<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ขย้ำศาสนจักร!สร้างชุดข้อมูลใหม่&#039;ไพรวัลย์-สมปอง&#039;เป็นสงฆ์ฝ่ายประชาชนที่ถูกกดขี่ ไม่ยอมเป็นลูกหาบให้รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ก.ย.64- เพจ คณะก้าวหน้า - Progressive Movement &amp;nbsp;หยิบยกกรณี พส.-ไพรวัลย์-สมปอง 2 นักเทศน์เชิงตลก มาโพสต์ว่า แม้หลายคนจะบอกว่าการเมืองและศาสนาไม่เกี่ยวข้องกัน แต่&amp;hellip;เราอยากให้ลองฟังเรื่องราวของเหล่าพระสงฆ์ที่กล้าออกมาพูดความจริง ยืนหยัดในความถูกต้อง แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่า ศาสนาเกี่ยวข้องกับการเมือง และถูกใช้เป็นเครื่องมือของเหล่าชนชั้นนำทางการเมืองหรือเปล่า? เพราะประเด็นคำถามเดิม ๆ ว่าการกระทำของพระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองนั้นเหมาะสมหรือไม่ อาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพจคณะก้าวหน้าแนะนำให้ดูรายการ &amp;nbsp;รวมดาวพระสงฆ์ปลดแอก คุยให้ชัดกับพรรณิการ์ &amp;nbsp;ผ่านทางยูทูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาในยูทูป ช่อ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า &amp;nbsp;ระบุว่า ไพรวัลย์-สมปอง ออกมาแสดงธรรมะ ในรูปแบบที่แซบ ถึงลูกถึงคน ได้ใจประชาชน &amp;nbsp;และดูเหมือนกับว่าพระสงฆ์ 2 รูปนี้ เป็นพระสงฆ์ฝั่งประชาชน &amp;nbsp;เขาเลยไม่พอใจ เพราะโดยปกติพระสงฆ์เป็นลูกหาบให้กับรัฐเสมอมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่อ&amp;quot; ยังได้พูดลากยาวไปถึงครูบาศรีวิชัย ไม่สยบยอม กับอำนาจส่วนกลาง จึงไม่สนใจกฎเกณฑ์ที่ส่วนกลางตั้งขึ้น จนเป็นเหตุให้ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ ที่กทม.ถึง 2 รอบ เป็นการลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง เป็นผีบุญ เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระสงฆ์ยืนหยัดอยู่ข้างฝั่งประชาชน &amp;nbsp;ยืนอยู่ข้างผู้ถูกกดขี่ เมื่อนั้นรัฐเห็นพวกเขาเป็นภัยคุกคาม เป็นสิ่งที่ต้องกำจัดให้พ้นออกไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116239</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, ศาสนจักร, สงฆ์ฝ่ายประชาชน, สมปอง-ไพรวัลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613abbf793863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไมตรี‘ศาสนจักร’ แน่นแฟ้นงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเข้าเฝ้าฯ ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช สืบสานไมตรีศาสนจักรโรมันคาทอลิกกับพุทธจักรไทยแน่นแฟ้นและงดงาม &amp;quot;โป๊ป&amp;quot; ประทานพระดำรัสอำนวยพรปวงชนชาวไทยทุกคน &amp;nbsp;ก่อนเสด็จทรงประกอบพิธีมิสซา &amp;quot;ปชช.&amp;quot; กว่า 5 หมื่นคนรอรับเสด็จเนืองแน่นสนามศุภฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 พ.ย.62 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน เสด็จมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จตามพรมแดงไปยังแท่นรับความเคารพ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นกราบทูลเชิญเสด็จไปยังห้องสีงาช้าง ด้านนอกของตึกไทยคู่ฟ้า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม และทอดพระเนตรของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน และนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ณ ห้องสีงาช้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้า นายกรัฐมนตรีกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอก เพื่ออนุญาตให้คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าเฝ้ารับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถวายการต้อนรับว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 350 ปี การจัดตั้งคณะมิสซังคาทอลิกแห่งสยาม และเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนครรัฐวาติกัน ขอชื่นชมพระกรณียกิจของสมเด็จพระสันตะปาปา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการสร้างความสามัคคี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพในโลก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุกศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาได้ประทานพระดำรัสว่า ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าในการที่ได้มาอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ทั้งยังได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกแก่ข้าพเจ้าและคณะ เพื่อให้ได้มาเยือนผืนแผ่นดินไทย อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย และยังเป็นประเทศที่ยังคงรักษามรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม อันได้แก่ วัฒนธรรมการให้การต้อนรับ ซึ่งข้าพเจ้าได้ประสบด้วยตัวเอง และปรารถนาที่จะเป็นพยานยันยืนถึงสิ่งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างประเทศและประชาชนทั่วโลก
ทรงอำนวยพรชาวไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาประทานพระดำรัสตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้ารู้สึกยินดียิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะท่านผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองบริหารประเทศ ผู้นำทางศาสนา และสังคม ผ่านทางท่านทั้งหลายนี้ ข้าพเจ้าขออำนวยพรไปยังบรรดาปวงชนชาวไทยทุกคน ขอแสดงความเคารพนับถือต่อบรรดาทูตานุทูตทุกท่าน และในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาประทานพระดำรัสด้วยว่า เราทั้งหลายทราบดีแล้วว่า ปัญหาของโลกในปัจจุบันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมนุษยชาติ และเรียกร้องให้มีความตั้งใจจริงในการที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมระหว่างประเทศ และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างประชาชนทุกหมู่เหล่า ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งในการที่ประเทศไทยกำลังจะหมดวาระของการเป็นประธานของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญ และยังเป็นหนทางในการที่จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาประทานพระดำรัสว่า ข้าพเจ้าขอกล่าวสั้นๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้ย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอพยพย้ายถิ่นฐาน แต่อยู่ที่สถานการณ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยของเรา เราไม่สามารถปฏิเสธวิกฤตการณ์ปัญหาผู้อพยพ วิกฤตการณ์นี้ไม่สามารถมองข้ามได้ ประเทศไทยเองเคยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้อพยพ โดยเฉพาะบรรดาผู้ต้องหลบหนีอย่างน่าเศร้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ประชาคมระหว่างประเทศ ดำเนินการด้วยความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ผลักดันให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากประเทศของตน และส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีการจัดการ และมีการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบรรดาสตรีและเด็กในยุคของเรา ที่ต้องเผชิญกับความรุนแรง การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาสในหลากหลายรูปแบบ ข้าพเจ้าขอชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อแก้ไขปัญหาอันน่าเศร้าใจและเปิดหนทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีศักดิ์ศรีแก่บุคคลเหล่านี้ ปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับเราในการที่จะไตร่ตรองและดำเนินการด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ความพากเพียรพยายาม และความเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิต พัฒนาการด้านสังคม สติปัญญา โอกาสทางการศึกษา รวมทั้งการเติบโตทางด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณของบรรดาเยาวชน อนาคตของประชากรของเราขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราจะสามารถรับประกันต่อเยาวชนของเราถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในอนาคต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราชมีพระดำรัสรับเสด็จความตอนหนึ่งว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตรสมเด็จพระสันตะปาปาผู้ทรงสมณคุณอันประเสริฐ อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ไทย ขอถวายอนุโมทนาสาธุการในโอกาสที่มหาบพิตรเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย และเสด็จมาทรงเยี่ยมอาตมภาพในวาระนี้ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพึงจดจารึกไว้เป็นศุภนิมิตแห่งน้ำใจไมตรี