<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลผวาฝ่ายค้านล้วงตับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก้าวไกลฟุ้งซักฟอกรัฐบาลคราวนี้มีเซอร์ไพรส์ให้ประชาชนแน่นอน มีทั้งหมัดเด็ด หมัดฮุกน็อกคนที่ถูกอภิปราย&amp;nbsp; แต่ยังไม่บอกมีใครบ้าง พวกเดียวกันยังไม่ยอมให้รู้ กลัวถูกล้วงตับ แจกข้อสอบล่วงหน้า วิ่งล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย ชัดแล้ว 6 รัฐมนตรีและนายกฯ ส่วน &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รอก้าวไกลเคาะ รมว.ดิจิทัลฯ โดนข้อหาหนักมาก เอาผิดดารา call out รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2564 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประเด็นการอภิปรายจะสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ขอให้อดใจรออีกนิด เพราะวันที่ 16 ส.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลเผยว่า ขอให้ติดตามว่าจะมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนใดบ้างที่ถูกอภิปราย รวมถึงพรรคได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้กี่คน จะมีการเปิดเผยในภายหลัง เพื่อไม่ให้เป็นการแจกข้อสอบล่วงหน้า หรือเตรียมตัววิ่งล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย ทั้งนี้ พรรคมีประเด็นเซอร์ไพรส์ประชาชนแน่นอน รอบนี้จะมีหมัดเด็ดที่เตรียมไว้ ทั้งจะน็อกคนที่ถูกอภิปราย รวมถึงให้ประชาชนเฝ้าจับตาหมัดฮุกหมัดเด็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รอบนี้หมัดเดียวร่วงแน่นอน เพราะไม่มีเวลาให้รัฐบาลชุดนี้พิสูจน์อะไรอีกแล้ว การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ มั่นใจว่าการอภิปรายของพรรคก้าวไกลครั้งนี้ จะเป็นหมัดเดียวที่เอาให้รัฐบาลชุดนี้ร่วงคาเวทีกลางสภา และครั้งนี้จะนำเอาข้อมูลที่ผ่านการทำงานมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครั้งนี้จัดเตรียมขุนพลแต่ละประเด็น ทั้งที่ประชาชนได้ส่งข้อมูลมาเอง รวมถึงหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่ส่งข้อมูลมาเตรียมพร้อมเข้าสู่สภา แต่กระบวนการและธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคก้าวไกล จะไม่เปิดเผยตัวบุคคลผู้อภิปรายและเนื้อหาก่อนแน่นอน เพื่อไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล ขอประชาชนคอยติดตามและคอยลุ้นว่าข้อมูลของพรรคแต่ละครั้ง เป็นข้อมูลเชิงลึก และจะทำให้กระบวนการนอกสภา ไม่ว่าศาลหรือองค์กรอิสระรับลูกและทำงานต่อแน่นอน&amp;rdquo; นายณัฐชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ระบุจะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านระบบซูมเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 ส.ค. เพื่อสรุปจำนวนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ปรากฏว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีการประชุมระบบซูมแล้ว แต่ใช้วิธีโทรศัพท์พูดคุยกันประสานภายในเป็นรายพรรค โดยให้แต่ละพรรคเสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายมา เมื่อตกลงพิจารณารายละเอียดเป็นที่ยุติแล้ว จึงส่งให้พรรคเพื่อไทยนำไปรวบรวมเขียนเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายชื่อที่ถูกเสนอมาให้ปกปิดเป็นความลับ แต่ละพรรคจะรู้ข้อมูลเฉพาะพรรคของตัวเอง ไม่มีพรรคใดรู้ข้อมูลอภิปรายของพรรคอื่น เพื่อป้องกันข้อมูลอภิปรายรั่วไหล
6 รายชื่อถูกซักฟอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายทั้งหมด 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่จะถูกอภิปรายเรื่องความล้มเหลวการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด และการบริหารวัคซีนผิดพลาด 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีการประมูลรถไฟทางคู่สายอีสานและสายเหนือที่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสการเสนอประมูลต่ำราคากลางเพียงเล็กน้อย และปัญหาด้านจริยธรรม กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกสาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กรณีปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรณีปัญหาการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบโควิด