<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้อง&#039;คิงเพาเวอร์&#039;ฟ้องเรียก100ล้าน&#039;ฐานเศรษฐกิจ-ประพันธ์ คูณมี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62 - ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลมีคำสั่งรับฟ้องในคดีหมายเลขดำ พ.20/2562 ที่บริษัทคิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด มอบอำนาจให้นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความยื่นฟ้อง บริษัท ฐานเศรษฐกิจ จำกัด, นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ บก.อาวุโส นสพ.ฐานเศรษฐกิจ, บริษัท ฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย จำกัด, นายอมรเวช รุจาทรัพย์, นายประพันธ์ คูณมี คอลัมนิสต์ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ในฐานความผิด ร่วมกันกระทำละเมิด กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำฟ้องสรุปจากกรณีนายประพันธ์ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 1-3 พ.ย. 2561 กล่าวอ้างรายงานผลตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับที่มาของการก่อสร้างเเละใช้ประโยชน์อาคาร City Garden ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่าถูกออกแบบก่อสร้างแบบหยาบๆ วัสดุไม่มีคุณภาพ ขาดการดูแลเรื่องความปลอดภัย บริษัทคิงเพาเวอร์ฯ สอดแทรกแบบแปลน เพื่อให้เกิดความสับสนสำคัญผิดในการทำงานของพนักงาน ทอท.ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ทำให้ กก.ผจก.บริษัทคิงเพาเวอร์ฯ ได้รับผลประโยชน์ เป็นการกระทำไม่ยำเกรงระเบียบหลักเกณฑ์และบทบัญญัติกฎหมาย ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ใช่ข้อเท็จจริง เนื่องจากบริษัทคิงเพาเวอร์ฯ มีการขออนุญาตกระทำการตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่างตามสัญญา โดยรายงานดังกล่าว ป.ป.ช.เองก็ได้มีการพิจารณาแล้วว่าไม่มีมูล ซึ่งนายประพันธ์ควรรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง การกระทำจึงไม่ถือเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากศาลรับฟ้องแล้ว ได้มีคำสั่งให้นัดชี้สองสถานในวันที่ 19 เม.ย. 2562 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25966</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, ฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย, ประพันธ์ คูณมี, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อาคาร City Garden</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c3317db0701a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ใช้รถ&#039;ฟอร์ด&#039;เฮ!ศาลสั่งบริษัทชดใช้รายละ 2 หมื่นถึง 2 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p id=&quot;geom_inter_1537504662417_87_9&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 61 - ที่ห้องพิจารณา 1005 ชั้น 10 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีอัยการผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์ เลขานุการศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมองค์คณะ 3 คน อ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภค หมายเลขดำ ผบ.492/2560 ที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด รุ่นเฟียสต้าและรุ่นโฟกัส จำนวน 308 ราย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการเป็นผู้สั่งผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เป็นจำเลย เนื่องจากการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ชำรุดบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา และทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษและจิตใจ รวมจำนวน 24,751,420.95 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมคดีนี้ผู้ใช้รถได้ยื่นฟ้องบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปนี (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ด โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และบริษัท ฟอร์ด เซอร์วิส จำกัด เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1 - 4&amp;nbsp;โดยมีโจทก์ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มจำนวน&amp;nbsp;421&amp;nbsp;รายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;แต่ระหว่างพิจารณาคดี&amp;nbsp;ศาลเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ รวมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจจัดการแทนของบริษัทเข้ามาร่วมเจรจา ซึ่งก็ใช้เวลา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือน โดยสามารถเจรจายุติได้ประมาณ&amp;nbsp;113&amp;nbsp;ราย คดีขณะนี้จึงมีโจทก์&amp;nbsp;308&amp;nbsp;ราย และได้มีการถอนฟ้องบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปนี (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ดโอเปอเรชั่นส์ จำกัด และบริษัท ฟอร์ด เซอร์วิส จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;3,&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จในเวลา 11.15 น. พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ได้รับความเสียหาย รายละตั้งแต่ 20,000 บาทเศษ - 200,000 บาท พร้อมชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป ให้จำเลยชำระค่าทนายความแทนโจทก์ 1.5 แสนบาท พร้อมเงินรางวัลแก่ทนายความ 800,000 บาท ตามกฎหมายด้วย และให้บังคับคดีตามคำพิพากษาให้เสร็จภายใน 7 วัน ทั้งนี้ มีโจทก์ 12 รายใน 308 ราย ที่ศาลไม่สั่งให้จำเลยต้องชดใช้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์, รุ่นเฟียสต้า, รุ่นโฟกัส, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba49f3e45f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นำร่องใช้บัตร ปชช.