<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุกอ่วม! ลูกสาวแอบถอนเงินแม่ ระหว่างรักษาตัวกว่า 24.7 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - ที่ศาลอาญาพระโขนง ถ.สรรพาวุธ อ่านคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำ อ. 1668/2563 ที่ นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 82 ปี มารดา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี จำเลย บุตรสาวแท้ๆ ในคดีลักทรัพย์ ทยอยถอนเงินในบัญชีกว่า 24.7 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นๆ ขณะอาม่าฮวยนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงเดิมตามฟ้องมีอยู่ว่าโจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้เปิดบัญชี เงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีสวนหลวง สาขาถนนศรีนครินทร์ รวม 2 บัญชี เมื่อระหว่างเดือนก.พ.2557 ถึง เดือน ม.ค.2559 จำเลยได้ให้โจทก์ลงลายมือชื่อในใบถอนเงินในขณะที่โจทก์มีสติปัญญาไม่สมบูรณ์ ถอนเงินวันที่ 17 ก.พ. 2557 จำนวน 12 ล้านบาท วันที่ 18 มี.ค. 2557 จำนวน 2 ล้านบาท วันที่ 24 มี.ค.จำนวน 2 ล้านบาท และวันเดียวกันอีกบัญชี จำนวน 500,000 บาท วันที่ 6 พ.ย.2557 อีก 1 ล้านบาท และวันที่ 18 ม.ค.2559 อีก 2,257,400 บาท รวม 24,757,400 บาท ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุก 6 กระทงๆ ละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิเคราะห์พฤติกรรมแห่งคดีแล้ว การกระทำความผิดของจำเลยเป็นการกระทำต่อโจทก์ ซึ่งเป็นบุพการีโดยใช้โอกาสที่จำเลยเป็นผู้ดูแลระหว่างโจทก์เจ็บป่วย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อีกทั้งเงินที่จำเลยลักไปเป็นเงินจำนวนสูงมากนับเป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้น แม้ปรากฏว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน กรณีไม่เป็นเหตุให้รอการลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความอาม่า โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยังมีคดีที่เป็นฟ้องของอัยการอีกสำนวนคือ หมายเลขดำที่ 3228/2562 มูลค่าความเสียหาย 250 ล้านบาท คดีอยู่ระหว่างพิจารณาขอให้ติดตามต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญาพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b7614e97f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว หนุ่มใหญ่หัวร้อนควบกระบะวีโก้ รัวยิง 4 นัดดับคนขับแท็กซี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64 - ที่ศาลอาญาพระโขนง พนักงานสอบสวน สน.บางนา นำตัว นายวินัย บุญพยุง อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พาอาวุธปืนไปในเมืองฯ และยิงปืนในเมืองฯ มาฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-22 พ.ค. 2564 เนื่องจาก การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ในการจับกุมกล่าวคือ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. เวลาประมาณ 10.20 น. นายวินัยขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีโก้ คันหมายเลขทะเบียน ฆห 2379 กทม. ส่วนนายพีระพงษ์ขับรถแท็กซี่ เลขทะเบียน มช 8272 กทม. ทั้งคู่ขับมาตามถนนบางนา-ตราดขาเข้ามุ่งหน้าไปสี่แยกบางนาได้ขับขี่ปาดหน้ากันไปมา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้จอดรถมาเจรจากัน และเกิดการโต้เถียง โดยนายพีระพงษ์ได้ถือเหล็กแป๊บยาวประมาณ 50 ซม. เข้าหา นายวินัยได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงนายพีระพงษ์ 4 นัด ถึงแก่ความตาย ในที่เกิดเหตุจากนั้นนายวินัยขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมอาวุธปืนได้ที่ อ.บางพลี ที่ทำงานของผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และ ป.อาญา ม.288 เหตุเกิดที่ บริเวณถนนบางนา-ตราคคู่ขนาน ขาเข้า ก่อนปากซอยบางนา-ตราด 8 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ เบื้องต้นในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวของผู้ต้องหา เนื่องจากมีอัตราโทษสูง ต่อมาศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านฝากขัง จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฝากขัง มีญาติผู้ต้องหามายื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 410,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญาพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5fa7e6644e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาพระโขนง อนุมัติฝากขังสาวฆ่าปาดคอครูมวย ก่อนส่งเข้าเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - ที่ศาลอาญาพระโขนง ถ.สรรพาวุธ พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ นำตัว น.ส.พลอยไพลิน คุณานุกรกุล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าครูมวย มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก&amp;nbsp;เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. - 7 มี.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 5 ปาก รอผลตรวจประวัติอาชญากร รอผลตรวจพิสูจน์ของกลางอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องบรรยายสรุปว่า ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดปาดคอนายวิชาญ มะลิทอง หรือแดง อายุ 46 ปี หรืออดีตนักมวยชื่อ วิชาญน้อย ศิษย์เจ๊พเยาว์ ปัจจุบันเป็นครูมวยชื่อดัง และเปิดค่ายมวย 789 มวยไทยยิม ย่านรามคำแหง จนเสียชีวิต ภายในรถยนต์โตโยต้าวีออสสีขาว ใกล้ปากซอยหมู่บ้านเสรี ซ.อ่อนนุช 19 แขวงและเขตประเวศ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง เลขที่ 86/2564 ลงวันที่ 22 ก.