ที่ศาสนจักรโรมันคาทอลิกกับพุทธจักรไทยมีสืบเนื่องกันมาอย่างแน่นแฟ้น ราบรื่น และงดงามเป็นเวลาเนิ่นนานนับแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสด็จมาครั้งนี้ของมหาบพิตร จึงไม่ใช่การมาของมิตรใหม่ หากแต่เป็นการมาเยือนของมิตรแท้อันเก่าแก่ของคนไทย ระยะทางที่ห่างไกลกันหาใช่อุปสรรคของความสนิทสนมกลมเกลียวกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จยังโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ โดยเดินทางด้วยรถยนต์ที่นั่งมาถึงที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ เพื่อเยี่ยมเยียนนักเรียนและคณะครูอาจารย์ที่มารอต้อนรับ จากนั้นผ่านวัดเซนต์หลุยส์ และประทานพรแก่เหล่านักบวชชายหญิง พร้อมโบกพระหัตถ์ตลอดเส้นทางเสด็จ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จถึงโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ในเวลา 11.15 น. ท่ามกลางการต้อนรับของเหล่าคริสตชนและประชาชนที่ศรัทธาจำนวนมาก โดยช่วงหนึ่งของการเสด็จ พระองค์ได้ทรงอุ้มเด็กเล็กพร้อมจุมพิตที่หน้าผากเพื่อประทานพร โดยประชาชนทั้งสองฝั่งตลอดเส้นทางเสด็จได้โบกธงชาติไทยและธงวาติกัน พร้อมเปล่งเสียงว่า &amp;ldquo;viva il papa&amp;rdquo; เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งแปลได้ว่า ขอเพื่อเป็นการสรรเสริญพระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน
พร้อมกับถ่ายรูปพระองค์ไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งพระองค์ได้ทรงโบกพระหัตถ์ให้ผู้มารับเสด็จตลอดเส้นทาง
โป๊ปเสด็จเข้าเฝ้าฯ ในหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฯ เสด็จขึ้นหอประชุมพระวิสุทธิวงศ์ ชั้น 11 อาคารรวมจิต เพียรธรรม เพื่อประทานพระโอวาทแก่บุคลากร ซึ่งในโอกาสนี้ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ได้เชิญบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลคาทอลิกอีก 3 โรงพยาบาลมาร่วมด้วย คือโรงพยาบาลเซนต์เมรี่ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 86 คน, โรงพยาบาลซานคามิลโล จังหวัดราชบุรี, โรงพยาบาลคามิลเลียน กรุงเทพฯ จำนวน 149 คน และวิทยาลัยเซนต์หลุยส์อีกจำนวน 72 คน นอกจากนี้ยังได้เชิญผู้แทนจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) จำนวน 4 คน ผู้แทนจากลุ่มโรงพยาบาล non profit จำนวน 6 คน รวมทั้งผู้แทนจากชมรมเวชบุคคลคาทอลิคอีก 15 คน และผู้ที่ศรัทธาในแนวคำสอนและการดำเนินชีวิตของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และในส่วนโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ มีจำนวน 445 คน มาร่วมรับฟังพระโอวาทที่หอประชุมพระวิสุทธิวงศ์ ชั้น 11 อาคารรวมจิต เพียรธรรม จำนวน 937 ที่นั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้เสด็จไปพบปะและประทานพรผู้ป่วยจำนวน 40 คนที่ผ่านการคัดเลือกและรับรองความปลอดภัยจากโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จกลับไปสถานทูตนครวาติกันโดยรถยนต์ที่นั่ง ซึ่งได้เปิดโอกาสให้บรรดาคริสตชนและประชาชนชาวไทยที่เข้าเฝ้าตลอด 2 ข้างทางได้รับเสด็จด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จโดยรถยนต์ที่นั่งถึงพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทางประตูภูธรลีลาศ รถยนต์ที่นั่งเทียบที่ท้องพระโรงทางเสด็จประจำวัน พันโทสมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง รอรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ณ รถยนต์ที่นั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทรงพระดำเนินไปยังห้องเฝ้า ทรงแลกเปลี่ยนของขวัญซึ่งจัดทอดถวายในห้องเฝ้า และฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระสันตะปาปา ประทับพระเก้าอี้ มีพระราชปฏิสันถารตามพระราชอัธยาศัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาทูลลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ณ รถยนต์ที่นั่ง สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จโดยรถยนต์ที่นั่งออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน ทางประตูภูธรลีลาศ เพื่อทรงประกอบพิธีมิสซา ณ สนามกีฬาแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.40 น. สมเด็จพระสันตะปาปาได้เสด็จจากพระที่นั่งอัมพรสถาน มายังสนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อเสด็จถึง ทรงเปลี่ยนรถยนต์ที่นั่ง และเสด็จทักทายผู้เข้าร่วมพิธีตั้งแต่บริเวณสนามเทพหัสดินไปจนถึงในสนามศุภชลาศัย โดยทรงโบกพระหัตถ์ทักทาย รวมทั้งทรงจับมือและศีรษะเหล่าคริสตชน ซึ่งทำให้คริสตชนบางรายถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติ
ทรงประกอบพิธีมิสซา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเข้าที่รับรองเพื่อทรงเปลี่ยนชุด เตรียมเริ่มพิธีมิสซา ในเวลา 18.10 น. โดยสมเด็จพระสันตะปาปาทรงเทศน์หลังรับศีล และประทานพระดำรัสตอนหนึ่งว่า ผ่านไปแล้ว 350 ปี นับตั้งแต่ได้ก่อตั้งมิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอ้อมกอดฉันพี่น้องที่ได้รับการสถาปนาขึ้นในแผ่นดินแห่งนี้ โดยได้หว่านเมล็ดพันธุ์ซึ่งได้เติบโตขึ้นมา และผลิดอกออกผลเป็นการริเริ่มงานอภิบาลที่หลากหลาย และได้เอื้อประโยชน์ต่อทุกชีวิตในประเทศ โดยโอกาสครบรอบการเฉลิมฉลองนี้ ไม่ใช่เป็นการฉลองด้วยความโหยหาอดีต แต่เป็นเหมือนกับเปลวไฟแห่งความหวัง การระลึกถึงคุณงาม ความดี จะช่วยเราให้สามารถแบ่งปันชีวิตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเทศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้เข้าร่วมงาน มีคริสต์ศาสนิกชนเข้าร่วมประมาณ 50,000 คน ประกอบด้วยชาวไทยและชาวต่างประเทศ ส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นหมู่คณะตามสังกัดสังฆมณฑล มีการแต่งกายด้วยเสื้อที่ทำเป็นที่ระลึกในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ รวมถึงการแต่งกายด้วยชุดไทยและชุดประจำชนเผ่าอย่างสวยงาม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยและความหลากหลายของประเทศไทย โดยเฉพาะคริสตชนคาทอลิกชนเผ่าที่มาจากเผ่าอาข่าและปกาเกอะญอ ต่างแต่งชุดชนเผ่ามาเข้าร่วมพิธี ภายในงานมีการแจกหนังสือเส้นทางแห่งรัก &amp;ldquo;โป๊ปฟรานซิส&amp;rdquo; และธงวาติกันเป็นที่ระลึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณสมเด็จพระสันตะปาปา และถวายของที่ระลึกในนามศาสนจักรไทย ต่อมาสมเด็จพระสันตะปาปาถวายพรปิดพิธี และสังฆานุกรกล่าวปิดพิธี แสดงวัฒนธรรมไทย 4 ภาค &amp;ldquo;พิธีสนามนาฏศิลป์ งามหยาดหยดริน ถิ่นสยาม&amp;rdquo; จากโรงเรียนในเครือภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ต และมีการรำถวายพระพร ในเวลา 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กวิตา ภาลีขันธ์ นักศึกษาปีที่ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เข้าร่วมรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขของชาวคริสตชนทั่วโลก และได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวในพิธีบูซามิสซาในครั้งนี้ เพราะว่าไม่ได้มีโอกาสง่ายๆ ที่จะได้เข้าเฝ้าพระองค์อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับตัวเอง ในฐานะคริสตชนคาทอลิกคนหนึ่ง ได้มีการเตรียมตัวในการเข้าร่วมมิสซา ไม่ว่าจะเป็นการรับศีลแก้บาป สวดภาวนา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการเตรียมจิตใจในการขอพระพรให้ตัวเอง ครอบครัว และประเทศ&amp;rdquo; น.ส.กวิตาเผยความรู้สึก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาสนจักร, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โป๊ปฟรานซิส, ในหลวง-พระราชินี, ไมตรีศาสนจักรแน่นแฟ้นงดงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd69a7cc2363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2025 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปฏิรูปวัดก่อนปฏิรูปเมือง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>