ใบเดียวติดต่อราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูป:Change.org&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61- &amp;nbsp; นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้ออกประกาศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เรื่อง ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านในการติดต่อราชการที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พ.ศ.2561 โดยให้ใช้บัตรประชาชนตัวจริงในการติดต่อราชการเพียงใบเดียว ยกเว้นกรณีจำเป็นในทางสำนวนคดี เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอีกทางหนึ่ง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2561 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะประกาศยกเลิกการประกาศหนังสือพิมพ์ในคดีร้องขอจัดการมรดก ในกรณีที่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกทุกคนได้ลงนามในหนังสือให้ความยินยอมครบถ้วน และกรณีที่ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไว้ โดยจะปิดประกาศหน้าศาลและประกาศผ่านทางเว็บไซต์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่ www.civilbsc.coj.go.th เป็นเวลา 15 วัน แทนการประกาศทางหนังสือพิมพ์ ซึ่งเดิมผู้ร้องจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการประกาศ 500 บาท ประกาศฉบับดังกล่าวนี้ จึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ผู้ร้องหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถตรวจสอบการประกาศคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกดังกล่าวได้ โดยค้นหาจากหมายเลขคดีดำหรือชื่อผู้ตายผ่านทางเว็บไซต์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่ www.civilbsc.coj.go.th ได้อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9204</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำร่อง, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, เลิกใช้สำเนาบัตรประชาชน, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa42daddd67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เปิดบริการยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกทางอิเล็กทรอนิกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 61 -ที่ห้องประชุมเนติศร ชั้น 10 อาคารศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form &amp;amp; e-Filing) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคู่ความในการบันทึกข้อมูลและยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องเดินทางไปศาลในวันยื่นคำร้องขอ&amp;nbsp;สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้นำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบงานศาล เช่น การยื่นฟ้องคดีแพ่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-filing ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จึงพัฒนาโปรแกรมการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการเข้าใช้งาน&amp;nbsp;เริ่มจากเข้าไปที่เว็บไซต์ http://civilbsc.e-service.coj.go.th/e-form แล้วลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งาน ด้วยการกรอกข้อมูลผู้ร้องขอ, ข้อมูลและรายการทรัพย์สินของเจ้ามรดกหรือผู้ตาย รวมทั้งข้อมูลรายชื่อของทายาท จากนั้นข้อมูลดังกล่าวนี้จะไปปรากฏในเอกสารคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;และเมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้ดาวน์โหลดเอกสารเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และเข้าสู่ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมศาล ค่าประกาศหนังสือพิมพ์ โดยการสั่งพิมพ์ใบแจ้งการชำระเงิน จำนวน 2 รายการ ที่มีบาร์โค้ดปรากฏอยู่ในใบแจ้งดังกล่าว นำไปชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็มหรือเคาน์เตอร์ธนาคารภายใน 3 วัน แล้วส่งหลักฐานการชำระเงินกลับเข้าสู่ระบบ พร้อมทั้งสามารถเลือกกำหนดวันนัดไต่สวนได้ด้วยตนเอง จนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่มีการยืนยันการฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คู่ความสามารถตรวจสอบหมายเลขคดีดำและข้อมูลคดีของตนเองหลังจากชำระค่าธรรมเนียมศาลเรียบร้อยแล้วได้อีกด้วย จึงนับได้ว่าบริการดังกล่าวเป็นรูปโฉมใหม่ของการอำนวยความยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศาลก็สามารถใช้ข้อมูลที่คู่ความบันทึกไว้ได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ ลดภาระการพิมพ์เอกสาร ลดปริมาณการใช้กระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สอดคล้องกับนโยบายของนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา และบริบทของสังคมไทยยุคไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วันนี้นอกจากพิธีเปิดบริการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้แล้ว นายสราวุธ เบญจกุล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ นโยบายสำนักงานศาลยุติธรรมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8345</URL_LINK>
                <HASHTAG>รยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดก, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อิเล็กทรอนิกส์, โอภาส อนันตสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9735a15cab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
