<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เกษียร&#039;มองสถาบันการเมืองไทยเสื่อมถอย อัตวินิบาตกรรม เพราะเป็นเครื่องมือทวนกระแสเปลี่ยนอำนาจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62-ศาสตราจารย์ เกษียร เตชะพีระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kasian Tejapira ระบุว่า สภาพที่สถาบันการเมืองการปกครองของไทยเสื่อมถอย เปื่อยยุ่ยและอัตวินิบาตกรรม (Institutional Decay &amp;amp; Suicide) เนื่องจากถูกใช้เป็นเครื่องมือทวนกระแสการเปลี่ยนย้ายอำนาจ (Power Shift) อย่างต่อเนื่องยืดเยื้อยาวนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34275</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, สถาบันการเมือง, อัตวินิบาตกรรม, เปลี่ยนย้ายอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbec42c43baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;ป้อง&#039;ธนาธร&#039;โต้&#039;สุวินัย&#039;มโนประวัติศาสตร์ ถามเลือดนองแผ่นดินโดยฝ่ายเผด็จการหรือประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.-ศาสตราจารย์เกษียร เตชะพีระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Kasian Tejapira ตั้งประเด็น ความยากไร้ของสุวินัยในการแกะรอยธนาธร โดยมีรายละเอียกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพยายามแกะรอยความคิดและความจริงในบุคคลคนหนึ่ง ที่สำคัญกรอบอ้างอิงที่ใช้ตีความต้องถูกต้องแม่นยำ ไม่เบี่ยงเบน มิฉะนั้นแทนที่จะแกะรอยเจอตัวจริงของบุคคล อาจแกะรอยไปเจอ &amp;quot;ปีศาจ&amp;quot; ที่ตัวเองปั้นขึ้นมาหลอกตัวเองก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังในกรณีสุวินัยแกะรอยธนาธรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี ๒ ประเด็นหลักที่เป็นความเข้าใจผิด/มิจฉาทิฐิอย่างยิ่งของสุวินัย ภรณวลัยในข้อเขียนด้านล่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑) อะไรคืออุดมการณ์การปฏิวัติ ๒๔๗๕?
-สุวินัยไม่เคยระบุชัดในข้อเขียนข้างล่าง แต่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเรื่องรุนแรง เผชิญหน้า นองเลือด พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน บลา ๆ ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-หากสุวินัยได้อ่านเอกสารประวัติศาสตร์จริงจัง รวมทั้งบทบันทึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ก็จะตระหนักว่าเป้าหมายของการปฏิวัติ ๒๔๗๕ คือสถาปนาระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) ขึ้นมา อันเป็นระบอบที่ดำรงอยู่ในทางหลักการนับแต่ ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ไม่ใช่และไม่เคยเป็นการล้มล้างราชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-อะไรคือความหมายของระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) หรือ? หนังสืออ้างอิง 30-Second Politics (2012) อธิบายไว้ว่า:
&amp;quot;ระบอบราชาธิปไตยทั้งหลายในโลกสมัยใหม่ได้พัฒนาไปในทิศทางต่าง ๆ กัน ระบอบราชาธิปไตยในยุโรป (ยกเว้นนครวาติกัน) ได้กลายเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่ซึ่งองค์อธิปัตย์คงอำนาจประจำวันไว้เพียงน้อยนิด อำนาจในทางเป็นจริงของกษัตริย์หรือราชินีถูกจำกัดโดยกฎหมายและประเพณี ขณะที่อำนาจแท้จริงอยู่ที่นายกรัฐมนตรีซึ่งถูกเลือกจากรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความหมายนี้ การปฏิวัติ ๒๔๗๕ โดยเนื้อแท้แล้วจึงเป็นการปฏิวัติเสรีนิยม (liberal revolution) เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพแบบเสรีนิยม ดังที่ นอร์แบร์โต บ๊อบบิโอ อ้างอิงคำนิยามของ โกรเช นักปรัชญาการเมืองอิตาลีว่า:
&amp;quot;การแทนที่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์โดยการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญ&amp;quot; (เสรีนิยมกับประชาธิปไตย, บทที่ ๑๐)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒) การเปรียบเทียบธนาธรกับเสกสรรค์ในแง่เจตจำนงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมน่ารับฟัง แต่ในทางกลับกัน การไม่พิจารณาความเป็นจริงทางภาววิสัยภายนอกและหนทางการผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างยุคสมัยและสถานการณ์กัน ยึดเอาแต่ภาวะจิตเฉย ๆ ก็นับว่าขาดพร่อง หลุดลอยจากความเป็นจริง และอัตวิสัยมหัศจรรย์ (magical subjectivism) อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีอำนาจและต่อรองในบริบทระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาจากการเลือกตั้ง (ก็คือระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ) ย่อมแตกต่างจากการมีอำนาจและต่อรองในบริบทของสงครามปฏิวัติต่อระบอบเผด็จการทหารสมัยพุทธทศวรรษ ๒๕๑๐ ต่อ ๒๕๒๐ อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงการเมืองในบริบทระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาจากการเลือกตั้งแม้ว่าต้องอาศัยเจตจำนงที่มุ่งมั่นไม่แพ้กัน แต่วิถีทางคือการสร้าง &amp;quot;พรรคปฏิรูป&amp;quot; (reformist party) ขึ้น สร้างอำนาจต่อรองและผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านการปฏิรูปอย่างยืนหยัดยาวนานทรหดอดทน เพื่อให้บรรลุผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยไม่ต้องผ่านวิถีทาง &amp;quot;สงครามกลางเมือง&amp;quot; หรือ &amp;quot;เลือดนองแผ่นดิน&amp;quot; (Ralph Miliband, Marxism and Politics, Chapter VI Reform and Revolution)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงกันข้าม ขอให้วิญญูชนทั้งหลายลองใช้สมองตรองคิดดู แทนที่จะมโนประวัติศาสตร์แบบไม่มีที่มาที่ไปว่า &amp;quot;สงครามกลางเมือง&amp;quot; หรือ &amp;quot;เลือดนองแผ่นดิน&amp;quot; เท่าที่เคยเกิดมาในสังคมการเมืองไทย มีต้นเหตุริเริ่มมาจากฝ่ายใดกันแน่? ฝ่ายเผด็จการหรือประชาธิปไตย? ฝ่ายปฏิกิริยาหรือปฏิรูป?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;mindset แบบไหนกันที่หูหนาตาบอดต่อความเป็นจริงถึงเพียงนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ปฏิวัติ 2475, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7888265e391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;ถามทำไมจึงเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศ อาวุธฝ่ายขวาแพร่จากชนชั้นนำ กระฎุมพี สู่รากหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62- ศาสตราจารย์ เกษียร เตชะพีระ โพสต์กลอนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kasian Tejapira ตั้งประเด็น ทำไมจึงเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศ? แง่มุมด้านแนวคิดอุดมการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณ Tomorn Sookprecha