และปัญหาปิดแคมป์คนงาน ทำให้แรงงานรีบหนีออกจากพื้นที่ จนเชื้อโควิดแพร่กระจาย 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีการเอาผิดดาราที่ออกมาcall out รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนพรรคก้าวไกล กำลังพิจารณาเพิ่มเติมชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ อีก 1 ชื่อ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ไม่บอกว่าเป็นข้อมูลเรื่องใด เพราะกลัวความลับรั่วไหล บอกเพียงว่าไม่ใช่เรื่องภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไม่ใช่เรื่องที่เคยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว เป็นข้อมูลใหม่ที่กำลังพิจารณาข้อมูลขั้นตอนสุดท้ายจะมีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอจะยื่นอภิปรายได้หรือไม่ จะให้คำตอบภายในวันที่ 15 ส.ค.ว่าจะยื่นอภิปราย ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ ก่อนจะสรุปรายชื่อทั้งหมดยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า พรรคคงจะไม่ต้องตั้งวอร์รูม และสุดท้ายแล้วก็ยังไม่รู้ว่าใครจะถูกอภิปรายบ้าง แต่ถึงจะมีชื่อก็คงไม่ต้องตั้งวอร์รูม และถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แถลงผลงานที่ทำมา ตนมั่นใจว่ามีผลงานสามารถบอกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ เชื่อว่าเกษตรกรและผู้ส่งออกก็ทราบดีว่า เราทำอะไรที่ประสบความสำเร็จแล้วบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมั่นใจมีใบเสร็จที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องถามฝ่ายค้านว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง ตนไม่สามารถตอบแทนฝ่ายค้านได้ และยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเกิดการโหวตไม่ไว้วางใจภายในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการระบบเลือกตั้ง แบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นฉบับประชาชนและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด รวมทั้งการกำหนดสัดส่วน ส.ส.ระบบเขต 400 คน และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยืนยันหลักนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้รับการเขียนขึ้นจากสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยที่มีทั้งสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงการดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่
บัตรใบเดียวเราก็ชนะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญ 2540 ได้มีการศึกษามาแล้วว่า ส.ส.หนึ่งคนจะต้องดูแลประชาชนได้จำนวนเท่าใดถึงจะทั่วถึง ถ้าเขตใหญ่เกินไปก็จะดูแลไม่ทั่วถึง อีกทั้งผู้สมัคร ส.ส.ที่ทุนทรัพย์น้อยก็จะเสียเปรียบผู้สมัคร ส.ส.ที่มาจากพรรคการเมืองใหญ่และมีทุนสนับสนุนสูง ดังนั้นระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เป็น 400 คน 400 เขต ก็จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.จากทุกพรรคมีโอกาสในสนามเลือกตั้งเท่าเทียมกัน ไม่เสียเปรียบพรรคใหญ่และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ในส่วนของระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว หากมีระบบ ส.ส.เขตอย่างเดียวก็จะไม่มีปัญหา แต่เมื่อมีการแบ่ง ส.ส.เป็น 2 ประเภทจากบัตรเลือกตั้งใบเดียวประชาชนจึงถูกบีบให้ต้องเลือก เช่น ถ้าเขาชอบนายสุทิน แต่ไม่ชอบพรรคที่สังกัด หรืออาจชอบพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร ประชาชนก็ต้องกล้ำกลืนฝืนใจเลือก เพราะระบบบีบบังคับให้ต้องเลือกทั้งคนและพรรคพร้อมกัน ซึ่งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ถ้าเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หากประชาชนชอบนายสุทิน ก็ลงคะแนนเลือกนายสุทิน แต่ถ้าไม่ชอบพรรคที่นายสุทิน สังกัด ก็สามารถลงคะแนนให้พรรคอื่นได้ ประชาชนไม่ถูกกดดันและสื่อถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สำคัญมากคือระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวทำให้เกิดพรรคการเมืองเล็กน้อย กระจัดกระจาย เกิดปัญหาคะแนนเขย่ง และ ส.ส.