<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียสั่งร้านเสริมสวยจ่าย9ล้าน ชดเชยตัดผมนางแบบผิดทรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลคดีผู้บริโภคของอินเดียสั่งให้ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในโรงแรมชั้นนำจ่ายเงินค่าทำขวัญมากกว่า 9 ล้านบาทแก่นางแบบสาว ชดเชยที่ช่างตัดผมของเธอจนสั้นไม่ตรงกับความต้องการของเธอ ส่งผลให้นางแบบผู้นี้จิตตกจนเสียงานและอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารคำตัดสินของศาลผู้บริโภคในกรุงนิวเดลีเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายน กล่าวว่า อัศนา รอย นางแบบสาวรายนี้เข้าร้านเสริมสวย ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมชั้นนำในกรุงนิวเดลี เมื่อปี 2561 เพื่อให้ช่างตัดผมของเธอออก 4 นิ้วจากปลายผม แต่ช่างกลับตัดผมยาวของเธอออกเกือบหมดจนเหลือความยาวแค่ 4 นิ้วจากโคนผม สร้างความตกใจแก่เธออย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการระงับข้อพิพาทผู้บริโภคแห่งชาติ (NCDRC) กล่าวว่า โจทก์สูญเสียงานที่คาดหมายว่าจะได้ ประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเธออย่างสิ้นเชิง และยังทำลายความฝันของการเป็นนางแบบชั้นนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เธอประสบกับความกระทบกระเทือนและบาดแผลทางจิตใจรุนแรงสืบเนื่องจากความประมาทเลินเล่อในการตัดผมของเธอ และไม่สามารถรวบรวมสมาธิกับงานของเธอได้ จนสุดท้ายเธอก็ตกงาน&amp;quot; ศาลผู้บริโภคแห่งนี้ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลตัดสินให้ร้านเสริมสวยแห่งนี้จ่ายเงินชดเชยแก่นางแบบสาว 20 ล้านรูปี (ราว 9,065,000 บาท) โดยให้เวลา 8 สัปดาห์ แต่ร้านนี้สามารถอุทธรณ์คำตัดสินได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117773</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดผมนางแบบผิดทรง, ศาลอินเดีย, สั่งร้านเสริมสวยจ่ายชดเชย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614de598d115f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวแน่!ม.ล.ชัยนิมิตโชว์ประวัติ’ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต’หญิงแกร่งตัวจริงที่ฟ้องราชวงศ์อินเดีย8ปีและชนะมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน ทายาท ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน อดีตนักคิดนักเขียนไทย หนึ่งในอดีตนักโทษการเมืองในคดีกบฏบวรเดชโพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า ระโยงข้างบนนี้จะพาคุณไปอ่านเรืองราวการต่อสู้ในศาลอินเดียของหม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต กับราชวงศ์ชัยปุระ เพื่อรักษามรดกราชบุตรราชธิดาของท่านซึ่งเกิดจากเจ้าชายจกัต สิงห์ พระโอรสของมหาราชแห่งแคว้นชัยปุระ ใช้เวลากว่า 8 ปีจึงได้รับชัยชนะ
https://www.dailynews.co.th/foreign/350450&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสินใจต่อสู้กับขบวนการใส่ร้ายป้ายสีสถาบันนี้ถึงจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่หนักหนาสำหรับสตรีแกร่งท่านนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางส่วนคำฟ้องของ​ ม.ร.ว.ปรียนันทนา​ รังสิต​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้วางหลักเกณฑ์การเขียนวิทยานิพนธ์ไว้ว่า &amp;ldquo;สิ่งที่ควรตระหนักอย่างยิ่งในการเขียนวิทยานิพนธ์ คือ เรื่องจริยธรรม หรือจรรยาบรรณในการวิจัย นิสิตต้องรับผิดชอบในการหารายละเอียดที่ถูกต้องเกี่ยวกับเอกสารและแหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง การคัดลอกสาระสำคัญของผลงานวิจัย หรือข้อเขียนของผู้อื่นมาใส่ไว้ในวิทยานิพนธ์ของตนเองจะต้องระบุแหล่งที่มาของข้อมูลทุกรายการ นอกจากเป็นการให้เครดิตเจ้าของผลงานแล้ว ยังทำให้วิทยานิพนธ์นั้น มีคุณค่าน่าเชื่อถือทางวิชาการมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; การทำวิทยานิพนธ์มีหลายระดับการศึกษา การทำวิทยานิพนธ์ในระดับดุษฎีบัณฑิต