<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกคดีตัวอย่างเตือนข้าราชการเบียดบังเงินหลวง 82 ครั้งรวม 9 หมื่น ถูกศาลสั่งจำคุก 205 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฯ ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามทุจริตภาค 9 ยื่นฟ้อง น.ส.มนัสวี หรือชุมภูนุช หรือแอน สีมังมาศ จำเลย เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 55/2562 &amp;nbsp;คดีหมายเลขแดงที่ อท 14/2563 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาเงินภาษีและค่าธรรมเนียมฯ รายได้ของท้องถิ่น เป็นของตนโดยทุจริตรวม 82 ครั้ง เบียดบังทรัพย์ทีละหลักร้อยหลักพัน จำนวนเงินรวม 93,163.26 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้พนักงานอัยการฟ้องมีพฤติการณ์สรุปว่า น.ส.มนัสวี หรือชุมภูนุช หรือแอน สีมังมาศ จำเลย ขณะรับราชการ ตำแหน่งพนักงานส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2 มีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นๆ ออกใบเสร็จรับเงิน รวบรวมเอกสารส่งให้การเงินและนำเงินฝากธนาคาร ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์แห่งคดีกล่าวคือ จำเลยได้อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่จัดการ ควบคุม และดูแลรักษาเงิน ได้จัดเก็บและรับเงินภาษีบำรุงที่ดิน ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน และรายได้อื่นๆ จากผู้เสียภาษีซึ่งเป็นเงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลหารเทา แล้วไม่นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากหรือส่งมอบให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลหารเทา ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 โดยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการหลายกรรมต่างกัน รวม 82กรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จำเลยได้กระทำเป็นความผิดต่อกฎหมายและบทมาตรา ดังนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 147, 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 3, 13 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 (ศาลชั้นต้น) พิพากษาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 410 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 205 ปี แต่เมื่อรวมโทษความผิดทุกกระทงแล้วคงให้จำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) &amp;nbsp;คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ในส่วนนี้คือเงินที่จำเลยเบียดบังไปจำเลยได้นำส่งคืนให้แก่ทางราชการแล้วต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ซึ่งเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ทั้งนี้ จำเลยยังมีสิทธิ์ตามกฏหมายที่จะขออนุญาตศาลฎีกายื่นฎีกาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอฝากเป็นคดีตัวอย่าง อย่าคิดว่าเบียดบังเงินครั้งละเล็กน้อยเเล้วจะไม่โดนจับ สตง. หรือฝ่ายตรวจสอบจะไม่สนใจถ้าเป็นเรื่องทุจริต เบียดบังเงินหลวง แม้จำเลยจะนำเงินคืนหลวง แต่ศาลยังลงโทษหนัก อย่างคดีนี้จำคุก 410 ปีก่อนลดโทษ เพราะจำเลยให้การรับสารภาพ บางคนอาจคิดว่าเงินหลักร้อยหลักพัน ไม่น่าจะทุจริต ระบบตรวจสอบเดี๋ยวนี้ทั้ง สตง. และผู้มีหน้าที่ไม่ว่าจะกองคลังหรือฝ่ายบัญชีทุกคนก็มีความเป็นมืออาชีพ อย่าทุจริตกันเลยนะครับ&amp;rdquo; นายโกศลวัฒน์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการโกงเงิน, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9, อบต.หารเทา, เบียดบังเงินหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210109/image_big_5ff981b14ae86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 2 ปี &#039;ไพร พัฒโน&#039; อดีตนายกเมืองหาดใหญ่ทุจริตสร้างวัตถุมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.63 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกสำนักงานอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อท 58/2563 ที่พนักงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตฯ ภาค 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายไพร พัฒโน จำเลย อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์แห่งคดีกล่าวคือ จำเลยได้ออกคำสั่งอนุมัติเบิกจ่ายเงินนำเงินสะสม จำนวน 20,000,000 บาท ของเทศบาลนครหาดใหญ่ มอบให้มูลนิธินำไปดำเนินการสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด, กรณีออกคำสั่งให้มูลนิธิจ่ายเงินให้แก่นายจักรกฤษณ์ ทวนทอง ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่น &amp;ldquo;มงคลมหาราช&amp;rdquo; จำนวน 3,373,300 บาท และกรณีออกคำสั่งอนุมัติเบิกจ่ายเงินที่ได้จากการจำหน่ายวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จำนวน 7,500,000 บาท ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้กับนายสุรพันธุ์ อติชาตนันท์ ผู้จัดการโรงงานพัฒนช่าง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการในโครงการจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด รุ่น &amp;ldquo;มงคลมหาราช&amp;rdquo; ไม่ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และอื่นๆ ไม่ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ได้จัดทำฎีกาเบิกเงินค่าจ้าง ตามระเบียบของทางราชการ คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาแก่จำเลย ต่อมาอัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดีอาญาฟ้องจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 157 อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท รวมทั้งหมด 7 กรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศลวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 คือข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง และใช้อำนาจโดยทุจริต ส่วนมาตรา 157 คือเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ซึ่งอัยการ ดำเนินคดีตามมาตรา 151 และ 157 ทุกกรรม รวม 7 กรรม หรือการกระทำ ซึ่งแต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 พิพากษาวันนี้ คู่ความมีสิทธิทางกฎหมายสามารถยื่นโต้แย้งคำพิพากษา หรือในคดีทั่วไปเรียกว่า ยื่นอุทธรณ์ได้ทั้งสองฝ่ายภายในหนึ่งเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 นายชัยวัฒน์ สุวรรณยอด อัยการพิเศษฝ่ายฯ เจ้าของสำนวน จะพิจารณาคำพิพากษา และทำความเห็นเสนอผ่านอธิบดีปราบปรามทุจริตภาค 9 ถึงท่านอัยการสูงสุดต่อไป ว่าควรโต้แย้งคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ต่อไปหรือไม่ภายในหนึ่งเดือนในชั้นนี้หน้าที่ของทางฝ่ายอัยการก็ต้องรอคำสั่งอัยการสูงสุด ว่าจะโต้แย้งคำพิพากษาต่อไปหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไปตามหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนด กรณีข้าราชการท่านใดที่ไม่มั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่จะทำถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่ สำนักงานอัยการปราบปรามการทุจริตภาค 9 ยินดีให้คำแนะนำเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88319</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกเทศบาลนครหาดใหญ่, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9, ไพร พัฒโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feb0711eec13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
