่านมาไทยเราต้องแลกกับอะไรหลายอย่าง ที่ยอมบั่นทอนเกียรติภูมิและความเชื่อมั่นของประเทศ เพื่อทำลายล้างฝ่ายเห็นต่างเพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์และอำนาจของผู้มีอำนาจและพวกพ้อง
&amp;ldquo;อย่านิ่งดูดายกับความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น กับการบริหารจัดการที่ล้มเหลว&amp;nbsp; เพื่อแลกกับอนาคตและโอกาสของลูกหลานเลย เร่งคิดเร่งหาทางออกก่อนที่ประเทศจะไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ&amp;quot; นายภูมิธรรมโพสต์
ส่วนนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี โต้กลับนายธนาธรว่า ประเทศไทยยังมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นผู้ที่รักชาติ&amp;nbsp; ศาสนา พระมหากษัตริย์อีกมากมาย ซึ่งคนเหล่านั้นก็พร้อมทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง โดยไม่นำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นใครอยากย้ายประเทศก็สามารถไปได้เลย ขณะเดียวกันนายธนาธรก็ไม่ต้องกังวล หรือเป็นห่วงว่าประเทศไทยจะขาดคนเก่งคนดีมีความสามารถ เพราะคนเก่งที่ไร้สมอง ขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่างนายธนาธรอยู่ไปก็ไร้ค่า ยิ่งไม่มีนายธนาธรและสมุนคณะก้าวหน้าอยู่ ก็อาจไม่มีคนยุยงปลุกปั่น สร้างความวุ่นวายทำลายให้เกิดขึ้น บ้านเมืองจะเจริญกว่านี้แน่นอน
&amp;ldquo;คนอย่างนายธนาธรมีเงินมีทองมากมาย น่าจะสนับสนุนคนกลุ่มนี้ด้วยการให้เงิน ค่าเครื่องบิน ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จะได้ไปได้ไวยิ่งขึ้น และตัวนายธนาธรควรพาคณะก้าวหน้าและสมุนออกเดินทางไปทั้งคณะ ยิ่งไปเร็วเท่าไรยิ่งดี&amp;nbsp; อย่าชักช้า มัวแต่มาพูดขี้โม้โอ้อวดให้เปลืองน้ำลายไปวันๆ แบบไร้สาระ เป็น บ่อนทำลายขัดขวางความสงบสุขของคนในชาติมากกว่า&amp;quot; นายเสกสกลกล่าวและว่า ถ้านายธนาธรพาคณะกลุ่มก้าวหน้าและแกนนำม็อบสามนิ้วพวกนี้ย้ายไปอยู่ในต่างประเทศกันโดยเร็ววัน คงมีคนไทยไม่น้อยยกมือพนมสาธุด้วยความดีอกดีใจมากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102349</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเพาะอาหารอักเสบ, คำร้องขอปล่อยชั่วคราว, ศาลอาญากรุงเทพใต้, สหายอ้วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097fa000ca95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเพิกถอนหมายจับเดิม &#039;บอส อยู่วิทยา&#039; พร้อมออกหมายจับใหม่เพิ่มเสพโคเคนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63 - ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ร.ต.อ.ภิชาภัช ศรีคำขวัญ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ทองหล่อ ได้เดินทางไปศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นหนังสือขอเพิกถอนหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ในฐานความผิดขับรถโดยประมาทโดยการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นหมายจับเดิมที่เหลืออยู่ข้อหาเดียว พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับนายวรยุทธ ในฐานความผิดขับรถโดยประมาทโดยการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย มีอัตราโทษสูงเกิน 3 ปี ภายในอายุความ 15 ปี (อายุความเดิม) เพื่อจะได้ดำเนินตามกฎหมาย ไม่เกินวันที่ 3 ก.ย. 2570 ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตเพิกถอนหมายจับเดิมและออกหมายจับใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75525</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, บอส อยู่วิทยา, วรยุทธ อยู่วิทยา, ศาลอาญากรุงเทพใต้, โคเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280e0025360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;ยื่นศาลอาญาไต่สวนคดีบอสก่อนถอยหมายจับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางมายื่นหนังสือต่ออธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.รสนา เปิดเผยว่า วันนี้ได้ทำหนังสือมายื่นให้กับอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ เรื่องขอให้มีการเปิดไต่สวน ก่อนที่จะอนุมัติการถอนหมายจับกรณีของนายวรยุทธ ที่เป็นคดีขับรถเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา และได้หนีคดีไปจนหมดอายุความหลายข้อหา จนเหลือเพียงข้อหาเดียว คือการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ปรากฏว่ามีการกลับคดี กลายเป็นว่า ด.ต.วิเชียร ขับรถจักรยานยนต์ตัดหน้าเข้าไปในเลนของนายวรยุทธและถูกชนเสียชีวิต จึงเป็นเหตุสุดวิสัย &amp;nbsp;ซึ่งกรณีนี้ขัดแย้งกับความรู้สึกของสังคม เพราะข้อมูลแตกต่างกันมาก โดยประการแรกมีข้อมูลว่า นายวรยุทธขับรถเร็วเกิน 170 ก.ม.ต่อชั่วโมง แต่ก็มากลับว่าวิ่งไม่เกิน 80 ก.ม.ต่อชั่วโมง และก่อนหน้านั้นคดีนี้มีนายวรยุทธเป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียว แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็น นายดาบตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความรู้สึกสังคม เพราะ ด.ต.วิเชียร ได้เสียชีวิตไปแล้ว เป็นการตั้งข้อหาโดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้มาแก้ต่าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย อีกทั้งยังมีการเพิ่มพยานที่เห็นเหตุการณ์เข้ามา อีก 2 คน พยานคนหนึ่งก็สนิทกับครอบครัวของผู้ต้องหา มาให้ปากคำหลังจากผ่านเหตุการณ์ไปแล้ว 7-8 ปี ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้ยื่นหนังสือไปแล้วและศาลได้เซ็นรับเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทางเลขาธิการศาลอาญากรุงเทพใต้ จะส่งข้อมูลความคืบหน้าว่า หลังจากอธิบดีศาลอาญากรุงเทพใต้ได้รับแล้วจะมีการดำเนินงานอย่างไรต่อ ถึงแม้ว่าขณะนี้ทางตำรวจและอัยการได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่สังคมอาจจะไม่เชื่อถือ เนื่องจากเป็นการสอบกันเองภายใน ดังนั้นจึงคิดว่าหากศาลไม่ไต่สวนก่อนเพิกถอนหมายจับนั้น ศาลที่เป็นองค์กรกลางในรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็น 3 สถาบันหลักของประเทศจะสูญเสียความเชื่อมั่นของสังคม หากทั้ง 3 &amp;nbsp;สถาบันหลักขาดความน่าเชื่อถือทั้งหมด จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะฉะนั้นในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง มีหน้าที่จะปกป้องการปกครองของแผ่นดิน จึงได้มาทำการในวันนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72791</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงแดง, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, วรยุทธ อยู่วิทยา, ศาลอาญากรุงเทพใต้, อดีตสมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20f725eecf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
