<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไอซีซีไฟเขียวสอบเมียนมาล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลอาญาระหว่างประเทศอนุมัติให้เปิดการสอบสวนเต็มรูปแบบ กรณีเมียนมาถูกกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจาระหว่างการปราบปรามนองเลือดเมื่อปี 2560 ที่ทำให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพเข้าบังกลาเทศกว่า 740,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 16 ตุลาคม 2560 ผู้ลี้ภัยโรฮีนจาจากเมียนมาอพยพข้ามแม่น้ำนาฟเข้าสู่บังกลาเทศ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า การตัดสินใจของคณะตุลาการในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 มีออกมาไล่หลังการฟ้องร้องกล่าวโทษผู้นำรัฐบาลและทหารเมียนมาต่อศาลอาร์เจนตินาและต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการฟ้องร้องที่อาร์เจนตินานั้น นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลเมียนมาโดยพฤตินัย ตกเป็นจำเลยด้วยเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของไอซีซี ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2545 เพื่อดำเนินคดีอาญาที่เลวร้ายที่สุดของโลก กล่าวว่า ไอซีซีได้มอบหมายให้อัยการทำการสอบสวนการก่ออาชญากรรมเกี่ยวข้องกับเมียนมา ซึ่งอยู่ภายในเขตอำนาจศาลไอซีซี คำกล่าวหาเหล่านี้รวมถึงการใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบ, การเนรเทศที่ถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการไล่ทำร้ายและสังหารด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติหรือศาสนา ที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังความมั่นคงเมียนมาเปิดปฏิบัติการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ส่งผลให้ชาวโรฮีนจามากกว่า 740,000 คน ถูกบังคับให้หนีภัยข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ พร้อมกับคำบอกเล่ากล่าวหากองกำลังความมั่นคงเมียนมาว่าทารุณกรรม เข่นฆ่า และข่มขืนชาวโรฮีนจา ที่เมียนมาไม่ยอมรับว่าเป็นพลเมืองของตน คณะผู้ตรวจสอบขององค์การสหประชาชาติกล่าวถึงพฤติกรรมของเมียนมาว่าเทียบเท่ากับการล้างเผ่าพันธุ์แต่ทางการเมียนมาปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเมียนมาไม่ได้ลงนามเป็นภาคีของไอซีซี แต่ปีที่แล้วศาลแห่งนี้ตัดสินว่าศาลมีอำนาจพิจารณาคดีก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา เนื่องจากบังกลาเทศ ซึ่งให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา เป็นภาคีด้วย ฟาตู เบนซูดา หัวหน้าอัยการของไอซีซี ได้รับไฟเขียวให้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และต่อมาเธอได้ยื่นขออนุมัติสำหรับการสอบสวนอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ แกมเบียได้ยื่นฟ้องต่อไอซีเจหรือศาลโลกในกรุงเฮก ในนามขององค์การความร่วมมืออิสลาม 57 ประเทศ กล่าวโทษเมียนมาว่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา และเมื่อวันพุธ กลุ่มสิทธิมนุษยชนลาตินอเมริกาและชาวโรฮีนจายื่นฟ้องนางซูจีและพวกนายทหารเมียนมาต่อศาลอาร์เจนตินา ฐานก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50371</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล้างเผ่าพันธุ์, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, ศาลไอซีซี, อองซาน ซูจี, เมียนมา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceaef9737a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