ถือเป็นงานที่มีเกียรติยศสูงสุดในทางวิชาการด้านการศึกษา การทำวิทยานิพนธ์เพื่อจะเป็นดุษฎีอันมีเกียรติ พึงต้องมีความละอายต่อการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ควรสร้างผลงานทางวิชาการด้วยการปั้นแต่งความเท็จเพื่อสนองความต้องการของตนเองอันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอ้างข้อเท็จจริงอันฝ่าฝืนต่อความจริงของจำเลยที่ 1 ในวิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิตดังกล่าว เป็นการจงใจนำความเท็จที่ตนเองปั้นแต่งขึ้นเพื่อบิดเบือนประวัติศาสตร์ ให้เป็นข้อเท็จจริงที่มีความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าเป็นข้อเท็จที่มีมาก่อนแล้ว เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักการทางวิชาการที่น่าละอายอย่างยิ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยมีอคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นการจงใจและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพื่อให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการกล่าวหาโจมตีผ่านสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ซึ่งในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ โดยมุ่งประสงค์ให้ผู้ที่อ่าน หรือผู้ที่พบเห็นข้อความในวิทยานิพนธ์เข้าใจข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียพระเกียรติและวงศ์ตระกูล ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นผู้ไม่นิยมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ฝักใฝ่อำนาจทางการเมือง สนับสนุนการรัฐประหาร กระทำการก้าวก่ายการบริหารราชการของรัฐบาล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่จริงแต่ประการใด
จำเลยที่ 2 เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักในการทำวิทยานิพนธ์ดังกล่าวของจำเลยที่ 1 เป็นอาจารย์ระดับสูง จบการศึกษาระดับปริญญาเอก มีสถานะเป็นรองศาสตราจารย์ ได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะนักวิจัยดีเด่น เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องทราบหลักเกณฑ์การเขียนวิทยานิพนธ์ของนิสิตเป็นอย่างดี มีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามวิสัยในระดับมาตรฐานของนักวิชาการในการให้คำปรึกษา เสนอแนะ และตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ใช้อ้างอิงในการทำฐานะนักวิจัยดีเด่น เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องทราบหลักเกณฑ์การเขียนวิทยานินธ์ของนิสิตเป็นอย่างดี มีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามวิสัยในระดับมาตรฐานของนักวิชาการในการให้คำปรึกษา เสนอแนะ และตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ใช้อ้างอิงในการทำวิทยานิพนธ์ให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้งานวิทยานิพนธ์ในระดับดุษฎีบัณฑิตมีความถูกต้องน่าเชื่อถือ อันเป็นมาตรฐานของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการอ้างอิงแหล่งข้อมูลใดๆ จะต้องเป็นข้อมูลที่ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งข้อความในวิทยานิพนธ์ของจำเลยที่ 1 หน้า 63 และ 105 เป็นข้อความสำคัญที่กระทบถึงความมั่นคงขององค์กรหลักของชาติ จำเลยที่ 2 ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก จึงยิ่งต้องมีหน้าที่ใช้ความระมัดระวังและต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้องชัดเจน ซึ่งสามารถตรวจสอบจากเอกสารของจำเลยที่ 1 ได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เคยมีปรากฏในทางวิชาการมาก่อน การที่จำเลยที่ 2 ไม่ทักท้วงข้อความดังกล่าว จึงเป็นการจงใจและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ทำหน้าที่ให้สมฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อ้างอิงในวิทยานิพนธ์ของจำเลยที่ 1 ตามวิสัยของผู้ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักในการทำวิทยานิพนธ์ ปล่อยปละละเลยให้มีการอนุมัติวิทยานิพนธ์อันมีข้อความเท็จของจำเลยที่ 1 จนในที่สุด มีการห้ามเผยแพร่วิทยานิพนธ์ของจำเลยที่ 