<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! &#039;ตี้ วรรณวลี&#039; วืดประกันตัวคดี 112 ปลอบใจ 3 นิ้วอย่าเศร้าแค่ย้ายที่นอนเฉยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า สรุปตี้ไม่ได้ประกันตัวนะคะ&amp;nbsp;รอส่งตัวไปเรือนจำเน้อ สู้ต่อนะทุกคน ไว้ตี้ออกมาสู้ด้วยกันใหม่ อย่าเศร้าเน้อ ตี้แค่ย้ายที่นอนเฉยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ทวิตเตอร์ว่า ด่วน! 16.39 น. ศาลอาญาธนบุรีมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว &amp;quot;ตี้&amp;quot; วรรณวลี ในคดี มาตรา 112 ม็อบ 6 ธันวา หลังยื่นหลักทรัพย์ 2 แสนบาท&amp;nbsp;ระบุว่าโจทก์คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว และจำเลยถูกกล่าวหาอยู่ระหว่างสอบสวนในข้อหาความผิดเดียวกันกับคดีนี้อีก หากปล่อยตัว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี นัดนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือ จัสติน ซึ่งขณะนี้อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา มาฟังคำสั่งฟ้องในคดี &amp;ldquo;หมิ่นประมาทกษัตริย์&amp;rdquo; ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุมบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2563 โดยอัยการระบุว่า มีความเห็นสั่งฟ้องคดีต่อศาลอาญาธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกดำเนินคดีนี้ในข้อหามาตรา 112 มีทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย นายชูเกียรติ น.ส.วรรณวลี และ นายธนกร&amp;nbsp;หรือ เพชร เยาวชนอายุ 17 ปี อีก 1 ราย ถูกดำเนินคดีด้วย โดยแยกเป็นอีกคดีหนึ่ง เนื่องจากคดีอยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตี้ พะเยา, มาตรา 112, วรรณวลี ธรรมสัตยา, ศาลอาญาธนบุรี, ศาลไม่ให้ประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e326f10a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาธนบุรีสั่งคุก 54 เดือน หนุ่มโพสต์รูปตัดต่อบ่อนทำลายสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 64 - ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1228/2563 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายศุภากร พินิจบุตร์ เป็นจำเลย กรณีจำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพตัดต่อเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ลงในเฟซบุ๊ก ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) (5) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 &amp;nbsp;พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) &amp;nbsp;พ.ศ.2526 มาตรา 4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ &amp;nbsp;10 - 23 เม.ย. 2563 จำเลยได้นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยการส่งข้อมูลรูปภาพและตัวอักษรในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจประมวลผลได้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ดอทคอม (www.facebook.com) หรือแอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก (Facebook) ในชื่อเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;เมี่ยงปร้ะ &amp;nbsp;ขจมพรื้อ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Dumrong Konrakchat&amp;rdquo; ซึ่งเปิดเป็นแบบสาธารณะ โดยจำเลยโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 และโพสต์เผยแพร่ภาพพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 และโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อใบหน้าบุคคลสวมเครื่องทรงพระมหากษัตริย์ไทย ประกอบข้อความ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และโดยมีเจตนาให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความขัดแย้งของประชาชน เกิดภาวะหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงขึ้นภายในประเทศ ทั้งนี้จำเลยโพสต์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ รวม 9 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ และศาลให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์รายงานสืบเสาะของจำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) (5) &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 9 กระทง ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 9 กระทง รวมจำคุก 54 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 10 โพสต์เผยแพร่ภาพพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 และโพสต์เผยแพร่รูปภาพตัดต่อใบหน้าบุคคลสวมใส่เครื่องทรงพระมหากษัตริย์ไทย ประกอบข้อความตามฟ้อง โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เนื่องจากจำเลยรู้สึกสนุกที่ประชาชนพบเห็นโพสต์ดังกล่าวแล้ววิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไปในทางให้ได้รับความเสียหาย แม้จำเลยกระทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากบุคคลทั่วไปเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับการว่าจ้างหรือค่าตอบแทน แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือเป็นการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ลดทอนความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ และก่อให้เกิดความขัดแย้งของประชาชน เกิดภาวะหรือสถานการณ์ที่บั่นทอนความมั่นคงขึ้นภายในประเทศ รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง กรณียังไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลย ริบของกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญาธนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_60487ae0c238e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต&#039;ไอซ์ หีบเหล็ก&#039;ฆ่าผู้อื่นโดยทรมานทารุณโหดร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีผ่านระบบ VDO Conference ไปยังเรือนจำ คดีหมายเลขดำ อ.585/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด, น.ส.ศึกษาพร ไชยเชษฐ กับพวกรวม 2 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิชัย หรือเอก หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ฉายาไอซ์ หีบเหล็ก เป็นจำเลย ในคดีฆาตกรรมหญิงสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. 2562 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงต่อเนื่องกัน จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขัง น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ ผู้ตาย ไว้ในห้องพักของจำเลย แล้วจำเลยฆ่าผู้ตายโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยกับพวกร่วมกันขุดหลุมและฝังศพผู้ตายเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายและเป็นการทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เหตุเกิดที่แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 289, 310, 366/3 ริบของกลาง ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.201/2563, อ.1140/2563 เเละ ย.1831/2563 ของศาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายและข้อหาร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ&amp;nbsp; ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ แต่รับว่าทำร้ายร่างกายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยบันดาลโทสะ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ
ระหว่างพิจารณา มารดาและบุตรของผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลอนุญาตเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 310, 366/3 และโจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมทั้งสองเรียกสูงเกินควร เป็นค่าสินไหมทดแทนในอนาคตที่ไม่แน่นอน และผู้ตายมีส่วนก่อให้เกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ขอให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยแล้ว เห็นว่า ความผิดฐานร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายและข้อหาร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ กฎหมายมิได้กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคแรก ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายนั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยทำร้ายผู้ตายและนำผู้ตายใส่ในกล่องเหล็กทึบจนเสียชีวิต แต่มีพยานที่รู้เห็นและเบิกความยืนยันพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุที่จำเลยทำร้ายผู้ตาย โดยใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะและลำตัว ทั้งใส่กุญแจมือที่ข้อมือและข้อเท้าและบังคับให้ผู้ตายเข้าไปนอนในกล่องเหล็กทึบ และพฤติการณ์หลังจากที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยที่รับว่าทำร้ายผู้ตายและบังคับผู้ตายให้นอนในกล่องเหล็กทึบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยอ้างว่าทำร้ายผู้ตายโดยบันดาลโทสะ เพราะผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยและกลับไปหาสามีผู้ตายนั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงไม่ใช่การกระทำโดยบันดาลโทสะ ที่จำเลยอ้างว่าจับผู้ตายเหวี่ยงไปถูกชั้นวางของทำให้ดัมเบลที่วางอยู่บนชั้นตกใส่ผู้ตายก็ไม่น่าจะมีน้ำหนักกระแทกรุนแรงถึงขนาดทำให้เสียชีวิต ประกอบกับรายงานการตรวจศพที่แพทย์สรุปสาเหตุการตายว่า มีเลือดออกในช่องอกขวาจากทรวงอกได้รับบาดเจ็บรุนแรง ข้ออ้างของจำเลยจึงไม่น่าเชื่อถือ พฤติการณ์ที่จำเลยรีบนำศพผู้ตายไปลักลอบฝังแสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้ว่าตนกระทำผิดร้ายแรงและประสงค์จะปกปิดความผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีน้ำหนักเพียงพอที่ชี้ชัดว่า จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายใช้ท่อนเหล็กทุบตีทำร้ายผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงมีเลือดออกในช่องอกแล้วบังคับให้ผู้ตายลงไปนอนขดตัวภายในกล่องเหล็กทึบ ขนาดความกว้างประมาณ 40 เซนติเมตร ยาวประมาณ 70 เซนติเมตร สูงประมาณ 45 เซนติเมตร และปิดฝากล่องคล้องด้วยกุญแจไว้ โดยผู้ตายอยู่ในสภาพนอนขดตัวงอเข่าชิดอกจนไม่สามารถขยับตัวหรือหายใจได้โดยสะดวก ทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานขณะอยู่ภายในกล่องเหล็กทึบ แม้ผลการตรวจสภาพศพของแพทย์ไม่สามารถชี้ชัดว่าผู้ตายขาดอากาศหายใจ เนื่องจากศพมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเสียชีวิตเป็นเวลานานทำให้อวัยวะภายในเสื่อมสลายก็ตาม การกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมเล็งเห็นผลว่าผู้ตายอาจถึงแก่ความตายได้ ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง และเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และการที่จำเลยบังคับให้ผู้ตายลงไปนอนขดตัวภายในกล่องเหล็กทึบขนาดเล็กจนผู้ตายถึงแก่ความตายในกล่องดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีส่วนแพ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นมารดาและบุตรของผู้ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199,366/3 ประกอบมาตรา 83 มาตรา289 (5), 310 วรรคสอง เมื่อเพิ่มโทษและลดโทษจำเลยตามกฎหมายแล้ว คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย.201/2563, อ.1140/2563 เเละย.1831/2563 ของศาลนี้ ริบของกลาง กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,700,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และเป็น 1,200,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน, ศาลอาญาธนบุรี, ไอซ์ หีบเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_601390b3ab523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีที่3&#039;ไอซ์ หีบเหล็ก&#039;! ศาลสั่งจำคุก25ปีปรับ7.5แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - ศาลอาญาธนบุรี อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ย.941/2563 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ฉายาไอซ์ หีบเหล็ก เป็นจำเลย กรณีวันที่ 1 - 14 ม.ค. 2563 จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด 2,200 หน่วยการใช้ (เม็ด) และชนิดเกล็ด 1 ถุง น้ำหนักรวม 267.869 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 85.569 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยกับนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำเลยในคดีที่ศาลอาญาธนบุรีตัดสินไปก่อนหน้านี้ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ โดยศาลอ่านคำพิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสืบพยานโจทก์ปากเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับและพนักงานสอบสวน ฟังประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เมื่อเพิ่มโทษจำเลยและลดโทษจำเลยตามกฎหมายแล้ว พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 25 ปี ปรับ 750,000 บาท โดยให้นับโทษต่อจากคดีอาญาที่ศาลอาญาธนบุรีได้ตัดสินไปก่อนหน้านี้ และริบของกลาง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญาธนบุรีมีคำพิพากษาคดีของไอซ์ หีบเหล็ก จำเลยคดียาเสพติดและฆาตกรรมหญิงสาวต่อเนื่อง ไปบางสำนวนแล้ว โดยเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2563 คดีหมายเลขดำ ย.199/2563 ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน, กัญชา และอาวุธปืน พิพากษาจำคุกเป็นเวลา 10 ปี 5 เดือน ปรับ 564,750 บาท กับเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 คดีหมายเลขดำ อ.586/2563 ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองและข่มขืน พิพากษาจำคุก 11 ปี 4 เดือน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90927</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก25ปี, ยาเสพติด, ศาลอาญาธนบุรี, อภิชัย องค์วิศิษฐ์, ไอซ์ หีบเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e72225f3be12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;เสี่ยโป้&#039; คดียิงที่ร้านนวด หลัง ตร.ภาษีเจริญยื่นฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ได้นำตัว นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ (ชื่อเดิมนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน&amp;rdquo; มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 9 พ.ย. 2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 15 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน, ผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 22.30 น. มีกลุ่มวัยรุ่นนัดหมายกันเพื่อดูการชกมวยระหว่างนายอิทธิพล หรือตั้ง สุจริตกุล และ นายเขมทัต หรือบุค ชัชอานนท์ ในระหว่างนั้นเกิดการท้าทายกัน ผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกับนายพิพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ ใช้อาวุธปืนยิง นายจำเรียง ตะโบะ และ นายณัฐพงษ์ คล่องบัญชี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ร้านสรีนวดแผนไทยฯ ถ.ราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ในการจับกุมคือ ก่อนทำการจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมทราบว่านายเสี่ยโป้ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ปรากฏตัวที่สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ จึงได้ทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหามีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ พร้อมแจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ผู้ต้องหาทราบ&amp;nbsp;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนระบุว่า เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น จึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ในกรณีที่ผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหา หรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อๆ ไปทุกครั้ง ณ เรือนจำพิเศษธนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องยังระบุอีกว่า อนึ่ง ผู้ต้องหาได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยผู้ต้องหาไม่ทราบว่าได้มีการออกหมายจับไว้แต่อย่างใด ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาหลังศาลอนุญาตฝากขังแล้ว ผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาหลักทรัพย์พร้อมคำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว ระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 350,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82203</URL_LINK>