ปัดเศษเต็มไปหมดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาทำให้เกิดรัฐบาลผสม 19 พรรคที่ไม่มีเอกภาพ อย่างที่เราเห็นกันอยู่ ซึ่งอัปลักษณ์ มากกว่านั้นยังทำให้พรรคการเมืองที่ตอนหาเสียงบอกว่าจะไม่เอาประยุทธ์ แต่พอเลือกตั้งเสร็จก็ยุบพรรคตัวเองย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคที่เคยบอกว่าเกลียด ซึ่งเป็นการเอาคะแนนเสียงประชาชนเลือกมาไปหนุนพ่วงรัฐบาลที่ประชาชนไม่ต้องการ นอกจากไม่ตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชนแล้ว ยังทำลายหัวใจของประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกโจมตีว่าต้องการระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะตัวเองได้ประโยชน์ เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้งนั้น ก็ต้องบอกว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ว่าจะบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ พรรคเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ และการเลือกตั้ง 2562 ที่ผ่านมาพรรคก็ชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียงแค่ 250 เขตจาก 350 เขตเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าหากพรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ก็จะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ที่กล่าวหาว่าเราอยากได้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ เพื่อจะเอาเปรียบคนอื่นนั้นก็ต้องเรียนว่า บัตรสองใบเราก็เคยชนะ บัตรใบเดียวเราก็ชนะ และชนะมากด้วย วันนี้จึงต้องมองร่วมกันว่าถ้าระบบเลือกตั้งเป็นระบบที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นธรรมแล้ว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในกติกาที่เสมอภาคและทุกคนยอมรับ เราจะไม่เสียใจ และสำหรับพรรคเพื่อไทย จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญเท่ากับความศรัทธาที่ประชาชนมีให้&amp;quot; นายสุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113295</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ก้าวไกล, ชวน หลีกภัย, ซักฟอกรัฐบาล, พรรคก้าวไกล, ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ศิริกัญญา ตันสกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_611782cbe88c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; อุบข้อมูลซักฟอก หวั่นข้อสอบรั่ว โวเตรียมหมัดน็อกทีเดียวร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 2564 - ที่พรรคก้าวไกล​ (ก.ก.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก.ก. กล่าวถึงกรณีการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายจะต้องสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้อย่างแน่นอน อยากจะขอให้อดใจรอ รับทราบพร้อมกันในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ที่จะมีการยื่นญัตติอภิปรายฯกับนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา โดยจะเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคนไหนบ้างที่จะต้องถูกอภิปรายฯ ส่วนพรรคก.ก.ได้เตรียมขุนพลสำหรับการอภิปรายไว้กี่คนนั้น คงจะเปิดเผยในภายหลัง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคก.ก. ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เป็นการแจกข้อสอบล่วงหน้า ให้มีการเตรียมตัวหรือล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย และมาขัดขวางการดำเนินการเตรียมข้อมูล แน่นอนว่า ครั้งนี้เราเตรียมหมัดเด็ดไว้ เพื่อน็อกคนที่เราจะอภิปราย และสามารถยึดตรึงให้ประชาชนติดตามการอภิปรายฯ จะเป็นหมัดฮุกหมัดเด็ดที่ทุกคนจะต้องจับตากัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113272</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคก้าวไกล, ศิริกัญญา ตันสกุล, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_611782cbe88c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. แจงแผนฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 4 กลุ่ม &#039;บุคลากรด่านหน้า&#039; 7 แสนโดส กระตุ้นภูมิคุ้มกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 -&amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงแผนการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสว่า&amp;nbsp;สำหรับวัคซีนไฟเซอร์มีจำนวนที่ชัดเจนคือ จำนวน 1,503,450 โดสที่ถูกต้องสอดคล้องกับตัวเลขที่อยู่บนเว็บไซต์ของสถานฑูตสหรัฐ หากข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขดังกล่าวนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง โดยจัดสรรให้ 4 กลุ่ม คือ 1.บุคลากรบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า จำนวน 700,000 โดส&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ 3 ส่วนใหญ่บุคลากรทางการแพทย์ได้ฉีดวัคซีนซิโนแวคช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน หรือมีบุคลากรที่ยังไม่ได้รับวัคซีนทั้งแพทย์จบใหม่ หรือเหตุจากการเจ็บป่วย ก็อยู่ในกลุ่มที่สามารถจะฉีดวัคซีนนี้ได้ และมีแพทย์ด่านหน้า 20% ได้ฉีดแอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็มกระตุ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนใหญ่บุคลากร​ทางการแพทย์​ฉีดในเดือน มี.ค.-เม.ย. เป็นวัคซีน​ซิโนแวค สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีน​ครั้งแรกให้ฉีด 2 โดส ห่างกัน 3 สัปดาห์​ อีกกลุ่มคือคนที่ฉีดวัคซีนตัวอื่น เป็นเข็มแรกเข็มเดียว และจะขอฉีดเข็มสองเป็นไฟเซอร์​ก็สามารถฉีดได้ และสุดท้ายคือกลุ่มบุคลากร​ที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่หายแล้วอย่างน้อย 1 เดือนก็สามารถได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นไฟเซอร์​ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ ในจังหวัดที่มีการระบาดมีการควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 13 จังหวัด 645,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทยและชาวไทยผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา รวม 150,000 โดส และ 4.ทำการศึกษาวิจัย จำนวน 5,000 โดส และวัคซีนที่เหลืออยู่กว่า 3,000 โดส ก็จะถูกเก็บไว้เพื่อตอบโต้การระบาด อย่างในพื้นที่ที่มีการระบาดใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;มติการประชุมคณะทำงานด้านบริหารการจัดการการให้บริการวัคซีนโควิดไฟเซอร์วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 การจัดสรรวัคซีน Pfizer สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า โดยสำรวจจำนวนผู้ต้องการฉีดวัคซีน Pizer ในแต่ละจังหวัดโดยพิจารณาจากจำนวนรายชื่อของบุคลากรที่ได้รับจากโรงพยาบาลในทุกจังหวัด ส่วนจุดให้บริการวัคซีน Pfizer&amp;nbsp;โดยวัคซีนจะถูกส่งไปยัง 76 จังหวัด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อให้บริการที่รพศ. / รพท. และรพ. ที่กำหนด และในกทม. กรมควบคุมโรคประสานสำนักอนามัยเพื่อส่งวัคซีนไปที่รพ. รัฐและรพ. เอกชนที่กำหนด และให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งแสดง / ประกาศจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer ต่อสาธารณชนเพื่อความโปร่งใส&amp;rdquo; นพ.โสภณ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111969</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 65, พรรคก้าวไกล, ศิริกัญญา ตันสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103634787f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ชงทุบหม้อข้าวกองทัพ 2.4  หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ศิริกัญญา ตันสกุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - จากการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2565 ที่มีวงเงินกว่า 3.1 ล้านล้านบาท โดยจะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 29-30 ก.ค. 2564 ก่อนจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระ 2-3 อีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แจ้งว่า จากการตัดลดงบประมาณจากห้องย่อยแยกตามหมวดต่างๆ ในภาพรวมแล้วนั้น มีวงเงินงบประมาณที่สามารถตัดได้กว่า 2.4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีโครงการที่สิ้นเปลือง และน่าตั้งข้อสงสัยบางโครงการที่ยังไม่ถูกตัดงบในชั้นกมธ. ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าควรมีการปรับลดงบประมาณเพื่อยับยั้งโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประชาชน ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลเมียนมา ในส่วนของการสร้างระบบกำจัดขยะและน้ำประปาที่เมียวดี วงเงิน 104 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณอีก 760 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การรัฐประหารในเมียนมาที่มีการเข่นฆ่าและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ทางการไทยก็ควรงดให้ความช่วยเหลือชั่วคราวแก่รัฐบาลเมียนมาร์เช่นเดียวกับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โครงการสร้างเขื่อนแข็งกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลายพื้นที่การก่อสร้างเหล่านี้ทำให้การกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงขึ้น ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอตัดงบประมาณ 116.5 ล้านบาท 3. โครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์อาวุธและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากอาวุธสงครามหลายรายการ เช่น ปืนเล็กสั้น (Carbine) ปืนเล็กยาว (Rifle) ปืนกลมือ (Submachine gun) ไม่ใช่การใช่การใช้อาวุธที่เหมาะสมสำหรับตำรวจที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายฝ่ายพลเรือน และการตั้งคำถามถึงแนวการปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนก็ไม่ได้รับคำตอบในกรรมาธิการ ซึ่งพรรคก.ก. เสนอตัดงบประมาณ 800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่งของกองทัพเรือ ซึ่งถูกตั้งไว้ในงบประมาณ 65 จำนวน 820 ล้านบาท และผูกพันไปอีก 4 ปี รวมงบประมาณทั้งโครงการ 4,100 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการจัดซื้ออาวุธที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศ อีกทั้งในปัจุบันกองทัพอากาศในต่างประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกา และ อินเดีย ต่างก็พิจารณาปรับลดหรือเลิกซื้อโดรนขนาดใหญ่แล้ว เนื่องจากปัญหาว่า ราคาแพง ถูกตรวจจับง่าย แล้วก็ตกง่ายด้วยอุบัติเหตุ 5. โครงการศึกษาความเหมาะสมโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล วงเงิน 25 ล้านบาท ซึ่งจะผูกพันไป 3 ปี 125 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2565 ประเทศจีนจะปล่อยน้ำลงมาในแม่น้ำโขงมากผิดปกติ ทำให้การศึกษาในปีนี้จะไม่ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4.บางโครงการที่มีการเบิกจ่ายน้อยและเป็นการใช้งบประมาณไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ที่ขอตั้งงบประมาณไว้ 1,567.55 ล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายเพียงประมาณ 400 ล้านบาทในปี 2564 พรรคก้าวไกลได้ขอตัดงบประมาณส่วนนี้ 150 ล้านบาท, โครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ของสำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรม 99.15 ล้านบาท ซึ่งปี 2564 เบิกจ่ายได้เพียง 24.9 ล้านบาท และ กรมการศาสนา 35.17 ล้านบาท เบิกจ่ายเพียง 17.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการของกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันของผู้คน ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอตัดโครงการเหล่านี้ทั้งหมด 7. โครงการพัฒนา Big Data ที่มีความซ้ำซ้อน และเป็นงบประมาณที่สูงผิดปกติ แต่ กอ.รมน. ทำเรื่องขออุทธรณ์งบประมาณคืนมา 72.15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งหมดนี้ กรรมาธิการจากพรรคก้าวไกลเห็นว่าควรแปรญัตติขอคืนงบประมาณให้หน่วยงานที่สมควรจะได้รับเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและความต้องการจำเป็นแก่สถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโรคระบาดและวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 จึงเสนอให้แปรญัตติคืนงบไปให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน เช่น กองทุนประกันสังคม ที่ขอแปรงบประมาณคืน จำนวน 18,292 ล้านบาท บัตรทอง ที่ขอแปรงบประมาณคืน จำนวน 860.48 ล้านบาท กองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา ที่ขอแปรงบประมาณคืน จำนวน 631.73 ล้านบาท กองทุนการออม ที่ขอแปรงบประมาณคืน จำนวน 436.75 ล้านบาท ชดเชยรายได้ภาษีที่ดินของ อปท. ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ขอแปรงบประมาณคืน จำนวน 11,157 ล้านบาท และคืนให้ เทศบาลเมือง และเทศบาลนครต่างๆ ที่ของบประมาณเข้ามาในกรรมาธิการ งบประมาณอื่นของกระทรวงสาธารณสุข ที่ขอแปรญัตติงบต่างๆ ที่น่าจะนำมาใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิดได้ โดยงบประมาณที่อนุกรรมาธิการตัดได้ 2.4 หมื่นล้านบาทยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะในกมธ. กล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนเพื่อนกมธ. จากทุกพรรคการเมือง ขอให้พิจารณางบประมาณแผ่นดินบนพื้นฐานของประโยชน์สูงสุดประชาชน อย่างไรก็ตาม ต้องขอเตือนว่ามีข้อเสนอให้แปรญัตติงบประมาณไปให้ในส่วนของงบกลางนั้น ตนไม่เห็นด้วย เนื่องจากงบกลางนั้นได้รับวงเงินงบประมาณไปแล้วกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท แถมเป็นการตีเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บริหารจัดการในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่ามีการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เข้าเป้า และไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง จึงเสนอให้แปรญัตติคืนงบประมาณ ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านสวัสดิการประชาชนโดยตรงจะดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111572</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, งบประมาณกองทัพ, ตัดงบ, ศิริกัญญา ตันสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a910935d2e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศิริกัญญา&#039; สับงบ 65 เหมือนคนป่วยโรครุมเร้า จี้นายกฯลาออกให้รัฐบาลใหม่กู้เงินแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 15.45 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ประเทศไทยตอนนี้เหมือนเหรียญที่ลอยอยู่ในอากาศ จะออกหัวหรือก้อยก็ได้ ถ้าโชคดีก็ฉีดวัคเรียบร้อย ถ้าเคราะห์ร้ายตลอดปีหน้าเราก็ยังคงวนเวียนอยู่แบบนี้ที่ยังไม่สามารถเปิดประเทศได้ ปี 65 จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูหรือเป็นปีวิกฤตกขึ้นอยู่กับพวกเราในวันนี้ เมื่อประเทศอยู่ช่วงรอยต่อ คาดหวังว่ารัฐบาลจะอัดฉีดงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูชีวิตประชาชน งบฯปี 65 แทนที่จะเพิ่มขึ้น แต่กลับลดงบประมาณลง โดยอ้างเหตุผลว่าทำทุกอย่างตามกฎหมาย และวางกรอบสมเหตุสมผล เพราะจัดเก็บรายได้ลดลงก็ต้องใช้งบฯลดลง รัฐบาลยังเอาหลังพิงกฎหมาย มัดมือมัดเท้าประชาชน มัดตราสังข์ประเทศ โยนภาระให้ประชาชนรับกรรมแบบนี้ โดยไม่กล้าตัดสินใจเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็เอาข้าราชการมาบริหารประเทศก็ได้ ไม่ต้องมีนายกฯก็ได้ เพราะไม่มีภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจยามวิกฤต เราจะติดเหวลึกนี้ไปอีกนาน ก่อนหน้านี้รัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเองกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;โครงสร้างงบปี 65 บิดเบี้ยว ทำให้เงินไปถึงประชาชนน้อยลงไปอีก รวมถึงต้องนำเงินไปใช้หนี้เก่าที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้อีก&amp;nbsp;เหมือนคนป่วยไข้และมีโรครุมเร้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลเลือกตัดงบสวัสดิการประชาชน งบการศึกษา งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ งบพัฒนาอุตสาหกรรม ขณะที่งบวัคซีนเข็ม 3&amp;nbsp;เข็ม 4 ก็ไม่เคยตั้ง ตัดงบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงไปอีก แถมเบี้ยวหนี้ภาษีที่ดิน ตอนนี้ประเทศมีแผลเป็นทางเศรษฐกิจมากมาย ดิฉันไม่สามารถรับร่างงบพิกลพิการนี้ได้ และขอให้ถอนร่างพ.ร.ก.เงินกู้ที่กำลังเข้าสู่สภาฯออกไปด้วย ขอให้นายกฯลาออกเพื่อให้รัฐบาลใหม่ออกพ.ร.บ.กู้เงิน และจัดทำงบประมาณกลางเพื่อชดเชยสวัสดิการการศึกษาและงบประมาณฟื้นฟูประเทศกลับคืนสู่ประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.ส.ศิริกัญญา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104830</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 65, พรรคก้าวไกล, ศิริกัญญา ตันสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4d0859d8bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; ซัด &#039;ก้าวไกล&#039; ค้านทุกเรื่องแบบไม่มีเหตุผลหลังประกาศไม่โหวตรับ พ.