<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสวท. เปิดรับสมัครสอบวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;9ก.ย.63-ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ &amp;nbsp;ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี &amp;nbsp;(สสวท.) เปิดเผยว่า สสวท. เปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Scientific and Mathematical Literacy) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจำปีการศึกษา 2563 โดยผู้สมัครสอบต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ปีการศึกษา 2563 สัญชาติไทย ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบคนละ 300 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมธนาคาร) ดูรายละเอียดและสมัครออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://sml63.ipst.ac.th ข้อมูลประกอบการสมัครสอบได้แก่ ผลการเรียนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ และคณิตศาสตร์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และมัธยมศึกษาปีที่ 5 สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 &amp;nbsp;กำหนดการสอบวันที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 9.00 -12.00 น. ประกาศผลสอบวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ผู้ที่มีผลคะแนนอยู่ในลำดับที่ 1 &amp;ndash; 200 จะได้รับเหรียญรางวัลและเกียรติบัตร สำหรับผู้เข้าสอบที่ประสงค์จะสมัครรับทุน พสวท. ระดับอุดมศึกษาในประเทศ (ปริญญาตรี โท เอก) สามารถนำผลคะแนนการสอบวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไปประกอบการพิจารณาการรับทุน พสวท. ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2564 โดยผู้เข้าสอบที่ประสงค์สมัครรับทุนต้องมีผลคะแนนการสอบวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถามที่ ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) สสวท. โทร. 0 2392-4021 ต่อ &amp;nbsp;2308 &amp;ndash; 2310 หรือ smltest@ipst.ac.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์, สสวท., สอบวัดความรู้วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58c1879b1d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Pooled Sample Testing  &quot;วิธีใหม่ปูพรม ตรวจหาเชื้อโควิด แบบรวมกลุ่ม&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังเป็นที่เคลือบแคลงปนหวาดวิตก ๆในสังคมว่าในช่วงที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ยังระบาด และพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน แม้ในช่วง2-3วันมีตัวเลขไม่ถึงหลักร้อย นับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี แต่ก็ยังมีความสงสัยว่าอาจจะมีคนจำนวนหนึ่ง ที่ติดเชื้อแล้วแต่ไม่แสดงอาการ &amp;nbsp;และอาจจะแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งหัวใจหลักของการปลดล็อกข้อสงสัยวิตกกังวลนี้ได้ก็คือ การขยายตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด ในประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้ ซึ่งขณะนี้่มีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อไปแล้ว ประมาณกว่า 7หมื่นราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระดับหลักเป็นแสนหรือสองแสนคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีข้อจำกัดทั้งกำลังคนและทรัพยากรค่าใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ &amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ &amp;nbsp;ตั้งแต่ชุดตรวจหาเชื้อที่มีหลักพันกว่าบาท &amp;nbsp;หน้ากากN95และชุด PPE &amp;nbsp;ที่บุคคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องใช้ ซึ่งกำลังขาดแคลน อย่างหนักเพราะเป็นที่ต้องการทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้เสนอวิธีการตรวจแบบใหม่ ที่เรียกว่า Pooled Sample &amp;nbsp;Testing &amp;nbsp;หรือวิธีการตรวจแบบรวมกลุ่มหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; ซึ่งจะมีในแง่สามารถตรวจหาผู้ติดเชื้อได้จำนวนมากๆ ในเวลาที่น้อยกว่าการตรวจเป็นรายบุคคล ประหยัดเวลาและทรัพยากรต่างๆ ที่ขาดแคลน โดยมองว่า ความสามารถในการตรวจหาเชื้อโควิด ต่อวันในบ้านเรา ยังเป็นปัญหาคอขวด &amp;nbsp;และจากสมมุติฐานที่คิดว่า คนไทยอาจจะมีการติดเชื้อจำนวนมากเป็นหลักหมื่น หรือหลักแสนก็เป็นได้ &amp;nbsp;ก็เป็นได้ &amp;nbsp;จึงต้องมีการคัดกรองหาคนที่ติดเชื้อให้มากที่สุด &amp;nbsp;แต่ห้องปฎิบัติการของเรา สามารถตรวจได้ไม่เกิน 1 พันคนต่อวัน &amp;nbsp;วิธี ที่จะนำเสนอคือให้ตรวจแบบ pooled Sample &amp;nbsp;Testing ซึ่งพัฒนามาจากโจทย์คณิตศาสตร์ &amp;nbsp;ใช้วิธีเก็บตัวอย่างแต่ละกลุ่มมารวมกัน แล้วตรวจครั้งเดียว ถ้าผลออกมาเป็นบวก &amp;nbsp;ค่อยแยกกลุ่มตรวจทีละกลุ่ม เพื่อหากลุ่มที่มีคนติดเชื้อ ถ้ากลุ่มไหนผลออกมาเป็นบวก ให้แยกตรวจเป็นรายบุคคลในกลุ่มนั้น &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละคนที่ตรวจ จะต้องเก็บตัวอย่างสองครั้ง &amp;nbsp;วิธีการนี้จะเพิ่มความเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้มาก เทียบกับวิธีการตรวจแบบเดิมจะตรวจได้ 200 คน ในเวลา 12 ชั่วโมง แต่วิธีใหม่นี้ &amp;nbsp;จะตรวจได้ 1,000 คน ในเวลา 13 ชั่วโมง เร็วกว่าเดิมถึง 35เท่า ประหยัดอุปกรณ์ สารเคมีและเวลาได้มากกว่ามาก &amp;nbsp;ที่สำคัญ สามารถเพิ่มจำนวนผู้ได้รับการตรวจได้จำนวนที่มากกว่าเท่าทวีคูณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ชูกิจ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า วิธีตรวจแบบกลุ่ม ไม่ได้เป็นวิธีการใหม่ เพราะใช้ในการตรวจเลือดที่บริจาค ก็มีการนำเลือดมารวมกัน ถ้าตรวจผ่าน ก็ผ่านทีเดียวเลย ไม่ต้องแยกตรวจเป็นรายบุคคล สำหรับตรวจโควิด นั้น ก็ควรนำวิธีการนี้มาใช้ เพราะน้ำยา และทรัพยากรมีจำกัด คนที่เป็นน้อย การตรวจกลุ่ม จะมีประโยชน์มาก
ผอ.สสวท.กล่าวอีกว่า เทคนิคกาาตรวจแบบ PCR &amp;nbsp;ที่Swab เชื้อจากโพรงจมูก ปกติคือการเอาเชื้่อมาแล้วมาเพิ่มจำนวนเชื้อ ดังนั้น เป็นการออกแบบ เริ่มจากตัวเชื้อที่น้อยอยู่แล้ว ดังนั้น &amp;nbsp;การรวมกลุ่มตรวจ ไม่ว่าจะเป็น 4 คนต่อกลุ่ม หรือ 10 คนต่อกลุ่ม ประสิทธิภาพผลที่ได้ยังอยู่ในระดับเดียวกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันการตรวจแบบรวม ไมใได้บอกว่าดีกว่า การตรวจแบบรายบุคคล แต่วิธีการพูลในการตรวจจะทำให้ดูแลคนได้เยอะกว่า และเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าเจอคนติดเชื้อ แค่ 1% ใน 100 คน ในทางคณิตศาสตร์ การแบ่ง 10กลุ่ม คุ้มที่สุด ถ้าคาดว่าเป็น &amp;nbsp;5-10% ให้แบ่งเกลุ่มละ 4 &amp;nbsp;คน จะเพิ่มประสิทธิภาพ 2เท่า &amp;nbsp; จะคุ้มมากในมุมที่ชุดตรวจ จำกัด &amp;nbsp;ซึ่งผมได้นำเสนอแนวคิดนี้กับ คุณหมออุดม คชินทร ท่านบอกว่า รัฐบาลจะขยับมาตรการตรวจแบบปูพรมมากขึ้น หมายถึงขยายการตรวจ ไปในกลุ่มคนที่ติดเชื้อแล้ว และคนที่อยากรู้ว่าตนเองติดโควิดแล้วหรือยัง &amp;nbsp;เพราะคนที่ไม่ช้ดเจนว่า ติดเชื้อแล้วหรือไม่ ทางการแพทย์ หมอจะไม่ตรวจหาเชื้อโควิดให้ &amp;nbsp; ซึ่งถ้าหากมีการตรวจแบบ Pooled &amp;nbsp;Sample &amp;nbsp;Testing ก็จะทำให้เขาได้รับการตรวจ &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;การขยายด้วยถ้าพบคนติดเชื้อเร็ว แน่นอนว่าก็จะทำให้เราคุมการติดเชื้อได้ดีขึ้น &amp;nbsp;&amp;quot;ศ.ดร.ชูกิจกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63071</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตรวตค้นหาผู้ติดโควิด, ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์, สสวท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9517240414b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศึกจัดพิมพ์ตำรา&quot;ยังไม่ได้ข้อยุติ  ถกต่อ 13 ม.ค.นี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ม.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2563 ระหว่าง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท)องค์การค้าของของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาข้อยุคิปัญหา กรณีการได้สิทธิ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน ซึ่งนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้เปลี่ยนนโยบายมาให้สิทธิ์ องค์การค้า สกสค.มาจัดพิมพ์หนังสือแทน สสวท. ใช้เวลาประชุมยาวนานประมาณเกือบ 4ชั่วโมง จากเวลาประมาณ 16.00น. และเลิกประชุมเมื่อเวลาประมาณ 20.00น.ของคืนวานนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภายหลังการประชุม นายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนสาระวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. มีมติให้องค์การค้าของ สกสค. เป็นผู้จัดพิมพ์ทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดขององค์การค้าของ สกสค. โดยในที่ประชุมได้ยึดถึงประเด็นหลัก คือ เรื่องผลประโยชน์ของผู้เรียน เด็กต้องได้รับหนังสือตามระยะเวลาที่วางไว้ ทั้งนี้ในส่วนขององค์การค้าของ สกสค.