                <HASHTAG>พยายามฆ่า, ศาลอาญาธนบุรี, เสี่ยโป้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a8e3f96da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 06:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. SAMHSA ยกนิ้วงานคลินิกจิตสังคม ศาลอาญาธนบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เปิดบ้านศาลอาญาธนบุรีโครงการนำร่องแก้ปมปัญหาคนล้นคุกอย่างยั่งยืน ตัวแทนองค์กรให้บริการทางสุขภาพและติดสารเสพติดจากสหรัฐ เวียดนาม สสส.นำทีมสื่อมวลชนดูงานความสำเร็จของคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม สสส. ป.ป.ส. ที่ปรึกษาสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต ช่วยเหลือผู้ต้องขังเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ทำความผิดซ้ำอีกในข้อหายาเสพติด ไม่หลบหนีขณะปล่อยตัวชั่วคราว อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรีแจง Key Success อยู่ที่สังคมให้โอกาสให้อภัยด้วยระบบปรึกษาหารือ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโครงการกำลังใจฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คณะดูงานจากองค์กรการให้บริการทางสุขภาพและการติดสารเสพติด Substance Abuse and Mental Health Services Administration(SAMHSA) ประเทศสหรัฐ Kevin P.Muhven และ Kenneth Robertson Consultant CJ Behavior Health, HOANG VU Country Director จากประเทศเวียดนาม ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านเอชไอวีและสารเสพติดแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานกิจการยาเสพติดและการใช้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ ศูนย์การใช้สารเสพติดและบริการด้านสุขภาพจิต คณะจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสื่อมวลชนเข้าศึกษาดูงานคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ จาตุรงค์ สรนุวัตร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี, พรหมพิริยะ เกิดสันเทียะ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี, โกศล หกสุวรรณ ประธานผู้ให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมศาลอาญาธนบุรี ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ, จิรดา กฤตยานุกูล ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 70, ศุภพร ถิระวัฒน์ ผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่นที่ 70 ทำหน้าที่เป็นล่ามเพื่อถ่ายทอดการประชุมให้คณะจากต่างประเทศได้รับฟัง มีการนำวีดิทัศน์เรื่องจริงของเด็กสาวคนหนึ่งที่ติดยาเสพติด และกระบวนการทำงานของคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จาตุรงค์ สรนุวัตร อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี กล่าวว่า มีคดีขึ้นสู่ศาลอาญาธนบุรี 4,500 เรื่อง เป็นคดียาเสพติด 70% เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาล ผู้ต้องหาเกิดความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ ควรได้รับคำแนะนำ สร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อลดความเครียด เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ทำความผิดซ้ำอีกในข้อหายาเสพติด ไม่หลบหนีขณะปล่อยตัวชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยนโยบายของรัฐบาลและ ป.ป.ส.พิจารณาเห็นว่าผู้เสพหรือผู้ครอบครองยาเสพติดไม่ใช่ผู้ค้ายารายใหญ่ แต่เป็นผู้ป่วย ควรให้โอกาสด้วยการโน้มน้าวให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ที่ผ่านมามีปัจจัยหลายอย่างทางครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเยาวชนมีเรื่องล่อแหลมที่จะถูกชักจูงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ง่าย จึงนำคลินิกจิตสังคมเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่เยาวชนถูกจับกุม ถูกฟ้องดำเนินคดีเป็นจำเลยนำมาใช้ในคดีเมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายร่างกายและจิตใจของคนในครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การทำงานด้วยการเชิญพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมมาปรึกษาหารือ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยตัวชั่วคราว ให้คำแนะนำเพื่อลดความวิตกกังวลทั้งจากตัวเอง ครอบครัว คนที่ต้องพึ่งพาอาศัย แต่เป็นคนละเรื่องกับการดำเนินคดีที่ยังต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรมที่จะต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน คดีประเภทนี้จะให้โอกาสไม่ถูกนำไปจำคุก รอการลงโทษ รอลงอาญา ทั้งนี้ต้องไม่เป็นคดีที่ไม่รุนแรงเป็นผู้เสพหรือครอบครองยาที่มีโทษขั้นต่ำ 1-5 ปี ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุ 18 ปีขึ้นไป คือ 20-30 ปี เป็นชาย 70% ส่วนความรุนแรงในครอบครัวเป็นหญิง 20% ส่วนใหญ่ถูกกระทำความรุนแรง แต่ถ้าเป็นคดีผู้ค้ายารายใหญ่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ต้องดำเนินคดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรี จัดตั้งขึ้นโดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.2552 (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 20 ธ.