<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039; แห้ว! ศาลแพ่งยกคำร้อง ขอคุ้มครองชั่วคราว เพิกถอนพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.64 - ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาบเเพ่งได้ออกเอกสารข่าวความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่าเมื่อวันที่ 4ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งมีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 4639/2564 ที่นายยิ่งชีพอัชฌานนท์ กับพวกรวม 3 คนยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 5 คนขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฉบับที่ 3ข้อ 2ข้อ 3 และข้อ 4 ,ฉบับที่ 5และฉบับที่ 11และให้ไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้ง3 พร้อมรับคำร้องขอให้ศาลไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ในกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวและห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งหรือการกระทำใด ๆ ที่สั่งการตามประกาศดังกล่าวมาใช้กับโจทก์ทั้ง3 และประชาชนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดและศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 8 ต.ค.64 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ศาลแพ่ง ได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า&amp;ldquo; จำเลยที่ 1 ออกข้อกำหนดดังกล่าวห้ามมิให้มีการชุมนุมการทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยปัจจุบันยังพบการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวของบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ภายในประเทศอีกทั้งสถานการณ์ยังคงมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจำเลยที่ 2 จึงออกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบดังกล่าวมาบังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเว้นระยะห่างและการป้องกันการสัมผัสของบุคคลอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวในลักษณะกลุ่มก้อน (Cluster) ภายในประเทศกระจายไปในวงกว้างและสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวยังพบว่ามียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต โจทก์ทั้ง3จะอ้างว่าไม่มีหลักฐานใดชี้ให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวมาจากการชุมนุมสาธารณะการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมของบุคคลจำนวนมากย่อมเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวได้ง่ายเจือสมกับที่โจทก์ที่ 2 เบิกความว่ารู้สึกกลัวการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าว จึงต้องใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือและหน้ากากอนามัยในการมาชุมนุมยิ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการด้านสาธารณสุขในการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อดังกล่าวในลักษณะกลุ่มก้อน (Cluster) ภายในประเทศกระจายไปในวงกว้างแม้ แต่กรณีตามคำร้องของโจทก์ทั้ง3 จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอและยังไม่มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษายกคำร้องของโจทก์ทั้ง3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีโจทก์ทั้ง 3 คือนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) , นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสด์ปลดแอก และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ &amp;nbsp;หรือครูใหญ่ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 1-6 ประกอบด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์,สำนักนายกรัฐมนตรี ,กองบัญชาการกองทัพไทย,กระทรวงการคลัง ,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้เพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ พ.ศ.2548 &amp;nbsp;และละเมิด เรียกทุนทรัพย์ชดใช้ 4,500,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ฟ้องเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119168</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, ศาลแพ่ง, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_61601164ea33f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039; ฟ้องดะนายกฯ-หลายหน่วยงาน ขอเพิกถอน ม.9 พรก.