ร.ก. กู้เงิน 5  แสนล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 พฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพรรคก้าวไกลจะไม่โหวตรับพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท รวมถึงก่อนหน้านี้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอพรรคร่วมฝ่ายค้านยกมือไม่รับหลักการเช่นเดียวกัน โดยนายเสกสกล ระบุว่าไม่แปลกใจอยู่แล้วที่พรรคฝ่ายค้านจะออกมาประกาศค้านในเรื่องนี้ เพราะเป็นฝ่ายค้านจะต้องค้านทุกเรื่องอยู่แล้ว แม้จะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อประเทศชาติประชาชน ก็จะปิดหูปิดตาค้านทุกเรื่อง โดยไม่ยึดโยงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนเองยังมั่นใจว่าเสียงในพรรคร่วมรัฐบาลยังมั่นคงมีเสถียรภาพ รัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดีและมีผลงานชัดเจนมากมาย อีกทั้งไม่มีความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะในช่วงที่บ้านเมืองเกิดวิกฤตเดือดร้อน ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ จึงไม่มีรัฐมนตรี หรือส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาลคิดถึงเรื่องอื่นใดนอกจากพุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและทุ่มเทเร่งทำงานช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายได้ ปลอดภัยจากโควิด อย่างสุดความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การออกมาชี้แจงของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่บอกว่าหาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านไม่ผ่านนายกฯอาจจะต้องยุบสภานั้น เป็นการพูดถึงในหลักการ ไม่ได้พูดเพื่อที่จะข่มขู่ใครทั้งนั้น ส่วนการเรียกร้องให้นายกฯลาออก ก็คงเป็นความหวังอย่างเลื่อนลอยของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ต้องการเช่นนั้น แต่ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่นายกฯจะต้องลาออก เพราะยังไงตนคิดว่า จำนวนเสียงสนับสนุนของพรรคร่วมรัฐบาลในสภาฯมีเพียงพออย่างแน่นอน ซึ่งความหวังของพรรคฝ่ายค้านน่าจะเป็นไปได้แค่ฝันค้างกลางวัน ทั้งนี้นายกฯเองยังไม่ได้ทำผิดอะไร และยังมีเวลาอีกปีเศษๆ ก็จะครบวาระ 4 ปี ที่นายกฯจะต้องทำงานให้กับบ้านเมืองโดยเฉพาะในขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากโควิดอยู่ ประชาชนยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯให้อยู่ต่อไป ยิ่งควรอยู่แก้ไขปัญหาวิกฤตจึงยังไม่ควรที่จะลาออกจากตำแหน่งในขณะนี้ และไม่อยู่ในความคิดของนายกฯที่จะหนีปัญหาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนเองไม่แปลกใจหากฝ่ายค้านจะประกาศ ไม่โหวตรับ พ.ร.ก. กู้เงิน 5 &amp;nbsp;แสนล้าน เพราะต้องค้านทุกเรื่องอยู่แล้ว ค้านแบบไม่มีเหตุผลเป็นนิสัยสันดานของฝ่ายค้านในยุคนี้ &amp;nbsp;แม้แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองประเทศชาติมีความจำเป็นที่จะต้องนำงบประมาณมาใช้สำหรับแก้ไขปัญหาทั้งด้านสาธารณสุข ดูแลเยียวยาประชาชน และฟื้นฟูประเทศ ซึ่งยืนยันว่าการใช้งบประมาณจะเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ประชาชน อย่างมาก ฝ่ายค้านก็จะดันทุรังค้านแบบไม่ลืมหูลืมตา และวิพากย์วิจารณ์แบบหน้ามืดตัวมัวอยู่แล้ว จึงนำเรื่องนี้มาพูดกล่าวโจมตี ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด นายกฯ และรัฐบาล เสียหายหรือเพื่อตีกินทางการเมืองและพุ่งเป้าทำลายเครดิตรัฐบาล โตมตีนายกฯนี่คือ พฤติกรรมฝ่ายค้านเมืองไทยในยุคนี้ ไม่มีการพัฒนาทางความคิดและเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์เลยสักนิด จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เบื่อหน่ายฝ่ายค้านในยุคนี้มากกว่าทุกยุคทุกสมัย &amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104638</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกลจะไม่โหวตรับพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท, ศิริกัญญา ตันสกุล, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b1f0fc7146c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉะยุทธศาสตร์ชาติไม่สอดคล้องวิกฤติโควิด เปรียบมัดตราสังให้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กล่าวในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;วิกฤตเศรษฐกิจ มรดกแฝงรัฐประหาร : ยุทธศาสตร์หรือโซ่ตรวน&amp;rdquo;ผ่านเฟซบุ้คไลฟ์ เพจ&amp;nbsp;Re-solution&amp;nbsp;ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ในกิจกรรม &amp;ldquo;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหตุผล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;นาที : คสช.