<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 23:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ออกประกาศมาตรการป้องกันเลือดที่ได้รับบริจาคปนเปื้อนเชื้อโคโรนาไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ม.ค.63-ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย &amp;nbsp;ออกประกาศเรื่อง มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2019 ทางโลหิต ฉบับที่ 1 โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ &amp;nbsp;นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทยรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจากต่างประเทศนอนพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในประเทศไทยอีกทั้งมีการยืนยันแล้วว่าเชื้อสามารถติดต่อ จากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ดังนั้นเพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอปลอดภัยและป้องกันมิให้รับบริจาคโลหิตจากผู้มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยจึงกำหนดให้มีมาตรการเกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิตดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 .มาตรการงดรับบริจาคโลหิตชั่วคราวจากผู้ที่มีความเสี่ยง &amp;nbsp;ต่อการได้รับเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.1 .ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่งดบริจาคโลหิต 14 วันนับตั้งแต่วันที่เดินทางออกมาและไม่มีอาการผิดปกติใดๆ( แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 14 วันเพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาฟักตัวของเชื้อไวรัส สายพันธุ์อื่นในร่างกายที่มีรายงานแล้ว 2 ถึง 10 วันขณะที่ยังไม่มีรายงานระยะฟักตัวของเชื้อตัวใหม่นี้ )
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2 ผู้ได้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสให้งดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่และหรือหายป่วยโดยไม่มีอาการใดๆหลงเหลืออยู่ (แนะนำให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์เพื่อเว้นระยะความปลอดภัย 1 เท่าของระยะเวลาการพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์อื่นในโลหิต 2-16 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. 3 ผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสงดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 28 วันหรือ 4 สัปดาห์)
2 มาตรการเรื่องการให้ข้อมูลการเจ็บป่วยหลังบริจาคโลหิตและการเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 ภายใน 14 วันหลังบริจาคโลหิตหากผู้บริจาคโลหิตได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ให้ผู้บริจาคโลหิตญาติ หรือ โรงพยาบาลที่ทำการรักษาแจ้งให้หน่วยงานที่ให้บริการโลหิตได้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติภาคบริการโลหิตแห่งชาติหรือโรงพยาบาลที่รับบริจาคโลหิตทราบทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.2 หน่วยงานที่ให้บริการโลหิต ต้องมีแนวทางปฏิบัติในการรับข้อมูลข่าวสาร จากผู้บริจาคโลหิตแล้วดำเนินการกักกันหรือเรียกคืนโลหิตและส่วนประกอบโลหิต จากผู้บริจาคโลหิตครั้งนั้นๆที่ยังอยู่ในคลังและยังไม่ได้ให้ผู้ป่วยกลับคืนเพื่อการวินิจฉัยและทำลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.3 โรงพยาบาลต้องมีระบบ เฝ้าระวัง ความปลอดภัยของโลหิตที่ให้แก่ผู้ป่วย(Thermovigilance System และติดตามผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตจากผู้บริจาคโลหิตที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55897</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศป้องกันโลหิตติดเชื้อโคโรนาไวรัส ฉบับที่1, ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร, ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32bd17d386f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาชาดขอเลือด ต้องเลื่อนผ่าตัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภากาชาดไทยวอนบริจาคเลือดให้ผู้ป่วย เนื่องจากเลือดคงคลังมีน้อย ขณะที่ความต้องการเลือดของโรงพยาบาลทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้นถึง 2,600-3,000 ยูนิตต่อวัน แต่สามารถจ่ายเลือดให้ได้เพียง 60% เท่านั้น ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยหลายรายต้องเลื่อนการผ่าตัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความต้องการเลือดในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา ปริมาณเลือดสำรองในคลังของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้บริจาคโลหิตลดน้อยลง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน จะเป็นเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้เลือดในการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่มีผู้บริจาคโลหิตลดลงจากปกติ ซึ่งจะต้องได้รับโลหิตบริจาคตามเป้าหมาย คือ 2,000-2,500 ยูนิตต่อวัน แต่ได้รับโลหิตบริจาคเฉลี่ย 1,500-1,700 ยูนิตต่อวันเท่านั้น จึงเกิดการขาดแคลนสะสมจนทำให้ปริมาณโลหิตคงคลังลดน้อยลงไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงขณะนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่ง ที่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ขอเบิกเลือดมายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เฉลี่ยเบิกรวม 2,600-3,000 ยูนิตต่อวัน แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จ่ายเลือดให้ได้เฉลี่ย 1,600-2,000 ยูนิตต่อวัน หรือประมาณ 60% ทำให้โรงพยาบาลต้องเลื่อนการผ่าตัดผู้ป่วยบางรายออกไปก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศให้ได้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที สามารถติดต่อบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค หรือบริจาคได้ที่ สาขาบริการโลหิต 6 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนภูมิภาคบริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ &amp;nbsp;พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสาขาบริการโลหิตโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db04a7ce60f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