ค.2551-9 ส.ค.2554) โดยเริ่มดำเนินการเป็นศาลแรกที่มีการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมในระบบศาลจนถึงปัจจุบันครบ 10 ปี มีผู้เข้ารับคำปรึกษา 10,000 คน เมื่อผ่านการรับคำปรึกษาแล้ว ผู้ต้องหาหรือจำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำเพียงร้อยละ 0.2 ขณะนี้มีศาลที่ดำเนินการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมทั้งหมด 10 แห่ง ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลจังหวัดลำพูน ศาลจังหวัดเกาะสมุย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การดำเนินการของคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคมของศาลอาญาธนบุรีเน้นการสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตนเอง ช่วยให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยลดภาวะเครียด และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนให้อยู่ในสังคมได้โดยไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ ทั้งยังช่วยให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ในกระบวนการยุติธรรมโดยไม่หลบหนีไปในระหว่างการปล่อยชั่วคราวอีกด้วย ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกที่เหมาะสมในเวลานั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สสส.เข้ามาสนับสนุนงบประมาณ ช่วยส่งผู้ต้องหาเข้าไปรับการฟื้นฟูสุขภาพเหมือนกับการอยู่ในค่ายทหาร ให้กรมกิจการพลเรือนลงทะเบียนวิจัยสร้างสมรรถนะให้กับร่างกาย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ดูแลเรื่องยาเสพติดโดยตรง เข้ามาสนับสนุน ให้คำปรึกษา ฝึกอบรมทางจิต สังคม คุณหมอดวงตาจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นวิทยากรแนะนำให้คำปรึกษา ค้นคว้าหาข้อเท็จจริง นักวิจัยจากศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านเอชไอวีและสารเสพติดแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สรุปผล ได้งบประมาณจาก ป.ป.ส.เบิกจ่ายตามระเบียบกรมบัญชีกลาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Key Success เนื่องจากสังคมให้โอกาสและพร้อมที่จะให้อภัย เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ด้วยระบบปรึกษาหารือในคดียาเสพติดที่เป็นผู้เสพหรือครอบครอง ผู้ติดร่างแห ไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ อีกทั้งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในโครงการกำลังใจฯ ทรงริเริ่มช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงที่ติดร่างแหจากคดียาเสพติด เพราะตกกระไดพลอยโจร เนื่องจากอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เมื่อพนักงานตำรวจตรวจค้นพบของกลางก็ต้องจับทุกคนในบ้านสอบสวน พี่น้อง ลูกเมียกดดันตกลงกันเอง ให้ออกมา ไม่ได้ตัวการที่แท้จริง ดังนั้นจึงสกรีนพวกร่างแหออกไปจะได้ไม่ต้องมาติดคุก เป็นการให้โอกาสคนที่มีพื้นฐานไม่มีความคิดที่จะทำความผิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเรือนจำปรับโครงสร้าง ปล่อยตัวผู้ต้องโทษที่มีความประพฤติดีออกไปก่อนที่จะครบกำหนดโทษ ด้วยการเข้าโปรแกรมรับการฝึกอบรม 3-6 เดือน เป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ให้เครือข่ายชุมชนภาคสังคมมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผู้ให้คำปรึกษาที่เป็นอาสาสมัครไม่มีเงินเดือน ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 1,000 บาท ผ่านการฝึกอบรมจากกรมสุขภาพจิต ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุแล้วเคยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมในศาล เข้าใจปัญหาครอบครัว สังคม มีจิตใจเป็นกุศล งานนี้ต้องใช้เวลาในการพูคคุยทำความเข้าใจเป็นอย่างดี เป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีแม้จะมีปัญหาเรื่องงบประมาณในการจ้างอาสาสมัคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เป็นความคุ้มค่าในการปล่อยผู้ต้องขัง 1 คนออกไปจากเรือนจำ เพราะต้องใช้งบประมาณในการกักขัง ยิ่งถ้าปล่อยคนที่ไม่ได้กระทำผิดเพราะเจตนา เป็นการสร้างประโยชน์ให้สังคม ประเทศชาติได้ คุณค่าที่เกิดจากตัวเองเป็นภาพรวมจึงเป็นสิ่งที่ประเมินเป็นตัวเงินไม่ได้ ยิ่งถ้าเขาได้ประสบการณ์ที่ดีจะเป็นเครือข่ายโน้มน้าวคนอื่นไม่ให้ทำความผิดได้ สำนักงาน ป.ป.ส.อยากได้คำยืนยันสนับสนุนโครงการคลินิกจิตสังคมต่อไป เพื่อขยายไปยังศาลอื่นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อนึ่ง ศาลอาญาธนบุรีมีพื้นที่ครอบคลุมสมุทรสาคร บางบอน บางแค บางขุนเทียน ภาษีเจริญ เพชรเกษม พรานนก ฯลฯ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้มีผู้ใช้แรงงานทอผ้า ตัดเย็บ พลาสติกเป็นจำนวนมาก มีโรงงานสีขาว ถ้าพบพนักงานติดยาก็จะถูกไล่ออก ไม่มีเงินเดือนค่าจ้าง แต่ติดยากลายเป็นปัญหาที่กลับมาอยู่ในเรือนจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), คลินิกจิตสังคม, ศาลอาญาธนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12b482e956d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