จะได้รับสิทธิ์ในการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนฯ เพิ่มเติม ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ซึ่งเป็นหนังสือปกใหม่ สำหรับในกรณีของหนังสือแบบเรียนฯ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,4 และ 5 ที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดพิมพ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เป็นส่วนที่ทั้ง 2 หน่วยงานจะต้องไปตกลงร่วมกัน ว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น ให้สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ เป็นผู้จัดพิมพ์ทั้งหมด หรือ เปิดโอกาสให้ทั้ง 2 หน่วยงาน สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้ทุกปกทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคด้วย แต่แน่นอนว่าทั้ง 2 หน่วยงานก็ต้องไปคิดหาแนวทางการดำเนินการเนื่องจากตลาดในการซื้อมีเท่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่ายังไม่ได้ข้อสรุปในการดำเนินการ และจะมีการหารืออีกครั้งในวันที่ 13 มกราคมนี้ ซึ่งเราไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็นเรื่องของการแย่งชิงผลประโยชน์ เพราะทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างการเร่งหาแนวทางความร่วมมือที่จะสามารถทำให้การดำเนินการขับเคลื่อนไปได้ และผมก็ทราบดีว่าคุณณัฏฐพล มีความเป็นห่วง และต้องการให้ได้ข้อสรุปเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด&amp;rdquo;ผอ.สสวท.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54244</URL_LINK>
                <HASHTAG>#องค์การค้าคุรุสภา, ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์, ศึกพิมพ์ตำรา, สสวท., โรงพิมพ์สำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1305ecbb953.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  สสวท.ตัดสิทธิ์องค์การค้าพิมพ์แบบเรียน เผยเป็นฟางเส้นสุดท้ายหลังเเปิดโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8ต.ค.61กรุงเทพฯ0สสวท.ตัดสิทธิ์ องค์การค้าพิมพ์ให้หนังสือเรียน หลังเปิดโอกาสให้เสนอแผนการจัดพิมพ์เข้ามา ภายใน5ต.ค. แต่กลับเงียบ หวั่นหากให้ดำเนินการต่อ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หนังสือวิทย์ คณิต เสร็จไม่ทันเปิดเทอม ส่วนผู้พิมพ์รายอื่นเปิดให้ยื่นเสนอความสนใจเข้ามาภายใน 12ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ศ. ชูกิจ &amp;nbsp;ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า ตามที่ในช่วงกลางปี ที่ผ่านมาองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) &amp;nbsp;ได้ส่งมอบหนังสือให้กับโรงเรียนไม่ทันเวลาเปิดเรียน ในวงกว้าง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนทั่วประเทศ บอร์ด สสวท. จึงได้มีมติในการประชุมของสสวท.วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 ให้กระจายความเสี่ยงและลดสัดส่วนสิทธิ์ในการพิมพ์ขององค์การค้าฯ เป็น 70% ของต้นฉบับทั้งหมด พร้อมให้องค์การค้าวางแผนการดำเนินการให้รัดกุมไม่ให้การผลิตหนังสือล่าช้าอีก และ ให้สิทธิ์กับสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 30% โดย สสวท. ได้แจ้งให้ทั้งสองแห่ง รับทราบในมติดังกล่าวตั้งแต่เดือนก.ค.แล้ว ซึ่งสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ตอบรับอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;และดำเนินการเลือกชนิดกระดาษ พิจารณาต้นฉบับ ขออนุญาตจัดพิมพ์ และขอเลขหนังสือแล้ว ทำให้เชื่อว่าในส่วนของหนังสือ สสวท. หลักสูตรใหม่ ระดับมัธยมศึกษา จะดำเนินการได้ทันกำหนดเวลาแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.สสวท.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ในส่วนขององค์การค้าฯ ซึ่งได้รับสิทธิ์ 70% โดยเฉพาะในส่วน ของหลักสูตรเดิมทั้งหมดและหลักสูตรใหม่ระดับประถมศึกษา นั้นสสวท.ยัง ไม่มีการตอบรับ เตรียมการ หรือดำเนินการใดๆ &amp;nbsp; จากองค์การค้าฯ เมื่อเห็นว่าเวลาได้ล่วงเลยไปมาก &amp;nbsp;จนน่าเป็นห่วง ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา สสวท. จึงได้ทำหนังสือขอให้องค์การค้าฯ ยืนยันการรับสิทธิ์ภายในวันที่ 5 ต.