ฉุกเฉิน เรียกค่าเสียหาย 4.5 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ , นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสด์ปลดแอก และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) , สำนักนายกรัฐมนตรี , กองบัญชาการกองทัพไทย , กระทรวงการคลัง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นจำเลยที่ 1-6 เรื่องละเมิด ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 เรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 4,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 นับแต่วันฟ้อง รวมทั้งยังได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องสรุปได้ว่า โจทก์ทั้งสามถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ จากการร่วมปราศรัยในการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ซึ่งข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศดังกล่าว ให้จำเลยที่ 3-6 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ตามฟ้องและให้ สตช. จำเลยที่ 6 ลบล้างประวัติอาชญากรแก่โจทก์ทั้งสามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแพ่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ พ.4639/2564 โดยนัด พิจารณาครั้งแรกวันที่ 31 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;รัฐสามารถจำกัดสิทธิบางอย่างได้ แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามชุมนุม และการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็เพื่อควบคุมโรคระบาด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แม้จะไม่ใช่สถานที่แออัด ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ทุกครั้งที่จัดการชุมนุมทั้งคนจัดและผู้ปราศรัยการชุมนุมจะถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯตามมาตลอดขณะนี้มากกว่า 483 คดี มีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีมากกว่า 1,171 คน เราเห็นว่าข้อจำกัดที่ห้ามชุมนุมตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้นกว้างขวางและจำกัดสิทธิเสรีภาพจนเกินไป จึงมาฟ้องศาล ขอให้เพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หมายความว่า ให้ศาลมีคำสั่งว่า ข้อกำหนดและคำสั่งไม่เคยมีมาตั้งแต่แรกและให้มีผลย้อนหลัง ก็จะทำให้คดีความต่าง ๆ ของผู้ชุมนุมให้มีอันถูกยกเลิกไปด้วย ถ้าการชุมนุมผิดกฎหมายอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ทั้งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะฯ ที่ควบคุมดูแลการชุมนุมได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร มีการใช้ความรุนแรงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความคิดเห็นอย่างไร นายยิ่งชีพ กล่าวว่า คนละประเด็นกัน แต่ก็มีการชุมนุมที่ไม่สงบเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความผิดและสามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญาควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมโรคมาดูแลการชุมนุมที่ไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว เราจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินให้ระงับการบังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีการชุมนุม ก็จะถือว่าฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118825</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, ศาลแพ่ง, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bfd12181e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>39ผู้ประกอบการร้านอาหารฟ้อง&#039;นายกฯ&#039;กับพวก เรียกค่าเสียหาย50ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายดวงฤทธิ์ บุนนาค เจ้าของบริษัทเดอะเนฟเวอร์ เอนดิ้ง ซัมเมอร์ จำกัด ตัวแทนผู้ประกอบการ จำนวน 39 ราย พร้อมนางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ ได้เดินทางมายื่นฟ้องพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 5 คน ฐานความผิดละเมิดค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ความผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539&amp;nbsp; เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาว ส. รัตนมณี ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เดินทางมาฟ้องพล.อ.ประยุทธ, กระทรวงการคลัง, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร ในฐานนะกำกับดูแลการแก้ไขสถานการณ์โควิด -19&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านค้าและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบ เบื้องต้นรวบรวมได้จำนวน 39 ราย ซึ่งมองว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด ทั้งการเตรียมความพร้อม การจัดสรรวัคซีน การออกประกาศข้อกำหนดต่างๆ&amp;nbsp; เป็นการฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการทุกประเด็น ส่วนการออกข้อกำหนดต่างๆ ออกในช่วงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) จึงต้องฟ้องที่ศาลแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดวงฤทธิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาร้านอาหารยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ซึ่งรัฐออกประกาศข้อกำหนดโดยไม่มีความเห็นใจประชาชน ฉะนั้นต้องการให้รัฐชดเชยและจ่ายเยียวผู้ประกอบการธุรกิจได้รับความเสียหายจากการหยุดกิจการชั่วคราว และลูกค้าที่ใช้บริการน้อยลง โดยเฉพาะร้านค้านอกห้างสรรพสินค้าไม่มีการเตรียมการเรื่องขายรูปแบบเดลิเวอรี่ เมื่อขายไม่ได้จึงต้องปิดกิจการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดี ที่พ.4412/2564 และนัดไต่สวนคำร้องแบบกลุ่ม ในวันที่ 9 พ.ย.นี้เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117973</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, ผู้ประกอบการ, ฟ้อง, ศาลแพ่ง, เรียก50ล้าน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61514afea4143.