ในความไม่จำ&amp;rdquo; ว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้กำลังตกอยู่กับคนรากหญ้าซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงคนชั้นกลางส่วนหนึ่งที่จะกลายไปเป็นคนจน นอกจากนั้น ยังมีผู้ประกอบกิจการที่กำลังจะปิดกิจการเพราะหนี้สินล้นผลตัว ซึ่งการที่เราจะออกจากวิกฤตินี้ได้คือต้องมีรัฐที่ตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น ตรงจุด ที่สำคัญต้องเห็นใจประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.ศิริกัญญา&amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บท 20 ปี รวมทั้งยังมีแผนแม่บทย่อย แผนปฏิรูปประเทศ กฎหมายกฎระเบียบต่างๆให้ส่วนราชการปฏิบัติตาม สุดท้ายยุทธศาสตร์ชาติและแผนเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด เมื่อพลิกไปดูในยุทธศาสตร์ชาติจะมีคำว่าโรคระบาดปรากฏอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คำอยู่ในยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่ารัฐไทยไม่มีความยืดหยุ่น&amp;nbsp;หรือปรับตัว และเลือกใช้มัดตราสังข์ให้ประเทศชาติ ประชาชนจมน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้มีการวางแผนไว้ก่อนเกิดโควิด เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดขึ้น ก็ไม่ได้แก้ไขงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลง แต่ใช้วิธีการโยกงบฯ ส่วนอื่นเข้ามาไว้ที่งบกลาง โดยใช้งบประมาณแบบเดิมๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ ทำให้ประเทศเสียโอกาสในการใช้งบประมาณนำประเทศชาติออกจากวิกฤต รวมถึงแผนเงินกู้ก็เดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ยังคงมีโครงการคีย์เวิร์ดเดิมๆ เช่น&amp;nbsp;เกษตรมูลค่าเพิ่ม เศรษฐกิจชุมชน เกษตรยั่งยืนแต่สุดท้ายก็มีปัญหาในการดำเนินงาน เพราะหน่วยงานไม่มีความพร้อม&amp;nbsp;จนทำให้ไม่มีโครงการไหนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย&amp;nbsp;ส่งผลให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ต้องมีการรื้อแผนโครงการใหม่ ทั้งที่ใช้มาได้แค่ 3&amp;nbsp;ปีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และก็พบว่ารัฐได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการคลอดแผนแม่บทเฉพาะกิจหนึ่งฉบับขึ้นมา แต่ไม่ได้แตะแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยแผนแม่บทเฉพาะกิจที่งอกออกมาเป็นแผนที่ 4 ตั้งเป้าไว้ต่ำมาก สามารถทำได้สบายๆเช่นอัตราว่างงานตั้งเป้าไว้ 1.5% ต่อปีในปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;โดยเป้านี้ก็ทำได้ในปี 63 ไปแล้ว&amp;nbsp;หรือการแข่งขันด้านทรัพยากรมนุษย์ว่าเราจะติดอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วิธีแปลงแผนแม่บทเฉพาะกิจไปสู่การปฏิบัติคือการบรรจุ 250 โครงการใหม่ในงบปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;แต่เมื่อดูโครงการแล้วก็ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศไทยอยู่ดี&amp;nbsp;การทำเช่นนี้ก็ยังทำให้ประเทศคงอยู่ในวังวนและฟื้นตัวได้ช้า อีกทั้งเกินเยียวยาที่จะกลับมาให้ดีได้ อย่างเดิมได้&amp;nbsp;ตราบใดถ้าเราอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่สอดคล้องกับปัญหา ประเทศก็รอดจากวิกฤตได้ยาก&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103841</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ปีรัฐประหาร, พรรคก้าวไกล, ศิริกัญญา ตันสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a9181c6f882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