&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในส่วน &amp;quot;ราชอาณาจักร&amp;quot;...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๔ ปีผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แกะแบบ&amp;quot; ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นงานฐานรากสร้าง &amp;quot;โชติช่วงชัชวาล&amp;quot; ต่อยอดเศรษฐกิจและสังคมประเทศ ว่าด้วย ๔.๐ ได้เหมาะเหม็ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วน &amp;quot;ศาสนจักร&amp;quot; นี่ซี............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สายฟ้าแลบ&amp;quot; ว่าเร็วแล้ว แต่การ &amp;quot;ปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย&amp;quot; เร็วเสียยิ่งกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเห็นกรณีนี้ มีสั้นๆ จากผมว่า...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าไม่ปฏิรูป ตั้งแต่ &amp;quot;ยอดถึงราก&amp;quot; ในยุคนี้-วันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คราบสงฆ์ &amp;quot;ศีลวิบัติ&amp;quot; และไร้ซึ่ง &amp;quot;ศีลาจารวัตร&amp;quot; จะเหมือนด้วงหนอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชำแรกชอนไชเนื้อพุทธศาสน์ กัดกินถึงรากแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผสมด้วยเดียรถีย์และคนทรามแฝงเข้ามาห่มเหลือง บิดคำสอนพระพุทธองค์ ให้ผิดเพี้ยนไปในทางสร้างลาภสักการะและอาณาจักรใหม่ให้แก่ตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้าย &amp;quot;วัด&amp;quot; นั้น เหลือ..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่พระสงฆ์ ในความเป็น &amp;quot;พุทธบุตร&amp;quot; จะเหลือน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นเพ่นพ่านไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหลืองๆ โล้นๆ ด้วยกิจและวัตรปฏิบัติ &amp;quot;นอกพระธรรมวินัย&amp;quot; ส่วนใหญ่ จะเป็นพวก &amp;quot;อลัชชี-เดียรถีย์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คอยให้พวกโง่ ที่เข้าใจว่า &amp;quot;บุญซื้อได้&amp;quot; กราบไหว้ บูชา หรือไม่ก็ &amp;quot;สมคบกัน&amp;quot; เป็นรังโจร!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงรู้อยู่แก่ใจกันแล้ว ในวงการสงฆ์ขณะนี้ ด้วยลาภ-สักการะในโลภ ระดับพระเถระในรัฐบาลสงฆ์ &amp;quot;ยังเป็นไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขืนปล่อย &amp;quot;ชั่วช่างชี-ดีช่างสงฆ์&amp;quot; ไปเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระสงฆ์ &amp;quot;บางหมู่-บางเหล่า&amp;quot; จะทำให้พระพุทธศาสนาและสงฆ์ไทย เศร้าหมอง รูดเรียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงจำเป็นและเหมาะเจาะที่วานซืน มีประกาศฉบับหนึ่งออกมาจาก &amp;quot;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่านกันให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยคุยกัน ดังนี้...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.krisdika.go.th &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกาศการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2561 รับหลักการให้มีการจัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ในประเด็นเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะองค์กรปกครองคณะสงฆ์นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติ ครม.วันที่ 4 เม.ย.2560&amp;nbsp; ประกอบกับมติ ครม.วันที่ 19 มิ.ย.2561 ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเปิดรับฟังความเห็นประกอบการจัดทําร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาพปัญหา มหาเถรสมาคม ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานกรรมการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และพระราชาคณะอีกไม่เกิน 12 รูป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งเป็นกรรมการ และมีวาระ 2 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏว่าสมเด็จพระราชาคณะซึ่งเป็นกรรมการโดยตําแหน่งมักเป็นผู้เจริญพรรษายุกาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงชราภาพ และอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทําให้ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้สม่ำเสมอ บางครั้งจําเป็นต้องลาการประชุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เหตุอย่างเดียวกันอาจเกิดได้แม้กับกรรมการอื่น ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ กรรมการบางรูปในขณะนี้ต้องคดีอาญา หรือมีข้อกล่าวหาจนต้องพ้นจากตําแหน่ง จึงไม่ตั้งอยู่ในที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน ทั้งที่องค์กรนี้จะต้องเป็นหลักในการปกครองคณะสงฆ์ และก่อให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังฆมณฑล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงสมควรปรับปรุงแก้ไขที่มาและองค์ประกอบของมหาเถรฯ เสียใหม่ เพื่อให้ได้พระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร มีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์มาเป็นกรรมการและผู้ปกครองคณะสงฆ์ในลําดับชั้นต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดจนชักนําให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับวัดและวัตรปฏิบัติของพระภิกษุให้เรียบร้อยดีงามตามพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง ความคาดหมายของพุทธศาสนิกชน และจารีตประเพณีอันดีงามของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการใหม่ .............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ยกเลิกองค์ประกอบกรรมการ มส. โดยตําแหน่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ยังคงให้มีกรรมการอื่นนอกจากประธานกรรมการในจํานวนเท่าเดิม (20 รูป)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควรและมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ และมีพระบรมราชโองการให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตําแหน่งได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักเดียวกันนี้ ใช้กับการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาคด้วย ตามที่มีพระราชดําริเห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้กรรมการ มส.ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายคณะสงฆ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไป จนกว่าจะทรงแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่ตามกฎหมายนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงขอเชิญพระภิกษุและบุคคลทั่วไป แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการตามประเด็นดังกล่าวเข้ามาได้ทางเว็บไซต์สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 27 มิ.ย.2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุป สาระหลัก คือ.............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -จะแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ในหมวด ๒ &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ไม่เกี่ยวกับหมวด ๑ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ว่าด้วย &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แก้แล้ว &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ยังทรงเป็นประธาน &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot; คงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;quot;กรรมการมหาเถรสมาคม&amp;quot; ที่เป็น &amp;quot;โดยตำแหน่ง&amp;quot; ยกเลิกทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -คำว่า &amp;quot;โดยตำแหน่ง&amp;quot;............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมายถึง &amp;quot;สมเด็จพระราชาคณะ&amp;quot; ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย ที่ทรงสมณศักดิ์ชั้น &amp;quot;สมเด็จ&amp;quot; ซึ่งมีฝ่ายละ ๔ รูป ที่เป็นกรรมการมหาเถรฯ โดยตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -เมื่อแก้ พ.ร.บ.นี้แล้ว &amp;quot;ยกเลิก&amp;quot; การเป็น &amp;quot;โดยตำแหน่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ส่วนการแต่งตั้งหรือการให้พ้นจากตำแหน่ง มส. &amp;quot;ถวายเป็นพระราชอำนาจ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดแต่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระภิกษุรูปใด ผู้มีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ให้ &amp;quot;นายกรัฐมนตรี&amp;quot; เป็นผู้ลงนาม &amp;quot;รับสนองพระบรมราชโองการ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -&amp;quot;เจ้าคณะใหญ่&amp;quot; และ &amp;quot;เจ้าคณะภาค&amp;quot; ก็เช่นกัน การแต่งตั้ง-ถอดถอน สุดแต่จะมีพระราชดําริเห็นสมควร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนี่ย......เนื้อหาหลักที่จะแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ เป็นเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ &amp;quot;ยัง&amp;quot;..