1 ทำให้กระทบถึงเกียรติภูมิความน่าเชื่อถือในมาตรฐานดุษฎีบัณฑิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเกิดความเสียหายในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น วิทยานิพนธ์ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เขียน โดยความร่วมมือและเห็นชอบของจำเลยที่ 2 ได้เผยแพร่ต่อสาธารณชนทั่วไป จึงเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ทราบดีว่า วิทยานิพนธ์ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว จะได้รับการเผยแพร่แก่บุคคลทั่วไป เมื่อข้อความในวิทยานิพนธ์ของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 เป็นข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ย่อมทำให้เป็นที่เสียหายต่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และราชสกุลรังสิต เป็นการจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วโดยไม่มีโอกาสชี้แจงความเป็นจริงเพื่อปกป้องชื่อเสียงเกียรติคุณของตนเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมิได้ดำเนินการเพื่อปกป้องมาตรฐานความน่าเชื่อถือทางวิชาการของสถาบันการศึกษาของจุฬาฯ เอง แต่อย่างใด จนต่อมาเมื่อปี 2562 คณะกรรมการบริหารบัณฑิตวิทยาลัย เพียงมีมติให้ระงับการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ของจำเลยที่ 1 รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายบันทึกของบัณฑิตวิทยาลัย เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 14&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 1 ยอมรับว่า ข้อเท็จจริงที่อ้างไม่ตรงตามความเป็นจริง และรับว่าจะแก้ไขให้ตรงตามความเป็นจริง รายละเอียดปรากฏตามหนังสือของจำเลยที่ 1 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยอมรับว่าจะแก้ไขของจำเลยที่ 1 เป็นการอ้างเพื่อให้ยุติการสอบสวนเท่านั้น มิได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขข้อความอันฝ่าฝืนความจริงในวิทยานิพนธ์ของตนเอง เนื่องจากวิทยานิพนธ์ได้รับการอนุมัติไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว และข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยแก้ไขหรือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะแต่อย่างใดเลย กลับปรากฏว่ายังคงอ้างอิงข้อความอันฝ่าฝืนความจริงนั้นต่อสาธารณชนต่อไป โดยไม่มีความละอายในฐานะนักวิชาการแต่อย่างใด โดยยังคงเขียนหนังสือเผยแพร่ข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จออกสู่สาธารณะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 จงใจใส่ร้าย กล่าวหาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่​ 1​ ณัฐพล​ ใจจริง​&amp;nbsp;
จำเลยที่​ 2​ กุลลดา​ เกษบุญชู​ มี๊ด​ อาจารย์ที่ปรึกษา
จำเลยที่​ 3​ ชัยธวัช​ ตุลาธน​ (บก.หนังสือ​ ขอฝันใฝ่ฯ)​
จำเลยที่​ 4​ อัญชลี​ มณีโรจน์​ (บก.หนังสือ​ ขุนศึกฯ)​
จำเลยที่​ 6​ ธนาพล​ อิ๋วสกุล​ (บก.ฟ้าเดียวกัน)
https://www.facebook.com/wathin.chatkoon/posts/3003298479948963&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต หลานสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ได้มอบหมายให้ นายสมผล ตระกูลรุ่ง ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เพื่อดำเนินคดีต่อนายณัฐพล ใจจริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้แต่งหนังสือ &amp;ldquo;ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี&amp;rdquo;, นางกุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, น.ส.อัญชลี มณีโรจน์ หุ้นส่วนสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และ นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ในฐานความผิดละเมิดไขข่าวด้วยข้อความฝ่าฝืนความจริง เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทเมื่อวันที่ 9 มี.ค.