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; ฟ้อง &#039;หมอของขวัญ&#039; โพสต์กล่าวหาหลอกให้โอนเงินทั้งที่เคยช่วยทำคดีมาตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรร ม พร้อมด้วยทนายความ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ หมอของขวัญ เป็นจำเลยตามหมายเลขคดีดำที่ อ.936/2564 ความอาญาและแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ด้วยข้อหา หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 238&amp;nbsp;ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า หมอของขวัญได้โพสต์ในอินสตาแกรมของไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนได้หลอกลวงให้โอนเงิน ทำให้ได้รับความเสียหาย ถูกคนที่พบเห็นข้อความดูหมิ่นเกลียดชัง ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์หมอของขวัญ เวลาที่ผ่านมาตนรับทำคดีให้หมอของขวัญทั้งหมด 4 คดี คดีความช่วยเหลือมาตลอด จนกระทั่งทุกคดีเสร็จเรียบร้อย เราก็มีพยานหลักฐานคือ ผู้เสียหายในคดีลักเพชร แล้วก็ผู้เสียหายที่เป็นลูกค้าคดีศัลยกรรม คดีที่หมอของขวัญถูกฉ้อโกง คดีที่มีการออกหมายจับผู้ต้องหา หมอของขวัญติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อจะล็อบบี้ ผมไปเรียกเงินผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งผู้เสียหายก็ยืนยันว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้วเพราะว่า 1.เราไม่เคยรู้จักผู้เสียหายมาก่อนแล้วก็รายละเอียดหมอของขวัญเป็นผู้ให้เราติดต่อประสานงานทั้งหมด ซึ่งเราก็เลยมาขอใช้สิทธิ์ในการปกป้องที่ถูกพาดพิงไปในทางที่เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สัปดาห์หน้าจะมีการฟ้องอีกคดีหนึ่ง สิ่งที่เขาโพสต์มายิ่งโพสต์มายิ่งมีมูลค่าเราจะฟ้องทุกคดี ซึ่งศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งจะมีการขอให้ศาลนับโทษต่อจากคดีลักเพชร ซึ่งก็จะมีผู้เสียหายและทนายความผู้เสียหายมาเป็นพยาน สำหรับคนที่เข้าไปคอมเม้นท์ ผมอยากฝากว่าคุณยังไม่รู้ความจริง ทุกอย่างอยู่ในศาล ผมจะดำเนินคดีกับคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ให้เข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อจะได้ไปฟังความจริงในศาลกัน&amp;quot;นายอัจฉริยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113746</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์, คดีลักเพชร, คดีหมิ่นประมาท, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลแพ่ง, หมอของขวัญ, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cceb5cf525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่ง ให้ตร.ส่งมาตรการ วิธีการและขั้นตอนสลายการชุมนุมภายใน 15 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ศาลแพ่งได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ3683/2564&amp;nbsp;ระหว่างนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN กับพวกรวม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ให้จำเลยที่&amp;nbsp;1 (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม และสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน และเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือตัวแทนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ส.ค. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษกโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือตัวแทนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้ดำเนินการประการใดบ้างเพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาลดังกล่าว และเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะดำเนินการหรือมีมาตรการอย่างไรต่อไป เพื่อให้คำสั่งของศาลดังกล่าวมีสภาพบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติหรือในประเด็นอื่นอันเกี่ยวข้องกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือมาตรการใดๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อบังคับตามคำสั่งศาลต่อไป โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนแล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ พ3683/2564&amp;nbsp;ได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พิเคราะห์แล้ว โจทก์ทั้งสองบรรยายคำร้องโดยกล่าวอ้างว่า โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนอื่นได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนแล้ว แต่กลับถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมฝูงชน และสลายการชุมนมใช้อาวุธปืนยิงกระสุนยาง ถูกสื่อมวลชนหลายราย โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ตามคำร้อง โจทก์ทั้งสองมีความประสงค์ขอให้ศาลเรียกจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือผู้แทนมาไต่สวนเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะดำเนินการหรือมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เห็นว่า ในชั้นนี้กรณีมีเหตุสมควรให้จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายงานมาตรการ วิธีการ และขั้นตอนในการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง กรณีไม่จำต้องเรียกจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือผู้แทนมาไต่สวน หมายแจ้งคำสั่งให้จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทราบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113633</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607febcb57c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล นำกลุ่มธุรกิจนวด-สปา ยื่นฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านเหตุรัฐสั่งปิดกิจการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายสุเทพ อู่อ้น, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และทีมทนาย ร่วมเป็นตัวกลางนำ นายพิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย และน.ส.อักษิกา จันทรวินิจ หรือ เพรียว ตัวแทนกลุ่มธุรกิจร้านนวด-สปา เดินทางเข้ายื่นฟ้องรัฐบาลร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการร้านนวด และสปาในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน จากการถูกสั่งปิดสถานประกอบการร้านนวดตามคำสั่งของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการบริหารจัดการโควิด ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยไปเรียกร้องมาหลายหน่วยงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพิทักษ์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดได้รับผลกระทบจากนโยบายสั่งปิดกิจการร้านนวดตั้งแต่ปี 2563 และถูกสั่งปิดต่อเนื่องทุกครั้งของการล็อกดาวน์ ซึ่งร้านนวดไม่เคยเป็นสถานที่เสี่ยง และไม่เคยมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้น แต่รัฐก็ยังสั่งปิดร้านนวดทุกครั้ง จนผู้ประกอบการบางรายต้องปิดกิจการ จนถึงขณะนี้ยังไม่รับการเยียวยาจากภาครัฐเลยสักครั้ง และในวันนี้กลุ่มผู้ประกอบการได้เรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐเป็นเงินจำนวน 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ศิริกัญญา ในฐานะเป็นตัวกลางยื่นฟ้องให้กลุ่มผู้ประกอบการ กล่าวว่า การฟ้องในครั้งนี้เป็นการฟ้องแพ่งแบบรวมกลุ่มหรือ Class Action ครั้งแรก ซึ่งอยากให้คดีนี้เป็นคดีแรก และเป็นคดีในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลจะตัองรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชน และความเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้ประกอบการ ทั้ง ๆ ที่เป็นมาตรการที่รัฐบาลสั่ง แต่ไม่มีมาตรการที่จะมารองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วที่ผู้ประกอบการร้านนวดเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ แต่ถ้าหากจะมาเยียวยาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว เพราะไม่ได้สัดส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้น เราคิดว่ามันสายเกินไปแล้ว ต้องมาพึ่งศาลว่าได้กระทำการละเมิดกับประชาชนในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่ผิดพลาดขนาดนี้ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน ซึ่งการฟ้องร้องในวันนี้เป็นคดีแรกของการฟ้องรวมกลุ่มของกลุ่มผู้ประกอบการร้านนวด และจะขยายไปยังกลุ่มผู้ประกอบการอื่น ๆ อีก เช่น ร้านอาหาร และผับ บาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำฟ้อง ระบุว่านางอักษิกา จันทรวินิจ ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพและสปาขนาดกลางและขนาดเล็ก เเละ น.ส.จารวี ติสันโต เจ้าของร้านจารวี นวดแผนไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กระทรวงการคลัง , กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงมหาดไทย,กรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานละเมิดเรียกค่าเสียหาย 10,796,928 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยที่ 1-4 เป็นนิติบุคคลมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละหน่วยงานและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีอำนาจหน้าที่ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินใหม่ทดแทน ตามพรบ.ความรับผิดทางละเมิดพของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 วรรค 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ ศบค. และประธานกรรมการวัคซีนมีอำนาจแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และได้ประกาศกฎหมายหลายฉบับ เเต่พล.อ.ประยุทธ์ เเละนายอนุทิน ชาญวีรกูร รมว.