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกอย่างในความเป็น &amp;quot;รัฐบาลสงฆ์&amp;quot; คณะรัฐมนตรีสงฆ์ ทั้ง ๒๐+๑ รูป โดยสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน ยังเหมือนเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่า พ.ร.บ.สงฆ์ที่จะแก้ไขประกาศใช้ และทรงแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจตนาหลักที่ &amp;quot;คณะกรรมการกฤษฎีกา&amp;quot; ประกาศ คือ ตาม &amp;quot;รัฐธรรมนูญ&amp;quot; ฉบับปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกกฎหมาย ยกเลิก แก้ไขปรับปรุง ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนี่ ก็เป็นตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาประกาศ คือใครมีความคิดเห็น, ข้อเสนอแนะอย่างไร ต่อการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประเด็น ถวายคืนเป็นพระราชอำนาจ........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการแต่งตั้ง-ถอดถอน &amp;quot;ตำแหน่งกรรมการ มส.&amp;quot; โดยตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการแต่งตั้ง-ถอดถอน &amp;quot;เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งความคิดเห็น คำเสนอแนะไปที่ www.krisdika.go.th ได้จนถึงวันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระ-เถน-เณร-ชี ฆราวาส ทุกเพศ-วัย ได้ทั้งนั้น จะค้าน จะติง จะเห็นด้วย จะเสนอแนะอย่างไร รีบส่งไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้รวบรวมส่งรัฐบาล เพื่อรัฐบาลจะได้จัดทำร่างแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เสนอ สนช.พิจารณาออกเป็นกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดว่า &amp;quot;ไม่นาน&amp;quot; สนช.น่าจะพิจารณา ๓ วาระรวด เพราะตอนนี้ ครม.สงฆ์มีปัญหารอแก้ไขหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งกรรมการ มส.บางรูปชราภาพ และทั้งบางรูปต้องคดีอยู่ในเรือนจำบ้าง หนีไปอยู่นอกประเทศบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องเข้าใจโครงการ &amp;quot;คณะกรรมการ มส.&amp;quot; ก่อน มีทั้งหมด ๒๐+๑ รูป รวมทั้ง &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสมณศักดิ์ &amp;quot;สมเด็จ....&amp;quot; ฝ่ายมหานิกาย ๔ ฝ่ายธรรมยุต ๔ รวมเป็น &amp;quot;กรรมการ มส.&amp;quot; โดยตำแหน่ง&amp;nbsp; ๘ รูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก ๑๒ รูป...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาจากการ &amp;quot;แต่งตั้ง&amp;quot; โดย &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; จะทรงพิจารณาจากพระราชาคณะ &amp;quot;ชั้นธรรม&amp;quot; ฝ่ายละ ๖ รูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามแนวประกาศ &amp;quot;กรรมการ มส.&amp;quot; ในส่วนแต่งตั้งนี้ ยังเป็นไปตามอำนาจ &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถวายพระมหากษัตริย์ เป็นพระราชอำนาจจะทรงแต่งตั้ง-ถอดถอนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นแน่ๆ กรรมการ มส.ตอนนี้ ขาดไป ๓ เหลือ ๑๗ รูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ &amp;quot;พระพรหมสิทธิ&amp;quot; วัดสระเกศ และ &amp;quot;พระพรหมดิลก&amp;quot; วัดสามพระยา อยู่ในคุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่ง &amp;quot;พระพรหมเมธี&amp;quot; วัดสัมพันธวงศ์ อยู่เยอรมนี!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เอาพอเข้าใจกันคร่าวๆ แค่นี้ก่อน สรุปชัดๆ หลักใหญ่คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง &amp;quot;คณะกรรมการ มส.&amp;quot;.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถวายคืนเป็น &amp;quot;พระราชอำนาจ&amp;quot; สุดแต่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12030</URL_LINK>
                <HASHTAG>www.krisdika.go.th, บุญซื้อได้, ปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย, พ.ร.บ.คณะสงฆ์, พระพรหมเมธี, พุทธบุตร, ฟรีเกมส?, มหาเถรสมาคม, วัดสัมพันธวงศ์, ศาสนจักร, ศีลวิบัติ, ศีลาจารวัตร, สมเด็จพระสังฆราช, สล็อต100%, สล็อตเว็บตรง, สายฟ้าแลบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