ค. 2561 แต่ได้รับการตอบกลับว่า องค์การค้าฯ ต้องรอมติบอร์ด สกสค. ก่อน ประกอบกับการที่ สสวท. ได้รับทราบข่าวปัญหาภายในขององค์การค้าฯ ผ่านสื่อในช่วงนี้ทำให้ สสวท. ขาดความมั่นใจในวิธีการดำเนินงานขององค์การค้าฯ จึงต้องเตรียมเสนอ บอร์ด สสวท. เพื่อพิจารณาผู้รับอนุญาตรายอื่นที่สามารถร่วมมือผลิตและส่งหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561 หากเสนอบอร์ด สสวท. ไม่ทันจะทำให้นักเรียนทั้งประเทศสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีหนังสือเรียนทันใช้เมื่อเปิดภาคเรียนปี 2562 ที่ใกล้จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;สิทธิ์ในการให้พิมพ์หนังสือที่ สสวท. เป็นผู้จัดทำต้นฉบับนั้น เป็นของ สสวท. ซึ่งยึดผลประโยชน์ของนักเรียนและครูไทยเป็นหลักมาโดยตลอด สสวท. มีพันธกิจในการทำให้การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นไปอย่างราบรื่น สอดคล้องกับนโยบายประเทศที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยในยุค 4.0 ซึ่ง สสวท. ได้ผลิตต้นฉบับหนังสือเรียนที่มีคุณภาพแล้ว แต่หากหนังสือเรียนไม่ถึงมือนักเรียนทันใช้ก่อนเปิดภาคเรียน จะนำไปสู่ปัญหาการเรียนการสอนที่ขาดทิศทาง ไม่มีลำดับ และใช้กระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาว กระทบกับคุณภาพการศึกษาของประเทศฎ.ผอ.สสวท.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์, สสวท., สสวท.ตัดสิทธิ์โรงพิมพ์องค์การค้า, องค์การค้าคุุรุสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9c45703a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสวท.พร้อมจัดประชุม ISMTEC 2018 เร่งพัฒนาครูเป้าหมายเพื่อเด็กไทยก้าวหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสวท.เร่งพัฒนาครูเป้าหมายเพื่อเด็กไทยก้าวหน้านำวิทยาการคำนวณเข้าชั้นเรียนพร้อมจัดงานประชุมเตรียมพร้อมจัดประชุมวิชาการนานาชาติ&amp;nbsp;ISMTEC 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 25 กันยายน 2561&amp;nbsp;สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;แถลงข่าวเรื่องการประชุมวิชาการนานาชาติ&amp;nbsp;The International Science, Mathematics and Technology Education Conference 2018 (ISMTEC 2018)&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;การนำการคิด เชิงคำนวณเข้าสู่ระบบการศึกษาระดับอนุบาล-มัธยมศึกษา&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Bringing Computational Thinking to&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;K -12 &amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;20 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ&amp;nbsp;ลิมปิจำนงค์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สสวท.เตรียมจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;The International Science, Mathematics and &amp;nbsp;Technology Education Conference&amp;nbsp;2018 (ISMTEC&amp;nbsp;2018)&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;ทักษะประสบการณ์ให้แก่ครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์&amp;nbsp;และเทคโนโลยีของไทย&amp;nbsp;รวมทั้งยกระดับการเรียนการสอนให้เข้าถึงผู้เรียนทุกวัยอย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;โดยนำวิชาวิทยาการคำนวณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าสู่ชั้นเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนความรู้ อาทิ &amp;nbsp;Mr.DonCarlson&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Education Lead,&amp;nbsp;&amp;nbsp;Microsoft &amp;nbsp;Asia Pacific-Singapor&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายแพท&amp;nbsp;ยงค์ประดิษฐ์&amp;nbsp;Chief Academic Officer,&amp;nbsp;Code.org&amp;nbsp;U.S.A.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Dr.&amp;nbsp;Zsolt&amp;nbsp;Lavicza&amp;nbsp;&amp;nbsp;Professor,&amp;nbsp;Johannes&amp;nbsp;Kepler&amp;nbsp;University , Linz , Australia&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ครู&amp;nbsp;นักการศึกษาและผู้สนใจจากทั่วโลกได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกัน&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาพบว่า&amp;nbsp;นักการศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มีการนำความรู้ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ความก้าวหน้าในการเรียนการสอนจึงยังไม่เกิดผลเท่าที่ควร&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้การสอนวิชาเหล่านี้มีประสิทธิภาพและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;บุคลากรครูที่มีความสามารถจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสนใจเรียน ซึ่งประเทศไทยมีครูที่มีความสามารถจำนวนมากแต่ยังขาดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดประชุมครั้งนี้ จึงเป็นการพัฒนาและส่งเสริมครูไทยให้มีมาตรฐานการสอนระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;&amp;nbsp;การจะให้คนไทยมีความรู้ด้านต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์การคำนวณอย่างก้าวหน้าต้องปูพื้นฐานตั้งแต่วัยเด็กและเรียนรู้จากครูที่มีคุณภาพ สัมผัสการใช้งานอุปกรณ์การเรียน การสื่อสารต่างๆได้อย่างเข้าใจ&amp;nbsp;ใช้เหตุผลค้นคว้าหาคำตอบที่เหมาะสมนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้&amp;nbsp;เพราะเยาวชนถือเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติในก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0&amp;nbsp;สามารถแก้ปัญหา&amp;nbsp;มีทักษะการใช้ชีวิตประกอบอาชีพที่แข่งขันได้&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืนในระยะยาว&amp;quot;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสสวท.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​Dr. Ethel Agnes P Valenzuela&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการ ด้านโครงการและการพัฒนา สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization Secretariat: SEAMEO)&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp;SEAMEO&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางเครือข่ายการศึกษาในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ &amp;nbsp;ซึ่งระบบการศึกษายุคศตวรรษที่ 21 เด็กต้องมีทักษะความคิดขั้นสูงโดยเฉพาะการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นฐานช่วยพัฒนาการอ่าน การเขียนและรวบรวมความคิดเชิงคณิตศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ &amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศในการส่งผู้แทนมาร่วมประชุมพัฒนาศักยภาพครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นางดวงสมร คล่องสารา นายกสมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(สวคท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สมาคมครูฯได้เชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมนำเสนอผลงาน รับฟังการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันในสาขาวิชาที่สนใจ เพื่อให้ครูและบุคลากรการศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างทันสมัยมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตื่นตัวค้นหาประสบการณ์ความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อนำไปสอนได้อย่างบรรลุเป้าหมายคือสร้างนักเรียนไทยที่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​Mr. Peter&amp;nbsp;Teerapol&amp;nbsp;Boonjarern&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp;Indiana University ASEAN Gateway Office&amp;nbsp;กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นหลายด้าน และเป็นพันธมิตรที่ดีกับสสวท.มีความร่วมมือทางวิชาการมายาวนาน&amp;nbsp;50 ปี&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญเรื่องสนับสนุนการศึกษาและการจัดประชุมนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งนี้ซึ่งเชื่อว่าจะพัฒนาเพิ่มพูนประสบการณ์ความรู้ให้กับครูไทยได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​การประชุมวิชาการนานาชาติ&amp;nbsp;The International Science, Mathematics and Technology Education Conference&amp;nbsp;&amp;nbsp;2018 (ISMTEC 2018)&amp;nbsp;จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4&amp;nbsp;โดยมีวาระจัดทุก 2 ปี&amp;nbsp;การประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ นักการศึกษา&amp;nbsp;และนักศึกษาที่สนใจส่งผลงานวิชาการ บทคัดย่อหรือเค้าโครงงานวิจัยภาษาอังกฤษเข้าร่วมนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิจัยนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อประสิทธิผลในการเรียนการสอนและการนำไปพัฒนาต่อยอดเพิ่มองค์ความรู้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครู., ดวงสมร คล่องสารา, ประชุมวิชาการนานาชาติ ISMTEC 2018, ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์, สสวท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181006/image_big_5bb82a3659c73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
