<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลก ผนึกกำลัง 5 ศาสนา จัดโครงการธรรมยาตรา 2 เส้นทางกว่า 4 พันกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพระธุดงค์รณรงค์เพื่อสันติภาพโลกที่ต้องบินกลับไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาหลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 บัดนี้ได้ร่วมกับอีก 4 ศาสนาหลักในไทย ได้แก่ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และซิกซ์ จัดให้มีการเดินเจริญเมตตาให้แผ่นดิน โครงการ &amp;ldquo;เดินด้วยกัน นำพาสันติ&amp;rdquo; เริ่มออกเดินทางในเช้าวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ที่ด่านชายแดนแม่สอด จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่วัดแดงประชาราษฎร์ จังหวัดนนทบุรี ได้มีการแถลงข่าวโครงการ &amp;ldquo;เดินด้วยกัน นําพาสันติ&amp;rdquo; 5 ศาสนา พระสุธรรม ฐิตธัมโม หรือ หลวงพี่หมี นทีทอง ประธานคณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลก กล่าวว่า คณะพระธุดงค์โดยความร่วมมือกันระหว่าง 5 ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และซิกซ์ จัดโครงการ &amp;ldquo;เดินด้วยกัน นำพาสันติ&amp;rdquo; สืบสานปณิธานของท่านพุทธทาสภิกขุ มุ่งให้ศาสนิกชนยึดหลักคำสอนของศาสนา ให้ร่วมสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือกันระหว่างศาสนา และเจริญจิตใจให้ออกจากวัตถุนิยมนำไปสู่การสร้างสันติภาพและส่งสันติสุขให้ทุกคนบนแผ่นดินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระสุธรรม กล่าวต่อว่าทางคณะได้วางแผนการเดินจากสุดทิศตะวันตกไปยังสุดทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย เริ่มในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00น. จากด่านชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปสิ้นสุดที่ด่านชายแดนจังหวัดมุกดาหาร ประมาณวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ต่อจากนั้น ประมาณวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 จะเริ่มเดินจากสุดชายแดนใต้ ด่านชายแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปยังจุดหมายเหนือสุดของประเทศ ที่ด่านชายแดนอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประมาณวันที่ 10 มกราคม 2564 รวมระยะทางทั้ง 2 เส้นทาง 4,000 กว่ากิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะมีการเสวนาธรรมและเยี่ยมเยียนศาสนิกชน จึงขอเชิญชวนศาสนิกชนจากทุกศาสนามาร่วมเดินเพื่อสันติภาพในเส้นทางดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อาตมาได้เดินธุดงค์สร้างสันติสุขในหลายประเทศรอบโลก ทั้ง ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา พม่า อินเดีย ตุรกี ปากีสถาน พิสูจน์ได้ว่าศาสนิกที่มีความแตกต่างกันทั้งเชื้อชาติและศาสนาให้การต้อนรับการเดินเพื่อสันติภาพด้วยดี อีกทั้งเห็นด้วยที่จะทำให้โลกเรามีสันติภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บาทหลวง ดร.รังสิพล เปลี่ยนพันธุ์ ผู้แทนศาสนาคริสต์ กล่าวว่า หลักการทางศาสนาคริสต์ สอนเรื่องความรัก เป็นฐานที่ทำให้เกิดการสร้างสันติภาพ ทำให้เกิดสันติสุขในจิตใจคน กิจกรรมนี้ใช้การเดินเป็นสัญลักษณ์ รวมพลังทั้ง 5 ศาสนา ร่วมใจสร้างสันติภาพด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอิบบราฮิม หวันแหละ ผู้แทนศาสนาอิสลาม กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการให้คนไทยตระหนักถึงคำสอน ทำความดีตามแนวทางศาสนาของตน มีศีลธรรม คุณธรรม และ จริยธรรม ส่งเสริมความร่วมมือและมีมิตรภาพความดีงามเพื่อให้อยู่ร่วมกันด้วยความปรองดอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟซบุ๊กของพระสุธรรมได้แสดงภาพ ฯพณฯ เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกัน ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปาประจำประเทศไทย พอล ชาง อิน-นำ ให้การต้อนรับ กล่าวสนับสนุน และให้พรแก่คณะธรรมยาตรา เช่นเดียวกับที่สำนักจุฬาราชมนตรี ผศ.ดร.