พ. 2564 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาอาวุธมีด ไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะ กระทั่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหาดังกล่าว&amp;nbsp;ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธอ้างว่า เป็นการป้องกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94119</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าครูมวย, ศาลอาญาพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60361a39275e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดคุกหัวโต! ก๊วนวินมอเตอร์ไซค์ย่านอุดมสุขยกพวกตีกัน หนุ่มเคอรี่โดนลูกหลงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่ศาลอาญาพระโขนง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีวินมอเตอร์ไซค์ยกพวกตีกันย่านอุดมสุข หมายเลขดำ อ2616/2562 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร&amp;nbsp;, นายจีระพงษ์ หรือเบส วิบูลย์รัชกิจ, นายพันธ์ศักดิ์ หรือตั้ม พละทรัพย์, นายปิยะ หรือหมู พวงเกษร, นายมานพ หรือเบียร์ มิ่งมงคล, นายประมุข หรือมุข วิเชียรดิลกกุล, นายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม, นายบัวลอย หรือเป้ พัฒวี, นายสมโภช หรือโอ๋ รัชนีกร, นายธนพล หรือน็อต บัวบาน, นายภาณุกร หรือแบงค์ มาลาขาว, นายอาทิตย์ หรือเอ๋ เข็มเพชร, นายขวัญ หรือโต้ คชาไพร, นายศักรินทร์ หรือหนุ่ย ขาวผ่อง, นายอมรฤทธิ์ หรือแบงค์ กองแก้ว, นายฤทธิชัย หรือฟลุ๊ค พาพันธ์, นายดวงดี หรือใหม่ แนวกลาง และนายบุพกร หรือแจ็ค นราสงค์ เป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดต่อชีวิต, ซ่องโจร, ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2562 นายประมุข เป็นหัวหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างกลุ่มซอยอุดมสุข 1 ไม่พอใจกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างกลุ่มซอยอุดมสุข 2 ที่มีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน เรื่องแย่งลูกค้า กลุ่มวินซอยอุดมสุข 2 ไม่ได้รับอนุญาต แต่มาตั้งวินรับลูกค้าบริเวณใกล้กัน นายประมุขพร้อมพวกที่มีทั้งคนสวมเสื้อวินและหมวกกันน็อกราว 50-60 คน ถือกระบองยาว 1.5 เมตร และมีด ไปที่วินซอยอุดมสุข 2 มีประมาณ 20-30 คน สวมใส่เสื้อทั่วไป ถือไม้ยาว และบางส่วนถืออาวุธมีด วิ่งเข้าไปทำร้ายกันบริเวณกลางถนนซอยอุดมสุข โดยนายประมุขได้รับบาดเจ็บด้วย กลุ่มวินวิ่งไล่ทำร้ายกันนานประมาณ 5 นาที ฝ่ายนายทนง หัวหน้าวินซอยอุดมสุข 2 มีที่พักอยู่ในชุมชนรุ่งเรืองหลบเข้าไปในซอย ระหว่างนั้นฝ่ายนายประมุขรวมตัวกันประมาณ 15-20 คน ก่อนที่นายปิยะ, นายรังสรรค์ และนายวันชัย ใช้ปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดที่พกติดตัวมายิงใส่คนที่อยู่ในซอยรุ่งเรือง เป็นเหตุให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ หนุ่มเคอรี่ ถูกกระสุนถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2, 6-7 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยที่ 1-18 มีความผิดฐานซ่องโจร ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ แสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ และร่วมกันทะเลาะกันอย่างอื้ออึงให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะ ปรับคนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำคุกคนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 6 เป็นหัวหน้าสั่งการ ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 6 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ให้จำคุก 4 เดือน รวมจำเลยที่ 1-2, 7 จำคุกคนละ 27 ปี ปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 6 จำคุก 27 ปี 10 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 3-5, 8-18 จำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 5 กระทงละหนึ่งในสามรวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน ปรับ 6,666.66 บาท ทั้งนี้ จำเลยบางรายให้การรับสารภาพบางข้อหา จึงมีการลดโทษจำคุกและค่าปรับในส่วนของจำเลยที่รับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลรวมโทษทุกกระทงแล้ว นายรังสรรค์ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 24 ปี 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท, นายจีระพงษ์ จำเลยที่ 2 คงจำคุก 27 ปี ปรับ 5,000 บาท, นายพันธ์ศักดิ์และนายปิยะ จำเลยที่ 3-4 คงจำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท, นายมานพ จำเลยที่ 5 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ปรับ 6,666.66 บาท, นายประมุข จำเลยที่ 6 คงจำคุก 27 ปี 10 เดือน ปรับ 5,000 บาท, นายวันชัย จำเลยที่ 7 คงจำคุก 25 ปี 12 เดือน ปรับ 5,000 บาท, จำเลยที่ 8-12 คงจำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และจำเลยที่ 13-18 จำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท โดยศาลพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวมร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ กับให้จำเลยที่ 1-2, 6-7 ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้ร้อง จำนวน 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (6 ก.ย. 2562) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกพวกตีกัน, วินมอเตอร์ไซค์, ศาลอาญาพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4c9b839dff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
