<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึดอัดจัดรัฐบาลส่อยืดเยื้อ เอกชนแช่แข็งลงทุนถึงพค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.อ.ท.หวั่นความไม่ชัดเจนทางการเมืองจุดชนวนความขัดแย้ง รับแช่แข็งการลงทุนไปอีก 2เดือน รอความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาล พ.ค.นี้ เผยอยากได้รัฐบาลโปร่งใส ไม่คอร์รัปชัน &amp;quot;แบงก์ชาติ&amp;quot; ชี้ใครเป็นรัฐบาลก็ได้ แต่อย่าเกิดความวุ่นวายบนถนน อาจฉุดเศรษฐกิจไทยดิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศในขณะนี้ที่ยังไม่มีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลว่า เบื้องต้นส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยา ทำให้คนหงุดหงิด ไม่สบายใจชัดเจนมากขึ้น เพราะมีพรรคการเมืองที่เชียร์กันไว้อยู่ในใจ เป็นชนวนปัญหาที่ทำให้เรามีโอกาสจะทะเลาะกันได้ง่าย ซึ่งภาคเอกชนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะประเทศไทยเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลกระทบที่มีต่อภาพรวมการลงทุนนั้น ขณะนี้ทุกอย่างยังไม่ได้หยุดชะงัก และยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เพราะไม่เกิดเหตุการณ์ออกมาประท้วงหรือเกิดความวุ่นวายจนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน เช่น ออกจากบ้านไม่ได้ ทำธุรกิจไม่ได้ แต่ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนที่ชะลอออกไป 2 เดือน โดยเฉพาะการลงทุนใหม่ที่ยังมีความหวัง จะได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลไทยมีความชัดเจนภายในเดือน พ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากปล่อยให้สถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อไปนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ยอมรับว่าจะทำให้ภาคเอกชนและคนในสังคมรู้สึกอึดอัด การดำเนินนโยบายจากภาครัฐขาดความต่อเนื่องในบางโครงการ ยกเว้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีการเปิดประมูลให้ภาคเอกชนดำเนินการไปแล้ว การจับจ่ายใช้สอยก็มีโอกาสที่จะชะลอตัวตามไปด้วย&amp;rdquo; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ส.อ.ท.กล่าวอีกว่า ภาคเอกชนมองว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้แล้วก็คงมีเวลาเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่อง ส.ส.ที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้การทำงานของรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งเชื่อว่าในช่วงเวลาที่มีโอกาสเข้ามาทำงานเพียงเวลาน้อยนิด รัฐบาลก็น่าจะเร่งสร้างผลงานให้ได้มากที่สุด และทำงานด้วยความโปร่งใส เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐบาลเองได้รับความไว้วางใจ ได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้งในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น สะท้อนการเมืองที่มีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มีส่วนที่ทำให้เศรษฐกิจที่เคยชะลอตัวปรับตัวดีขึ้น ภาคเอกชนสามารถแข่งขันได้ ถ้าไม่มีปัญหาการเมืองหรือปัจจัยเสี่ยงเข้ามาส่งผลกระทบ ภาคธุรกิจ ก็สามารถเดินหน้าไปได้ต่อเนื่อง จึงอยากได้พรรคการเมืองที่โปร่งใสเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ปราศจากคอร์รัปชัน มีนโยบายชัดเจน ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม พร้อมกับลดขนาดของหน่วยงานราชการ เพื่อให้ข้าราชการมีรายได้สูงขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าประเทศไทยไม่มีปัญหาคอร์รัปชัน เชื่อว่าบ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะนโยบายแต่ละพรรคการเมืองเป็นนโยบายที่ดี ตัวอย่างรัฐบาลในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ที่มีนโยบายที่ดี ทำงานได้รวดเร็วเหมือนภาคเอกชน แต่ตายเพราะคอร์รัปชัน สิ่งสำคัญคือ ถ้าขั้วใหม่ที่เข้ามาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้เข้ามีเปลี่ยนแปลงหลักการดำเนินนโยบายหลัก ก็ไม่ได้ส่งกระทบต่อภาพรวมการลงทุน แต่หากเป็นมีการดำเนินนโยบายประชานิยม ก็ต้องหารือกระทรวงการคลังว่าจะมีงบประมาณที่เพียงพอ คุ้มค่าต่อการดำเนินนโยบายหรือไม่&amp;quot; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คงต้องติดตามเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง แม้ยังไม่มีความชัดเจนทางการเมือง แต่มองว่ารัฐบาลใหม่มาจากพรรคการเมืองใดก็ได้ เนื่องจากมีนโยบายการบริหารประเทศที่ไม่แตกต่างกัน เช่น การดูแลผู้มีรายได้น้อย หรือโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยังลงทุนต่อ หากรัฐบาลใหม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 3.8-4% ก็มีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรตติ้ง) เพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงเร็วไปที่จะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร เพราะครั้งนี้รัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคผสม แม้เกิดการถกเถียงเรื่องนโยบายกันก็ยังเกิดขึ้นในสภา ที่เป็นประชาธิปไตยอยู่ แต่หากปัญหาการเมืองเกิดขึ้นนอกสภา และมีความวุ่นวายบนท้องถนนเหมือนที่ผ่านๆ มา ก็อาจเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ยังคงติดตามเศรษฐกิจไทย หากรัฐบาลใหม่มีนโยบายต่อเนื่อง ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีมุมมองการเติบโตที่ดี สำหรับ ธปท.ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี แม้ปีนี้ได้ปรับลดจีดีพีลงเหลือ 3.8% ก็ตาม แต่ยังคงขยายตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม เศรษฐกิจไทยปีนี้ เชื่อว่าจะมาจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้เบื้องต้นประเมินว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะแล้วเสร็จช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.62 ก็ตาม แต่รัฐบาลปัจจุบันยังมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศอยู่ ทำให้เศรษฐกิจไทยยังขับเคลื่อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริ การเจริญดี ประธานคณะกรรมการ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรดำเนินการมี 3 ส่วน ได้แก่ การเมืองต้องมีความชัดเจนและบริหารประเทศให้ลงตัว, ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่อเนื่อง ผ่านมาตรการของรัฐที่นำมาใช้ต้องมีเหตุและผลที่คำนึงถึงการขยายตัวของประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ ที่ต้องเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนงานที่กำหนดไว้ รวมถึงการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทุกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกสถาบันเครดิตเรตติ้งไม่สนใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล แต่ให้ความสำคัญของความสามารถบริหารเศรษฐกิจที่ดีมากกว่า หากทำได้ดีก็จะส่งผลดีต่อการจัดเครดิตเรตติ้งของประเทศปรับเพิ่มขึ้น ช่วยดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศ และจากการพูดคุยกับเอสแอนด์พี ยังคงมั่นใจในประเทศไทย และเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก แต่ยังติดตามปัญหาทางการเมืองอย่างใกล้ชิด&amp;rdquo; นายศิริกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน นาครทรรพ, บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี), ศิริ การเจริญดี, สุพันธุ์ มงคลสุธี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdb61819b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