ได้หยิบยกปัญหาอันแหลมคมจากปรากฏการณ์ที่เรามักได้พบเห็นบ่อยช่วงความขัดแย้งทางการเมืองเข้มข้นรุนแรงสิบปีที่ผ่านมา ตั้งขึ้นเป็นกระทู้และค้นคว้าข้อมูลเหตุผลมาตอบอย่างละเอียดชัดเจนในแง่มุมกฎหมาย https://tomorn.co/2019/04/05/expel/&amp;hellip;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นด้วยกับคุณโตมรทุกประการ แต่อยากเพิ่มข้อสังเกตบางอย่างในแง่มุมที่แตกต่างออกไปคือด้านแนวคิดอุดมการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่หนึ่ง การเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศสะท้อน &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; (civic nationalism) ที่แพร่หลายกระจายออกไปในหมู่คนวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับสมัยที่ &amp;quot;ชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;รัฐ&amp;quot; ถือว่าเป็นขององค์อธิปัตย์โดยสิทธิ์ขาดก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ (absolutist state &amp;amp; official nationalism) แล้วก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คืบหน้าไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเดิมที่ &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; จำกัดแคบในหมู่ชนชั้นนำแล้วค่อยแผ่กว้างขึ้นตามลำดับไปสู่ชนชั้นกระฎุมพีข้าราชการ (ช่วง ๒๔๗๕) และมวลชนคนชั้นกลาง (ช่วง ๒๕๑๖ - ๒๕๓๕) และรากหญ้าในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนบางคนในหมู่มวลชนสามารถลุกขึ้นมา &amp;quot;ไล่คนอื่นออกจากประเทศ&amp;quot; ด้วยความรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้เพราะมีหุ้นส่วนเป็นเจ้าของประเทศคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ของชนชั้นนำเดิมหรือผู้ปกครองรัฐกลุ่มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์คิดการเมืองเชิงศีลธรรมแบบแบ่งข้างแยกขั้วเป็นสอง ระหว่าง [ประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์ถูกต้องชอบธรรมเป็นคนดี] กับ [คนไม่ดีที่ไม่ใช่ประชาชนและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชาติจึงไม่ใช่คนไทย] ฉะนั้นควรขับไล่ให้พ้นออกไปจากแผ่นดินประเทศชาตินี้ อาจนับได้ว่าเข้าข่ายชาตินิยม-ประชานิยม (populist-nationalism)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชั่วแต่ว่ามันเป็นชาตินิยม-ประชานิยมที่คับแคบและเอียงขวา (narrow rightwing populist-nationalism) ที่ตั้งอยู่บนอุดมการณ์ที่ผมเรียกว่า &amp;quot;อุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทย&amp;quot; (the ethno-ideology of Thainess)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือ ผูกติดความหมายเชิงเนื้อหาและคุณค่าทางอุดมการณ์และการเมืองบางอย่างฝากฝังไว้กับความเป็นชาติพันธุ์ไทย ถือว่ามันเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ออก และฉะนั้น หากคิดต่างออกไปทางอุดมการณ์และการเมืองในประเด็นนั้น ๆ แล้วก็ไม่นับเป็นคน(ชาติพันธุ์)ไทย และไม่ควรอยู่ในประเทศไทย... มิไยว่าโดยเนื้อแท้แล้วบุคคลที่คิดต่างนั้นจะมีสายโลหิตหรือถือกำเนิดในแผ่นดินไทยหรือไม่อย่างไร ก็ไม่แคร์และไม่เกี่ยว ต่อให้เขามีสายเลือดไทย เกิดในแผ่นดินไทย แต่ถ้าคิด &amp;quot;ไมไทย&amp;quot; แล้ว ก็ถือว่าเท่ากับไม่มีชาติพันธุ์ไทย ไล่ออกนอกประเทศได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทยนี้เป็นอาวุธทางอุดมการณ์ของฝ่ายอนุรักษนิยมในประเทศไทยมาช้านาน