สาธารณสุข ดำเนินนโยบายผิดพลาดทำให้ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤติสาธารณสุข และด้านเศรษฐกิจ มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก เกิดจากการบริหารจัดการการแพทยระบาดไวรัสโควิดยังล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และนายกรัฐมนตรียังได้สั่งปิดสถานที่ ซึ่งรวมถึงสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพ การกระทำของนายกรัฐมนตรี,นายอนุทินชาญ, ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆและผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ที่ประกาศปิดสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อ ดำเนินนโยบายผิดพลาดล้มเหลว จึงต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อโจทก์ทั้งสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันชดใช้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 7,199,262 บาท ชดใช้โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,597,666 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์ทั้งสองยังได้ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีเเบบกลุ่ม ได้บรรยายฟ้องโดยแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะที่เหมือนกันกับลักษณะของสมาชิกกลุ่มที่ชัดเจน เพียงพอเพื่อให้รู้ได้ว่าโจทก์ทั้งสองและสมาชิกกลุ่มเป็นกลุ่มบุคคลที่ประกอบกิจการร้านนวดเพื่อสุขภาพที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้นมีสมาชิกกลุ่มจำนวนมากกว่า150 คนซึ่งถือว่าการฟ้องคดีนี้มีผู้เสียหายเข้ามาเป็นจำนวนมากซึ่งหากดำเนินคดีอย่างคดีสามัญแล้วจะทำให้เกิดความยุ่งยากและไม่สะดวกเพราะจะต้องสืบพยานบุคคลเป็นจำนวนมากหรืออาจต้องแยกฟ้องเป็นคดีใหม่อีกจำนวนหลายคดี เเละการดำเนินคดีแบบกลุ่มจะเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินคดีอย่างคดีสามัญเนื่องจากคดีนี้เป็นการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงอาจต้องออกคำสั่งเรียกพยานเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของรัฐหรือต้องออกหมายเรียกพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือนักวิชาการมาเป็นพยานในคดีซึ่งหากให้ประชาชนแต่ละบุคคลแยกกันไปฟ้องร้องอาจไม่สามารถต่อสู้คดีกับหน่วยงานของรัฐได้ดีเท่ากับการรวมกลุ่มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ทั้งสองยังยื่นคำร้องว่า เนื่องด้วยในปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์การระบาดรุนแรงของโรคโควิด 19 การเดินทางมาดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่ศาลอาจเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อของคู่ความและบุคลากรของศาลได้ด้วย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนี้โดยไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มและนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ Google Meet เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 ของคู่ความและบุคลากรของศาลขอศาลได้โปรดอนุญาตโดยศาลรับคำร้องขอดำเนินคดีเเบบกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ พ 3782/2564 ได้พิจารณาคำร้อง และคำฟ้องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มวันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 09.00 น. ตามวันและเวลาที่โจทก์ทั้งสองขอ โดยโจทก์ทั้งสองจะดำเนินกระบวนพิจารณาทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโปรแกรม Google Meet จากสำนักงานของทนายโจทก์ทั้งสอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113632</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611ba3659dd22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดลุ้น! ศาลแพ่ง ยกคำร้องนักข่าวออนไลน์โดนกระสุนยาง ขอให้เรียกสตช.มาไต่สวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64 - ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2564 ศาลแพ่งได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ พ.3683/2564 ระหว่างนายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN&amp;nbsp;กับพวกรวม 2 คน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จำเลยที่ 1) กับพวกรวม 4 คน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชน ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกจำเลยที่ 1 หรือตัวแทนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการประการใดบ้างเพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาลดังกล่าว และเพื่อให้ได้ความว่าจำเลยที่ 1 จะดำเนินการหรือมีมาตรการอย่างไรต่อไปเพื่อให้คำสั่งของศาลดังกล่าวมีสภาพบังคับใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ หรือในประเด็นอื่นอันเกี่ยวข้องกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือมาตรการใดๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรเพื่อบังคับตามคำสั่งศาลต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ศาลแพ่งได้พิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การที่โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนจะได้รับความคุ้มครอง โจทก์ทั้งสอง และสื่อมวลชนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนด้วย กรณีตามคำร้องโจทก์ทั้งสองไม่ปรากฏว่า สื่อมวลชนที่ถูกยิงด้วยกระสุนยางได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนแล้วหรือไม่ อย่างไรอันจะได้รับความคุ้มครองตามคำสั่งดังกล่าว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะไต่สวนตามคำร้องของโจทก์ทั้งสอง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ศาลแพ่ง, สื่อออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607febcb57c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