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน, ศาลอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_604828f6c97bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2018 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอินเดียสั่งจำคุก 5 ปี ซุปตาร์บอลลีวู้ดล่าสัตว์ป่าหายาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดังแค่ไหนก็โดน &amp;quot;ซัลมาน ข่าน&amp;quot; ซูเปอร์สตาร์แห่งบอลลีวู้ดโดนศาลอินเดียตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปีเมื่อวันพฤหัสบดี จากความผิดฐานล่าแอนทีโลป กวางเขาเกลียวที่เป็นสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซัลมาน ข่าน ขณะมาขึ้นศาลเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลเมืองโยธปุระของอินเดียมีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน 2561 ในคดีที่ซัลมาน ข่าน ถูกกล่าวหาว่าล่าแอนทีโลปหายาก หรือที่เรียกว่าแบล็กบัก เมื่อปี 2541 โดยตัดสินว่าเขามีความผิดและลงโทษจำคุก 5 ปี พร้อมกับปรับเงิน 10,000 รูปี (ราว 4,800 บาท)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
พระเอกวัย 52 ปีที่ได้รับฉายาแบ๊ดบอยแห่งวงการภาพยนตร์อินเดียโดนตำรวจควบคุมตัวแล้วพาไปยังเรือนจำทันที ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายที่ด้านนอกศาล อย่างไรก็ดี เอเอฟพีรายงานว่า ข่านซึ่งปฏิเสธความผิด ยังสามารถอุทธรณ์คำตัดสินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการอินเดียได้วางกำลังตำรวจหลายร้อยนายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยด้านนอกศาล ซึ่งมีแฟนหนังของพระเอกซูเปอร์สตาร์รายนี้มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากข่าน ยังมีดาราบอลลีวู้ดอีก 4 รายที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมทริปล่าสุดกับเขาด้วย ได้แก่ ซาอิฟ อาลี ข่าน, โซนาลี เบนเดร, ตาบู และนีลัม โคทารี แต่ศาลยกฟ้องพวกเขาเนื่องจากไม่มีหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนเผ่าพื้นเมืองในรัฐราชสถานซึ่งทำหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่นั้น ยื่นคำร้องกล่าวหานักแสดงกลุ่มนี้ แต่ทนายความของข่านอ้างว่าแบล็กบักเหล่านี้ตายเองโดยธรรมชาติ เช่น ร้อนตาย แล้วยังอ้างด้วยว่า ไม่มีหลักฐานว่าพวกเขาเป็นคนยิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กวางแอนทีโลปเขาเกลียวหรือแบล็กบักที่อุทยานสัตววิทยา กรุงนิวเดลี แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป่าไม้ของรัฐราชสถานยื่นฟ้องพระเอกรุ่นใหญ่รายนี้หลายข้อหานับตั้งแต่เขาเที่ยวป่าล่าสัตว์ซาฟารีในผืนป่าคุ้มครองระหว่างมาถ่ายทำหนังที่รัฐนี้เมื่อ 20 ปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่านเคยนอนคุก 1 สัปดาห์เมื่อปี 2541 ตอนที่เขาถูกกล่าวหาครั้งแรกว่าใช้อาวุธปืนที่ไม่มีใบอนุญาต ยิงแบล็กบักตัวหนึ่ง ปีที่แล้วศาลตัดสินว่าเขาไม่มีความผิดฐานใช้ปืนที่ไม่มีอนุญาต แต่ศาลสูงกำลังยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่านยังเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าละมั่งหลายตัวระหว่างการออกทริปล่าสัตว์ และเคยติดคุกช่วงสั้นๆ เมื่อปี 2549 แต่การอุทธรณ์ทำให้เขาพ้นผิดในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเอกแบดบอยซึ่งเป็นหนุ่มโสดที่ผู้หญิงอินเดียใฝ่ฝันและชายอินเดียอิจฉา แจ้งเกิดในวงการบอลลีวู้ดในยุคทศวรรษ 1980 แต่ความโด่งดังของเขามาพร้อมกับเรื่องฉาวนอกจอสารพัด รวมถึงการขับรถชนคนเร่ร่อนตายแล้วหนี&amp;nbsp;
เมื่อปี 2558 ศาลพิพากษาว่าเขาไม่มีความผิดในอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพิจารณาคดีในระบบยุติธรรมอินเดียนั้นมักยืดเยื้อยาวนานหลายปี บางคดีอาจถึงหลายสิบปี ศาลจึงจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6548</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวางแอนทีโลปเขาเกลียว, จำคุกดาราบอลลีวู้ด, ซัลมาน ข่าน, ล่าสัตว์ป่า, ศาลอินเดีย, อุทยานสัตววิทยา กรุงนิวเดลี, แบล็กบัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac601f4cd788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