อับดุลเลาะ หนุ่มสุข ผู้อำนวยการสถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา ให้การต้อนรับคณะและร่วมหารือในการจัดโครงการ &amp;ldquo;เดินด้วยกัน นำพาสันติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าตรู่วันที่ 13 ตุลาคมนี้ ที่ด่านชายแดนแม่สอด พระโพธินันทมุนี วิ. หรือเจ้าคุณจิ๋ว แห่งวัดป่าธรรมชาติ ประธานในพิธีจะกล่าวสัมโมนียกถา ก่อนคณะธรรมยาตราออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารโครงการได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Walk Together For Peace Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80252</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพโลก, จังหวัดตาก, พระสุธรรม ฐิตธัมโม, ศาสนาคริสต์, ศาสนาพุทธ, ศาสนาอิสลาม, หลวงพี่หมี นทีทอง, เดินธุดงค์สร้างสันติสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f84222cb9b6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำชา-ดร.วาว&#039;เข้าพิธีวิวาห์เรียบง่ายตามหลักศาสนาคริสต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งวันและโมเมนต์สำคัญในชีวิตของ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ กับหวานใจหนุ่มดีกรีด็อกเตอร์ วาว-ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ เพราะล่าสุดใช้ฤกษ์ดีเช้าวัน ศุกร์ ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ควงแขนกันเข้าพิธีสมรสตามหลักศาสนาคริสต์ ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก แบบเรียบง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มพิธีด้วยความอบอุ่นของครอบครัว เมื่อคุณพ่อคล้องแขน น้ำชา เพื่อส่งตัว เป็นเครื่องหมายแสดงว่า ได้มอบบุคคลอันเป็นที่รักและเฝ้าทะนุถนอมให้กับเจ้าบ่าว และเจ้าบ่าวเองก็รับเจ้าสาวมาเป็นคู่ชีวิต ดูแลด้วยความรักและความผูกพัน ต่อด้วยการสวมแหวน และกล่าวคำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ สร้างความซาบซึ้งจนแขกในงานน้ำตาคลอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย น้ำชา สวยสง่าในชุดแต่งงานดีไซน์พิเศษ ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์จากแบรนด์ MESHMUSEUM (เมชมิวเซียม) เพิ่มความหรูหราด้วยต่างหูเพชร ขณะที่ ดร.วาว หล่อเท่ด้วยสูทสีน้ำเงินเข้ม ภายในงานมีครอบครัวของทั้งสองฝ่าย และเพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการ เดินทางมาร่วมอวยพรให้กับทั้งคู่กันอย่างอบอุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วาว-ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์, น้ำชา ชีรณัฐ, ศาสนาคริสต์, แต่งงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33e2fc71b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เปาวลี’เตรียมเปลี่ยนศาสนาหลังแต่งงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกมาบอกแฟนๆ ว่ามีแพลนจะแต่งงานมาพักใหญ่แล้ว สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว เปา-เปาวลี พรพิมล ที่ซุ่มคบหากับ เอิร์ธ-กานต์ กิจเจริญ ลูกชายของพิธีกรคนดัง กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ มาถึง 8 ปี ล่าสุดเจ้าตัวได้มาอัพเดทถึงการเตรียมงานแต่งงานว่าสรุปจะมีการจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า โดยจะมีการจัดงานทั้งแบบศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ และตัวเองก็เตรียมเปลี่ยนศาสนาเพื่อให้ตรงกับครอบครัวสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;งานแต่งสำหรับพิธีคริสต์ จะมีขึ้นวันที่ 9 เดือน 11 ปี 2562 โบสถ์แถวๆ บางรัก ส่วนพิธีไทยจัดที่บ้านเกิดในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งยังไม่ได้เคาะวันเลยค่ะ แต่ตั้งใจไว้ว่าจะให้อยู่ในช่วงอาทิตย์เดียวกันทั้ง 2 งาน &amp;nbsp;ฤกษ์ที่ได้มาเราดูเป็นฤกษ์สะดวกของเราเอง บวกกับฤกษ์วันสวย เลขสวย ซึ่งการเตรียมตัวตอนนี้ ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก หลักๆ ก็คือต้องไปเรียนรู้เรื่องหลักศาสนาคริสต์ เพราะว่าหนูจะต้องเปลี่ยนศาสนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางครอบครัวแฟนเขานับถือศาสนาคริตส์กันหมด หนูก็เลยไปคุยกับคุณแม่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าไม่ว่าศาสนาไหน