และได้ถูกใช้เป็นข้ออ้างกล่าวหาให้ร้ายและขับไสไล่ส่งผู้เห็นต่างทางอุดมการณ์และการเมืองมาแล้วหลายคน อย่าง อ. ปรีดี พนมยงค์, อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์, หรือแม้แต่ คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เคยถูกกล่าวหาว่าเป็น &amp;quot;ลูกญวน&amp;quot; ค่าที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในปี ๒๕๑๙ ในฐานะปลัดกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเกรงว่าแม้จะไม่มีฐานทางกฎหมายให้ไล่เพื่อนคนไทยที่เห็นต่างออกไปจากประเทศ แต่ตราบใดที่ &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; ของมวลชนชาตินิยม-ประชานิยมส่วนหนึ่งยังอยู่บนฐานอุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทยฝ่ายอนุรักษนิยมอันคับแคบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประณามขับไล่คนเห็นต่างที่เป็นเพื่อนร่วมชาติให้ออกไปจากประเทศด้วยข้อหาว่า &amp;quot;ไม่ใช่คนไทย&amp;quot; ก็จะยังคงถูกหยิบมากล่าวอ้างอย่างไร้เหตุผลอยู่สืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตใจเป็นเจ้าของชาติ, ชาตินิยม, ประชานิยม, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, ไม่ใช่คนไทย, ไล่คนอื่นออกจากประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb485cc932de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;เปรยอีกไม่นานฟ้าเป็นสีทองผ่องอำไพ จะได้เก็บกวาดทั้งหมา-เสือในกรงให้พ้นไปจากแผ่นดินนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62- ท่านใหม่ ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala &amp;nbsp;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนบอกว่า &amp;ldquo;ถ้าเอาไม้ไปแหย่หมา หมาก็จะกัดไม้ ถ้าเอาไม้ไปแหย่เสือ เสือจะกัดเรา ไม่กัดไม้&amp;rdquo; แต่คราวนี้ผมโชคดีที่แหย่เสือในกรง (ที่มีคนเลี้ยง) เสือเพียงแต่คำรามใส่ผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีครับ จะได้รู้ว่า มีหมาตัวไหน เสือตัวไหน อีกไม่นาน ฟ้าก็จะเป็นสีทองผ่องอำไพ เราก็จะได้เก็บกวาดทั้งหมา ทั้งเสือ (ในกรง)ให้พ้นไปจากแผ่นดินนี้ หรือพระราชอาณาจักรนี้ให้สิ้นซากได้ซะที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วานนี้ท่านใหม่โพสต์ข้อความถามพรรคอนาคตใหม่ว่า ภารกิจสานต่อ 2475 คืออะไร เพราะ 2475 ในอดีตคือการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้ศาสตราจารย์เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอบโต้ว่า ภารกิจของการอภิวัฒน์ 2475 ไม่ใช่และไม่เคยเป็นการล้มสถาบันกษัตริย์ ตรงกันข้าม ในนามของการปลุกปีศาจวิทยา &amp;quot;ล้มสถาบัน&amp;quot; (เช่น ผังล้มเจ้าของศอฉ.) ได้มีการสานต่อภารกิจล้มประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่เคยหยุดหย่อนโดยผู้หลงใหลคลั่งไคล้อดีตเก่าที่ไม่เคยมีอยู่จริงทั้งหลาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30508</URL_LINK>
