<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนงานตกหลังคาศาลาการเปรียญวัดทะลุฝ้าเพดานบาดเจ็บสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63- เมื่อเวลา 11.30 น.นายสราวุธ &amp;nbsp;เมืองแดง หัวหน้าหน่วยอาสากู้ภัยมูลนิชุมพรการกุศลสงเคราะห์เขตสวี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนงานก่อสร้างพลัดตกจากหลังคาวัดแหลมปอ ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลสวี อ.สวี จ.ชุมพร ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพร้อมด้วยกำลังอาสากู้ภัยกู้ชีพเร่งตรวจสอบให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุที่ศาลาการเปรียญภายในวัดดังกล่าว พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายชื่อ นายมนตรี อายุ 61 ปี เป็นชาว จ.นครราชสีมา นอนนิ่งอยู่ในศาลาการเปรียญที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างโดยมีเพื่อนคนงานและพระภิกษุสงฆ์คอยดูแลอาการอยู่ใกล้ๆ &amp;nbsp;หน่วยอาสากู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้นพบว่าได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและซี่โครงขวาก่อนรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลสวีให้แพทย์รักษาต่อไป
&amp;nbsp;
จากการสอบถามพระครูสิริสุธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดแหลมปอ และเจ้าคณะอำเภอสวี &amp;nbsp;ระบุว่าได้ว่าจ้างช่างก่อสร้างจำนวน 4 คน เพื่อซ่อมแซมบูรณะศาลาการเปรียญดังกล่าว ซึ่งสร้างขึ้นตั้งปี 2510 มีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม &amp;nbsp;โดยวันเกิดเหตุทราบจากเพื่อนของคนงานด้วยกันว่าได้ขึ้นกันไปเปลี่ยนหลังคาและทาสี แต่จังหวะที่กำลังจะทำความสะอาดหลังคาและกวาดขี้นกอยู่นั้น &amp;nbsp;คาดว่านายมนตรีเกิดเหยียบคานไม้ใต้หลังคาพลาดจึงพลัดตกลงมาทะลุฝ้าเพดานซึ่งมีความสูงประมาณ 5 เมตร ร่างหล่นลงมากระแทกพื้นหินอ่อนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66783</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนงาน, ตกหลังคา, วัดแหลมปอ จ.ชุมพร, ศาลาการเปรียญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca26a69ee09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ศาลาการเปรียญทรงไทยวัดดังบุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.61- พ.ต.ท.สิทธิ์ หวังสุขกลาง &amp;nbsp;รอง ผกก.สอบสวน สภ.นางรอง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญทรงไทย วัดโพธาราม บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง &amp;nbsp;จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งเทศบาลเมืองนางรอง &amp;nbsp;อบต. และหน่วยกู้ชีพ &amp;nbsp;กู้ภัยฯ ใกล้เคียง ร่วมเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ศาลาการเปรียญอย่างรุนแรง &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิงได้เร่งช่วยกันระดมฉีดน้ำดับไฟที่โหมลุกไหม้ศาลาการเปรียญกันอย่างโกลาหล แต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากบริเวณชั้นสองของศาลาการเปรียญสร้างด้วยไม้เก่าแก่ และหลังจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี &amp;nbsp;ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ข้าวของเครื่องใช้ของพระ เณรที่เก็บไว้ภายในศาลา รวมถึงตัวศาลาถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหมด &amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลาการเปรียญดังกล่าว เป็นศาลาเก่าแก่สร้างด้วยไม้สักเกือบทั้งหลัง &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2544 &amp;nbsp;โดยพระ เณร ทุกรูปจะจำวัดในศาลาหลังนี้ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ด้วยซึ่งถูกเพลิงไหม้เผาวอดเสียหายทั้งหมด &amp;nbsp;แต่โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า &amp;nbsp;ช่วงเกิดเหตุ พระครูโพธิธรรมรังสี &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดโพธารามดังกล่าว ไปรับกิจนิมนต์ไม่ได้อยู่วัด แต่มีพระลูกวัดกำลังสอนหนังสือเด็กนักเรียนอยู่ด้านล่างของศาลาหลังดังกล่าว ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณชั้นบนพระจึงวิ่งขึ้นไปดู ก็เห็นไฟลุกไหม้ศาลาแล้วพยายามจะเข้าไปดับแต่ไม่สามารถดับได้ เพราะเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22723</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.บุรีรัมย์, ดับเพลิง, วัด, ศาลาการเปรียญ, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfa690f764ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