ก็มีคำสอนที่ดีเหมือนกัน และจากที่หนูได้เรียนรู้มา รวมถึงได้ฟังจากที่ครอบครัวแฟนบอกเล่า ศาสนาคริสต์ก็จะสอนเราเรื่องความรัก และสอนให้เราเป็นคนดี คล้ายๆ กับศาสนาพุทธ แต่งงานจะมีลูกเลยไหม อยากมีนะคะ อยากให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่อีกใจก็อยากจะทำงานก่อน เพราะช่วงนี้งานยังเยอะอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @karn_222 @paowalee1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กานต์ กิจเจริญ, ซูโม่กิ๊ก, นักร้องลูกทุ่ง, พิธีกร, ศาสนาคริสต์, ศาสนาพุทธ, เกียรติ กิจเจริญ, เปาวลี พรพิมล, เอิร์ธ กานต์, เอิร์น แฟรนเคิล, แต่งงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5e9408ea53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำความดีด้วยหัวใจ นายกฯกล่าวนำปฏิญาณตนวันเฉลิมพระชนมพรรษาร.10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวนำคำปฏิญาณตน &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เปิดกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล 27-29 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2561 โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และข้าราชการ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันบำเพ็ญความดีถวายเป็นพระราชกุศล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของราษฎรเป็นสำคัญ และทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของพสกนิกรทั่วหล้า ทรงเป็นต้นแบบของการทำความดี โดยพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อเสริมความตระหนักรู้ของคนในชาติ และส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน มีความเสียสละ และความสมัครสมานสามัคคี ในการสร้างสรรค์ความดี เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ อีกทั้งพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ในยามประสบเหตุเภทภัย เดือดร้อน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เริ่มพิธีทางศาสนา ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล (ศาสนาพุทธ) โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม และพระราชาคณะรวม 10 รูปร่วมพิธี พิธีดุอาอ์ขอพร (ศาสนาอิสลาม) โดยนายสุธรรม บุญมาเลิศ เลขานุการจุฬาราชมนตรีและผู้แทนศาสนาอิสลาม, พิธีอธิษฐานภาวนาขอพร (ศาสนาคริสต์) โดยบาทหลวงเสนอ ดำเนินสะดวก เลขาธิการคณะกรรมการคาทอลิก, ผู้ช่วยนายกเขตการปกครองราชบุรี พร้อมด้วยผู้แทนศาสนาคริสต์, &amp;nbsp;พิธีสวดมนต์ถวายพระพร (ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู) โดยพระครูสุริยาเทเวศร์ พระครูพราหมณ์ สำนักพราหมณ์พระราชครู และผู้แทน, พิธีสวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา (ศาสนาซิกข์) โดยนายรามีนเดอร์ ซิงห์ สัจญานศรีสกุล นายกสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทยและผู้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; โดยทำความสะอาดพื้นที่ริมคลองเปรมประชากร และคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีคณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล และประชาชน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวเปิดกิจกรรมว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ โดยวันนี้ได้เห็นทุกท่าน ทั้ง ครม. ข้าราชการ เอกชน นักศึกษา และประชาชนผู้มีจิตอาสา แสดงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการร่วมกันปฏิบัติการจิตอาสาอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อปลุกจิตสำนึกประชาชนคนไทยให้รู้รักสามัคคี มีจิตสำนึกสาธารณะ มีความเอื้อเฟื้อ รู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคม ชุมชนและประเทศชาติ วันนี้การปฏิบัติการจิตอาสาได้แผ่ขยายไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในหลายๆ ด้าน ซึ่งกิจกรรมรณรงค์และปฏิบัติการจิตอาสาในวันนี้ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทุกภาคส่วนจะได้มาร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ ในการพร้อมใจกันทำกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ &amp;nbsp;ในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้นำจิตอาสากล่าวปฏิญาณตนว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ก่อนปล่อยขบวนรถยนต์และปล่อยแถวขบวนจิตอาสาเพื่อทำกิจกรรม ทั้งนี้ นายกฯ ได้ร่วมกิจกรรมจุดแรกโดยปลูกต้นรวงผึ้ง จากนั้น นายกฯ ครม.