                <HASHTAG>การล้มล้างสถาบัน, ท่านใหม่, พรรคอนาคตใหม่, พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล, ภาระกิจ 2475, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7dbe514b101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;รำพึง!ความจำเป็นของมายาคติ สรุปบทเรียนการปฏิวัติด้วยอาวุธของพคท. เป็นความผิดพลาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.62- ศาสตราจารย์ เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kasian Tejapira ถึงการเข้าร่วมต่อสู้การปฏิวัติด้วยอาวุธของพคท. ในอดีตว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;The Necessity of Illusion (ความจำเป็นของมายาคติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ แม้การปฏิวัติด้วยอาวุธของ พคท. จะล่มสลายไปหลายสิบปีแล้ว แต่ยามท้อถอย หวั่นไหว หงอยเหงาหรือว่างเปล่าในจิตใจ ผมยังมักฮัมเพลงปฏิวัติในป่าคนเดียวอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมจึงยังฮัมเพลงของความพยายามที่เป็นมายาคติเหล่านั้นอยู่อีก? มันจำเป็นอย่างไรหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมาเข้าใจเรื่องนี้ตอนวาระครบรอบเหตุการณ์ ๖ ตุลาฯ ๒๐ ปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ มีการจัดอภิปรายครั้งหนึ่งที่ตึกเอนกประสงค์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล เดินทางมาเข้าร่วมด้วย ไอ้ธงได้พูดบางอย่างจากประสบการณ์ของเขาที่ทั้งชวนสะเทือนใจและทำให้ผมได้แง่คิดเข้าใจอย่างลึกซึ้งและคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธงเล่าว่าแม้ขณะที่พูดอยู่ตอนนั้น เราจะสรุปบทเรียนได้แล้วว่าการปฏิวัติด้วยอาวุธของพคท. เป็นความผิดพลาด แต่ในระหว่างช่วงเกือบสองปีที่เขาและเพื่อนผู้ต้องหา ๖ ตุลาฯติดคุกอยู่หลังเหตุการณ์ปราบปรามนองเลือดครั้งนั้น ขบวนการปฏิวัติด้วยอาวุธในป่าของ พคท. ที่พรรคพวกเพื่อนฝูงของเขาได้ไปเข้าร่วมต่อสู้ด้วยจำนวนมาก นี่แหละที่ให้ความหวังแก่เขาว่าบ้านเมืองจะพ้นจากปลักอับจนมืดมนหลังการฆ่าหมู่และรัฐประหารไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้ ที่ช่วยทำให้เขาทนยืนหยัดอยู่ในคุกเผด็จการมือเปื้อนเลือดอย่างมีความหวังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น แม้จะมาเข้าใจภายหลังว่าการปฏิวัติด้วยอาวุธของพคท.ผิดพลาด และความหวังที่มีต่อขบวนการนั้นเอาเข้าจริงก็เป็นแค่มายาคติอย่างหนึ่ง แต่จะปฏิเสธได้อย่างไร ว่าในวันคืนอันมืดมิดที่สุดหลังกรงขังนั้น มายาคตินี่แหละที่ทำให้พวกเขายืนทนรับชะตากรรมอันอยุติธรรมจนผ่านพ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมฟังธงพูดวันนั้นด้วยความรู้สึกขมปร่า ปั่นป่วนและซับซ้อนในใจพลางน้ำตาซึม ผมและพวกเราหลายคนตัดสินใจเข้าป่าจับปืนส่วนหนึ่งก็เพราะทนรับไม่ได้ที่เพื่อน ๆ ต้องมาถูกฆ่าตายหมู่และถูกจับติดคุกด้วยข้อหาปั้นแต่งป้ายสีอันร้ายแรงอย่างไม่เป็นธรรม เพราะธงและเพื่อน ๆ ในคุกนี่แหละที่ทำให้เราปักใจไปร่วมสงครามจรยุทธ์ในชนบทด้วยความหวังที่จะ &amp;ldquo;ไขประตูคุกเอาเพื่อนคืน&amp;rdquo; ให้ได้สักวันหนึ่ง มันจริงอย่างที่สุดว่าเราผ่านคืนวันอันโหดเหี้ยมลำบากทารุณเหล่านั้นมาได้เพราะเราเป็นความหวังและเป้าหมายให้แก่กันและกัน และมันจริงไม่น้อยไปกว่ากันว่าในที่สุดวันหนึ่งเราก็พบว่าความหวังและเป้าหมายเหล่านั้นในส่วนสำคัญเป็นแค่มายาคติเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แล้วเราควรเกลียดชัดและโยนมายาคติเหล่านั้นทิ้งไปอย่างไม่ไยดีหรือ? ถ้าไม่ เราควรระลึกถึงมัน เข้าใจมันและจัดการกับมันอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะลำบากสุ่มเสี่ยงที่สุดในชีวิต คนเราอยู่ด้วยความหวัง และเราไม่รู้หรอกในขณะที่เราลำบากสุ่มเสี่ยงอยู่และหวังอยู่นั้น ว่าความหวังที่เรามีและยึดถือเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจให้ทนทายาดอยู่ จะกลับกลายเป็นมายาคติไปได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เราไม่อาจหยั่งรู้ทำนายอนาคตอย่างถ้วนตลอดได้ว่าความหวังที่เรามีจะไม่ปรากฏเป็นจริง หรือจะกลายเป็นมายาคติไปสักกี่เปอร์เซ็นต์ และเหลือเท่าไหร่ที่ยังพอมีคุณค่าเหตุผลให้เก็บเป็นความหวังต่อไปได้ เอาเข้าจริงเราไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มาบัดนี้เมื่อรู้แล้วว่ามันเป็นมายาคติ จะให้เรารู้สึกอย่างไรกับมัน? เทมันทิ้งไปง่าย ๆ ทั้งหมดหรือ? เราจะปฏิเสธได้หรือว่าในช่วงหนึ่งของชีวิต เราทนอยู่สู้ต่อไปได้เพราะมายาคติเหล่านี้? หรือว่าเราควรจะสำนึกในคุณค่าเท่าที่มีจริงของมัน ทำความเข้าใจมัน เก็บรับเรียนรู้จากมัน เห็นถึงความจำเป็นของมันทั้งที่มันเป็นมายาคตินี่แหละ ว่าในชีวิตอันไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ ที่เราไม่มีทางหยั่งรู้สัจจะความจริงเหนือกาลเวลาและอนาคตอย่างพระผู้เป็นเจ้าได้นี้ มายาคติเป็นสิ่งจำเป็นเท่าที่ความหวังเป็นสิ่งจำเป็นและเท่าที่ความรับรู้ของเราในฐานะมนุษย์ธรรมดามีขีดจำกัดของมัน ว่าเอาเข้าจริง คนเราไม่สามารถมีชีวิตโดยปลอดเปล่าจากมายาคติได้เพราะความจำกัดของมนุษย์เรานี่เอง ว่ามันไม่ผิดที่เราจะมีมายาคติตราบเท่าที่เราต้องมีความหวัง ตราบเท่าที่เราไม่หยุดสรุปบทเรียนว่าความหวังใดของเราบ้างที่เป็นมายาคติ ความหวังใดบ้างที่ไม่ใช่ และหัดเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปกับมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรดาเพลงปฏิวัติที่ผมชอบฮัมระยะหลังนี้ นอกจากเพลง &amp;ldquo;คิดถึงบ้าน&amp;rdquo; (หรือ &amp;ldquo;เดือนเพ็ญ&amp;rdquo;) ของนายผี อัศนี พลจันทร เพลง &amp;ldquo;ฝ่าพายุ&amp;rdquo; ฯลฯ แล้ว ก็มีเพลง &amp;ldquo;แสงดาวแห่งศรัทธา&amp;rdquo; ของ จิตร ภูมิศักดิ์ด้วย เป็นไปได้ว่าแสงดาวในคืนแรมเดือนมืดที่เขาเห็นบนท้องฟ้าจากในคุกนั้น อาจหมายถึงพรรคหรืออุดมการณ์คอมมิวนิสต์ ผมไม่ทราบแน่ แต่แม้ในยุคที่คนเราเลิกเชื่ออุดมการณ์ดังกล่าวไปแล้ว เราควรทิ้งหรือเลิกร้องเพลงนี้หรือไม่? หรือเก็บรับเรียนรู้จากมันถึงพลังและความจำเป็นของมายาคติ ถึงการเชื่อมโยงอย่างตัดไม่ขาดระหว่างความหวังกับมายาคติสำหรับมนุษย์ ถึงความจำเป็นที่จะต้องแยกแยะความหวังออกจากมายาคติตามประสบการณ์ที่ได้มา และถึงความจำเป็นต่อไปที่ไม่น้อยไปกว่ากันของมายาคติ ตราบเท่าที่ความหวังยังจำเป็น และตราบเท่าที่เราไม่อาจหยั่งรู้ดังพระเจ้าได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30220</URL_LINK>
                <HASHTAG>การต่อสู้ด้วยอาวุธของพคท., ความจำเป็นของมายาคติ, ความผิดพลาด, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, เข้าป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c7888265e391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห๊าาา...ทั่นศาสตราจารย์!&#039;เกษียร&#039;ร่ายกลอนโอมตังเมตังมังเพี้ยงตังแมว&#039;สุวินวยอัญเชิญกล้วยช่วยบิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.พ.62-ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ โพสต์กลอนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;Kasian Tejapira ถึง นักวิชาการที่สอนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่มีความคิดทางการเมืองคนละขั้วนั่นคือ รองศาสตราจารย์ สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุวินวยอัญเชิญกล้วยช่วยบิ๊กตู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล
ไม่ได้ด้วยมนต์เอาด้วยคาถา
ไม่ได้ด้วยบัตรเลือกตั้งธรรมดา
สิ่งศักดิ์สิทธิ์อวิชชาเชิญมาอวย
ปุถุชนต่ำไปไม่รับฟัง
อภิชนท่านนั่งตั้งจิตช่วย
มูซาชิซามูไรไหงอ่อนย้วย
ชักปลีกล้วยสวดสู้ดูบ้องแบ๊ว
สุวินวยอัญเชิญกล้วยช่วยบิ๊กตู่
ดูดพลังจู้ฮุกกรูมาเป็นแถว
โอมตังเมตังมังเพี้ยงตังแมว
กลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้วฮาฮาฮา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมศาสตร์, รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, สุวินวยอัญเชิญกล้วยช่วยบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c33f255daaf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าเบื่ออิ๊บอ๋าย!&#039;เกษียร&#039;ป้อง&#039;ธนาธร&#039;ไม่ใช่มาร์กซิสต์แต่เป็น&#039;ธนาธริสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- ศาสตราจารย์ เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kasian Tejapira ว่า ธนาธรน่ะหรือเป็นมาร์กซิสต์ ถ้าจะเป็นก็เป็น &amp;quot;ธนาธริสต์&amp;quot; มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฤดูป้ายสีกลับมาอีกแล้ว...น่าเบื่ออิ๊บอ๋าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความกล่าวร้ายข้างล่างไม่แปลกหรอกครับ ไม่ว่าในแง่การเมืองหรือประสบการณ์การสร้างความคิดของคน ๆ หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่การเมือง คุณจะแปลกใจไหมถ้ารู้ว่า เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไม่ใช่แค่เคยเป็นมาร์กซิสต์ แต่เคยเข้าป่าจับปืนร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ต่อสู้กับรัฐบาลทหาร(อย่างที่ผมก็เคยเป็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขุดเรื่องในอดีตมาดิสเครดิตกันทางการเมืองฤดูเลือกตั้ง จึงเชยแหลกน่ะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่การก่อตัวทางความคิดความรู้ สิ่งที่เรียกว่ามาร์กซิสต์เป็นภูมิปัญญาร่วมทางวิชาการของโลก มหาวิทยาลัยประเทศไหน ๆ ก็มีคอร์สสอนวิชาเหล่านี้ เพราะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือค้นคว้าวิเคราะห์ทำความเข้าใจปัญหาของเศรษฐกิจตลาดทุนนิยมเสรีได้ จึงไม่แปลกที่ใครจะมีช่วงที่สนใจภูมิรู้ทางด้านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ศึกษามันแล้วจะกลายเป็นมาร์กซิสต์และคอมมิวนิสต์ไปด้วยไหม? ไม่จำเป็นนะครับ เท่าที่ผมคุยกับแกมา ธนาธรไม่ได้เป็น &amp;ldquo;มาร์กซิสต์&amp;rdquo; อะไร แต่ถ้าถามว่าแกฉลาดขึ้นไหมจากการเรียนรู้มาร์กซิสต์ ลิเบอราลิสต์ คอนเซอร์เวทีวิสต์ เนชั่นนาลิสต์ พุทธิสต์ ฯลฯลฯลฯ ผมว่าแกเก็บรับความรู้จากแนวคิดต่าง ๆ เหล่านั้นมาผสมผสานกันได้ดีแบบของแกเอง ถูกหรือไม่ ชอบหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง แต่แกเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดคนหนึ่งที่ผมรู้จัก
ถ้าจะมีอิสต์ไหนที่แกเป็น ผมว่า &amp;ldquo;ธนาธริสต์&amp;rdquo; มากกว่าครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ธนาธริสต์, ป้ายสี, มาร์กซิสต์, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c33f255daaf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