และคู่สมรส ได้ร่วมปลูกต้นทองอุไรบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำความดีเพื่อบ้านเมือง ก่อนฉีดน้ำล้างถนนและทางเท้าบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง 5 เสือ ทบ. เช่น พล.อ.สสิน ทองภักดี รอง ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผช.ผบ.ทบ., พล.อ.วีรชัย อินทุโศภณ ผช.ผบ.ทบ. และ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก และข้าราชการทหาร เข้าร่วมกิจกรรม โดยทั้งหมดร่วมกันกวาดถนน ทำความสะอาดรั้ว และทำความสะอาดป้ายกองทัพบก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งแต่วันที่ 27-29 ก.ค. เวลา 08.00- 17.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ยกเว้นวันที่ 27-28 ก.ค. เปิดให้ลงนามถวายพระพร เวลา 08.00-13.00 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลได้ และขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14187</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.วีรชัย อินทุโศภณ, พล.อ.สสิน ทองภักดี, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, รศ.นราพร จันทร์โอชา, ศาสนาคริสต์, ศาสนาพุทธ, ศาสนาอิสลาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d876e5858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธรรมะว่าด้วยความรัก-ความเมตตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดสัปดาห์นี้...โดยสีสัน บรรยากาศ ดูๆ ออกจะไม่เหมาะกับการ เทศน์ ซักเท่าไหร่นัก เพราะขนาด พระ ที่ต้องถือว่าเป็น พระดี-พระแท้ อย่างไม่พึงต้องสงสัย ท่านยังอดไม่ได้ต้องสาด สากกะเบือบิน ใส่ คุณโยม บางราย ที่มีผู้เชื่อถือ ศรัทธา อยู่ไม่น้อย ในด้านการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งผลให้ ฆราวาส ล้วนๆ ที่เป็นแค่ลูกศิษย์ พระพม่า มาโดยตลอด อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง มีสิทธิ์ ถูกถีบ ได้เสมอ ถ้าหากคิดไปสอด ไปเสือก อะไรกับเรื่องทำนองนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(2)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ด้วยเหตุที่ ธรรมะ นั้น...เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือกาลและโอกาส เป็น อกาลิโก จะไปรอจังหวะ เวลา แล้วถึงจะค่อย เทศน์ มันคงไม่ถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้...คงต้องถือซะว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองเสี่ยงมือ เสี่ยงตีน ไปหยิบเอา ธรรมะ ที่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นไปของบรรยากาศ มานำเสนอให้เกิดข้อคิด ข้อพิจารณา สำหรับบรรดา ผู้ใฝ่ธรรม ทั้งหลาย นั่นก็คือธรรมะที่ว่าด้วย ความรัก หรือ ความเมตตา อะไรประมาณนั้น อันเป็นสิ่งที่ถือว่ามีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น พระ หรือ คุณโยม ก็ตามแต่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(3)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับศาสนาพุทธเรานั้น...อาจไม่ได้เรียกว่า ความรัก แบบตรงไป-ตรงมา เพราะโดยคำศัพท์ คำนิยาม มันอาจกินความไปถึง เหตุปัจจัยแห่งทุกข์ ในรูปใด รูปหนึ่ง ประเภทความรักแบบหนุ่มๆ สาวๆ รักแบบก่อให้เกิดความห่วง ความผูกพัน ชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด อันเป็น อารมณ์ ที่ออกไปทางคู่ๆ แบบบวก แบบลบ อะไรทำนองนั้น ท่านเลยหันไปใช้คำว่า ความเมตตา ความรักและปรารถนาดีอยากให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณา ความสงสารอยากจะให้เขาพ้นทุกข์ มุทิตา ความยินดี สรรเสริญ เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นสุข อุเบกขา การวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปด้วยความรัก ความชัง กันแทนที่ อันปรากฏอยู่ในองค์ประกอบของธรรมะที่เรียกๆ กันว่า พรหมวิหาร 4 นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(4)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ ความเมตตา หรือความรักความปรารถนาดี อยากจะเห็นผู้อื่นเป็นสุขนั้น ท่านให้ความสำคัญเอาไว้ถึงขั้นสรุปไว้ในภาษาบาลีว่า โลโก ปัตถะมะภิกา เมตตา หรือ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ถึงขั้นนั้น ซึ่งว่าไปแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ตามแต่ สำหรับ ศาสนาคริสต์ แล้ว เขานำไปรวมไว้หมด ในคำศัพท์ คำนิยาม ที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของเขานั่นเอง ซึ่งก็คงไม่ใช่ความรักในแง่หนุ่มๆ-สาวๆ ความรักแบบที่ทำให้เกิดทุกข์ หรือความรักแบบที่ต้องจับคู่ บวกๆ ลบๆ ไปกับ ความชัง แต่อย่างใดไม่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(5)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่อัครสาวก เปาโล หรือท่าน พอล ท่านสรุปเอาไว้ในจดหมายที่ท่านเขียนไปถึงคริสตจักรเมือง โครินธ์ ฉบับที่หนึ่งนั่นแหละว่า ในสิ่ง 3 สิ่งที่ถือเป็นแก่นสาระ หรือเป็นหลักยึดของศาสนาคริสต์ อันได้แก่ 1.ความเชื่อ 2.ความหวัง และ 3.ความรักแล้ว ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของท่านนี่แหละ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หรือยิ่งใหญ่ที่สุด ชนิดถึงกับต้องบรรยายสรรพคุณเอาไว้ว่า...&amp;ldquo;แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี แต่ถ้าปราศจากความรักเสียแล้ว ข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนฆ้องและฉาบที่กำลังส่งเสียง&amp;rdquo; นี่...สำคัญถึงขั้นนั้น หรืออธิบายต่อว่า...&amp;ldquo;แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะ (ธรรมะ) ได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวง มีความรู้ทั้งสิ้น กระทั่งมีความเชื่อมากพอที่จะยกภูเขาได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรักแล้ว...ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย&amp;rdquo;...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(6)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ความรักตามแบบฉบับอัครสาวก เปาโล ที่ได้แจกแจงรายละเอียดตามมาเป็นข้อๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก พรหมวิหาร 4 ของพุทธเรานั่นแล เช่น...ความรักคือความอดทนนาน และการกระทำคุณให้ หรือ ความรักนั้น...ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความรักนั้น...ต้องไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ...&amp;rdquo; รวมทั้ง &amp;ldquo;ความรักทนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง...แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ... ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(7)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปเอาเป็นว่า...ไม่ว่า พุทธ หรือ คริสต์ ลองขึ้นชื่อว่าเป็น ธรรมะ แล้ว ย่อมต้องเป็นอะไร สากล เหมือนกันไปทั้งหมด ดังนั้น...สำหรับผู้ที่ ใฝ่ธรรมะ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พระ เป็น คุณโยม เป็น บาทหลวง, ฆราวาส หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากอะไรมันแวบๆ เข้ามาทางประตู จนส่งผลให้ธรรมะในแง่ความเมตตา หรือความรัก ต้องพรั่งพรูออกไปทางหน้าต่างจนได้ ก็คงต้องขออนุญาต เทศนา เอาไว้ ณ ที่นี้ว่า...เย็นไว้โยม หรือ เย็นไว้พระ ก็แล้วกัน และอย่าถึงกับหันรุมมา ถีบ ลูกศิษย์พระพม่า อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง ที่ด้วยแรงผลักดันของธรรมะ ทำให้อดมิได้ที่จะต้อง เสือก เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเทอญ์ญ์ญ์ญ์...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆราวาส, ทรรศนะ, ธรรมะ, ผู้ใฝ่ธรรม, พรหมวิหาร 4, พระ, พระพม่า, มุทิตา, ศาสนาคริสต์, อกาลิโก, เทศน์, เมตตาธรรมค้ำจุนโลก, โลโก ปัตถะมะภิกา เมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37687f6cada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
